Mag-log in“อุ้มไปล้างตัวหน่อยสิ เหงื่อเต็มเลย” เธออ้อนเขา รักษ์ทำตามอย่างว่าง่าย เขาพาเธอไปอาบน้ำอุ่นอีกครั้ง ยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นร่างเปลือยของผู้หญิงเต็มๆ ตาเช่นนี้ เธอจับมือของเขามาลูบไล้ไปตามเรือนร่างเนียนละเอียด มือของเขาสั่นนิดๆ ยามสัมผัสผิวเนื้อผุดผ่อง
“เป็นแฟนกันก็ทำแบบนี้แหละ” เธอบอกยิ้มๆ เขามองเธอนิ่งด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“มองเอื้องแบบนี้หมายความว่ายังไงเหรอ”
“ทำไมถึงได้ยอมให้ทำแบบนี้”
“ทำแบบไหน”
“ให้รู้ว่าเป็นแฟนกันทำอะไรกันบ้าง”
“ไม่ดีเหรอ จะได้เอาไปทำกับแฟนในอนาคตไง เราง่วงแล้ว ไปนอนกันเถอะ” เธอตัดบท รีบเดินหนีไปนอนบนเตียง สิ่งที่ทำให้รักษ์อึ้งๆ คือเธอไม่ได้เรียกร้องให้เขารับผิดชอบ ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายว่าพลาดไปแล้วอะไรเทือกนั้น เขาเลยได้แต่กะพริบตาปริบๆ งงๆ เบลอๆ เมื่อเธอตบที่นอนข้างๆ เรียกเขาไปหา
“มานอนได้แล้วรักษ์ ดึกแล้วนะ” เธอกวักมือเรียกเขาซ้ำ รักษ์เดินไปทรุดตัวนอนลงข้างๆ กับเธอ
“กอดได้ไหม” จู่ๆ เขาก็ถามขึ้น เธอครางรับ ดึงมือเขามากอดเอวบางเอาไว้ รักษ์รู้สึกหวงแหนคนในอ้อมแขนแปลกๆ เหมือนกับว่าเขาได้เป็นเจ้าของเธอแล้ว แต่เขาก็ไม่กล้าแสดงออกไปมากกว่าสิ่งที่เธอให้
“กอดได้ เวลามีแฟนก็กอดแฟนแบบนี้นะ มันทำให้รู้สึกอบอุ่นไง” เธอซุกหน้าเข้าหาหมอน หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข รักษ์กอดรัดมาจากทางด้านหลัง เขาขยับเข้าไปหากระซิบถามเบาๆ
“หลับแล้วเหรอ” ลมหายใจร้อนๆ ของเขาเป่ารดอยู่ตรงข้างแก้ม เธอนอนนิ่งอยากรู้ว่าเขาจะทำอะไร รักษ์จุมพิตกลุ่มผมนุ่มสลวยของเธอเบาๆ
รักษ์กอดเธอแน่นขึ้น เขาวางคางแนบกับศีรษะเล็กๆ ของเธอ กลิ่นหอมของเรือนผมนุ่มสลวยทำให้เขาเผลอสูดดมเข้าปอดแรงๆ เอื้องจันทร์หลับไปในอ้อมแขนของเขา นี่คือสิ่งที่เธอรอคอยมานานแสนนาน อยากอยู่ในอ้อมแขนของเขาแบบนี้ทั้งคืน
เขาตื่นขึ้นมาก็พบแต่ความว่างเปล่า หญิงสาวที่เขานอนกอดตลอดค่ำคืนได้หนีหายไปเสียแล้ว เธอไม่ได้ทิ้งข้อความอะไรเอาไว้ ไม่มีแม้แต่คำลา ไม่มีความอาลัยอาวรณ์ นั่นทำให้เขาว้าวุ่นใจไม่น้อย
รักษ์ลูบไล้ที่นอนข้างๆ ที่มีรอยยับย่นจากการนอนของเธอ อดใจไม่ได้จนต้องซุกจมูกเข้าไปสูดกลิ่นหอมจางๆ ที่เธอทิ้งมันเอาไว้ เขาตัดใจลุกจากเตียงมานั่งตรงขอบเตียง ลูบใบหน้าตัวเองแรงๆ รู้สึกเหมือนโดนฟันแล้วทิ้งยังไงก็ไม่รู้
รักษ์รีบกดโทร. หาเธอ แต่ปลายสายปิดเครื่องหรือไม่ก็แบตฯ อาจจะหมด จึงรีบเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ เขาอยากไปหาเธอ อยากคุยกันให้รู้เรื่อง ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่แค่คนแกล้งเป็นแฟนกันหรอกนะ เขาเป็นลูกผู้ชายพอ ต้องรับผิดชอบเธอให้ถึงที่สุด
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเขาก็หมุนซ้ายแลขวาอยู่หน้ากระจก ปกติไม่ค่อยพิถีพิถันกับการแต่งตัวมากนัก แต่วันนี้รู้สึกว่าอยากหล่อไปเจอสาว และสาวคนนั้นคือเอื้องจันทร์ ไม่ใช่ฤดีอย่างที่ควรจะเป็น
รักษ์ขับมอเตอร์ไซค์มาหาเอื้องจันทร์ที่หน้าหอพักของเธอ เขาเจอเข้ากับเธอพอดิบพอดีโดยมีฤดีอยู่ด้วย
“อ้าว... มาทำอะไรแต่เช้าน่ะรักษ์” คนที่ทักทายคือฤดี รักษ์เหลือบไปมองหญิงสาวอีกคน
“เอ่อ... คือว่า” เขาหน้าแดงอ้ำอึ้งเหมือนคนติดอ่าง
“สงสัยรักษ์มาหาเธอไง อย่างที่บอกนั่นแหละ” เอื้องจันทร์พูดยิ้มๆ ท่าทีของเอื้องจันทร์ที่หันไปยิ้มให้ฤดีทำให้รักษ์ต้องหันไปมองฤดีด้วย เธอกำลังยิ้มหวานให้เขาอยู่ นั่นทำให้เขายิ้มตอบกลับไป
“ฤดีกำลังจะออกไปกินข้าวอยู่พอดี รักษ์ไปเป็นเพื่อนฤดีหน่อยสิ ทำตามที่เราบอกนะ รับรองว่าจีบติดแน่นอน ใกล้เรียนจบแล้วรักเขาชอบเขาก็บอกเขาไปสิ” เอื้องจันทร์รีบพูดเปิดทางให้เพื่อน รักษ์มองเอื้องจันทร์นิ่ง เธอยิ้มกว้างให้เขาก่อนจะเอ่ยขอตัว
“งั้นเราไปก่อนนะ ฤดีหิวข้าวไม่ใช่เหรอ ไปกินข้าวกับรักษ์เลย เราอยากจะอยู่ห้องซักผ้าน่ะ ไปเลยๆ” เอื้องจันทร์ดันแผ่นหลังเพื่อนไปหารักษ์ ก่อนจะโบกไม้โบกมือให้คนทั้งสองแล้วเดินเข้าไปในหอพัก รักษ์ทำท่าจะเรียกเอื้องจันทร์เอาไว้แต่ฤดีรีบกอดแขนชายหนุ่มไว้เสียก่อน
“หิวแล้วค่ะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ” ฤดีพูดอย่างออดอ้อน ที่เธอต้องไปกินข้าวกับรักษ์เพราะอยากช่วยเพื่อน นิสัยของเธอ เธอคิดว่ารักษ์คงไม่ชอบ รักษ์ไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้ พร้อมเปย์หรือมีอารมณ์ขัน ไปไหนไปกัน เขาเป็นผู้ชายเรียบร้อยอยู่ด้วยแล้วชวนน่าเบื่อ
ฤดีรู้ว่าเมื่อคืนเอื้องจันทร์หายไปไหนมา เลยคิดว่าวันนี้จะทำให้รักษ์ได้รู้ใจตัวเอง ทุกครั้งที่เธอเห็นรักษ์มองเอื้องจันทร์ มันเต็มไปด้วยความรักความห่วงใย แต่คำว่าเพื่อนมันกั้นความรู้สึกดีๆ พวกนั้นเอาไว้ เธอรู้ว่าเธอกับรักษ์ไม่เหมาะสมกันด้วยประการทั้งปวง แต่เขาเหมาะสมกับเอื้องจันทร์เพื่อนของเธอมากกว่า
“อ้อ...ครับ” รักษ์รับคำ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ไปกินข้าวกับผู้หญิงที่แอบชอบมานานถึงสี่ปี แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกดีใจหรือตื่นเต้นเลยสักนิด
“สวมให้หน่อยสิ” พอเขายื่นหมวกกันน็อกให้ เธอก็อ้อนให้เขาสวมให้ เขาก็จัดการสวมให้อย่างง่ายดาย รักษ์ขับมอเตอร์ไซค์พาฤดีออกไปรับประทานอาหารยังร้านที่เธออยากไป
เอื้องจันทร์เอ่ยถามและได้คำตอบจากเพื่อนว่าเดี๋ยวเล่าให้ฟัง พอฤดีเล่าให้ฟัง เอื้องจันทร์ก็ถึงกับขำปนสงสารที่เพื่อนโดนจับผิดตัวแบบนี้คนถูกพูดถึงสำลักจนหูตาแดงไปหมดจนรักษ์ต้องช่วยลูบหลังลูบไหล่“เขาบอกว่าเวลาเราสำลักแสดงว่ามีคนนินทา” รักษ์แหย่ขำๆ เปรมเพียงแต่ยิ้มบางๆ ไม่ได้พูดอะไรงานแต่งงานที่นี่เป็นประเพณีที่แปลกออกไป แต่ก็ทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นของคนในชนบทในป่าในเขา หลังเสร็จสิ้นงานแต่งส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอ ฤดีก็อาบน้ำเตรียมเข้านอนบ้างเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว“อากาศที่นี่หนาวจังเลยนะ” ไหล่ของเธอสะท้านยามที่มือหนาแตะต้องสัมผัสลงมาหา เปรมไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดของเธออย่างเบามือจนเธอสะท้าน เธอครางเบาๆ เมื่อมือของเขาเลื่อนลูบมายังทรวงอกอวบอิ่มของเธอ“หนาวจริงๆ นั่นแหละค่ะ” เธอไล้มือกับแก้มของเขายามที่ร่างกายของเธอถูกกดไปกับพื้นเรือน เสียงจิ้งหรีดเรไรและแมลงกลางคืนส่งเสียงระงมไปทั่วป่า ความหนาวเหน็บพัดโชยมากระทบผิวกายให้ความรู้สึกสะท้านจนต้องห่อไหล่ เข้าหากัน เขาลูบไล้เรือนร่างของเธออย่างเสน่หา มือหนากอบกุมทรวงอกอวบอิ่มเพื่อป้อนเข้าปาก ดูดกลืนความหอมหวานนั้นอย่างหิวโหย เรือ
“คุณไปเข้าห้องน้ำและฉันได้ยินเขาคุยกันเลยอัดเสียงเอาไว้ กำลังจะบอก พี่หม่อนก็โทร. มาบอกว่าคุณนุชฆ่าตัวตายพอดี ก็เลยไม่มีโอกาสน่ะค่ะ” คนทั้งสองเดินคุยกันไปตามทางเดินของโรงพยาบาลเพื่อที่จะไปซื้อของกินอร่อยๆ มาให้ปรียานุช คืนนี้อาจจะต้องนอนเฝ้าหล่อนที่นี่ด้วยเลยต้องหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน แต่ได้ฝากพยาบาลเอาไว้แล้ว กลัวปรียานุชตื่นขึ้นมาไม่เห็นใครแล้วจะเคว้งภาพข่าวจากจอทีวีที่ติดตั้งอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยที่โรงพยาบาลปรากฏข่าวด่วน เป็นภาพของหญิงชายคู่หนึ่งที่ทะเลาะกันในรถจนเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งก็คือชยุตกับปารินนั่นเอง ทำให้ฤดีหันไปมองสบตากับเปรมแทบจะทันที“เวรกรรมจริงๆ ค่ะ”“ผมอโหสิกรรมให้เขาครับ” เปรมถอนใจ ในเมื่อตายไปแล้วจะไปอาฆาตแค้นอะไรกันอีก เขาและฤดีเดินกลับไปยังห้องพักผู้ป่วยอีกครั้ง พบว่าปรียานุชตื่นแล้ว พยาบาลเห็นว่าญาติมาแล้วก็เลยเอ่ยขอตัวออกไปปรียานุชมีอาการเหม่อลอย ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างและพูดขึ้นมาว่า...“เขาตายแล้วใช่ไหมคะ” ประโยคคำถามนั้นทำให้สองหนุ่มสาวมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย“หิวไหม พี่ซื้อของกินอร่อยๆ มาให้เยอะแยะเลย” เปรมไม่ตอบแต่เปลี่ยนเรื่องคุย“พี่เปรมตอบนุชมาเถอะค่
“ไม่เอาแล้ว น่ารำคาญ โรคจิต เหมือนผู้หญิงบ้า เรียกร้องจะให้อยู่ด้วยตลอดเวลา ขู่แต่จะฆ่าตัวตาย ฉันบอกเลิกมันแล้ว”“ป่านนี้มันไม่ฆ่าตัวตายไปแล้วเหรอ” ปารินพูดขึ้น“ตายก็ตายไปเถอะ น่ารำคาญ ถ้าอยากตายขึ้นมาจริงๆ แล้วฉันจะไปทำอะไรได้ ยายนั่นอยากตายของมันเอง ถ้าฉันรู้ว่ามันไม่ได้มีเงินเหมือนพี่ชายมันที่จะใช้จ่ายอะไรก็ต้องแบมือขอได้มานิดๆ หน่อยๆ ฉันไม่คบให้เสียเวลาหรอก เธอก็เถอะ รีบกินรีบไปดีกว่า ต้องเดินทางต่ออีก” ชยุตเร่ง จริงๆ เขาได้เงินจากปรียานุชมาพอสมควร แต่เขาจะไม่แบ่งให้ปารินหรอก จะทิ้งเธอไว้กลางทางนั่นแหละทั้งสองเรียกพนักงานมาเก็บเงินหลังจากแวะพักดื่มกาแฟและขนมรองท้อง ฤดีรีบยกกระเป๋าขึ้นปิดบังใบหน้าเอาไว้เมื่อสองหนุ่มสาวเดินผ่านไป ในขณะที่เปรมเดินหน้าตาตื่นเข้ามาที่โต๊ะที่เธอนั่งอยู่“แย่แล้วฤดี”“มีอะไรคะ” เธอเอ่ยถาม ใจคอไม่ดีตามเขาไปด้วย“ใบหม่อน เป็นคนของผมที่คอยเฝ้าดูแลยายนุชอยู่ โทร. มาบอกว่ายายนุชกินยาฆ่าตัวตาย”“รีบไปกันเถอะค่ะ แล้วตอนนี้พาส่งโรงพยาบาลหรือยังคะ”“โทร. เรียกรถฉุกเฉินแล้ว”“ไม่เป็นไรนะคะ คุณนุชต้องไม่เป็นอะไร เดี๋ยวหมอล้างท้องให้ก็หายค่ะ” เธอปลอบโยนเขาในขณะที่
“ขอบคุณมากนะ”“ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณนะคะ เวลาคุณพูดถึงน้องสาวแววตาของคุณมันเต็มไปด้วยความรักใคร่ต่อเธอ ฉันคิดว่าเธอต้องรับรู้ในความรักอันบริสุทธิ์ของพี่ชายอย่างคุณ”“ผมรักเขามาก เรามีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง”“มันเป็นธรรมดาที่เราจะเสียใจกับความผิดพลาดของตัวเอง แต่ถ้าคุณลองคิดดูว่ามันผิดไปแล้ว คุณสามารถเริ่มใหม่ได้ คุณก็จะไม่เครียดจนเกินไป ฉันเป็นห่วงคุณและยินดีจะช่วยเหลือคุณทุกเรื่อง” ฤดียิ้มให้เขา “ขอบคุณคุณมากนะ คุณทำให้ผมรู้สึกสบายใจ”“อะไรที่ตัดสินใจไปแล้วแต่มันไม่ใช่ก็แค่ลองใหม่ เอาใหม่ ถ้าทำไม่ได้ก็ปล่อยมันไป แต่ถ้าแก้ปัญหาได้ก็แก้ไป แต่ถ้าแก้ไม่ได้เดี๋ยวทางออกมันก็มาเอง แต่ถ้ามันไม่มาก็ต้องทำใจ ในเมื่อเราทำดีที่สุดแล้ว การที่เรามัวมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้วมันไม่ใช่ว่าเราจะสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขมันได้นะคะ ชีวิตมันมีแต่จะเดินไปข้างหน้า”เขาบีบมือเธอเบาๆ รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น การที่เขาไม่ได้พาน้องสาวกลับไร่ไม่ใช่เขาอยากทิ้งเธอ แต่เธอขู่ว่าอยากอยู่คนเดียวไม่อยากให้ใครมายุ่ง เธอกลัวเขาจะขัดขวางไม่ให้เธอได้แต่งงานกับผู้ชายที่เธอรัก ชีวิตของน้องสาวสำคัญกับเขามาก เขาจึงยอมปล่อ
เปรมเดินไปหาหญิงสาวเหมือนต้องมนตร์สะกด เขาหยิบปิ่นปักผมที่ทำจากไม้แกะสลักด้วยลวดลายสวยงามขึ้นมาถือเอาไว้“เป็นของขวัญให้คนสวยในค่ำคืนนี้ แม้มันจะไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่ผมนั่งแกะสลักเองมาหลายวันแล้วนะ” เธอรับปิ่นปักผมลวดลายสวยงามแปลกตามาถือเอาไว้ก่อนจะอมยิ้ม“สวยจังเลยค่ะ มันมีคุณค่าสำหรับฉันมากๆ เลย เพราะมันเป็นของที่คุณทำให้จากฝีมือของคุณเอง”“ผมปักให้นะ” เขาดันเธอให้หมุนไปยังกระจกเงาบานใหญ่ ก่อนจะปักปิ่นอันสวยไปกับมวยผมของเธอ“เมียใครสวยจัง” เขาแนบแก้มเข้าหาก่อนจะหอมแก้มสาวฟอดใหญ่เธอหอมแก้มเขากลับไปฟอดใหญ่เช่นกัน เปรมจับมือของเธออย่างอ่อนโยน กระชับเอาไว้ก่อนจะพาเธอเดินออกไปในงานเลี้ยงด้านนอก เพราะอยู่ที่ไร่มานานหลายวันทำให้เธอได้รู้จักกับบรรดาเมียๆ ของคนงานในไร่ที่มีน้ำใจและยกย่องเธอเสมือนเจ้านายคนหนึ่ง พอเข้าไปในงานสาวๆ ก็มาดึงเธอไปพูดคุยอย่างสนุกสนาน รวมถึงแนะนำอาหารอร่อยๆ มากมายให้เธอได้ลองรับประทาน ในขณะที่เปรมถูกดึงไปอีกด้านเพื่อดื่มกินกับคนงานผู้ชายเปรมนั่งมองฤดีไม่วางตา ดื่มไปมองไป ฤดีหันไปเพราะรู้สึกว่ามีคนมองก็สบตาเข้ากับเปรมเสียแทบทุกครั้ง ทำให้เธอขาสั่นใจสั่น ยิ่งบรรยาก
“กางเต็นท์นอนกันไง บนเตียงนอนไม่ได้แล้วมีหมีตัวใหญ่ขวางอยู่”“กางเต็นท์นอนในห้องนี่นะ”“เปลี่ยนบรรยากาศไง”“บรรยากาศอะไรของคุณ” เธอเอ่ยถามแล้วก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อเขาเดินเข้ามาอุ้มร่างเธอเอาไว้ก่อนจะพาสอดตัวเข้าไปในเต็นท์“เปลี่ยนบรรยากาศอะไรกัน”“คุณอยู่นิ่งๆ สิ ถ้าดิ้นมากๆ เต็นท์พังขึ้นมาจะทำยังไง” เขากอดรัดเธอแน่นๆ กระซิบเสียงดุๆ ที่ริมหู“คุณนี่นะ”“ผมทำไม”“ฉันไม่อนุญาตให้คุณเข้ามาในห้อง ลืมไปแล้วหรือไง”“ผมหิวคุณ จริงๆ นะ” เขาเริ่มลูบไล้ เธอปัดมือของเขาไม่กี่ครั้งก็เริ่มคราง มือหนาถลกชุดนอนของเธอขึ้น เขาซื้อเสื้อผ้าให้เธอหลายชุด โดยเฉพาะชุดนอนกับชุดชั้นในของเธอ แถมยังชอบหนีบเธอไปไหนมาไหนด้วยบ่อยๆ จริงๆ เธอมีโอกาสหนี แต่ใจเจ้ากรรมไม่อยากหนีจากเขานี่สิเปรมขยับกายลงไป ณ เบื้องล่าง เขาถลกชุดนอนของเธอขึ้นเหนือเอว ฤดีผงกศีรษะขึ้นมอง เธอร้องครางยามที่เขาแตะลิ้นลงกับสัดส่วนความเป็นสาวของเธอ ปลายลิ้นสากร้อนของเขาทำให้เธอรู้สึกวาบหวามเหมือนจะขาดใจ มันสอดแทรกเข้าภายใน ยามที่เขาจุ่มจ้วงลิ้นกับความฉ่ำเยิ้มอันหอมหวานมือหนานวดเฟ้นสะโพกผายงอนงามของเธออย่างหนักหน่วง กระตุ้นให้เธอตอบรับสัมผัส
“หนังสนุกไหมเอื้อง” เขาเอ่ยถามหลังจากออกมาจากโรงหนัง“สนุกจ้ะ วันหลังก็ทำแบบนี้นะ”“แบบไหน”“ถ้ามีแฟนก็ทำแบบนี้กับแฟนนะ มันโรแมนติกดี”“ครับ” รักษ์ตอบอย่างเขินๆ ลูบท้ายทอยไปมาเบาๆ“รักษ์”“ว่าไง”“ไปหาอะไรดื่มกันไหม”“หมายถึงไปเที่ยวต่อเหรอ”“กลางค่ำกลางคืนอันตรายไปดื่มที่บ้านของรักษ์ได้ไหม”“จะดึก
“ทำงานแบบแกนี่ดีจริงๆ โพสต์ขายแป๊บๆ แพ็กแทบไม่ทันเลย” เอื้องจันทร์เอ่ยชม และเธอก็เป็นคนที่ช่วยเพื่อนแพ็กของด้วย เรียกว่าแพ็กส่งทุกวันเพราะมีออร์เดอร์ทุกวัน มีขนส่งเอกชนอยู่ใกล้ๆ ที่พัก ตอนเช้าก็ลงไปส่งของได้เลยไม่ต้องเดินทางไกล หอพักที่เธออยู่ก็กว้างขวางมีพื้นที่สำคัญสต็อกสินค้า แต่ถ้าสินค้ามีมาไม่
ฤดีเป็นคนพูดเพราะ อ่อนหวาน ขี้อ้อน เธออยากกินอะไรเขาจึงเลี้ยงเต็มที่ แม้ว่าอาหารที่เธออยากกินจะแพงขนาดไหนก็ตามที ตลอดเส้นทาง มีหนุ่มๆ มองฤดีไม่วางตา เขารู้ว่าเธอเป็นคนสวยเป็นดาวเด่น ฤดีเองก็ชม้ายชายตามองกลับไปด้วยเช่นกัน นั่นทำให้เขารู้สึกว่าฤดีค่อนข้างเจ้าชู้ ถ้าได้เป็นแฟนกับเธอจริงๆ เขาคงหึงจนแทบ
“อยากลองดูดไหม เอื้องไม่เคยยอมให้ใครดูดมาก่อนเลยนะ” เธอถามเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย รักษ์พยักหน้าอย่างยินดีปรีดา เธอถอดเสื้อยืดตัวใหญ่ออกทางศีรษะ ปทุมถันอวบอิ่มก็ปรากฏแก่สายตาของเขา“จับสิรักษ์ ดูดหัวนมให้เอื้องด้วย” เธอจับมือเขามากอบกุมทรวงอกอวบอิ่มเอาไว้ แล้วช้อนเต้าทรวงอวบอิ่มเสนอให้เขาดูดรัด รักษ์ไ







