Se connecter(เออ นี่เธอเลิกงานแล้วอะดิ)
‘เลิกแล้ว ว่าแต่มีอะไรเหรอถึงให้โทร.หา’ (รู้ใช่ไหมวันเกิดฉันวันไหน) ‘รู้สิ วันเกิดเพื่อนรักฉันจะจำไม่ได้ได้ยังไง’ (น่ารักที่สุด ว่าแต่เธอมีวันลาเหลืออยู่บ้างไหมเม) ‘ก็มีอยู่นะ ปีนี้ฉันยังไม่ได้ลาพักร้อนเลยสักวัน’ (ดีเลย งั้นเธอลาพักร้อนสักสามวันสองคืนสิ ฉันจะไปเลี้ยงฉลองวันเกิดที่ต่างจังหวัดน่ะ ปีนี้ฉันอยากไปเก็บบรรยากาศที่ทะเล) ‘ได้สิ ให้ลาตั้งแต่วันไหนดีล่ะ’ (อืม ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ที่จะถึงนี้) ‘โอเคๆ’ (โอเค เดี๋ยวฉันขอไปเก็บร้านก่อน ไว้ยังไงเดี๋ยวคุยกันใหม่ บายจ้ะ) ‘บาย’ จูเน่กดวางสายไป ส่วนฉันกำลังนับวันอยู่ในใจ วันนี้เป็นวันพุธแล้วนี่นา เท่ากับว่าพรุ่งนี้ฉันต้องยื่นเรื่องลาพักร้อนกับหัวหน้าน่ะสิ ตกดึก เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าๆ ฉันรู้สึกนอนไม่หลับเลยออกมานั่งตากลมอยู่ที่ริมระเบียงหลังห้อง เงยหน้ามองดูท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับอยู่บนนั้นพลางใช้มือลูบสร้อยคอที่ฉันสวมใส่อยู่ “เพื่อนก็คือเพื่อนสินะ” จะมีสักวันไหมที่ฉันจะไม่ได้เป็นแค่เพื่อนของเจเค มันจะมีวันที่เขามองฉันมากกว่าเพื่อนบ้างหรือเปล่า? ก็อก ก็อก เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นสองครั้ง ฉันสะดุ้งตัวเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นเดินไปยังประตูพร้อมกับสงสัยว่าเวลานี้ใครมันมาเคาะห้องกันล่ะเนี่ย ก็อก เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง ฉันไม่กล้าเปิดสุ่มสี่สุ่มห้ากลัวว่าจะเป็นคนแปลกหน้าแล้วมาทำอันตราย อีกทั้งอะพาร์ตเมนต์นี้ที่ประตูไม่ได้มีตาแมวไว้ให้ส่องดูด้านนอกห้องด้วยสิ จะตะโกนถามออกไปก็ไม่กล้า “นี่เม ฉันเอง” เสียงคนดังมาจากนอกห้อง “เปิดประตูให้ที” “เจเคเหรอ?” ฉันถามออกไปเพราะเสียงเหมือนเสียงของเจเค “ใช่ ฉันเอง” เมื่อรู้ว่าเป็นเจเค ฉันก็ปลดล็อกแล้วเปิดประตูออก เห็นร่างสูงยืนอยู่ที่หน้าห้องพร้อมกับถือถุงอะไรมาเต็มสองไม้สองมือ “โห่ จะมาทำไมไม่บอก” “ก็บอกแล้วนี่ไง” เขาตอบแล้วเดินเข้ามาภายใน “บอกตอนถึงหน้าห้องเนี่ยนะ” ฉันเอ่ยสวนกลับแล้วปิดประตูลงอย่างเบามือ เพราะนี่ก็ดึกมากแล้วไม่อยากจะรบกวนเวลาพักผ่อนของห้องอื่นๆ “แล้วมาทำอะไรป่านนี้เนี่ย” “พึ่งห้าทุ่มเอง” “เองเนี่ยนะ” “ก็แล้วทำไมเธอถึงยังไม่นอนล่ะ” “นอนไม่หลับน่ะ” “งั้นก็มานี่สิ มากินก๋วยเตี๋ยวกัน ฉันซื้อมาเผื่อด้วย” เจเคเอ่ยชวนแล้วเดินเข้าไปหยิบถ้วยชามที่ฉันล้างไว้ออกมาใช้พร้อมกับเปิดตู้เย็นสำรวจดู ก่อนจะเดินมานั่งลงตรงโซนรับแขกเล็กๆ ที่ฉันจัดไว้ พอดีห้องที่เช่าอยู่ค่อนข้างมีพื้นที่จำกัด ฉันเลยต้องจัดสรรปันส่วนพื้นที่ห้องโซนละนิดละหน่อย ดีที่มีครัวเล็กๆ แยกให้ กับหนึ่งห้องนอนและหนึ่งห้องน้ำแยกต่างหาก “นึกยังไงถึงมากินก๋วยเตี๋ยวที่ห้องฉันฮะ ปกตินายชอบนั่งกินที่ร้านหนิ” ฉันถามแล้วนั่งลงข้างๆ เขาก่อนจะช่วยแกะก๋วยเตี๋ยวจากถุงเทใส่ถ้วย “พึ่งทำโปรเจกต์งานกับเพื่อนเสร็จน่ะ ต้องส่งอาจารย์พรุ่งนี้” “แล้ว?” “ก็พอดีหอมันอยู่ใกล้ๆ กับอะพาร์ตเมนต์เธอไง ฉันก็เลยแวะมา” “อย่างนั้นเหรอ แต่นึกอยากจะมาก็มาแบบนี้ไม่ได้นะ คราวหน้าต้องบอกฉันล่วงหน้าก่อน มาเคาะห้องดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ใครจะกล้าเปิด” “บ่นเก่งจัง” “ไม่ได้…” ฉันไม่ทันได้พูดจบ ลูกชิ้นลูกโตก็ถูกยัดเข้ามาอยู่ในปากฉัน “กินเข้าไป เธอชอบลูกชิ้นไม่ใช่รึไง” เขาบอกพลางอมยิ้มแล้วมองดูฉันที่ตอนนี้แก้มตุ่ยเพราะอมลูกชิ้นไว้ไม่ยอมเคี้ยว “เคี้ยวสิ” “…” ฉันเคี้ยวแล้วย่นหน้าใส่เขา ยัดลูกชิ้นใส่ปากฉันมาได้ไงตั้งสองลูก ถ้าติดคอตายขึ้นมาจะทำยังไง “อร่อยอะดิ” “อือ ก็อร่อย” ฉันตอบหลังเคี้ยวแล้วกลืนลูกชิ้นลงคอ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็อร่อย “สวยดีนะ” อยู่ๆ เขาก็เอ่ยชมแล้วยกยิ้ม พลางแกะซองเครื่องปรุงใส่ก๋วยเตี๋ยว “อ…อะไร ชมกันดื้อๆ เลยอ่อ” ฉันพยายามเก็บอาการไม่ให้เขินออกหน้า คนบ้าอะไรนึกอยากจะชมก็ชมขึ้นมา แล้วอย่างนี้จะให้ฉันคิดกับเขาแค่เพื่อนตลอดไปได้ยังไงกัน“ขออะไรอีก!” “ขอซอสด้วยสิ” “…” ฉันหยิบซอสแล้วส่งให้เขา ไอ้ตาบ้านี่ชอบมาทำให้ฉันคิดลึกอยู่เรื่อย ไม่ว่าจะสถานะไหนๆ เขาก็ชอบมาทำให้คิดลึกตลอด “ส่วนเรื่องนั้นฉันจะไม่ขอเธอหรอกนะ ไว้เธออยากให้เมื่อไหร่ก็เข้ามาจูบฉันได้เลย แล้วเดี๋ยวฉันจะสานต่อให้เอง รับรองเธอครางเสียงหลงแน่” เขาบอกแล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์ “ไอ้คนบ้า!” เป็นอีกครั้งที่ฉันตีไหล่ของเขาแก้เขิน และฉันกับเขาก็ดูหนังไปนั่งเย้าแหย่กันไปอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเวลาล่วงผ่านมาหลายชั่วโมง “ดึกแล้ว ฉันต้องกลับห้องแล้วนะ” ฉันบอกกับเจเค “นอนด้วยกันไม่ได้เหรอ” เขาถาม “ไม่ได้ พรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานแต่เช้า อีกอย่างฉันยังไม่ได้รีดชุดทำงานเลยด้วย” “ก็ได้ งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งนะ” “อื้อ” เวลาต่อมา ภายในห้อง เจเคมาส่งฉันเสร็จก็อ้อนขออยู่ด้วยอีกสักพัก ฉันเองก็ปฏิเสธไม่ลงเลยอนุญาตเขาไป “เธอจะว่าอะไรไหมถ้าฉันจะขอไดอารี่เล่มนี้ไปเก็บไว้น่ะ” เจเคบอกกับฉันที่ตอนนี้ฉันกำลังรีดชุดทำงานอยู่ “นายอยากได้เหรอ” “อยากได้” “งั้นก็เอาไปสิ” “ขอบคุณครับคุณแฟน” เขาเอ่ยขอบคุณฉันพลางหอมแก้มอีกหนึ่งฟอด “โอ๊ย! ตาบ้า” มือไม้อ่อนแรงขึ้นมาทันท
Episode 11 > สถานะใหม่ #เมษา ฉันรู้สึกใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อได้ยินคำที่ออกมาจากปากเขา ‘เป็นแฟนกันนะเมษา’ คำนี้แค่ประโยคเดียวมันก็ทำฉันทั้งเขินและหวั่นไหวจนแทบบ้า “เธอไม่อยากเป็นแฟนกับฉันเหรอ?” เขาถามอีกครั้งแล้วรั้งตัวฉันไว้ไม่ให้ลุกขึ้น “หายงอนเถอะนะ นะ นะ” เขาส่งสายตาออดอ้อน “ป…ปล่อยก่อนสิ” “ถ้าปล่อยแล้วเธอจะยอมเป็นแฟนฉันไหมล่ะ ถ้ายอมฉันจะปล่อย” “ไม่รู้สิ” ฉันไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรเขาแล้ว แค่มีงอนนิดๆ เท่านั้น “หายงอนฉันได้ไหมเม ฉันอยากให้เธอหายงอนฉันนะ” เขาถามซ้ำ น้ำเสียงแฝงแววกลัวผิดหวังอยู่ลึกๆ ฉันพยายามจะเมิน แต่พอเห็นสายตาที่เขามองมาแบบอ้อนๆ ก็เผลอใจอ่อนจนต้องหลบสายตา “อืม หายก็ได้” ฉันพูดเสียงเบาแทบจะกระซิบ เจเคยิ้มออกมาทันที รอยยิ้มนั้นกว้างจนตาหยี “งั้นตกลงนะ เราเป็นแฟนกันแล้วนะเม” “เดี๋ยว! ฉันยังไม่ได้…” “เธอพูดเองว่าหายงอนแล้ว งั้นก็แปลว่าเธอตกลงเป็นแฟนด้วย” เขารีบเอ่ยแทรก แววตาอ้อนวอนคู่นั้นทำฉันเถียงไม่ออก “ไม่เกี่ยวกันสิ” “เกี่ยวสิ” เจเคยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ เหมือนจะจูบ และนั้นก็ทำให้ใจฉันเต้นแรงจนน่ากลัวว่าจะหลุดออกมาจากอกอย่างไรอย่างนั้น
“ได้สิ เข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า ตรงนี้แดดมันเริ่มจะมาแล้ว” คุณแม่บอกแล้วเดินนำผมเข้าไปยังด้านในแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ ผมเดินตามท่านมาแล้วนั่งอยู่ยังเก้าอี้ตัวตรงข้าม ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ผมชอบเมษาครับคุณแม่” “หืม” คุณแม่ดูแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามผมกลับ “เราสองคนไม่ใช่เพื่อนกันหรอกเหรอ?” “ก่อนหน้าน่ะใช่ครับ แต่ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้ว ผมชอบเมษาแบบแฟนน่ะครับ” “แล้วนี่เจ้าตัวเขารู้หรือเปล่า” “รู้ครับ แต่ดูเหมือนเธอจะยังตึงๆ ใส่ผมอยู่ เพราะก่อนหน้าเรามีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันน่ะครับ” “เมษาน่ะเป็นคนที่แข็งนอกแต่อ่อนใน เอาน้ำเย็นเข้าลูบเดี๋ยวก็ดีขึ้น พ่อหนุ่มเคยได้ยินคำนี้ไหม คำว่าตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลกน่ะ ตื๊อเท่านั้น” คุณแม่ท่านบอกเสร็จก็ยิ้มให้ผม “นี่นายตามมาถึงที่นี่เลยเหรอเนี่ย” และเมษาก็โผล่มาพร้อมกับถือตะกร้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้เดินเข้ามา “อ้าวน้องเม มานั่งนี่ประเดี๋ยวสิลูก มาคุยกันหน่อย” คุณแม่เอ่ยเรียกเมษา เมษายอมเดินมานั่งลงข้างๆ คุณแม่แล้วหันมาทำหน้าบูดบึ้งใส่ผม เธอวางตะกร้าดอกไม้ลง “คุณแม่มีอะไรเหรอคะ” “พ่อหนุ่มคนนี้มาบอกกับแม่ว่าเขานั้นชอบน้องเมมาก ชอบมากๆ” คุณแม
“แหวะ” เธอทำท่าเหมือนจะอ้วกออกมาทันทีที่ผมยอตัวเอง “หลบหน่อย” “จะไปไหน” “จะไปเข้าห้องน้ำ” “...” “หลบไปสิ ฉี่จะแตกแล้วนะ” “ก็ได้” ผมยอมลุกออกจากโต๊ะเพื่อหลบทางให้เธอเดินออกมา แต่เธอบอกว่าปวดฉี่ทำไมถึงไม่เลี้ยวไปทางห้องน้ำแต่เธอออกจากร้านไปแทน ก่อนจะเดินผ่านผมไปแล้วยกยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่พลางโบกมือลาผ่านกระจกนอกร้าน ไอ้เชี่ย! นี่ผมเสียรู้เธอเหรอวะเนี่ย ไม่น่าเลยว่ะ แผนที่วางไว้ล่มไม่เป็นท่า แต่ผมไม่ยอมหรอกนะ “แสบนักนะ เดี๋ยวเจอเลย” ผมรีบเดินไปจ่ายเงินค่าเนื้อย่างกับคุณลุง เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาจากร้านก่อนจะวิ่งตามหลังเธอไปอย่างเร่งรีบ ผมวิ่งมาจนตามเธอทัน ก่อนจะรั้งแขนเธอไว้แล้วดึงคนตัวเล็กเข้ามาแนบชิด “ทำบ้าอะไรของนาย!” เธอถามด้วยท่าทีที่ตกใจเล็กน้อย “ฉันมีอะไรจะบอก” “บอกอะไร?” “ฉันอยากเป็นผัวเธอ ตอนนั้นที่พูดว่าให้เราเป็นเพื่อนกัน คือฉันรู้เท่าไม่ถึงการณ์น่ะ” ผมพูดบ้าอะไรออกไปวะเนี่ย แต่ก็นะ พูดออกไปแล้วหนิ “ฮะ?!” เธอทำหน้าตกใจแล้วขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปม “นายเมาปะเนี่ย” “ไม่ ฉันปกติดี” “…” “ฉันอยากเริ่มสถานะใหม่กับคนเก่าอย่างเธอ คราวนี้
“เหรอ โอนไปแล้วนะ” “เข้าแล้ว ว่าแต่จะไปกินที่ไหน?” “ร้านข้างมหา’ลัย” “งั้นไปสิ และนายต้องเป็นคนจ่ายด้วยนะ” “รู้แล้วน่า มาขึ้นรถสิ” ผมบอกแล้วพาเมษาเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ ผมเปิดประตูอีกฝั่งให้เธอนั่งข้างๆ ทว่าเธอดันไปเปิดประตูเองแล้วขึ้นไปนั่งอยู่เบาะหลัง “ทำไมไม่มานั่งข้างหน้า” “สะดวกนั่งเบาะหลังมากกว่า” ผมไม่อยากจะขัดใจเดี๋ยวกลัวเธอจะเปลี่ยนใจไม่ไปกินเนื้อย่างด้วยกัน และเดี๋ยวแผนที่คิดไว้ก็จะล่มเอา ขับรถวนกลับมาที่ร้านเนื้อย่างข้างมหา’ลัย ขับเข้าจอดในที่จอดแล้วลงมาจากรถ ส่วนเมษาลงตามหลังก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำหน้าผมเข้าไปในร้าน เธอเลือกที่นั่งที่อยู่ริมในสุดซึ่งติดกับริมหน้าต่าง จะว่าไปแล้วเธอไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ เรื่องนั่งโต๊ะเนี่ย เพราะเธอมักจะชอบนั่งในๆ แล้วต้องติดริมหน้าต่าง ผมสั่งอาหารกับคุณลุงเจ้าของร้านเสร็จก็เดินตามไปนั่งลงข้างๆ เธอ “มานั่งอะไรตรงนี้เนี่ย” “ก็ฉันอยากนั่งตรงนี้ไง” “นายไปนั่งอีกฝั่งนึงสิ จะมาเบียดฉันทำไม” “ไม่เอา ฉันชอบนั่งตรงนี้” “งั้นเดี๋ยวฉันไปนั่งตรงนู้นเอง” เธอทำท่าจะลุกขึ้น แต่ดูเหมือนจะพลาดแล้วมานั่งลงอยู่บนตัก
เช้าวันต่อมา ณ มหาวิทยาลัยxxx วันนี้อาจารย์เข้าสอนเก้าโมงเช้าผมเลยต้องแหกขี้ตามามหา’ลัยตั้งแต่เจ็ดโมงกว่าๆ ต้องมาก่อนเวลาสักชั่วโมงเพื่อจะได้มีเวลานั่งจูนสมองก่อนเข้าเรียน ไม่อย่างนั้นจะเป็นเข้าเรียนทุกคาบไม่ทราบอะไรเลย แบบนี้ก็ไม่ไหว เพราะปีนี้ผมตั้งใจจะเรียนให้จบจริงๆ เพื่อนรุ่นเดียวกันเรียนจบไปตั้งนานละมีงานทำกันหมดแล้วด้วย “ทำไมเมื่อวานไม่มาเรียนวะพี่” ไอ้เอ็มมันถามผม อันที่จริงถ้าจำได้เมื่อวานที่เห็นผมแต่งชุดนักศึกษานั้นคือผมไม่ได้แต่งเอาเท่อะไรหรอก ผมมีเรียนจริงๆ แต่ด้วยความที่อยากจะตามเมษาไปเลยทำให้ต้องโกหกแล้วก็ขาดเรียนไปตามระเบียบนั่นแหละครับ “มีธุระ” ผมตอบห้วนๆ “ธุระสำคัญมากเลยดิถึงต้องขาดเรียนอะ” เป็นไอ้น็อตที่ถามเหมือนจะแดกดันไปในตัว “ธุระก็คือธุระ พวกมึงจะถามอะไรให้มันมากความกันวะ” “โห ใช้คำว่ามากความ โคตรเก่าเลยว่ะพี่” “ไอ้นี่!” โคตรเก่าของมันก็คือจะว่าผมโคตรแก่นั่นแหละ “เอ้อ พี่เจ” “อะไร” “พี่รู้ยังว่าไอริณคบกับรุ่นน้องในขณะของเราอะ” “ไม่รู้” ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เธอคบกับใครและเป็นยังไงบ้าง เพราะตั้งแต่เลิกกันไปผมก็ไม่เคยติดต่อกับเธออีกเลย “พี่
N’v : มอนิ่งครับพี่เม แต่แล้วฉันก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นว่าคนที่ส่งข้อความมานั้นไม่ใช่เจเคแต่เป็นไวน์ ฉันเปิดอ่านข้อความค้างไว้พักหนึ่งก่อนจะส่งตอบกลับไวน์ไป MS : มอนิ่งค่ะ ฉันกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ทันทีแล้วนั่งเอาน้ำแข็งประคบตาต่ออีกพักใหญ่ๆ ก่อนจะออกจากห้องเพื่อจะไปทำงาน ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง
“โห พี่สั่งแค่น้ำนี่นา นี่เล่นสั่งเค้กมาเพิ่มให้ พี่จะยิ่งเกรงใจเข้าไปใหญ่เลยนะคะ” “ผมบอกไปแล้วว่าถ้าพี่เกรงใจ ไว้คราวหน้าพี่ก็เลี้ยงผมคืนไงครับ” “…” ฉันนั่งมองหน้าไวน์แล้วแสดงถึงความรู้สึกเกรงอกเกรงใจ “ไว้พี่จะเลี้ยงคืนแล้วกันนะคะ” “โอเคครับ” เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงฉันกับไวน์ก็ดื่มเครื่องดื
พาฉันเดินมาตั้งแต่แรกแท้ๆ ยังจะมาถามว่าเดินไหวไหม ถึงไม่ไหวฉันก็ต้องตอบไหว “พอดีผมเห็นว่าร้านมันอยู่ไม่ไกลจากบริษัทเท่าไหร่น่ะครับ เดินไปน่าจะสะดวกกว่า” ไวน์ตอบพลางยิ้มกว้างแล้วมองฉันสลับกับทางเดิน คนบ้าอะไรยิ้่มอยู่ได้ บางทีก็อยากจะถามว่าเขานั้นไม่เมื่อยปากบ้างหรือยังไง “ค่ะ” ฉันหันไปตอบสั้น
Episode 2 > จูบ คอนโดxxx เวลาล่วงมาจนเที่ยงคืนกว่าๆ ฉันพาเจเคมาส่งที่คอนโดที่เขาใช้พักอาศัยอยู่ กว่าจะพาเขามาถึงห้องได้ค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร เพราะด้วยความที่เขาตัวใหญ่กว่าฉันเกือบเท่าตัวทำให้การประคองเดินนั้นค่อนข้างลำบาก “เฮ้อ” ฉันถอนหายใจแล้วมองดูเขาที่ตอนนี้นอนหลับอยู่ตรงโซฟาตัวยาวอย่าง







