LOGINที่เขาทำงานเป็นบ้าเป็นหลังและตั้งใจเรียนไม่ใช่เพราะอยากมีเงินเรียนอย่างเดียว แต่เพราะอยากมีเงินเก็บเอาไว้ซื้อที่ดินผืนเล็กๆ เผื่อไว้ตอนเรียนจบเขาจะย้ายไปอยู่ที่นั่น และทำเกษตรอย่างเต็มตัว เขาหลงใหลธรรมชาติ รักต้นไม้ ป่าเขาลำเนาไพร กิจกรรมที่ทำระหว่างศึกษาคือค่ายอาสาพัฒนา ปลูกต้นไม้ และอะไรที่ทำเพื่อสิ่งแวดล้อมเขาจะทำมันทุกอย่าง เขาคิดว่าทรัพยากรธรรมชาติคือชีวิต คือลมหายใจ สำหรับเขาเงินทองเป็นมายาคือกระดาษที่เป็นอัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้น ถ้าไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ ต่อให้มีกระดาษที่เรียกว่าเงินเยอะแค่ไหน เราก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
เขาไม่ได้ต้องการงานประจำที่ต้องทำงานไปเช้าเย็นกลับ แต่อยากมีอาชีพอิสระที่ได้อยู่กับธรรมชาติ จะเรียกว่าเขามักน้อยก็ได้ แต่เขาคิดว่าเงินมีความสำคัญน้อยกว่าทรัพยากรธรรมชาติ ถ้าหากเราไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีอากาศดีๆ น้ำดีๆ ถึงมีเงินก็แค่กระดาษแผ่นหนึ่งที่ไร้ค่า จะเอาเงินมาแทะกินยังไม่ได้เลย ความคิดของเขาค่อนข้างสุดโต่ง เขารู้ข้อนี้ดี และไม่มั่นใจว่าผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาของเขาจะรับได้ไหม นั่นทำให้เขาไม่มั่นใจว่าฤดีจะตกลงรับรักเขาไหม เขาจึงไม่เคยกล้าสารภาพว่าชอบเธอ แต่ส่วนลึกเขาก็ยังแอบหวังว่าเธออาจจะชอบชีวิตเรียบง่ายอย่างที่เขาชอบ
“งั้นตกลงตามนี้นะ เย็นนี้เราจะมารอตรงนี้นะ” ตรงนี้คือม้าหินอ่อนทางเข้ามหาวิทยาลัย เป็นสถานที่สำหรับนั่งพักผ่อนหรือนัดเจอกัน รักษ์พยักหน้าให้เพื่อนด้วยสีหน้าตื่นเต้นไม่น้อย
“งั้นเราขอตัวก่อนนะ” เอื้องจันทร์เอ่ยขอตัว พอหันหลังให้เพื่อนก็อมยิ้มแทบจะทันที ใกล้เรียนจบแล้วเธอจะได้ออกเดตกับรักษ์เป็นครั้งแรก หรืออาจจะเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับเธอ แต่เธอก็ขอเก็บความรู้สึกดีๆ นี้เอาไว้ในหัวใจ
ใช่ว่าไม่เคยไปกินข้าวด้วยกัน แต่ไปในรอบนี้คือไปในสถานะแฟน ทำให้เธอตื่นเต้นไม่น้อย
แกไม่เอา ฉันเอานะ
นั่นเป็นประโยคที่เอื้องจันทร์บอกเพื่อนในใจ เธอเคยคุยเรื่องรักษ์กับฤดีแล้ว ฤดีก็รู้ว่ารักษ์ชอบตน แต่ฤดีไม่ได้ชอบรักษ์แบบนั้น และยังรู้ด้วยว่าเธอแอบชอบรักษ์มานานแล้ว ฤดีเลยยุส่งให้เธอวางแผนไปออกเดตกับรักษ์เสียเลย ซึ่งเธอก็เห็นด้วยและยินดีทำตามแผนของเพื่อน เพราะถึงแม้ฤดีจะดูเจ้าชู้ แรงๆ มีผู้ชายมาชอบมากมายแบบว่าสวยเลือกได้แต่ก็มีความจริงใจระดับหนึ่ง ฤดีจึงเป็นเพื่อนที่ดีของเธอคนหนึ่งตลอดสี่ปีที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยแห่งนี้
ใช่ว่าเธอจะสวยน้อยกว่าฤดี เพราะมีหนุ่มๆ มาตามจีบมากมาย แต่เพราะเธอไม่เคยชอบใครจริงจัง นอกจากรักษ์ ผู้ชายหน้าตาซื่อๆ ที่เคยช่วยเธอเอาไว้เมื่อสี่ปีก่อน เธอยกหัวใจดวงนี้ให้เขาหมดทั้งดวงแล้ว
รักษ์เป็นคนตรงเวลา ไม่แปลกหากนัดกับใครเอาไว้เขาจะมารอก่อนเวลาเสมอ หรือถ้าติดธุระอะไรมาไม่ได้เขาจะโทร. มาแจ้ง ไม่ทิ้งให้อีกฝ่ายต้องรอเก้อ เอื้องจันทร์รู้ข้อนี้ดี
“รอเอื้องนานไหม พอดีเพิ่งเคลียร์งานเสร็จน่ะ”
“ไม่นานนะ เราก็เพิ่งมาเหมือนกัน นี่ก็ก่อนเวลานัดอีก” เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู นาฬิกาเรือนนี้เป็นเรือนที่เอื้องจันทร์ซื้อให้ตอนวันเกิด เขาใช้มาหลายปีแล้วและค่อนข้างหวงมาก ด้วยความที่เขามีเพื่อนน้อย ฐานะเป็นสิ่งสำคัญในเมืองใหญ่ แม้จะเรียนแค่มหาวิทยาลัยยังไม่ได้ทำงาน แต่สังคมในมหาวิทยาลัยก็แบ่งแยกชนชั้นรวยจนไม่แตกต่างกัน ด้วยความที่เขาจน จึงไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมด้วยนัก มีแต่เอื้องจันทร์ที่ไม่เคยรังเกียจและดีกับเขาเสมอมา ในวันเกิดของเขา เขาจึงได้รับของขวัญจากเอื้องจันทร์ เอื้องจันทร์จึงถือว่าเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา
“หิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันเถอะ” เอื้องจันทร์บอกเพื่อนชาย เขาพยักหน้าทำท่าจะเดินก็ต้องชะงักเพราะโดนเรียกเอาไว้
“รักษ์”
“ครับ”
“ซ้อมเป็นแฟนกันก็ต้องควงแขนสิ” เธอพูดแล้วขยับไปกอดแขนของเขา รักษ์มีท่าทีขัดเขินเล็กน้อย เธอรู้ว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษและไม่เคยล่วงเกินผู้หญิงคนไหนมาก่อน เขาน่ารักและนิสัยดีแบบนี้ไงเธอจึงอยากได้เขาเป็นแฟน เคยได้ยินมีคนพูดกันว่าผู้หญิงชอบคนเลว เธออาจจะเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบก็ได้ เพราะเธอชอบคนดีๆ แบบรักษ์ แม้เขาจะซื่อบื้อไปหน่อย แต่เขาก็เหมือนบิดาของเธอ ซื่อๆ ขยัน รักเมีย ไม่มีพิษมีภัยกับใคร อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่ทำให้เราเสียใจ หรือพูดจาทำร้ายจิตใจเราแน่นอน
“เอื้องอยากกินอะไรเหรอ” เดินมาถึงรถมอเตอร์ไซค์ เขาก็เอ่ยถามเธอขึ้นมา เอื้องจันทร์ทำให้เขารู้สึกเป็นกันเอง ไม่อึดอัดเพราะเธอไม่หัวสูง และรู้จัก ใช้เงิน ไม่เคยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรือกินหรู เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงไม่มีเงินเลี้ยง จะว่าไปเธอค่อนข้างแฟร์ๆ เวลาไปรับประทานอะไรด้วยกันก็ช่วยกันแชร์ แม้ว่าเขาจะไม่เคยยอมให้เธอต้องจ่าย แต่เธอก็มีน้ำใจอยากช่วยจ่ายเสมอด้วยเหตุผลว่ากินด้วยก็ต้องช่วยกันจ่าย
“เราเลี้ยงนะ” รักษ์รีบพูดดักคอ
“รู้แล้วจ้ะ รักษ์เคยให้เอื้องช่วยจ่ายเสียที่ไหน ไม่เคยยอมให้จ่ายเอาเสียเลย เอื้องก็กิน แชร์กันแฟร์ๆ ดีนะ เอื้องไม่อยากเอาเปรียบรักษ์ รักษ์ทำงานเหนื่อยกว่าจะได้แต่ละบาท” จริงๆ เธอก็อยากลองใจเขาด้วย อยากช่วยเขาจ่ายด้วย มันปนๆ กันไปเพราะไม่อยากเอาเปรียบ แม้ว่ารักษ์จะไม่ได้ร่ำรวยพร้อมเปย์ใครเหมือนลูกผู้ดีมีเงินคนอื่นๆ แต่เขาก็มีน้ำใจกับเธอเสมอ การแย่งจ่ายเงินไม่ใช่เพราะเขาอยากอวดว่ามีเงิน แต่เพราะเขามีน้ำใจ
เอื้องจันทร์เอ่ยถามและได้คำตอบจากเพื่อนว่าเดี๋ยวเล่าให้ฟัง พอฤดีเล่าให้ฟัง เอื้องจันทร์ก็ถึงกับขำปนสงสารที่เพื่อนโดนจับผิดตัวแบบนี้คนถูกพูดถึงสำลักจนหูตาแดงไปหมดจนรักษ์ต้องช่วยลูบหลังลูบไหล่“เขาบอกว่าเวลาเราสำลักแสดงว่ามีคนนินทา” รักษ์แหย่ขำๆ เปรมเพียงแต่ยิ้มบางๆ ไม่ได้พูดอะไรงานแต่งงานที่นี่เป็นประเพณีที่แปลกออกไป แต่ก็ทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นของคนในชนบทในป่าในเขา หลังเสร็จสิ้นงานแต่งส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอ ฤดีก็อาบน้ำเตรียมเข้านอนบ้างเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว“อากาศที่นี่หนาวจังเลยนะ” ไหล่ของเธอสะท้านยามที่มือหนาแตะต้องสัมผัสลงมาหา เปรมไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดของเธออย่างเบามือจนเธอสะท้าน เธอครางเบาๆ เมื่อมือของเขาเลื่อนลูบมายังทรวงอกอวบอิ่มของเธอ“หนาวจริงๆ นั่นแหละค่ะ” เธอไล้มือกับแก้มของเขายามที่ร่างกายของเธอถูกกดไปกับพื้นเรือน เสียงจิ้งหรีดเรไรและแมลงกลางคืนส่งเสียงระงมไปทั่วป่า ความหนาวเหน็บพัดโชยมากระทบผิวกายให้ความรู้สึกสะท้านจนต้องห่อไหล่ เข้าหากัน เขาลูบไล้เรือนร่างของเธออย่างเสน่หา มือหนากอบกุมทรวงอกอวบอิ่มเพื่อป้อนเข้าปาก ดูดกลืนความหอมหวานนั้นอย่างหิวโหย เรือ
“คุณไปเข้าห้องน้ำและฉันได้ยินเขาคุยกันเลยอัดเสียงเอาไว้ กำลังจะบอก พี่หม่อนก็โทร. มาบอกว่าคุณนุชฆ่าตัวตายพอดี ก็เลยไม่มีโอกาสน่ะค่ะ” คนทั้งสองเดินคุยกันไปตามทางเดินของโรงพยาบาลเพื่อที่จะไปซื้อของกินอร่อยๆ มาให้ปรียานุช คืนนี้อาจจะต้องนอนเฝ้าหล่อนที่นี่ด้วยเลยต้องหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน แต่ได้ฝากพยาบาลเอาไว้แล้ว กลัวปรียานุชตื่นขึ้นมาไม่เห็นใครแล้วจะเคว้งภาพข่าวจากจอทีวีที่ติดตั้งอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยที่โรงพยาบาลปรากฏข่าวด่วน เป็นภาพของหญิงชายคู่หนึ่งที่ทะเลาะกันในรถจนเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งก็คือชยุตกับปารินนั่นเอง ทำให้ฤดีหันไปมองสบตากับเปรมแทบจะทันที“เวรกรรมจริงๆ ค่ะ”“ผมอโหสิกรรมให้เขาครับ” เปรมถอนใจ ในเมื่อตายไปแล้วจะไปอาฆาตแค้นอะไรกันอีก เขาและฤดีเดินกลับไปยังห้องพักผู้ป่วยอีกครั้ง พบว่าปรียานุชตื่นแล้ว พยาบาลเห็นว่าญาติมาแล้วก็เลยเอ่ยขอตัวออกไปปรียานุชมีอาการเหม่อลอย ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างและพูดขึ้นมาว่า...“เขาตายแล้วใช่ไหมคะ” ประโยคคำถามนั้นทำให้สองหนุ่มสาวมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย“หิวไหม พี่ซื้อของกินอร่อยๆ มาให้เยอะแยะเลย” เปรมไม่ตอบแต่เปลี่ยนเรื่องคุย“พี่เปรมตอบนุชมาเถอะค่
“ไม่เอาแล้ว น่ารำคาญ โรคจิต เหมือนผู้หญิงบ้า เรียกร้องจะให้อยู่ด้วยตลอดเวลา ขู่แต่จะฆ่าตัวตาย ฉันบอกเลิกมันแล้ว”“ป่านนี้มันไม่ฆ่าตัวตายไปแล้วเหรอ” ปารินพูดขึ้น“ตายก็ตายไปเถอะ น่ารำคาญ ถ้าอยากตายขึ้นมาจริงๆ แล้วฉันจะไปทำอะไรได้ ยายนั่นอยากตายของมันเอง ถ้าฉันรู้ว่ามันไม่ได้มีเงินเหมือนพี่ชายมันที่จะใช้จ่ายอะไรก็ต้องแบมือขอได้มานิดๆ หน่อยๆ ฉันไม่คบให้เสียเวลาหรอก เธอก็เถอะ รีบกินรีบไปดีกว่า ต้องเดินทางต่ออีก” ชยุตเร่ง จริงๆ เขาได้เงินจากปรียานุชมาพอสมควร แต่เขาจะไม่แบ่งให้ปารินหรอก จะทิ้งเธอไว้กลางทางนั่นแหละทั้งสองเรียกพนักงานมาเก็บเงินหลังจากแวะพักดื่มกาแฟและขนมรองท้อง ฤดีรีบยกกระเป๋าขึ้นปิดบังใบหน้าเอาไว้เมื่อสองหนุ่มสาวเดินผ่านไป ในขณะที่เปรมเดินหน้าตาตื่นเข้ามาที่โต๊ะที่เธอนั่งอยู่“แย่แล้วฤดี”“มีอะไรคะ” เธอเอ่ยถาม ใจคอไม่ดีตามเขาไปด้วย“ใบหม่อน เป็นคนของผมที่คอยเฝ้าดูแลยายนุชอยู่ โทร. มาบอกว่ายายนุชกินยาฆ่าตัวตาย”“รีบไปกันเถอะค่ะ แล้วตอนนี้พาส่งโรงพยาบาลหรือยังคะ”“โทร. เรียกรถฉุกเฉินแล้ว”“ไม่เป็นไรนะคะ คุณนุชต้องไม่เป็นอะไร เดี๋ยวหมอล้างท้องให้ก็หายค่ะ” เธอปลอบโยนเขาในขณะที่
“ขอบคุณมากนะ”“ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณนะคะ เวลาคุณพูดถึงน้องสาวแววตาของคุณมันเต็มไปด้วยความรักใคร่ต่อเธอ ฉันคิดว่าเธอต้องรับรู้ในความรักอันบริสุทธิ์ของพี่ชายอย่างคุณ”“ผมรักเขามาก เรามีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง”“มันเป็นธรรมดาที่เราจะเสียใจกับความผิดพลาดของตัวเอง แต่ถ้าคุณลองคิดดูว่ามันผิดไปแล้ว คุณสามารถเริ่มใหม่ได้ คุณก็จะไม่เครียดจนเกินไป ฉันเป็นห่วงคุณและยินดีจะช่วยเหลือคุณทุกเรื่อง” ฤดียิ้มให้เขา “ขอบคุณคุณมากนะ คุณทำให้ผมรู้สึกสบายใจ”“อะไรที่ตัดสินใจไปแล้วแต่มันไม่ใช่ก็แค่ลองใหม่ เอาใหม่ ถ้าทำไม่ได้ก็ปล่อยมันไป แต่ถ้าแก้ปัญหาได้ก็แก้ไป แต่ถ้าแก้ไม่ได้เดี๋ยวทางออกมันก็มาเอง แต่ถ้ามันไม่มาก็ต้องทำใจ ในเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว การที่เรามัวมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้วมันไม่ใช่ว่าเราจะสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขมันได้นะคะ ชีวิตมันมีแต่จะเดินไปข้างหน้า”เขาบีบมือเธอเบาๆ รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น การที่เขาไม่ได้พาน้องสาวกลับไร่ไม่ใช่เขาอยากทิ้งเธอ แต่เธอขู่ว่าอยากอยู่คนเดียวไม่อยากให้ใครมายุ่ง เธอกลัวเขาจะขัดขวางไม่ให้เธอได้แต่งงานกับผู้ชายที่เธอรัก ชีวิตของน้องสาวสำคัญกับเขามาก เขาจึงยอมปล่อ
เปรมเดินไปหาหญิงสาวเหมือนต้องมนตร์สะกด เขาหยิบปิ่นปักผมที่ทำจากไม้แกะสลักด้วยลวดลายสวยงามขึ้นมาถือเอาไว้“เป็นของขวัญให้คนสวยในค่ำคืนนี้ แม้มันจะไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่ผมนั่งแกะสลักเองมาหลายวันแล้วนะ” เธอรับปิ่นปักผมลวดลายสวยงามแปลกตามาถือเอาไว้ก่อนจะอมยิ้ม“สวยจังเลยค่ะ มันมีคุณค่าสำหรับฉันมากๆ เลย เพราะมันเป็นของที่คุณทำให้จากฝีมือของคุณเอง”“ผมปักให้นะ” เขาดันเธอให้หมุนไปยังกระจกเงาบานใหญ่ ก่อนจะปักปิ่นอันสวยไปกับมวยผมของเธอ“เมียใครสวยจัง” เขาแนบแก้มเข้าหาก่อนจะหอมแก้มสาวฟอดใหญ่เธอหอมแก้มเขากลับไปฟอดใหญ่เช่นกัน เปรมจับมือของเธออย่างอ่อนโยน กระชับเอาไว้ก่อนจะพาเธอเดินออกไปในงานเลี้ยงด้านนอก เพราะอยู่ที่ไร่มานานหลายวันทำให้เธอได้รู้จักกับบรรดาเมียๆ ของคนงานในไร่ที่มีน้ำใจและยกย่องเธอเสมือนเจ้านายคนหนึ่ง พอเข้าไปในงานสาวๆ ก็มาดึงเธอไปพูดคุยอย่างสนุกสนาน รวมถึงแนะนำอาหารอร่อยๆ มากมายให้เธอได้ลองรับประทาน ในขณะที่เปรมถูกดึงไปอีกด้านเพื่อดื่มกินกับคนงานผู้ชายเปรมนั่งมองฤดีไม่วางตา ดื่มไปมองไป ฤดีหันไปเพราะรู้สึกว่ามีคนมองก็สบตาเข้ากับเปรมเสียแทบทุกครั้ง ทำให้เธอขาสั่นใจสั่น ยิ่งบรรยาก
“กางเต็นท์นอนกันไง บนเตียงนอนไม่ได้แล้วมีหมีตัวใหญ่ขวางอยู่”“กางเต็นท์นอนในห้องนี่นะ”“เปลี่ยนบรรยากาศไง”“บรรยากาศอะไรของคุณ” เธอเอ่ยถามแล้วก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อเขาเดินเข้ามาอุ้มร่างเธอเอาไว้ก่อนจะพาสอดตัวเข้าไปในเต็นท์“เปลี่ยนบรรยากาศอะไรกัน”“คุณอยู่นิ่งๆ สิ ถ้าดิ้นมากๆ เต็นท์พังขึ้นมาจะทำยังไง” เขากอดรัดเธอแน่นๆ กระซิบเสียงดุๆ ที่ริมหู“คุณนี่นะ”“ผมทำไม”“ฉันไม่อนุญาตให้คุณเข้ามาในห้อง ลืมไปแล้วหรือไง”“ผมหิวคุณ จริงๆ นะ” เขาเริ่มลูบไล้ เธอปัดมือของเขาไม่กี่ครั้งก็เริ่มคราง มือหนาถลกชุดนอนของเธอขึ้น เขาซื้อเสื้อผ้าให้เธอหลายชุด โดยเฉพาะชุดนอนกับชุดชั้นในของเธอ แถมยังชอบหนีบเธอไปไหนมาไหนด้วยบ่อยๆ จริงๆ เธอมีโอกาสหนี แต่ใจเจ้ากรรมไม่อยากหนีจากเขานี่สิเปรมขยับกายลงไป ณ เบื้องล่าง เขาถลกชุดนอนของเธอขึ้นเหนือเอว ฤดีผงกศีรษะขึ้นมอง เธอร้องครางยามที่เขาแตะลิ้นลงกับสัดส่วนความเป็นสาวของเธอ ปลายลิ้นสากร้อนของเขาทำให้เธอรู้สึกวาบหวามเหมือนจะขาดใจ มันสอดแทรกเข้าภายใน ยามที่เขาจุ่มจ้วงลิ้นกับความฉ่ำเยิ้มอันหอมหวานมือหนานวดเฟ้นสะโพกผายงอนงามของเธออย่างหนักหน่วง กระตุ้นให้เธอตอบรับสัมผัส
“ทำงานแบบแกนี่ดีจริงๆ โพสต์ขายแป๊บๆ แพ็กแทบไม่ทันเลย” เอื้องจันทร์เอ่ยชม และเธอก็เป็นคนที่ช่วยเพื่อนแพ็กของด้วย เรียกว่าแพ็กส่งทุกวันเพราะมีออร์เดอร์ทุกวัน มีขนส่งเอกชนอยู่ใกล้ๆ ที่พัก ตอนเช้าก็ลงไปส่งของได้เลยไม่ต้องเดินทางไกล หอพักที่เธออยู่ก็กว้างขวางมีพื้นที่สำคัญสต็อกสินค้า แต่ถ้าสินค้ามีมาไม่
ฤดีเป็นคนพูดเพราะ อ่อนหวาน ขี้อ้อน เธออยากกินอะไรเขาจึงเลี้ยงเต็มที่ แม้ว่าอาหารที่เธออยากกินจะแพงขนาดไหนก็ตามที ตลอดเส้นทาง มีหนุ่มๆ มองฤดีไม่วางตา เขารู้ว่าเธอเป็นคนสวยเป็นดาวเด่น ฤดีเองก็ชม้ายชายตามองกลับไปด้วยเช่นกัน นั่นทำให้เขารู้สึกว่าฤดีค่อนข้างเจ้าชู้ ถ้าได้เป็นแฟนกับเธอจริงๆ เขาคงหึงจนแทบ
“อุ้มไปล้างตัวหน่อยสิ เหงื่อเต็มเลย” เธออ้อนเขา รักษ์ทำตามอย่างว่าง่าย เขาพาเธอไปอาบน้ำอุ่นอีกครั้ง ยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นร่างเปลือยของผู้หญิงเต็มๆ ตาเช่นนี้ เธอจับมือของเขามาลูบไล้ไปตามเรือนร่างเนียนละเอียด มือของเขาสั่นนิดๆ ยามสัมผัสผิวเนื้อผุดผ่อง“เป็นแฟนกันก็ทำแบบนี้แหละ” เธอบอกยิ้มๆ
“อยากลองดูดไหม เอื้องไม่เคยยอมให้ใครดูดมาก่อนเลยนะ” เธอถามเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย รักษ์พยักหน้าอย่างยินดีปรีดา เธอถอดเสื้อยืดตัวใหญ่ออกทางศีรษะ ปทุมถันอวบอิ่มก็ปรากฏแก่สายตาของเขา“จับสิรักษ์ ดูดหัวนมให้เอื้องด้วย” เธอจับมือเขามากอบกุมทรวงอกอวบอิ่มเอาไว้ แล้วช้อนเต้าทรวงอวบอิ่มเสนอให้เขาดูดรัด รักษ์ไ







