تسجيل الدخولเพื่อนรักษ์ที่เรียกว่าแฟน เธอและเขาเป็นเพื่อนรักกัน ต่างคนต่างแอบรักซึ่งกันและกัน จนได้กลายเป็นแฟนกันในที่สุด พลิกล็อกรัก เพราะน้องสาวแท้ๆ ทำให้เปรม หนุ่มชาวไร่ที่ใช้ชีวิตอันเงียบสงบกับฝูงจระเข้ที่เขาเลี้ยงเอาไว้และสวนผลไม้ที่เขาต้องดูแลหลายพันไร่ต้องจับผู้หญิงคนหนึ่งมากักขังเอาไว้จนกว่าน้องสาวของเขาจะแต่งงาน แต่ทำไปทำมา ไฉนเลยเขาถึงได้ตกหลุมรักเธอขึ้นมาก็ไม่รู้ *** เธอกุมใบหน้าของเขาเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนจะบดจูบริมฝีปากหยักหนาอย่างดูดดื่ม เปรมสติขาดผึง เขาขาดแคลนผู้หญิงมาช้านานเพราะไม่ใคร่จะสนใจเรื่องเซ็กซ์หรือเพศตรงข้ามนอกจากทำมาหากินและดูแลน้องสาว เขาจึงบดจูบริมฝีปากอวบอิ่มของเธอเป็นการตอบรับการเชิญชวนนั้น เปรมถอยห่างเพื่อถอดเสื้อผ้าออกจากกาย ก่อนจะเข้าไปคลุกเคล้าร่างหอมกรุ่นอีกครั้ง ผิวเนื้อเรียบตึงของเธอให้ความรู้สึกชวนเชิญและปรารถนา เขาซุกจมูกเข้าหา กดปากร้อนๆ ไปทั่วสรรพางค์กาย มือหนาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างเนียนละเอียด ในขณะที่เธอเลื่อนมือมากอบกุมความกายชายของเขาเอาไว้ ความเป็นชายตื่นตัวอยู่ในอุ้งมือนิ่มของเธอ เปรมครางขณะที่เขาแยกขาของเธอออกจากกัน
عرض المزيدรักษ์ เทพรักษา กำลังวิ่งหน้าตั้งยิ้มแฉ่งมาหาเอื้องจันทร์ เพื่อนสนิทของเขาที่รู้จักกันตั้งแต่ปีหนึ่ง เธอเรียนคณะทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนเขาเรียนคณะเกษตรศาสตร์
วันนี้รักษ์มามหาวิทยาลัยสายเล็กน้อย เพราะทะเลาะกับวิญญาณผี เด็กน้อยที่ชื่อวุ้น วุ้นเป็นเด็กน้อยข้างบ้านที่เสียชีวิตกะทันหัน แต่วิญญาณไม่ได้ไปไหน ชอบมาให้เขาเห็นบ่อยๆ มาขอให้เขาทำบุญไปให้เพราะอยากกินโน่นกินนี่ เขาก็ทำบุญไปให้บ่อยๆ เพราะต้องทำบุญไปให้บิดามารดาอยู่แล้ว จึงทำบุญเผื่อเด็กวุ้นด้วย เขามีน้ำใจกับวุ้น ผีเด็กน้อยจึงคอยช่วยเหลือเขาอยู่ตลอด แถมยังคอยยุให้เขาจีบเอื้องจันทร์แทนที่จะไปชอบฤดี แต่เขาก็ดุกลับไปว่าเป็นแค่เพื่อนกัน
“พี่เอื้องน่ารักจะตายไป” นั่นเป็นประโยคที่ผีเด็กวุ้นพูดกับเขาบ่อยๆ
รักษ์เคยช่วยเอื้องจันทร์เอาไว้จากการโดนกระชากกระเป๋าเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ทั้งสองเป็นเพื่อนกัน รักษ์อยู่ตัวคนเดียว ส่งเสียตัวเองเรียน จึงทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย บิดามารดาของรักษ์เสียชีวิตตั้งแต่รักษ์ขึ้นปีสอง
เอื้องจันทร์นั้นเป็นเด็กสาวบ้านป่าเข้ามาเรียนในเมืองใหญ่ เธอมีเพื่อนสนิทอีกหนึ่งคนที่เรียนต่างคณะกัน แต่ก็อาศัยอยู่ด้วยกันเพราะเป็นเด็กต่างถิ่นเหมือนกันชื่อว่าฤดี ฤดีเป็นสาวสวยอดีตดาวคณะ มีหนุ่มๆ มารุมจีบมากมาย เธอเป็นสาวชาวกรุงที่ย้ายมาอยู่ต่างจังหวัด มาเรียนไกลถึงที่นี่เพราะเคยอกหักเลยอยากหนีจากจุดเกิดเหตุ มาเรียนมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้คิดว่าจะเรียนตั้งแต่แรก
“เป็นยังไงบ้างรักษ์ ช่วงนี้งานยุ่งเหรอ” เอื้องจันทร์เอ่ยถามเพื่อนที่แอบรักมานานหลายปี แต่เพื่อนของเธอดันไปชอบฤดีแทนที่จะเป็นเธอ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่ารักษ์ชอบฤดีมากขนาดไหน
เมื่อรู้ว่าไม่มีสิทธิ์ คนแอบรักจึงได้แต่เก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ลึกๆ ในใจ
“ยุ่งมาก ต้องอ่านหนังสือสอบด้วย เพราะใกล้สอบแล้ว สอบรอบนี้ก็เรียนจบแล้วนะ” รักษ์พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาอยากเรียนจบไวๆ เพราะจะได้ทำงาน ทำตามฝันที่ตัวเองหวังเอาไว้
“รักษ์เก่ง ขนาดเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยยังสอบได้เอเกือบทุกวิชาเรียนจบได้เกียรตินิยมแน่ๆ เลย”
“ฤดีไม่มาด้วยเหรอ” รักษ์เอ่ยถามถึงหญิงสาวที่เขาแอบชอบมานาน หลายปี แต่ไม่เคยกล้าบอกความในใจสักที เวลามีเทศกาลต่างๆ ก็แอบฝากของขวัญไปให้โดยที่ไม่ให้เจ้าตัวรู้ ของขวัญของเขาเป็นของขวัญชิ้นเล็กๆ ราคาไม่แพงมากนัก ปะปนกับของขวัญชิ้นใหญ่ๆ ของหนุ่มคนอื่นๆ
“ไม่ได้มาด้วยกันหรอก ฤดีมีเรียนช่วงบ่าย แหม... น่าน้อยใจจังเลย มาถึงก็ถามหาแต่ฤดี”
“น้อยใจอะไรกันล่ะ เราก็แค่ถามถึงเท่านั้นเอง”
“ชอบฤดีมากเหรอรักษ์”
“อืม... เธอเองก็รู้ว่าเราแอบชอบฤดีมานานแล้ว แต่ไม่กล้าบอก”
“ใกล้เรียนจบแล้ว ไม่คิดที่จะสารภาพรักกับฤดีเหรอ” คนอยากรู้เลียบๆ เคียงๆ ถาม
“เราไม่กล้าหรอก” คนขี้อายลูบท้ายทอยไปมา
“ไม่กล้าแล้วเมื่อไหร่จะได้บอกล่ะ เรียนใกล้จบแล้วนะ พอเรียนจบทุกคนก็ต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง อาจจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว”
แม้แต่เอื้องจันทร์เองก็ใจหายไม่น้อยที่จะไม่ได้เจอกับรักษ์อีก
“จะให้เราเริ่มยังไงดีล่ะ”
“เราช่วยเอาไหม”
“ช่วยยังไงเหรอ”
“ลองสมมุติว่าเราเป็นแฟนสิ”
“สมมุติว่าเอื้องเป็นแฟนเหรอ”
“ใช่ เช่นไปดูหนังด้วยกัน ไปกินข้าวด้วยกัน มีกิจกรรมทำร่วมกัน หัดเอาไว้ พอสารภาพรักกับฤดีก็ทำแบบนี้กับฤดีเลย” คนอยากมีโมเมนต์น่ารักๆ แบบนั้นกับรักษ์เอ่ยขึ้น แม้จะเป็นแค่แฟนหลอกๆ แต่เธอก็ยังอยากเก็บความรู้สึกดีๆ แบบนี้เอาไว้เป็นความทรงจำครั้งหนึ่งว่าเคยเป็นแฟนกับเขา เคยไปดูหนังด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกันในฐานะแฟน เอื้องจันทร์มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตารักใคร่ แต่รักษ์ไม่เคยได้สังเกตเห็นมันเลยสักครั้ง
“ขอบใจเอื้องมากนะ แล้วเราจะเริ่มยังไงก่อนดี” รักษ์เอ่ยถามเพื่อน
“เริ่มจากเลิกเรียนเย็นนี้ เราไปกินข้าวกันดีไหม”
“ก็ดีนะ เย็นนี้วันหยุดพอดี” เขาทำงานพาร์ทไทม์ มีวันหยุดของร้านให้ด้วยหรือถ้ามีเหตุจำเป็นก็ขออนุญาตเจ้าของร้านได้เพราะกันเอง ไม่ได้มีปัญหาอะไร
แม้เขาจะทำงานหลังเลิกเรียนก็ได้หยุดอาทิตย์ละหนึ่งวัน นอกจากทำงานหลังเลิกเรียนแล้วเขายังทำงานอย่างอื่นด้วย ทั้งทำงานห้องสมุด ทั้งช่วยแจกใบปลิว รับจ้างพิมพ์งาน ทำงานปั๊ม หรือรับเช็กสต็อกของให้ร้านก็ยังมี เรียกว่าทำงานทุกอย่างให้ได้เงิน แต่เป็นงานสุจริตเพื่อที่จะได้มีเงินเรียน ดีหน่อยที่ก่อนจากไปบิดามารดาทิ้งบ้านเอาไว้ให้เขาหลังหนึ่ง จึงไม่ต้องเสียค่าเช่า แต่ท่านก็ทำงานรับจ้างทั่วไป จึงไม่ได้มีเงินเก็บอะไรมากมาย ดีหน่อยตรงที่ไม่มีหนี้สินเท่านั้น ที่เขาเลือกเรียนเกษตรศาสตร์เพราะอยากมีที่ดินเป็นของตัวเอง อยากปลูกทุกอย่างที่กินได้ ทำสวนทำนา มีชีวิตที่สงบสุขและอยู่ในที่อากาศดีๆ เขาอยากพาพ่อแม่ไปอยู่ด้วยกันเมื่อบั้นปลาย อยากมีครอบครัวเล็กๆ มีลูกๆ น่ารักสักสองถึงสามคน นั่นคือความใฝ่ฝันของเขา แต่บิดามารดาไม่ทันได้เห็นความสำเร็จของเขา ก็มาด่วนจากไปเสียก่อน
เอื้องจันทร์เอ่ยถามและได้คำตอบจากเพื่อนว่าเดี๋ยวเล่าให้ฟัง พอฤดีเล่าให้ฟัง เอื้องจันทร์ก็ถึงกับขำปนสงสารที่เพื่อนโดนจับผิดตัวแบบนี้คนถูกพูดถึงสำลักจนหูตาแดงไปหมดจนรักษ์ต้องช่วยลูบหลังลูบไหล่“เขาบอกว่าเวลาเราสำลักแสดงว่ามีคนนินทา” รักษ์แหย่ขำๆ เปรมเพียงแต่ยิ้มบางๆ ไม่ได้พูดอะไรงานแต่งงานที่นี่เป็นประเพณีที่แปลกออกไป แต่ก็ทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นของคนในชนบทในป่าในเขา หลังเสร็จสิ้นงานแต่งส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอ ฤดีก็อาบน้ำเตรียมเข้านอนบ้างเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว“อากาศที่นี่หนาวจังเลยนะ” ไหล่ของเธอสะท้านยามที่มือหนาแตะต้องสัมผัสลงมาหา เปรมไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดของเธออย่างเบามือจนเธอสะท้าน เธอครางเบาๆ เมื่อมือของเขาเลื่อนลูบมายังทรวงอกอวบอิ่มของเธอ“หนาวจริงๆ นั่นแหละค่ะ” เธอไล้มือกับแก้มของเขายามที่ร่างกายของเธอถูกกดไปกับพื้นเรือน เสียงจิ้งหรีดเรไรและแมลงกลางคืนส่งเสียงระงมไปทั่วป่า ความหนาวเหน็บพัดโชยมากระทบผิวกายให้ความรู้สึกสะท้านจนต้องห่อไหล่ เข้าหากัน เขาลูบไล้เรือนร่างของเธออย่างเสน่หา มือหนากอบกุมทรวงอกอวบอิ่มเพื่อป้อนเข้าปาก ดูดกลืนความหอมหวานนั้นอย่างหิวโหย เรือ
“คุณไปเข้าห้องน้ำและฉันได้ยินเขาคุยกันเลยอัดเสียงเอาไว้ กำลังจะบอก พี่หม่อนก็โทร. มาบอกว่าคุณนุชฆ่าตัวตายพอดี ก็เลยไม่มีโอกาสน่ะค่ะ” คนทั้งสองเดินคุยกันไปตามทางเดินของโรงพยาบาลเพื่อที่จะไปซื้อของกินอร่อยๆ มาให้ปรียานุช คืนนี้อาจจะต้องนอนเฝ้าหล่อนที่นี่ด้วยเลยต้องหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน แต่ได้ฝากพยาบาลเอาไว้แล้ว กลัวปรียานุชตื่นขึ้นมาไม่เห็นใครแล้วจะเคว้งภาพข่าวจากจอทีวีที่ติดตั้งอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยที่โรงพยาบาลปรากฏข่าวด่วน เป็นภาพของหญิงชายคู่หนึ่งที่ทะเลาะกันในรถจนเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งก็คือชยุตกับปารินนั่นเอง ทำให้ฤดีหันไปมองสบตากับเปรมแทบจะทันที“เวรกรรมจริงๆ ค่ะ”“ผมอโหสิกรรมให้เขาครับ” เปรมถอนใจ ในเมื่อตายไปแล้วจะไปอาฆาตแค้นอะไรกันอีก เขาและฤดีเดินกลับไปยังห้องพักผู้ป่วยอีกครั้ง พบว่าปรียานุชตื่นแล้ว พยาบาลเห็นว่าญาติมาแล้วก็เลยเอ่ยขอตัวออกไปปรียานุชมีอาการเหม่อลอย ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างและพูดขึ้นมาว่า...“เขาตายแล้วใช่ไหมคะ” ประโยคคำถามนั้นทำให้สองหนุ่มสาวมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย“หิวไหม พี่ซื้อของกินอร่อยๆ มาให้เยอะแยะเลย” เปรมไม่ตอบแต่เปลี่ยนเรื่องคุย“พี่เปรมตอบนุชมาเถอะค่
“ไม่เอาแล้ว น่ารำคาญ โรคจิต เหมือนผู้หญิงบ้า เรียกร้องจะให้อยู่ด้วยตลอดเวลา ขู่แต่จะฆ่าตัวตาย ฉันบอกเลิกมันแล้ว”“ป่านนี้มันไม่ฆ่าตัวตายไปแล้วเหรอ” ปารินพูดขึ้น“ตายก็ตายไปเถอะ น่ารำคาญ ถ้าอยากตายขึ้นมาจริงๆ แล้วฉันจะไปทำอะไรได้ ยายนั่นอยากตายของมันเอง ถ้าฉันรู้ว่ามันไม่ได้มีเงินเหมือนพี่ชายมันที่จะใช้จ่ายอะไรก็ต้องแบมือขอได้มานิดๆ หน่อยๆ ฉันไม่คบให้เสียเวลาหรอก เธอก็เถอะ รีบกินรีบไปดีกว่า ต้องเดินทางต่ออีก” ชยุตเร่ง จริงๆ เขาได้เงินจากปรียานุชมาพอสมควร แต่เขาจะไม่แบ่งให้ปารินหรอก จะทิ้งเธอไว้กลางทางนั่นแหละทั้งสองเรียกพนักงานมาเก็บเงินหลังจากแวะพักดื่มกาแฟและขนมรองท้อง ฤดีรีบยกกระเป๋าขึ้นปิดบังใบหน้าเอาไว้เมื่อสองหนุ่มสาวเดินผ่านไป ในขณะที่เปรมเดินหน้าตาตื่นเข้ามาที่โต๊ะที่เธอนั่งอยู่“แย่แล้วฤดี”“มีอะไรคะ” เธอเอ่ยถาม ใจคอไม่ดีตามเขาไปด้วย“ใบหม่อน เป็นคนของผมที่คอยเฝ้าดูแลยายนุชอยู่ โทร. มาบอกว่ายายนุชกินยาฆ่าตัวตาย”“รีบไปกันเถอะค่ะ แล้วตอนนี้พาส่งโรงพยาบาลหรือยังคะ”“โทร. เรียกรถฉุกเฉินแล้ว”“ไม่เป็นไรนะคะ คุณนุชต้องไม่เป็นอะไร เดี๋ยวหมอล้างท้องให้ก็หายค่ะ” เธอปลอบโยนเขาในขณะที่
“ขอบคุณมากนะ”“ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณนะคะ เวลาคุณพูดถึงน้องสาวแววตาของคุณมันเต็มไปด้วยความรักใคร่ต่อเธอ ฉันคิดว่าเธอต้องรับรู้ในความรักอันบริสุทธิ์ของพี่ชายอย่างคุณ”“ผมรักเขามาก เรามีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง”“มันเป็นธรรมดาที่เราจะเสียใจกับความผิดพลาดของตัวเอง แต่ถ้าคุณลองคิดดูว่ามันผิดไปแล้ว คุณสามารถเริ่มใหม่ได้ คุณก็จะไม่เครียดจนเกินไป ฉันเป็นห่วงคุณและยินดีจะช่วยเหลือคุณทุกเรื่อง” ฤดียิ้มให้เขา “ขอบคุณคุณมากนะ คุณทำให้ผมรู้สึกสบายใจ”“อะไรที่ตัดสินใจไปแล้วแต่มันไม่ใช่ก็แค่ลองใหม่ เอาใหม่ ถ้าทำไม่ได้ก็ปล่อยมันไป แต่ถ้าแก้ปัญหาได้ก็แก้ไป แต่ถ้าแก้ไม่ได้เดี๋ยวทางออกมันก็มาเอง แต่ถ้ามันไม่มาก็ต้องทำใจ ในเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว การที่เรามัวมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้วมันไม่ใช่ว่าเราจะสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขมันได้นะคะ ชีวิตมันมีแต่จะเดินไปข้างหน้า”เขาบีบมือเธอเบาๆ รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น การที่เขาไม่ได้พาน้องสาวกลับไร่ไม่ใช่เขาอยากทิ้งเธอ แต่เธอขู่ว่าอยากอยู่คนเดียวไม่อยากให้ใครมายุ่ง เธอกลัวเขาจะขัดขวางไม่ให้เธอได้แต่งงานกับผู้ชายที่เธอรัก ชีวิตของน้องสาวสำคัญกับเขามาก เขาจึงยอมปล่อ











