Mag-log inพาฉันเดินมาตั้งแต่แรกแท้ๆ ยังจะมาถามว่าเดินไหวไหม ถึงไม่ไหวฉันก็ต้องตอบไหว
“พอดีผมเห็นว่าร้านมันอยู่ไม่ไกลจากบริษัทเท่าไหร่น่ะครับ เดินไปน่าจะสะดวกกว่า” ไวน์ตอบพลางยิ้มกว้างแล้วมองฉันสลับกับทางเดิน คนบ้าอะไรยิ้่มอยู่ได้ บางทีก็อยากจะถามว่าเขานั้นไม่เมื่อยปากบ้างหรือยังไง “ค่ะ” ฉันหันไปตอบสั้นๆ แล้วเดินไปตามทางถนนเรื่อยๆ เหงื่อก็เริ่มไหลออกมาตามใบหน้าเนื่องจากวันนี้อากาศค่อนข้างร้อนกว่าทุกวัน ปกติจะครึ้มฟ้าครึ้มฝนเสียมากกว่า “ว่าแต่ปกติพี่เมดื่มกาแฟแบบไหนเหรอครับ” เขาถามในขณะที่เราต่างเดินไปตามทางถนนเรื่อยๆ “ปกติพี่ไม่ดื่มกาแฟค่ะ” “แล้วพี่ดื่มอะไร?” “อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่พวกกาแฟน่ะ” เราสองคนเดินไปคุยกันไปเรื่อยๆ ไม่นานก็ถึงร้านกาแฟที่เป็นจุดหมาย Coffee Cafe “ถึงแล้วครับ” “ร…ร้านนี้เหรอคะ?” “ใช่ครับ” ฉันมองดูร้านกาแฟที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะตาลุกวาวเป็นประกาย ร้านทั้งใหญ่ ทั้งสวย และหรูหราหมาเห่ามากๆ อีกอย่างฉันมาที่ร้านนี้เป็นครั้งแรกเนื่องจากมันค่อนข้างเหมาะกับพวกคนมีเงินเสียส่วนใหญ่ ที่รู้ก็เพราะเคยได้ยินคนเขาพูดต่อๆ กันมาน่ะ เห็นเขาว่าราคากาแฟต่อแก้วคือสองสามร้อยบาทขึ้นไป ฉันสู้ไม่ไหวหรอก เปลืองเงินจะตาย “คือ…” ฉันไม่ทันได้พูดอะไรออกมาจากปาก ไวน์ก็จูงมือฉันแล้วพาเดินไปในร้านกาแฟทันที ก่อนจะพาไปนั่งโต๊ะที่อยู่มุมในๆ ของร้าน “นี่เมนูค่ะ รบกวนสแกนคิวอาร์โค้ดตรงนี้เพื่อสั่งเครื่องดื่มนะคะ” น้องพนักงานเดินมาบอกขั้นตอนการสั่งพร้อมหน้าตาที่ยิ้มแย้มก่อนจะเดินไป “นี่” ฉันเรียกคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเสียงเบา “ครับ” เขาขานรับก่อนจะเลื่อนหน้ามาใกล้ๆ “พี่เมมีอะไรเหรอครับ ทำไมต้องทำเสียงเบาแบบนั้น” “คือเราไปร้านอื่นกันก็ได้นะคะ พี่ว่าร้านนี้ราคามัน…เอ่อ…” “ผมเลี้ยงครับ พี่อยากดื่มอะไรสั่งได้ตามสบายเลยนะครับ” “พี่เกรงใจน่ะคะ ราคามันแพงอะ” “ไม่เป็นไรเลย ผมจ่ายได้ครับ อย่าคิดมากน่า” “รู้ว่าจ่ายได้ค่ะ แต่มันใช่เรื่องไหมคะที่พนักงานตำแหน่งเล็กๆ แบบเรามาจะนั่งดื่มกาแฟราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้ อีกนิดนี่มันจะถึงค่าแรงขั้นต่ำแล้วนะคะ” ใครจ่ายได้ฉันไม่รู้ แต่ถ้าเป็นฉันคงไม่พาตัวเองมาจ่ายอะไรแบบนี้แน่นอน จะใช้เงินแต่ละบาทต้องคำนึงถึงหลายๆ สิ่ง อีกอย่างฉันไม่อยากใช้เงินสิ้นเปลืองด้วย “นานๆ ทีครับ” “แต่…” “ถ้าไม่สบายใจ ไว้รอบหน้าพี่เลี้ยงอะไรผมคืนก็ได้” ฉันมองหน้าไวน์แล้วรู้สึกเกรงใจ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมสั่งเครื่องดื่มมา เขายืนยันว่าจะเลี้ยงแล้วถ้าฉันรู้สึกเกรงใจหรือไม่สบายใจไว้ค่อยเลี้ยงเขาคืนในทีหลัง “พี่เอานมชมพูแล้วกันค่ะ” ที่ฉันเลือกอันนี้ก็เพราะดูแล้วมันราคาถูกที่สุดในร้าน อีกอย่างของชอบฉันด้วย “ครับ” ไวน์ยกยิ้มให้ฉันก่อนจะก้มหน้ากดสั่งเครื่องดื่มในโทรศัพท์ ไม่นานนักเขาก็เงยหน้ามาตามเดิมแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ “เรียบร้อยครับ” “ค่ะ” ฉันยิ้มแห้งใส่เขาแล้วเหลือบสายตามองไปรอบๆ บริเวณ ข้างนอกว่าดูหรูแล้วแต่พอเข้ามาภายในร้านยิ่งหรูหราเข้าไปใหญ่ อีกทั้งผู้คนที่นั่งอยู่ในร้านก็มีแต่คนแต่งตัวดูดีกันเสียส่วนใหญ่ “เม…” เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกชื่อฉัน ก่อนที่เจ้าของเสียงจะมาปรากฏตัวอยู่ตรงโต๊ะที่ฉันนั่ง “มาทำไรเนี่ย?” ไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญหรืออะไรที่เจเคก็อยู่ร้านเดียวกันกับฉัน “…” ฉันนิ่งค้างไปชั่วขณะ เมื่อเห็นหน้าเขาเรื่องเมื่อคืนที่เราจูบกันมันก็ลอยเข้ามาในหัวอีกแล้ว “เม” เจเคเรียกฉันอีกครั้ง “ฮ…ฮะ?” ฉันดึงตัวเองออกมาจากภวังค์แล้วสบตากับเขา “ไม่ทำงานเหรอ” “ทำสิ แต่นี่มันเป็นเวลาพักเที่ยง” “เออว่ะ ฉันลืม แล้วนี่มากับใคร?” เจเคถามพลางมองไปที่ไวน์ “อ๋อ รุ่นน้องน่ะ ทำงานแผนกเดียวกัน ชื่อไวน์” ปากฉันตอบแต่สายตาก็ดันมองไปที่ริมฝีปากของเจเคอย่างอัตโนมัติ ก่อนใจจะเต้นแรงจนสัมผัสได้ถึงเสียงตึกตักๆ “ดีครับ” ไวน์เอ่ยทักทายเจเคขึ้นก่อน “อืม หวัดดี” เจเคตอบกลับห้วนๆ ก่อนจะมองสำรวจไวน์ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วสายตาเขาก็ช่างดูไม่เป็นมิตร “นายเป็นเพื่อนร่วมงานเม?” “ใช่ครับ” “เอ่อไวน์ นี่…” “เจเค เป็นเพื่อนของเมษา” เจเคเอ่ยบอกตัดหน้าแล้วใช้มือวางตรงไหล่ฉัน “เพื่อนสนิท” “ครับ” ไวน์เอ่ยเพียงสั้นๆ แล้วมองมาที่ฉันพร้อมยกยิ้มกว้างใส่ เขานี่ขยันยิ้มให้ฉันจริงๆ เลยนะ “เอ่อ…นั่งด้วยกันไหมเจ” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยทำทีเอ่ยชวนเจเคให้มานั่งร่วมโต๊ะด้วยกัน “นั่นสิครับ นั่งด้วยกันได้นะครับคุณเพื่อนสนิทพี่เม” ไวน์เอ่ยตามหลังฉัน แต่ดูเหมือนเขานั้นจะแอบพูดจาเหน็บแนมใส่เจเค “ไม่อะ พอดีมีธุระต้องไปทำ ขอตัวก่อนนะเม” “อื้ม” เจเคเดินออกไป ส่วนฉันนั้นมองตามหลังจนเขาลับสายตา แล้วได้แต่ครุ่นคิดในใจว่าเขานั้นจะจำเรื่องเมื่อคืนได้หรือเปล่านะ เรื่องที่เขานั้นจูบฉัน “นี่เครื่องดื่มที่สั่งค่ะ” และในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ พนักงานก็เอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ก่อนจะเดินไป “นี่ของพี่เมครับ” “ขอบคุณค่ะ” “ส่วนนี่เค้กครับ ผมสั่งมาให้”“ขออะไรอีก!” “ขอซอสด้วยสิ” “…” ฉันหยิบซอสแล้วส่งให้เขา ไอ้ตาบ้านี่ชอบมาทำให้ฉันคิดลึกอยู่เรื่อย ไม่ว่าจะสถานะไหนๆ เขาก็ชอบมาทำให้คิดลึกตลอด “ส่วนเรื่องนั้นฉันจะไม่ขอเธอหรอกนะ ไว้เธออยากให้เมื่อไหร่ก็เข้ามาจูบฉันได้เลย แล้วเดี๋ยวฉันจะสานต่อให้เอง รับรองเธอครางเสียงหลงแน่” เขาบอกแล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์ “ไอ้คนบ้า!” เป็นอีกครั้งที่ฉันตีไหล่ของเขาแก้เขิน และฉันกับเขาก็ดูหนังไปนั่งเย้าแหย่กันไปอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งเวลาล่วงผ่านมาหลายชั่วโมง “ดึกแล้ว ฉันต้องกลับห้องแล้วนะ” ฉันบอกกับเจเค “นอนด้วยกันไม่ได้เหรอ” เขาถาม “ไม่ได้ พรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานแต่เช้า อีกอย่างฉันยังไม่ได้รีดชุดทำงานเลยด้วย” “ก็ได้ งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งนะ” “อื้อ” เวลาต่อมา ภายในห้อง เจเคมาส่งฉันเสร็จก็อ้อนขออยู่ด้วยอีกสักพัก ฉันเองก็ปฏิเสธไม่ลงเลยอนุญาตเขาไป “เธอจะว่าอะไรไหมถ้าฉันจะขอไดอารี่เล่มนี้ไปเก็บไว้น่ะ” เจเคบอกกับฉันที่ตอนนี้ฉันกำลังรีดชุดทำงานอยู่ “นายอยากได้เหรอ” “อยากได้” “งั้นก็เอาไปสิ” “ขอบคุณครับคุณแฟน” เขาเอ่ยขอบคุณฉันพลางหอมแก้มอีกหนึ่งฟอด “โอ๊ย! ตาบ้า” มือไม้อ่อนแรงขึ้นมาทันท
Episode 11 > สถานะใหม่ #เมษา ฉันรู้สึกใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อได้ยินคำที่ออกมาจากปากเขา ‘เป็นแฟนกันนะเมษา’ คำนี้แค่ประโยคเดียวมันก็ทำฉันทั้งเขินและหวั่นไหวจนแทบบ้า “เธอไม่อยากเป็นแฟนกับฉันเหรอ?” เขาถามอีกครั้งแล้วรั้งตัวฉันไว้ไม่ให้ลุกขึ้น “หายงอนเถอะนะ นะ นะ” เขาส่งสายตาออดอ้อน “ป…ปล่อยก่อนสิ” “ถ้าปล่อยแล้วเธอจะยอมเป็นแฟนฉันไหมล่ะ ถ้ายอมฉันจะปล่อย” “ไม่รู้สิ” ฉันไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรเขาแล้ว แค่มีงอนนิดๆ เท่านั้น “หายงอนฉันได้ไหมเม ฉันอยากให้เธอหายงอนฉันนะ” เขาถามซ้ำ น้ำเสียงแฝงแววกลัวผิดหวังอยู่ลึกๆ ฉันพยายามจะเมิน แต่พอเห็นสายตาที่เขามองมาแบบอ้อนๆ ก็เผลอใจอ่อนจนต้องหลบสายตา “อืม หายก็ได้” ฉันพูดเสียงเบาแทบจะกระซิบ เจเคยิ้มออกมาทันที รอยยิ้มนั้นกว้างจนตาหยี “งั้นตกลงนะ เราเป็นแฟนกันแล้วนะเม” “เดี๋ยว! ฉันยังไม่ได้…” “เธอพูดเองว่าหายงอนแล้ว งั้นก็แปลว่าเธอตกลงเป็นแฟนด้วย” เขารีบเอ่ยแทรก แววตาอ้อนวอนคู่นั้นทำฉันเถียงไม่ออก “ไม่เกี่ยวกันสิ” “เกี่ยวสิ” เจเคยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ เหมือนจะจูบ และนั้นก็ทำให้ใจฉันเต้นแรงจนน่ากลัวว่าจะหลุดออกมาจากอกอย่างไรอย่างนั้น
“ได้สิ เข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า ตรงนี้แดดมันเริ่มจะมาแล้ว” คุณแม่บอกแล้วเดินนำผมเข้าไปยังด้านในแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ ผมเดินตามท่านมาแล้วนั่งอยู่ยังเก้าอี้ตัวตรงข้าม ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ผมชอบเมษาครับคุณแม่” “หืม” คุณแม่ดูแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามผมกลับ “เราสองคนไม่ใช่เพื่อนกันหรอกเหรอ?” “ก่อนหน้าน่ะใช่ครับ แต่ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้ว ผมชอบเมษาแบบแฟนน่ะครับ” “แล้วนี่เจ้าตัวเขารู้หรือเปล่า” “รู้ครับ แต่ดูเหมือนเธอจะยังตึงๆ ใส่ผมอยู่ เพราะก่อนหน้าเรามีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันน่ะครับ” “เมษาน่ะเป็นคนที่แข็งนอกแต่อ่อนใน เอาน้ำเย็นเข้าลูบเดี๋ยวก็ดีขึ้น พ่อหนุ่มเคยได้ยินคำนี้ไหม คำว่าตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลกน่ะ ตื๊อเท่านั้น” คุณแม่ท่านบอกเสร็จก็ยิ้มให้ผม “นี่นายตามมาถึงที่นี่เลยเหรอเนี่ย” และเมษาก็โผล่มาพร้อมกับถือตะกร้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้เดินเข้ามา “อ้าวน้องเม มานั่งนี่ประเดี๋ยวสิลูก มาคุยกันหน่อย” คุณแม่เอ่ยเรียกเมษา เมษายอมเดินมานั่งลงข้างๆ คุณแม่แล้วหันมาทำหน้าบูดบึ้งใส่ผม เธอวางตะกร้าดอกไม้ลง “คุณแม่มีอะไรเหรอคะ” “พ่อหนุ่มคนนี้มาบอกกับแม่ว่าเขานั้นชอบน้องเมมาก ชอบมากๆ” คุณแม
“แหวะ” เธอทำท่าเหมือนจะอ้วกออกมาทันทีที่ผมยอตัวเอง “หลบหน่อย” “จะไปไหน” “จะไปเข้าห้องน้ำ” “...” “หลบไปสิ ฉี่จะแตกแล้วนะ” “ก็ได้” ผมยอมลุกออกจากโต๊ะเพื่อหลบทางให้เธอเดินออกมา แต่เธอบอกว่าปวดฉี่ทำไมถึงไม่เลี้ยวไปทางห้องน้ำแต่เธอออกจากร้านไปแทน ก่อนจะเดินผ่านผมไปแล้วยกยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่พลางโบกมือลาผ่านกระจกนอกร้าน ไอ้เชี่ย! นี่ผมเสียรู้เธอเหรอวะเนี่ย ไม่น่าเลยว่ะ แผนที่วางไว้ล่มไม่เป็นท่า แต่ผมไม่ยอมหรอกนะ “แสบนักนะ เดี๋ยวเจอเลย” ผมรีบเดินไปจ่ายเงินค่าเนื้อย่างกับคุณลุง เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาจากร้านก่อนจะวิ่งตามหลังเธอไปอย่างเร่งรีบ ผมวิ่งมาจนตามเธอทัน ก่อนจะรั้งแขนเธอไว้แล้วดึงคนตัวเล็กเข้ามาแนบชิด “ทำบ้าอะไรของนาย!” เธอถามด้วยท่าทีที่ตกใจเล็กน้อย “ฉันมีอะไรจะบอก” “บอกอะไร?” “ฉันอยากเป็นผัวเธอ ตอนนั้นที่พูดว่าให้เราเป็นเพื่อนกัน คือฉันรู้เท่าไม่ถึงการณ์น่ะ” ผมพูดบ้าอะไรออกไปวะเนี่ย แต่ก็นะ พูดออกไปแล้วหนิ “ฮะ?!” เธอทำหน้าตกใจแล้วขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปม “นายเมาปะเนี่ย” “ไม่ ฉันปกติดี” “…” “ฉันอยากเริ่มสถานะใหม่กับคนเก่าอย่างเธอ คราวนี้
“เหรอ โอนไปแล้วนะ” “เข้าแล้ว ว่าแต่จะไปกินที่ไหน?” “ร้านข้างมหา’ลัย” “งั้นไปสิ และนายต้องเป็นคนจ่ายด้วยนะ” “รู้แล้วน่า มาขึ้นรถสิ” ผมบอกแล้วพาเมษาเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ ผมเปิดประตูอีกฝั่งให้เธอนั่งข้างๆ ทว่าเธอดันไปเปิดประตูเองแล้วขึ้นไปนั่งอยู่เบาะหลัง “ทำไมไม่มานั่งข้างหน้า” “สะดวกนั่งเบาะหลังมากกว่า” ผมไม่อยากจะขัดใจเดี๋ยวกลัวเธอจะเปลี่ยนใจไม่ไปกินเนื้อย่างด้วยกัน และเดี๋ยวแผนที่คิดไว้ก็จะล่มเอา ขับรถวนกลับมาที่ร้านเนื้อย่างข้างมหา’ลัย ขับเข้าจอดในที่จอดแล้วลงมาจากรถ ส่วนเมษาลงตามหลังก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำหน้าผมเข้าไปในร้าน เธอเลือกที่นั่งที่อยู่ริมในสุดซึ่งติดกับริมหน้าต่าง จะว่าไปแล้วเธอไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ เรื่องนั่งโต๊ะเนี่ย เพราะเธอมักจะชอบนั่งในๆ แล้วต้องติดริมหน้าต่าง ผมสั่งอาหารกับคุณลุงเจ้าของร้านเสร็จก็เดินตามไปนั่งลงข้างๆ เธอ “มานั่งอะไรตรงนี้เนี่ย” “ก็ฉันอยากนั่งตรงนี้ไง” “นายไปนั่งอีกฝั่งนึงสิ จะมาเบียดฉันทำไม” “ไม่เอา ฉันชอบนั่งตรงนี้” “งั้นเดี๋ยวฉันไปนั่งตรงนู้นเอง” เธอทำท่าจะลุกขึ้น แต่ดูเหมือนจะพลาดแล้วมานั่งลงอยู่บนตัก
เช้าวันต่อมา ณ มหาวิทยาลัยxxx วันนี้อาจารย์เข้าสอนเก้าโมงเช้าผมเลยต้องแหกขี้ตามามหา’ลัยตั้งแต่เจ็ดโมงกว่าๆ ต้องมาก่อนเวลาสักชั่วโมงเพื่อจะได้มีเวลานั่งจูนสมองก่อนเข้าเรียน ไม่อย่างนั้นจะเป็นเข้าเรียนทุกคาบไม่ทราบอะไรเลย แบบนี้ก็ไม่ไหว เพราะปีนี้ผมตั้งใจจะเรียนให้จบจริงๆ เพื่อนรุ่นเดียวกันเรียนจบไปตั้งนานละมีงานทำกันหมดแล้วด้วย “ทำไมเมื่อวานไม่มาเรียนวะพี่” ไอ้เอ็มมันถามผม อันที่จริงถ้าจำได้เมื่อวานที่เห็นผมแต่งชุดนักศึกษานั้นคือผมไม่ได้แต่งเอาเท่อะไรหรอก ผมมีเรียนจริงๆ แต่ด้วยความที่อยากจะตามเมษาไปเลยทำให้ต้องโกหกแล้วก็ขาดเรียนไปตามระเบียบนั่นแหละครับ “มีธุระ” ผมตอบห้วนๆ “ธุระสำคัญมากเลยดิถึงต้องขาดเรียนอะ” เป็นไอ้น็อตที่ถามเหมือนจะแดกดันไปในตัว “ธุระก็คือธุระ พวกมึงจะถามอะไรให้มันมากความกันวะ” “โห ใช้คำว่ามากความ โคตรเก่าเลยว่ะพี่” “ไอ้นี่!” โคตรเก่าของมันก็คือจะว่าผมโคตรแก่นั่นแหละ “เอ้อ พี่เจ” “อะไร” “พี่รู้ยังว่าไอริณคบกับรุ่นน้องในขณะของเราอะ” “ไม่รู้” ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เธอคบกับใครและเป็นยังไงบ้าง เพราะตั้งแต่เลิกกันไปผมก็ไม่เคยติดต่อกับเธออีกเลย “พี่
N’v : มอนิ่งครับพี่เม แต่แล้วฉันก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นว่าคนที่ส่งข้อความมานั้นไม่ใช่เจเคแต่เป็นไวน์ ฉันเปิดอ่านข้อความค้างไว้พักหนึ่งก่อนจะส่งตอบกลับไวน์ไป MS : มอนิ่งค่ะ ฉันกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ทันทีแล้วนั่งเอาน้ำแข็งประคบตาต่ออีกพักใหญ่ๆ ก่อนจะออกจากห้องเพื่อจะไปทำงาน ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง
(เออ นี่เธอเลิกงานแล้วอะดิ) ‘เลิกแล้ว ว่าแต่มีอะไรเหรอถึงให้โทร.หา’ (รู้ใช่ไหมวันเกิดฉันวันไหน) ‘รู้สิ วันเกิดเพื่อนรักฉันจะจำไม่ได้ได้ยังไง’ (น่ารักที่สุด ว่าแต่เธอมีวันลาเหลืออยู่บ้างไหมเม) ‘ก็มีอยู่นะ ปีนี้ฉันยังไม่ได้ลาพักร้อนเลยสักวัน’ (ดีเลย งั้นเธอลาพักร้อนสักสามวันสองคืนสิ ฉันจะ
“โห พี่สั่งแค่น้ำนี่นา นี่เล่นสั่งเค้กมาเพิ่มให้ พี่จะยิ่งเกรงใจเข้าไปใหญ่เลยนะคะ” “ผมบอกไปแล้วว่าถ้าพี่เกรงใจ ไว้คราวหน้าพี่ก็เลี้ยงผมคืนไงครับ” “…” ฉันนั่งมองหน้าไวน์แล้วแสดงถึงความรู้สึกเกรงอกเกรงใจ “ไว้พี่จะเลี้ยงคืนแล้วกันนะคะ” “โอเคครับ” เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงฉันกับไวน์ก็ดื่มเครื่องดื
Episode 2 > จูบ คอนโดxxx เวลาล่วงมาจนเที่ยงคืนกว่าๆ ฉันพาเจเคมาส่งที่คอนโดที่เขาใช้พักอาศัยอยู่ กว่าจะพาเขามาถึงห้องได้ค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร เพราะด้วยความที่เขาตัวใหญ่กว่าฉันเกือบเท่าตัวทำให้การประคองเดินนั้นค่อนข้างลำบาก “เฮ้อ” ฉันถอนหายใจแล้วมองดูเขาที่ตอนนี้นอนหลับอยู่ตรงโซฟาตัวยาวอย่าง







