แชร์

จูบ (2/4)

ผู้เขียน: เจ้าหมูน้อย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-05 23:15:35

พาฉันเดินมาตั้งแต่แรกแท้ๆ ยังจะมาถามว่าเดินไหวไหม ถึงไม่ไหวฉันก็ต้องตอบไหว

“พอดีผมเห็นว่าร้านมันอยู่ไม่ไกลจากบริษัทเท่าไหร่น่ะครับ เดินไปน่าจะสะดวกกว่า” ไวน์ตอบพลางยิ้มกว้างแล้วมองฉันสลับกับทางเดิน

คนบ้าอะไรยิ้่มอยู่ได้ บางทีก็อยากจะถามว่าเขานั้นไม่เมื่อยปากบ้างหรือยังไง

“ค่ะ” ฉันหันไปตอบสั้นๆ แล้วเดินไปตามทางถนนเรื่อยๆ เหงื่อก็เริ่มไหลออกมาตามใบหน้าเนื่องจากวันนี้อากาศค่อนข้างร้อนกว่าทุกวัน ปกติจะครึ้มฟ้าครึ้มฝนเสียมากกว่า

“ว่าแต่ปกติพี่เมดื่มกาแฟแบบไหนเหรอครับ” เขาถามในขณะที่เราต่างเดินไปตามทางถนนเรื่อยๆ

“ปกติพี่ไม่ดื่มกาแฟค่ะ”

“แล้วพี่ดื่มอะไร?”

“อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่พวกกาแฟน่ะ”

เราสองคนเดินไปคุยกันไปเรื่อยๆ ไม่นานก็ถึงร้านกาแฟที่เป็นจุดหมาย

Coffee Cafe

“ถึงแล้วครับ”

“ร…ร้านนี้เหรอคะ?”

“ใช่ครับ”

ฉันมองดูร้านกาแฟที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะตาลุกวาวเป็นประกาย ร้านทั้งใหญ่ ทั้งสวย และหรูหราหมาเห่ามากๆ อีกอย่างฉันมาที่ร้านนี้เป็นครั้งแรกเนื่องจากมันค่อนข้างเหมาะกับพวกคนมีเงินเสียส่วนใหญ่ ที่รู้ก็เพราะเคยได้ยินคนเขาพูดต่อๆ กันมาน่ะ เห็นเขาว่าราคากาแฟต่อแก้วคือสองสามร้อยบาทขึ้นไป ฉันสู้ไม่ไหวหรอก เปลืองเงินจะตาย

“คือ…”

ฉันไม่ทันได้พูดอะไรออกมาจากปาก ไวน์ก็จูงมือฉันแล้วพาเดินไปในร้านกาแฟทันที ก่อนจะพาไปนั่งโต๊ะที่อยู่มุมในๆ ของร้าน

“นี่เมนูค่ะ รบกวนสแกนคิวอาร์โค้ดตรงนี้เพื่อสั่งเครื่องดื่มนะคะ” น้องพนักงานเดินมาบอกขั้นตอนการสั่งพร้อมหน้าตาที่ยิ้มแย้มก่อนจะเดินไป

“นี่” ฉันเรียกคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเสียงเบา

“ครับ” เขาขานรับก่อนจะเลื่อนหน้ามาใกล้ๆ “พี่เมมีอะไรเหรอครับ ทำไมต้องทำเสียงเบาแบบนั้น”

“คือเราไปร้านอื่นกันก็ได้นะคะ พี่ว่าร้านนี้ราคามัน…เอ่อ…”

“ผมเลี้ยงครับ พี่อยากดื่มอะไรสั่งได้ตามสบายเลยนะครับ”

“พี่เกรงใจน่ะคะ ราคามันแพงอะ”

“ไม่เป็นไรเลย ผมจ่ายได้ครับ อย่าคิดมากน่า”

“รู้ว่าจ่ายได้ค่ะ แต่มันใช่เรื่องไหมคะที่พนักงานตำแหน่งเล็กๆ แบบเรามาจะนั่งดื่มกาแฟราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้ อีกนิดนี่มันจะถึงค่าแรงขั้นต่ำแล้วนะคะ”

ใครจ่ายได้ฉันไม่รู้ แต่ถ้าเป็นฉันคงไม่พาตัวเองมาจ่ายอะไรแบบนี้แน่นอน จะใช้เงินแต่ละบาทต้องคำนึงถึงหลายๆ สิ่ง อีกอย่างฉันไม่อยากใช้เงินสิ้นเปลืองด้วย

“นานๆ ทีครับ”

“แต่…”

“ถ้าไม่สบายใจ ไว้รอบหน้าพี่เลี้ยงอะไรผมคืนก็ได้”

ฉันมองหน้าไวน์แล้วรู้สึกเกรงใจ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมสั่งเครื่องดื่มมา เขายืนยันว่าจะเลี้ยงแล้วถ้าฉันรู้สึกเกรงใจหรือไม่สบายใจไว้ค่อยเลี้ยงเขาคืนในทีหลัง

“พี่เอานมชมพูแล้วกันค่ะ” ที่ฉันเลือกอันนี้ก็เพราะดูแล้วมันราคาถูกที่สุดในร้าน อีกอย่างของชอบฉันด้วย

“ครับ” ไวน์ยกยิ้มให้ฉันก่อนจะก้มหน้ากดสั่งเครื่องดื่มในโทรศัพท์ ไม่นานนักเขาก็เงยหน้ามาตามเดิมแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ “เรียบร้อยครับ”

“ค่ะ” ฉันยิ้มแห้งใส่เขาแล้วเหลือบสายตามองไปรอบๆ บริเวณ ข้างนอกว่าดูหรูแล้วแต่พอเข้ามาภายในร้านยิ่งหรูหราเข้าไปใหญ่ อีกทั้งผู้คนที่นั่งอยู่ในร้านก็มีแต่คนแต่งตัวดูดีกันเสียส่วนใหญ่

“เม…” เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกชื่อฉัน ก่อนที่เจ้าของเสียงจะมาปรากฏตัวอยู่ตรงโต๊ะที่ฉันนั่ง “มาทำไรเนี่ย?”

ไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญหรืออะไรที่เจเคก็อยู่ร้านเดียวกันกับฉัน

“…” ฉันนิ่งค้างไปชั่วขณะ เมื่อเห็นหน้าเขาเรื่องเมื่อคืนที่เราจูบกันมันก็ลอยเข้ามาในหัวอีกแล้ว

“เม” เจเคเรียกฉันอีกครั้ง

“ฮ…ฮะ?” ฉันดึงตัวเองออกมาจากภวังค์แล้วสบตากับเขา

“ไม่ทำงานเหรอ”

“ทำสิ แต่นี่มันเป็นเวลาพักเที่ยง”

“เออว่ะ ฉันลืม แล้วนี่มากับใคร?” เจเคถามพลางมองไปที่ไวน์

“อ๋อ รุ่นน้องน่ะ ทำงานแผนกเดียวกัน ชื่อไวน์” ปากฉันตอบแต่สายตาก็ดันมองไปที่ริมฝีปากของเจเคอย่างอัตโนมัติ ก่อนใจจะเต้นแรงจนสัมผัสได้ถึงเสียงตึกตักๆ

“ดีครับ” ไวน์เอ่ยทักทายเจเคขึ้นก่อน

“อืม หวัดดี” เจเคตอบกลับห้วนๆ ก่อนจะมองสำรวจไวน์ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วสายตาเขาก็ช่างดูไม่เป็นมิตร “นายเป็นเพื่อนร่วมงานเม?”

“ใช่ครับ”

“เอ่อไวน์ นี่…”

“เจเค เป็นเพื่อนของเมษา” เจเคเอ่ยบอกตัดหน้าแล้วใช้มือวางตรงไหล่ฉัน “เพื่อนสนิท”

“ครับ” ไวน์เอ่ยเพียงสั้นๆ แล้วมองมาที่ฉันพร้อมยกยิ้มกว้างใส่

เขานี่ขยันยิ้มให้ฉันจริงๆ เลยนะ

“เอ่อ…นั่งด้วยกันไหมเจ” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยทำทีเอ่ยชวนเจเคให้มานั่งร่วมโต๊ะด้วยกัน

“นั่นสิครับ นั่งด้วยกันได้นะครับคุณเพื่อนสนิทพี่เม” ไวน์เอ่ยตามหลังฉัน แต่ดูเหมือนเขานั้นจะแอบพูดจาเหน็บแนมใส่เจเค

“ไม่อะ พอดีมีธุระต้องไปทำ ขอตัวก่อนนะเม”

“อื้ม”

เจเคเดินออกไป ส่วนฉันนั้นมองตามหลังจนเขาลับสายตา แล้วได้แต่ครุ่นคิดในใจว่าเขานั้นจะจำเรื่องเมื่อคืนได้หรือเปล่านะ เรื่องที่เขานั้นจูบฉัน

“นี่เครื่องดื่มที่สั่งค่ะ” และในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ พนักงานก็เอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ก่อนจะเดินไป

“นี่ของพี่เมครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

“ส่วนนี่เค้กครับ ผมสั่งมาให้”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   เรื่องที่อยากบอก (2/4)

    “ไม่เป็นไร” “เหอะน่า เดี๋ยวนิ้วสวยๆ ก็เจ็บหรอก” เขายิ้มน้อยๆ ให้ก่อนจะขุดหาเปลือกหอยให้ฉันต่อ ไอ้คนบ้าเอ๊ย~ แบบนี้จะไม่ให้ฉันคิดเกินเพื่อนได้ยังไง และจะไม่ให้หวั่นไหวยังไงไหว ใจฉันก็มีอยู่แค่เนี้ย “โอ๊ะ!” “เป็นอะไร?!” ฉันรีบถามกลับอย่างเป็นห่วงเมื่อได้ยินเขาร้องเสียงหลงเหมือนเจ็บตรงไหนสักที่ เจเคหันหน้ามาหาฉันแล้วชี้ไปที่ตาข้างหนึ่งซึ่งปิดอยู่ ก่อนจะเอ่ยบอก “ทรายเข้าตาฉันน่ะ” “โถ่ ไหน” ฉันใช้มือประคองใบหน้าเขาไว้แล้วมองดูตาข้างที่ปิดของเขา ก่อนจะใช้นิ้วค่อยๆ ปัดเศษทรายออกให้เขาอย่างระมัดระวัง “เจ็บไหมเนี่ย?” “ไม่เจ็บมาก” “จะไม่เจ็บได้ไง” “ไม่เจ็บ แค่เคืองตานิดๆ” เขาค่อยๆ ลืมตาเมื่อฉันปัดทรายออกไปให้จนเกือบจะหมด “ทำไงดี เดี๋ยวฉันไปหาน้ำมาล้างตาให้ดีไหม” ฉันรู้สึกร้อนรนใจและกำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปหาน้ำมาล้างตาให้เขา ทว่าอีกฝ่ายดันรั้งมือฉันไว้ “ไม่ต้อง ฉันไม่เป็นอะไร” เขาบอกแล้วพยายามลืมตากว้างให้ฉันดูเหมือนไม่เป็นอะไรแล้ว “แต่ตานายดูแดงๆ นะ” “เดี๋ยวก็หาย” “…” “เอาอีกไหม” เขาวางเปลือกหอยที่ขุดได้อีกรอบใส่ในมือฉัน “ไม่เอาแล้ว พอแล้วล่ะ” เขาเจ็บตาแบบนี้ฉันไ

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   เรื่องที่อยากบอก (1/4)

    Episode 4 > เรื่องที่อยากบอก ฉันกับเจเคเดินไปตามชายหาดตามที่จูเน่บอก เดินมาสักพักยังไม่เห็นมีวี่แววว่าจะเจอคุณลุงชาวประมงสักคน บ้านสักหลังหรือเรือสักลำก็ไม่มี ฉันหยุดเดินแล้วหันไปหาเจเคที่อยู่ข้างๆ “ไม่เห็นเจอคุณลุงเลยอะ ยัยจูบอกทางผิดปะเนี่ย” “นั่นสิ โทร.ถามจูมันไหม” “คงต้องงั้น” “เดี๋ยวฉันโทร.เอง” เจเคเสนอที่จะเป็นคนโทร. เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทร.หาจูเน่เพื่อที่จะถามให้แน่ใจว่าทางที่บอกมานั้นมันถูกจริงๆ ใช่ไหม ไม่นานนักจูเน่ก็กดรับสาย ประมาณสองนาทีกว่าเห็นจะได้ที่ทั้งสองคนคุยกันก่อนปลายสายจะวางไป “ว่าไงบ้าง” “จูมันบอกว่าให้เดินไปอีกหน่อยอะ” “เดินไปอีกเหรอ” “ใช่ เห็นบอกว่าจะเจอกับบ้านหลังเล็กๆ ให้เราสองคนเดินไปที่นั่น” “…” นี่ยัยจูเน่มีแผนอะไรหรือเปล่า ยัยนี่ต้องกำลังเปิดโอกาสให้ฉันอยู่กับเจเคตามลำพังแน่ๆ “เธอเดินไหวไหม?” เจเคถามฉัน “ไหวสิ ไปกันเถอะ” ฉันตอบ และฉันกับเขาก็เดินกันไปเรื่อยๆ ตามทางของชายหาดพลางพูดคุยกันไปต่างๆ นานา จนกระทั่งมาถึงยังบ้านหลังหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าใช่หลังเดียวกันกับที่จูเน่บอกไหม “น่าจะใช่ ฉันว่าหลังนี้” เจเคบอกขึ้น ก่อนจะ

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (4/4)

    “มานี่หน่อยยัยเม” อยู่ๆ จูเน่ก็ลากตัวฉันให้เดินตามเข้าไปในบ้าน ก่อนจะจับฉันนั่งที่โซฟาแล้วนางก็นั่งลงข้างๆ “มีอะไรหรือเปล่า?” ฉันถามเมื่อเห็นว่าจูเน่จ้องหน้าฉันเหมือนมีอะไรอยากจะพูด “พร้อมหรือเปล่า” “พ…พร้อมอะไร?” ฉันงงเข้าไปใหญ่ ไม่รู้ที่เพื่อนพูดมานั้นหมายถึงอะไร “ก็ฉันจะให้แกสารภาพรักกับเจเคมันไง ทริปทะเลวันเกิดฉันฉันจะหาโอกาสเหมาะๆ ให้แกกับมัน” “จะบ้าเรอะ ไม่เอา!” ฉันรีบปฎิเสธเสียงดัง “จะบ้ารึไง อยู่ๆ จะให้ฉันสารภาพรักกับเจเคเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอก ไม่ได้เตรียมใจมาขนาดนั้น” “โถ่ยัยเม ชอบก็บอกชอบสิ จะรออะไรเล่า รอให้มันสายไปมากกว่านี้รึไงยะ” “ฉัน… ฉัน…” “ฉันอยากช่วยแกนะเม ฉันไม่อยากให้แกต้องแอบรักใครแบบนี้อะ แกแอบรักมันมานานมากแล้วนะ” จูเน่กุมมือฉันแล้วบีบเบาๆ สีหน้าของเพื่อนสาวที่แสดงออกถึงฉันนั้นมันช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งสงสารและห่วงใยปะปนกัน “ขอบใจแกมากนะจู ฉันรู้ว่าแกหวังดีกับฉัน แต่ฉันกลัวอะ กลัวว่าถ้าฉันสารภาพออกไปว่าชอบเจเค ฉันกลัวว่าจะเสียเขาไปน่ะ แม้แต่เพื่อนก็อาจจะกลับมาเป็นไม่ได้อีก” ฉันกลัวไปหมด มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะบอกออกไปว่าชอบ ย

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (3/4)

    “แต่อย่างน้อยก็ได้บอก ถึงไม่สมหวังแต่เธอก็ไม่ต้องเก็บมันไว้ในใจคนเดียวอีกต่อไปนะ” “ไม่รู้สิ ฉันสับสนอะ” ฉันบอกแล้วหันไปหาจูเน่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน ควรจะบอกเขาจริงๆ หรือว่าไม่ควร แต่เมื่อคืนฉันก็เกือบจะบอกไปแล้วเหมือนกัน “ช่างมันเถอะ ฉันว่าเราเลิกคิดเรื่องน่าปวดหัวนี่เถอะ ตอนนี้เรามาคิดกันดีกว่าว่าคืนนี้เราจะดื่มจะดริ๊งก์กันถึงตีอะไร หรือว่าเช้าเลย” ใบหน้าของเพื่อนยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “หรือว่าฉันจะมอมเหล้าแก” “บ้า ฉันไม่ดื่มไม่ดริ๊งก์หนักขนาดนั้นเด็ดขาด เอาแค่พอเป็นพิธีพอ” “อะไรอ่า วันเกิดฉันทั้งทีนะ” “แกก็รู้ว่า…” “ปีก่อนๆ ไม่รู้ แต่ปีนี้ดื่มหน่อยได้ไหม ถือว่าเพื่อนเลิฟคนนี้ขอเป็นของขวัญวันเกิด” จูเน่ดึงตัวฉันเข้าไปกอดแล้วใช้ลูกอ้อนฉบับที่ฉันก็ปฏิเสธไม่ลง “ก็ได้ๆ” “เย่ เลิฟเพื่อนที่สุด” ขับรถมาอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงจุดหมายปลายทาง ฉันมีแอบผล็อยหลับไประหว่างทางอาจจะเพราะฤทธิ์ยาแก้เมารถ และก็มาตื่นตอนจวนใกล้จะถึง “เฮ้อ ถึงซะที” จูเน่ถอนหายใจอย่างโลกอกแล้วเปิดประตูลงจากรถ เอาจริงๆ คนที่ควรจะถอนหายใจและโล่งอกมันควรจะเป็นฉันมากกว่านะ นั่งเกร็งมาตลอดทาง แซงได

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (2/4)

    ผ่านไปเกือบห้านาทีเห็นจะได้ที่เจเคหายไปคุยโทรศัพท์ก่อนจะกลับเข้ามา เขาเดินตรงมาหาฉันแล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงดินในกระถางต้นไม้ “โทษทีนะ พอดีคุยธุระมาน่ะ” “ไม่เป็นไร ไม่เห็นต้องขอโทษอะไรเลย มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรสักหน่อย” “แล้วนี่คุยกับจูเน่มันหรือยังเรื่องงานวันเกิดมันน่ะ” “คุยแล้ว” นี่เขาลืมเรื่องที่ถามฉันก่อนหน้าสินะ “แล้วไปไหม” “ไปสิ ยัยจูก็เป็นเพื่อนรักฉันเหมือนกันนะ แล้วนายล่ะไปไหม” “ไปสิ จูเน่มันก็เพื่อนฉันคนหนึ่ง อีกอย่างฉันมีเรื่องที่จะบอกด้วย” เขานิ่งไปชั่วครู่หลังจากที่พูดจบ “เรื่องที่จะบอก… ว่าแต่เรื่องอะไรแล้วบอกใครเหรอ ฉันหรือยัยจู?” “บอกเธอก่อน” “งั้นบอกมาสิ” “ไว้ค่อยบอกตอนถึงงานวันเกิดจูเน่” “เอ้า ทำไม…” “ฉันกลับก่อนนะ เที่ยงคืนกว่าละ” พูดจบคนตัวสูงก็เดินออกไปจากห้องฉันทันที ทิ้งให้ฉันยืนคาใจอยู่คนเดียว เรื่องที่เขาอยากจะบอกนั้นคืออะไร แล้วทำไมต้องรอให้ถึงวันเกิดของจูเน่ก่อนล่ะ? “หรือว่า…” และฉันก็คิดไปต่างๆ นานา รวมถึงคิดไปว่าเจเคอาจจะสารภาพรักกับฉันหรือเปล่า บางทีเขาเองก็อาจจะแอบชอบเพื่อนอย่างฉันอยู่เหมือนกันแต่ไม่กล้าบอกสินะ สองวันต่อมา ฉั

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (1/4)

    Episode 3 > มองฉันแบบไหน “สร้อยที่ใส่น่ะสวยดีนะ” “…” อ…อ้าว นี่เขาไม่ได้ชมว่าฉันสวยแต่ชมสร้อยที่คอฉันหรอกเหรอ ไอ้ฉันก็คิดเข้าข้างตัวเองไปซะไกลเลยนึกว่าชมกัน “ตอนที่ไปซื้อน่ะ ฉันมองดูปุ๊บก็รู้เลยว่ามันต้องเหมาะกับเธอ” เขาบอกพลางใช้ตะเกียบคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวกินไปด้วย ก่อนจะเคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนคนหิวโหย “ขนาดนั้นเลยเหรอ ขอถามหน่อยได้ไหม” ฉันเอ่ยพลางจ้องมองดูเขาที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย “อื้ม ถามสิ” “คิดยังไงถึงซื้อสร้อยให้งั้นเหรอ” “ก็เห็นว่าเธอเป็นเพื่อนฉันมานานไง ก็เลยซื้อให้เป็นของแทนใจ” “คำว่าของแทนใจมันใช้สำหรับคนเป็นแฟนกันปะ” “ไม่เห็นเกี่ยวเลย เป็นเพื่อนกันก็ใช้ได้หนิ มันมีกฎข้อไหนบอกเหรอว่าคำว่าของแทนใจห้ามใช้กับเพื่อน” “ก็ไม่มีหรอก แต่ส่วนมากที่ฉันเห็นเขามักจะใช้กับคนที่เป็นแฟนกันน่ะนะ” “อย่าคิดมาก ฉันจะใช้กับเพื่อนมันจะทำไม” “เพื่อน เพื่อน เพื่อน” ฉันเอ่ยย้ำคำว่าเพื่อนด้วยความนอยด์ออกมาอย่างไม่ตั้งใจ “ทำไม เป็นอะไรฮึ” เจเคถามแล้วมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ทั้งงงทั้งสงสัย “เธอนอยด์อะไรอะไรฉัน?” และเหมือนเขานั้นจะดูออกว่าฉันนอย “ป…เปล่า ฉันนอยด์ที่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status