Share

จูบ (3/4)

last update publish date: 2026-03-05 23:15:39

“โห พี่สั่งแค่น้ำนี่นา นี่เล่นสั่งเค้กมาเพิ่มให้ พี่จะยิ่งเกรงใจเข้าไปใหญ่เลยนะคะ”

“ผมบอกไปแล้วว่าถ้าพี่เกรงใจ ไว้คราวหน้าพี่ก็เลี้ยงผมคืนไงครับ”

“…” ฉันนั่งมองหน้าไวน์แล้วแสดงถึงความรู้สึกเกรงอกเกรงใจ “ไว้พี่จะเลี้ยงคืนแล้วกันนะคะ”

“โอเคครับ”

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงฉันกับไวน์ก็ดื่มเครื่องดื่มและเค้กเสร็จ ก่อนฉันจะเดินออกมายืนรออยู่ที่หน้าร้านส่วนไวน์จ่ายเงินเสร็จก็ขอไปเข้าห้องน้ำสักครู่

ฉันยืนอยู่ตรงที่ร่มแล้วกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กดูโซเชียลสักหน่อย ทว่าดันมีใครบางคนเอ่ยขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาอย่างกระชั้นชิด

“ขอคุยด้วยหน่อยดิ” เป็นเจเคที่เดินมาหาฉัน ก่อนจะจับมือฉันแล้วพาเดินเข้าไปในซอกเล็กๆ ที่ลับตาผู้คน

“คุยอะไรเหรอ แล้วทำไมต้องมาคุยในที่แบบนี้ด้วย” ฉันถามพลางมองไปรอบๆ มันเป็นเพียงซอกแคบๆ

“เรื่องเมื่อคืนน่ะ”

“ทำไมเหรอ”

“เธอพาฉันกลับคอนโดใช่ปะ”

“นายจำอะไรไม่ได้เลยรึไง” ฉันแกล้งถามไปอย่างนั้น เมื่อคืนเขาเมาไม่ได้สติขนาดนั้น ถ้าจำอะไรได้ก็คงเก่งเกินไปแล้ว

“จำได้บางอย่าง”

“อะไรบ้าง?”

“เธอมาหาฉัน”

“อื้ม แล้ว?”

“แล้วเธอก็พาฉันกลับคอนโด”

“จำได้แค่นี้เองเหรอ”

“ไม่รู้สิ มันเหมือนมีอะไรติดอยู่ในหัวอีกแต่ฉันนึกไม่ออกอะ พยายามนึกแล้วนะ”

“นายจูบฉัน” ฉันพูดโพล่งออกไปอย่างไม่มีอ้อมค้อม “เราจูบกัน”

“ฮะ จ…จูบเหรอ” เจเคดูตกใจขึ้นมา “ฉันจูบเธอ?”

“ใช่”

“ฉันเมาเนี่ยนะ”

“เมื่อคืนนายจูบฉัน”

“จูบก็เพราะฉันเมา เธออย่าถือสาเลยนะ”

เห็นท่าทีร้อนรนใจบวกกับใบหน้าที่ซีดเผือดของเขาแล้วฉันรู้สึกไม่สบายใจ เลยตัดสินใจที่จะทำให้เรื่องเมื่อคืนเป็นแค่เรื่องที่ฉันมโนขึ้นมาเองก็แล้วกัน “บ้าน่า ฉันล้อเล่น ดูทำหน้าดิ”

“เอาดีๆ”

“ล้อเล่น นายจะมาจูบฉันได้ยังไง เมาแอ๋ซะขนาดนั้น แค่มีแรงเดินก็ดีแค่ไหนแล้ว”

“โห่ ค่อยโล่งใจหน่อย อย่าล้อฉันเล่นแบบนี้อีกนะ” เจเคมีสีหน้าและท่าทีที่ดูโล่งใจขึ้นมาหลังรู้ว่าฉันแค่พูดล้อเล่น

“อืม ไม่ล้อเล่นแล้ว” แม้มันจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงแต่ฉันคงต้องเก็บมันไว้ในใจคนเดียว

“ยังไงก็ขอบคุณมากนะที่เมื่อคืนมาพาฉันกลับน่ะ”

“ไม่เป็นไร แล้วทำไมถึงดื่มหนักขนาดนั้นล่ะ มีอะไรมากระทบใจหรือเปล่า?”

“นิดหน่อย”

“มีอะไรก็บอกกันได้นะเจ” ฉันวางมือข้างหนึ่งลงบนไหล่กว้างของเขาแล้วบีบเบาๆ “ฉันยินดีรับฟังนายเสมอนะ”

“ขอบใจนะเม แต่ไม่มีอะไรหรอก”

“แน่ใจ”

“แน่ใจ ไปทำงานได้แล้วมั้ง”

ฉันก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้วเงยหน้าขึ้นตอบเขา “คงต้องเป็นอย่างนั้น งั้นฉันไปทำงานก่อนนะ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็ส่งข้อความหรือโทร.มาก็ได้ ฉันจะรีบไปหานายเลย”

“โอเค” เจเคตอบสั้นๆ แล้วคลี่ยิ้มให้ฉันก่อนจะมีคนโทร.เข้ามา เขากดรับแล้วเดินผ่านฉันไปทันที

ฉันทำได้เพียงมองตามหลังเขา แล้วสังเกตเห็นท่าทีระหว่างที่เขาคุยโทรศัพท์นั้นช่างดูร่าเริงซะเหลือเกิน

“คุยกับใครกันเหรอ ดูมีความสุขจัง” ฉันพึมพำแล้วเดินออกมาจากซอกแคบๆ ก่อนจะเดินกลับไปหาไวน์ที่ตอนนี้ยืนชะเง้อมองหาฉันอยู่ที่หน้าร้านกาแฟ

ช่วงเย็น

ผ่านไปจนถึงเวลาเลิกงาน ตอนนี้ฉันรอรถประจำทางอยู่ที่ศาลาสำหรับให้ผู้โดยสารรอขึ้น-ลงรถ อีกประมาณห้านาทีกว่าที่รถรอบต่อไปจะมาถึง ฉันเลยนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือรอไปพลางๆ ไถฟีดดูผู้คนเขาอัปเดตสิ่งตั่งต่างลงโซเชียล

ติ๊ง

เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น ฉันเห็นชื่อของยัยจูเน่ขึ้นโชว์เลยกดเข้าไปดูทันที

JN : ยัยเม

MS : ว่าไงจ๊ะเพื่อนเลิฟ

JN : ว่างแล้วโทร.หาหน่อยสิ

MS : ได้เลย

ส่งข้อความเสร็จฉันก็กดโทร.หาจูเน่ทันทีเพราะตอนนี้ฉันก็ว่างอยู่แล้ว โทร.ไปไม่ถึงสามวินาทียัยจูเน่ก็กดรับอย่างไว

(ว่างแล้วเหรอจ๊ะ)

‘ใช่ พอดีฉันกำลังรอรถประจำทางน่ะ’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   แบบไหนก็แบบนั้น (6/6)

    ณ เมืองหิมะ(จำลอง) เมื่อสวมเครื่องแบบที่ทางเจ้าหน้าที่ให้สวมใส่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันกับไวน์เดินเล่นอยู่ในเมืองหิมะกันอย่างสนุกสนาน ฉันปั้นหิมะเป็นก้อนแล้วจะปามันใส่ไวน์ ทว่ากลับผิดคาดเนื่องจากคนที่ฉันปาไปโดนนั้นกับเป็นเจเค นี่เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันกับไวน์มาเล่นกันอยู่ในเมืองหิมะ “สนุกมากเลยสินะ” เจเคเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนไม่ค่อยพอใจ “หนีฉันมาเล่นกับไอ้หน้าจืดนั่นสองคนคงแฮปปี้สุดๆ เลยดิ” เขาปั้นหิมะเป็นก้อนแล้วปาใส่ตัวฉันแบบไม่แรงมากนัก หน็อย! “เออ สนุกมากเลยโว้ย” ฉันตอบแล้วปั้นก้อนหิมะปาใส่เขากลับแบบเต็มแรง “เดตกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าฉันเนี่ยนะ” เขาปาหิมะใส่ฉันเป็นรอบที่สอง “ฉันบอกนายไปแล้วหนิว่าฉันจะมาออกเดต นายอยากตามมาทำไมล่ะ” ฉันเองก็ไม่ยอม ปาหิมะกลับไปอีก “ฉันไม่ยอมหรอกเว้ย” เจเคปาก้อนหิมะใส่ฉันอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ดูเหมือนมันจะไม่โดนฉันเพราะไวน์เข้ามาบังตัวฉันไว้ “ไม่เป็นไรนะครับ” ไวน์ถามฉัน “…” ฉันส่ายหน้าแทนการตอบ ไวน์ปั้นก้อนหิมะแล้วปามันใส่เจเคแบบเต็มแรงบ้าง แล้วเขาก็ปาอีกก้อนนึงตามไปติดๆ ฉันเองก็ร่วมด้วยช่วยกันกับไวน์ ปั้นก

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   แบบไหนก็แบบนั้น (5/6)

    เวลาต่อมา ณ บ้านผีสิง กรี๊ด! “โอ๊ย หูฉันจะแตกแล้วนะ” ฉันบอกขึ้น เสียงเจเคร้องกรี๊ดอยู่ข้างหูไม่หยุดตั้งแต่ก้าวขาเข้ามา “ถ้ากลัวแล้วนายจะเข้ามาทำไม” “ก็คนมันกลัวนี่นา เธอก็รู้ว่าฉันกลัวผี” เจเคตอบแล้วมาเกาะแขนฉันไว้แน่น “ตัวใหญ่แต่ใจป๊อด สู้น้องไวน์ก็ไม่ได้ ใช่ไหมคะน้อง…อ้าว?” ฉันหันไปหาไวน์แต่ไม่เจอน้องเขาอยู่ข้างๆ น้องเขาหายไปไหนอะ ฉันเลยหันไปดูด้านหลังก็เห็นว่าน้องเขายืนนิ่งอยู่กับที่ นี่อย่าบอกนะว่าน้องเขาก็กลัวผีเหมือนกันอะ โห… “ว่าแต่ฉัน ไอ้รุ่นน้องของเธอมันก็กลัวผีเหมือนกันนั่นแหละวะ” “นายเงียบไปเลยน่า” ฉันบอกกับเจเคแล้วเอ่ยเรียกไวน์ “มานี่สิคะ ไปยืนอยู่ตรงนั้นทำไม” ฉันกวักมือเรียกน้องเขา “ค…ครับ” ไวน์ตอบเสียงสั่นแล้วเดินมาหาฉัน ตอนนี้ทั้งแขนซ้ายและแขนขวาของฉันถูกสองหนุ่มยึดครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉันนี่อยากจะร้องกรี๊ดเลย ไม่ใช่กลัวผีนะแต่ฉันกำลังมาทำอะไรที่นี่ มาเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้สองคนนี้อย่างนั้นเหรอ แทนที่ฉันจะถูกผู้ชายปกป้องกลายเป็นว่าฉันต้องมาปกป้องผู้ชายแทน “ถ้ากลัวขนาดนี้จะเข้ามากันทำไมคะ” “งั้นเราออกกันเถอะครับ” “นั่นสิ เราออกกันเถอะ” ฉันกลอกตา

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   แบบไหนก็แบบนั้น (4/6)

    “ฮะ?” เขาน่าจะบ้าไปแล้วจริงๆ มีคนปกติที่ไหนเอาชุดนักศึกษามาใส่เล่นเพียงแค่เพราะมันดูเท่กัน บ้าบอ “ทำไม แปลกเหรอ” “ไม่รู้ตัวเลย” “ไม่นะ” “ฉันล่ะขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับนายละนะ แล้วนี่ก็ขยับออกไปหน่อย จะมายืนชิดฉันทำไม” ที่ว่างให้ยืนก็มีเยอะแยะแต่เขาเลือกที่จะมายืนเบียดฉัน เอากับเขาสิ แต่ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ เขาขยับเข้ามาใกล้ฉันมากกว่าเดิมไปอีก อีกนิดเดียวจะสิงร่างฉันได้แล้วล่ะ “นี่นาย!” ฉันเริ่มจะมันเขี้ยวเขาขึ้นมาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากขยับหนีออกมา แต่ยิ่งฉันขยับหนีเขาก็ยิ่งขยับตามเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เอี๊ยด! และในขณะนั้นรถก็ดันเบรกกะทันหันอย่างแรง ทำให้ฉันและเจเคถลาตัวเข้ามากอดกันโดยไม่ได้ตั้งใจ และดูเหมือนเจเคจะอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นฉวยโอกาสกอดฉันไว้แน่นแล้วเจ้าตัวก็ทำหน้าเจ้าเล่ห์ให้เห็น “ขอโทษทีนะครับ พอดีมีหมาวิ่งตัดหน้ารถ ไม่มีผู้โดยสารบาดเจ็บใช่ไหมครับ” คนขับรถตะโกนบอกและถามไปในตัว ผู้โดยสารคนอื่นต่างตอบกลับแล้วมายืนหรือนั่งยังจุดเดิม มีก็แต่เจเคที่ยังคงกอดฉันไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “ปล่อยฉันได้แล้ว” ฉันบอกกับเขาแล้วพยายามจะแกะมือของอีกฝ่ายออก แต่ว่าเขานั

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   แบบไหนก็แบบนั้น (3/6)

    “คืนนั้นที่ฉันเมา ฉันจูบเธอใช่ไหมเมษา?” เขาถามเสียงแผ่ว “…” ฉันเบือนหน้าหนีไม่อยากจะตอบ เพราะเรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว “ฉันรู้ว่าเธอโกหกฉันเพื่อความสบายใจ แต่จริงๆ แล้วคืนนั้นฉันจูบเธอจริงๆ ฉันเองก็รู้มาตลอดแต่แค่พยายามหลอกตัวเองเหมือนกัน” “…” เขารู้มาตลอดหรอกเหรอ แต่ทำไมถึงได้ทำเหมือนว่าไม่รู้และไม่มีอะไรขึ้นเลยล่ะ “นายกลับไปได้แล้ว ฉันอยากพักผ่อน” ฉันบอกพลางดันตัวเขาให้เดินถอยหลังออกไป “เธอไม่รู้สึกอะไรเลยรึไงที่เราจูบกันเมื่อกี้” เขาถามแล้วขยับตัวเข้ามาตามเดิม “…” ฉันไม่ตอบแต่ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้สึก รู้สึกสิ แต่แล้วยังไงล่ะ ฉันทำอะไรได้อย่างนั้นเหรอ “ฉันสับสนว่ะเม ใจนึงฉันก็คิดว่าเธอเป็นเพื่อน อีกใจก็…ไม่รู้สิ” “จะสับสนทำไม เข้ามาแบบไหนก็แบบนั้นสิ” “…” “นายเข้ามาแบบเพื่อนก็เป็นแค่เพื่อน แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นเพื่อนของนายอีกต่อไป” ฉันบอกกับเขา “แต่…” “ขอร้องได้ไหม นายอย่ากลับมาในวันที่ฉันกำลังจะทำใจได้แล้วได้ไหม ฉันไม่อยากกลับไปเริ่มต้นทำใจใหม่ นายรู้ไหมว่ามันทรมาณแค่ไหนอะ ฉันเจ็บแค่ไหนนายเคยรู้บ้างหรือเปล่า” ฉันบอกเจเคพร้อมน้ำตาที่ออกมาคลอเบ้าตา ฉันไม่อยากจะร้องไห

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   แบบไหนก็แบบนั้น (2/6)

    เวลาต่อมา หลังจากแยกย้ายกับไวน์ตรงที่สวนสาธารณะฉันก็ถึงอะพาร์ตเมนต์ในเวลาเกือบหกโมงเย็น ตอนแรกเขาจะวนกลับมาส่งแต่ฉันเห็นว่ามันอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่เลยขอกลับมาเองดีกว่า เขาจะได้ไม่ต้องเปลืองน้ำมันรถด้วย แต่ในระหว่างที่ฉันเดินกำลังจะถึงห้องก็ต้องชะงักไปเพราะเจเคมายืนดักรออยู่ในสภาพที่ตัวเปียกชุ่ม ฉันมองดูแล้วได้แต่นึกสงสัยในใจว่าสภาพนี้เขายังไม่กลับคอนโดไปอาบน้ำอาบท่าอีกเรอะ มอมเกิน “หน้าระรื่นเชียวนะ” เขาเอ่ยขึ้น “…” ฉันไม่ตอบแล้วเดินไปที่หน้าห้องก่อนจะไขประตูที่ล็อกไว้ ทว่าเขาดันมาแย่งกุญแจห้องไปจากมือของฉันแบบดื้อๆ “นี่นายเอากุญห้องฉันไปทำไม เอาคืนมาเดี๋ยวนี้” “ไม่คืน” เขาบอกพร้อมกับยัดกุญแจห้องของฉันลงในกระเป๋าเสื้อช็อปของเขา “ฉันจะคืนกุญแจเธอก็ต่อเมื่อเราได้คุยกันเท่านั้น” “คุยอะไรไม่ทราบ ฉันกับนายมีอะไรให้คุยกัน?” “หนึ่ง…เธอโกรธฉันใช่ไหม” “ไม่” “ไม่เชื่อ” “ก็แล้วแต่” “งั้นสอง…เธอกับไอ้รุ่นน้องนั่นคบกันเหรอ” “ขอไม่ตอบ” “ตอบมา” “ไม่” “เออ งั้นสาม…ทำไมเธอต้องเฉยชาใส่ฉันด้วยล่ะ” “ฉันก็ทำแบบที่นายเคยทำกับฉันไง” “แค่เนี้ย” “เออ” “งั้นสี่…” “โอ๊ย จะถา

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   แบบไหนก็แบบนั้น (1/6)

    Episode 9 > แบบไหนก็แบบนั้น #เมษา หลังจากที่เรากินเนื้อย่างเสร็จ ไวน์ก็ขับรถมาส่งฉันที่อะพาร์ตเมนต์ “ขอบคุณนะคะที่มาส่งพี่” “ผมเองก็ต้องขอบคุณพี่เมเช่นกันนะครับสำหรับเนื้อย่างมื้อนี้ มันอร่อยมากๆ เลยครับ” “ถือว่าเราหายกันแล้วนะคะ ไวน์เคยเลี้ยงน้ำพี่แล้วมาตอนนี้พี่ก็เลี้ยงเนื้อย่างคืน เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วเนอะ” “ครับ พี่เมจะขึ้นห้องพักเลยไหม” “ก็ว่าจะขึ้นเลยค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” “พอดีว่าตอนนี้ฝนมันหยุดตกแล้ว ผมอยากจะชวนพี่เมไปเดินเล่นน่ะครับ ไปไหมครับ” “เดินเล่น?” สวนสาธารณะ ฉันตอบรับคำชวนของไวน์แล้วตอนนี้เราสองคนก็มาเดินเล่นกันอยู่ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากอะพาร์ตเมนต์ที่ฉันอยู่สักเท่าไหร่ ฉันเดินตีคู่กับไวน์แล้วต่างคนต่างก้าวขาเดินอย่างเชื่องช้า อากาศหลังฝนตกนี่มันก็สดชื่นดีเหมือนกันนะ “ฟ้าหลังฝนสวยดีนะครับ” ไวน์เอ่ยขึ้นแล้วมองไปที่ท้องฟ้า ฉันมองตามแล้วเอ่ยสมทบ “สวยจริงๆ ด้วยค่ะ” ฟ้าหลังฝนมันดูสวยมากๆ เลยอะ “พี่เมก็สวยนะครับ” “คะ?” “โดยเฉพาะตอนยิ้มยิ่งสวย” ฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียวเมื่อไวน์เอ่ยชมกันดื้อๆ ไม่ว่าใครโดนชมว่าสวยก็ต้อ

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   ห้ามล้ำเส้น (4/4)

    “นั่นสิ จะว่าไปแล้วอากาศก็ร้อนอยู่เหมือนกันนะเนี่ย ขนาดอยู่กลางทะเลแท้ๆ ยังร้อนได้” “ลงน้ำก็เย็นแล้ว” “ลงน้ำ?” “น้ำทะเลตรงหน้านี่ไง” “ไม่เอาอะ ฉันชอบทะเลแต่ไม่ได้ชอบ…” “ลงน้ำทะเล” ฉันยังเอ่ยไม่ทันจบประโยคเจเคเอ่ยแทรกขึ้นมา เขายังคงรู้ใจฉันไม่เปลี่ยนเลยสินะ นี่น่ะเหรอสิ่งที่เพื่อนเขาทำกั

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   ห้ามล้ำเส้น (2/4)

    “พี่จูเขาไม่พอใจอะไรไอริณหรือเปล่าคะ?” “ไม่หรอก อย่างที่พี่บอกว่าจูมันแฮงค์เหล้าอารมณ์มันก็จะแปรปรวนแบบนี้” “เหรอคะ” “ใช่ค่ะ” “แล้วนี่เธอเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยังไง?” เจเคถามฉัน “ดีขึ้นแล้วน่ะ” ฉันตอบพลางคิดในใจว่าต่อหน้าแฟนตัวเองเขายังจะมาเป็นห่วงเป็นใยฉันทำไม “อย่าดื่มเยอะแบบเมื่อคื

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   ห้ามล้ำเส้น (1/4)

    Episode 5 > ห้ามล้ำเส้น เวลาผ่านไปจนช่วงเที่ยงของวัน ฉันและจูเน่นั่งซดข้าวต้มร้อนๆ แก้แฮงค์ ส่วนพี่จีเนียสนั่งดื่มโซจูหนึ่งขวดแบบชิลๆ ว่าพี่แกไม่ได้เพราะรายนั้นคอแข็งพอๆ กับหิน ฉันกับยัยจูเน่เทียบสกิลคอไม่ติดเลยแหละ “แล้วนี่จะเอายังไงต่อคะคุณน้อง จะไปล่องเรือตกหมึกกันอยู่อีกไหม” เป็นพี่จีเนียสท

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   เรื่องที่อยากบอก (3/4)

    ช่วงเย็น ฉันยืนช่วยจูเน่ย่างกุ้งย่างหมึกอยู่ที่หน้าบ้าน แต่การที่ฉันเอาแต่เหม่อลอยมันเลยทำให้กุ้งกับหมึกจำนวนหนึ่งไหม้เกรียมจนกินไม่ได้ “โหยัยเม แกย่างอะไรของแกวะเนี่ย” จูเน่เอ่ยออกมาอย่างตกใจแล้วมองหน้าฉัน “โทษที พอดีฉัน…” “มัวแต่เหม่อใช่ไหม ฉันสังเกตเห็นแกเหม่อๆ ซึมๆ ตั้งแต่กลับมาจากไปเอา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status