Share

จูบ (2/4)

last update publish date: 2026-03-05 23:15:35

พาฉันเดินมาตั้งแต่แรกแท้ๆ ยังจะมาถามว่าเดินไหวไหม ถึงไม่ไหวฉันก็ต้องตอบไหว

“พอดีผมเห็นว่าร้านมันอยู่ไม่ไกลจากบริษัทเท่าไหร่น่ะครับ เดินไปน่าจะสะดวกกว่า” ไวน์ตอบพลางยิ้มกว้างแล้วมองฉันสลับกับทางเดิน

คนบ้าอะไรยิ้่มอยู่ได้ บางทีก็อยากจะถามว่าเขานั้นไม่เมื่อยปากบ้างหรือยังไง

“ค่ะ” ฉันหันไปตอบสั้นๆ แล้วเดินไปตามทางถนนเรื่อยๆ เหงื่อก็เริ่มไหลออกมาตามใบหน้าเนื่องจากวันนี้อากาศค่อนข้างร้อนกว่าทุกวัน ปกติจะครึ้มฟ้าครึ้มฝนเสียมากกว่า

“ว่าแต่ปกติพี่เมดื่มกาแฟแบบไหนเหรอครับ” เขาถามในขณะที่เราต่างเดินไปตามทางถนนเรื่อยๆ

“ปกติพี่ไม่ดื่มกาแฟค่ะ”

“แล้วพี่ดื่มอะไร?”

“อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่พวกกาแฟน่ะ”

เราสองคนเดินไปคุยกันไปเรื่อยๆ ไม่นานก็ถึงร้านกาแฟที่เป็นจุดหมาย

Coffee Cafe

“ถึงแล้วครับ”

“ร…ร้านนี้เหรอคะ?”

“ใช่ครับ”

ฉันมองดูร้านกาแฟที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะตาลุกวาวเป็นประกาย ร้านทั้งใหญ่ ทั้งสวย และหรูหราหมาเห่ามากๆ อีกอย่างฉันมาที่ร้านนี้เป็นครั้งแรกเนื่องจากมันค่อนข้างเหมาะกับพวกคนมีเงินเสียส่วนใหญ่ ที่รู้ก็เพราะเคยได้ยินคนเขาพูดต่อๆ กันมาน่ะ เห็นเขาว่าราคากาแฟต่อแก้วคือสองสามร้อยบาทขึ้นไป ฉันสู้ไม่ไหวหรอก เปลืองเงินจะตาย

“คือ…”

ฉันไม่ทันได้พูดอะไรออกมาจากปาก ไวน์ก็จูงมือฉันแล้วพาเดินไปในร้านกาแฟทันที ก่อนจะพาไปนั่งโต๊ะที่อยู่มุมในๆ ของร้าน

“นี่เมนูค่ะ รบกวนสแกนคิวอาร์โค้ดตรงนี้เพื่อสั่งเครื่องดื่มนะคะ” น้องพนักงานเดินมาบอกขั้นตอนการสั่งพร้อมหน้าตาที่ยิ้มแย้มก่อนจะเดินไป

“นี่” ฉันเรียกคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเสียงเบา

“ครับ” เขาขานรับก่อนจะเลื่อนหน้ามาใกล้ๆ “พี่เมมีอะไรเหรอครับ ทำไมต้องทำเสียงเบาแบบนั้น”

“คือเราไปร้านอื่นกันก็ได้นะคะ พี่ว่าร้านนี้ราคามัน…เอ่อ…”

“ผมเลี้ยงครับ พี่อยากดื่มอะไรสั่งได้ตามสบายเลยนะครับ”

“พี่เกรงใจน่ะคะ ราคามันแพงอะ”

“ไม่เป็นไรเลย ผมจ่ายได้ครับ อย่าคิดมากน่า”

“รู้ว่าจ่ายได้ค่ะ แต่มันใช่เรื่องไหมคะที่พนักงานตำแหน่งเล็กๆ แบบเรามาจะนั่งดื่มกาแฟราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้ อีกนิดนี่มันจะถึงค่าแรงขั้นต่ำแล้วนะคะ”

ใครจ่ายได้ฉันไม่รู้ แต่ถ้าเป็นฉันคงไม่พาตัวเองมาจ่ายอะไรแบบนี้แน่นอน จะใช้เงินแต่ละบาทต้องคำนึงถึงหลายๆ สิ่ง อีกอย่างฉันไม่อยากใช้เงินสิ้นเปลืองด้วย

“นานๆ ทีครับ”

“แต่…”

“ถ้าไม่สบายใจ ไว้รอบหน้าพี่เลี้ยงอะไรผมคืนก็ได้”

ฉันมองหน้าไวน์แล้วรู้สึกเกรงใจ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมสั่งเครื่องดื่มมา เขายืนยันว่าจะเลี้ยงแล้วถ้าฉันรู้สึกเกรงใจหรือไม่สบายใจไว้ค่อยเลี้ยงเขาคืนในทีหลัง

“พี่เอานมชมพูแล้วกันค่ะ” ที่ฉันเลือกอันนี้ก็เพราะดูแล้วมันราคาถูกที่สุดในร้าน อีกอย่างของชอบฉันด้วย

“ครับ” ไวน์ยกยิ้มให้ฉันก่อนจะก้มหน้ากดสั่งเครื่องดื่มในโทรศัพท์ ไม่นานนักเขาก็เงยหน้ามาตามเดิมแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ “เรียบร้อยครับ”

“ค่ะ” ฉันยิ้มแห้งใส่เขาแล้วเหลือบสายตามองไปรอบๆ บริเวณ ข้างนอกว่าดูหรูแล้วแต่พอเข้ามาภายในร้านยิ่งหรูหราเข้าไปใหญ่ อีกทั้งผู้คนที่นั่งอยู่ในร้านก็มีแต่คนแต่งตัวดูดีกันเสียส่วนใหญ่

“เม…” เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกชื่อฉัน ก่อนที่เจ้าของเสียงจะมาปรากฏตัวอยู่ตรงโต๊ะที่ฉันนั่ง “มาทำไรเนี่ย?”

ไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญหรืออะไรที่เจเคก็อยู่ร้านเดียวกันกับฉัน

“…” ฉันนิ่งค้างไปชั่วขณะ เมื่อเห็นหน้าเขาเรื่องเมื่อคืนที่เราจูบกันมันก็ลอยเข้ามาในหัวอีกแล้ว

“เม” เจเคเรียกฉันอีกครั้ง

“ฮ…ฮะ?” ฉันดึงตัวเองออกมาจากภวังค์แล้วสบตากับเขา

“ไม่ทำงานเหรอ”

“ทำสิ แต่นี่มันเป็นเวลาพักเที่ยง”

“เออว่ะ ฉันลืม แล้วนี่มากับใคร?” เจเคถามพลางมองไปที่ไวน์

“อ๋อ รุ่นน้องน่ะ ทำงานแผนกเดียวกัน ชื่อไวน์” ปากฉันตอบแต่สายตาก็ดันมองไปที่ริมฝีปากของเจเคอย่างอัตโนมัติ ก่อนใจจะเต้นแรงจนสัมผัสได้ถึงเสียงตึกตักๆ

“ดีครับ” ไวน์เอ่ยทักทายเจเคขึ้นก่อน

“อืม หวัดดี” เจเคตอบกลับห้วนๆ ก่อนจะมองสำรวจไวน์ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วสายตาเขาก็ช่างดูไม่เป็นมิตร “นายเป็นเพื่อนร่วมงานเม?”

“ใช่ครับ”

“เอ่อไวน์ นี่…”

“เจเค เป็นเพื่อนของเมษา” เจเคเอ่ยบอกตัดหน้าแล้วใช้มือวางตรงไหล่ฉัน “เพื่อนสนิท”

“ครับ” ไวน์เอ่ยเพียงสั้นๆ แล้วมองมาที่ฉันพร้อมยกยิ้มกว้างใส่

เขานี่ขยันยิ้มให้ฉันจริงๆ เลยนะ

“เอ่อ…นั่งด้วยกันไหมเจ” ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยทำทีเอ่ยชวนเจเคให้มานั่งร่วมโต๊ะด้วยกัน

“นั่นสิครับ นั่งด้วยกันได้นะครับคุณเพื่อนสนิทพี่เม” ไวน์เอ่ยตามหลังฉัน แต่ดูเหมือนเขานั้นจะแอบพูดจาเหน็บแนมใส่เจเค

“ไม่อะ พอดีมีธุระต้องไปทำ ขอตัวก่อนนะเม”

“อื้ม”

เจเคเดินออกไป ส่วนฉันนั้นมองตามหลังจนเขาลับสายตา แล้วได้แต่ครุ่นคิดในใจว่าเขานั้นจะจำเรื่องเมื่อคืนได้หรือเปล่านะ เรื่องที่เขานั้นจูบฉัน

“นี่เครื่องดื่มที่สั่งค่ะ” และในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ พนักงานก็เอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ ก่อนจะเดินไป

“นี่ของพี่เมครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

“ส่วนนี่เค้กครับ ผมสั่งมาให้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   สิ่งที่ขาดหาย (3/4)

    “ถึงหน้าห้องแล้วครับพี่เม” มันไม่ตอบผมแต่ถามเมษาแทน “ค่าาา” เธอตอบเสียงยานแล้วลงจากหลังของไอ้นั่นด้วยตัวที่อ่อนปวกเปียกแถมยืนยังจะไม่ตรง “ขอบคุณที่แบกมาส่งนะค้า” เธอบอกกับไอ้นั่นแล้วหยิบกุญแจมาไขประตูแบบเสียบผิดเสียบถูก “เดี๋ยวช่วย!” ผมและไอ้หน้าจืดนั่นดันพูดออกมาพร้อมกันอีก เมษาหันมามองที่พวกผมแล้วขมวดคิ้วเป็นปม “กลับไปกันได้แล้ว ไปๆ” เธอเอ่ยไล่พวกผมแล้วหันไปไขกุญแจห้องต่อ ก่อนจะไขได้สำเร็จแล้วเดินเข้าไปในห้องพร้อมปิดประตูใส่หน้าพวกผมอย่างไม่ไยดี ไอ้หน้าจืดนั่นเมื่อเห็นว่าเมษาเข้าห้องไปแล้วมันก็มองหน้าผมก่อนจะเดินผ่านหน้าไป และผมเองก็มองมันกลับเช่นกัน มีตาคนเดียวมั้งไอ้เวร! ผมแอบลอบดูว่ามันออกไปจากอะพาร์ตเมนต์หรือยัง เมื่อเห็นว่ามันออกไปพ้นจากที่นี่แล้วผมก็ทำการเคาะประตูห้องของเมษาเพราะมีบางอย่างอยากจะคุยด้วย ทว่าเคาะอยู่นานสองนานเธอก็ไม่เปิดประตูให้สักที ผมเลยเคาะเรียกอีกครั้งและเรียกดังกว่าเดิม “เปิดประตูหน่อยเม!” “จะเคาะหาพระแสงอะไร คนนอนแล้วโว้ยย!” เธอตะโกนสวนกลับมา แต่ว่าคนนอนแล้วมันจะสามารถตอบกลับเราได้ด้วยเหรอวะ “เปิดประตูมาคุยกันหน่อยดิ” “...” และคราวนี้เส

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   สิ่งที่ขาดหาย (2/4)

    “พี่ว่าแต่ไอคิดเยอะ เอาเข้าจริงๆ พี่ก็ไม่ต่างกัน” “บางทีพี่ยังคิดเลยว่าเมเป็นแค่เพื่อนแต่เมมันยังเทคแคร์พี่ดีกว่าคนเป็นแฟนแบบไอซะอีก” ผมพูดออกมา เพราะมันรู้สึกอึดอัดอยู่ในใจ “พี่คบกับไอแล้วรู้สึกว่าชีวิตพี่มีสิ่งที่ขาดหายไปเยอะมาก” “นั่นเพราะพี่เอาเพื่อนเป็นที่ตั้งไงล่ะ พี่เอาสิ่งที่พี่เมทำให้มาตั้งเป็นมาตรฐาน เพราะอย่างนั้นพี่เลยคาดหวังว่าคนเป็นแฟนแบบไอจะต้องทำสิ่งเหล่านั้นให้พี่ได้เหมือนที่พี่เมทำไว้” “…” “พี่อย่าลืมสิว่าไอก็คือไอ พี่เมก็คือพี่เม มันจะเหมือนกันคงไม่ได้หรอกนะ ไอไม่แน่ใจแล้วอะพี่ว่าจริงๆ แล้วพี่รักไอหรือรักพี่เมคนที่ปากพี่ว่าเป็นเพื่อนกันแน่” “…” ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี เหมือนพูดไปก็เปล่าประโยชน์และมันคงจะดูแย่ลงกว่าเดิม “พี่ยังรักกันอยู่ไหม” ผมไม่รู้ว่าที่ผ่านมาระหว่างผมกับไอริณนั้นมันคือความรักหรือเปล่า แต่ตัวผมรู้สึกเหมือนไม่ได้ถูกรัก “พี่ต้องถามไอริณมากกว่าว่าที่ผ่านมารักพี่จริงๆ ใช่ไหม ทำไมพี่รู้สึกเหมือนว่าเราไม่รักกันเลย” “พูดงี้พี่กำลังจะบอกเลิกกันใช่ไหม” “ดูแล้วเราคงไปกันไม่รอดแน่ถ้าเป็นแบบนี้ อีกอย่างพี่ไม่อยากฝืนใจตัวเอง” “ที่ผ่านมาพี่ฝ

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   สิ่งที่ขาดหาย (1/4)

    Episode 8 > สิ่งที่ขาดหาย #เจเค คอนโดxxx “เมื่อไหร่ไอจะได้ย้ายมาอยู่กับพี่ที่คอนโดนี้เหรอคะ” ไอริณถามพลางเดินเข้ามากอดผมจากทางด้านหลัง ซึ่งตอนนี้ผมกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียงหลังห้อง “ตอนนี้พี่ยังไม่สะดวกน่ะ” ผมตอบออกไปแล้วสูบบุหรี่หมดมวนพอดี “ถามสิบรอบพี่ก็ตอบแต่ว่าไม่สะดวกๆ อีกกี่ปีพี่ถึงจะสะดวกเหรอ” ไอริณถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนไม่สบอารมณ์ เธอเอามือที่กอดผมออกแล้วเดินไปนั่งลงที่โซฟาเหมือนกำลังงอนกัน ช่วงหลังมานี้ดูเหมือนไอริณจะงอนและงี่เง่าใส่ผมอยู่บ่อยครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร และผมอยากจะบอกว่าผมเองก็เบื่อเหมือนกันกับนิสัยแบบนี้ของเธอ “เอาจริงไอเริ่มคิดว่าพี่เจไม่อยากจะมีไอเป็นแฟนแล้วนะ” “ไอเลิกคิดไปเองจะได้ไหม พี่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยนะ” ผมบอกแล้วเดินมานั่งลงที่โซฟาอีกตัวนึงซึ่งวางอยู่ใกล้ๆ กัน “จะไม่ให้คิดไปเองได้ยังไงล่ะคะ ขนาดนั่งพี่ยังนั่งห่างกันขนาดนี้” “มันห่างที่ไหนกันล่ะไอ มันใกล้กันจะตายไป” ก็อยู่ติดๆ กัน แค่ไม่ได้นั่งโซฟาตัวเดียวกันแค่นั้นเอง ทำไมต้องคิดมากด้วยวะ “หรือเป็นเพราะพี่เม” “เกี่ยวอะไรกัน” “ก็ตั้งแต่ไม่ได้เจอพี่เมพี่ก็ดูแปลก

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   ที่ผ่านมา (5/5)

    “ไม่รู้สิ แกเจ็บเพื่อนอย่างฉันมันก็เจ็บไปด้วยอะ อีกอย่างฉันก็ไม่สนิทกับไอ้เจมันเท่าไหร่” เอ่ยจบจูเน่ก็ยกโซจูดื่มจนหมดขวดก่อนจะหยิบขวดใหม่มาเปิด “แต่ถึงอย่างนั้นแกก็ไม่ควรจะพาลโกรธเขาไปด้วยนะ มันดูไม่มีเหตุผลมากๆ” ฉันบอกกับเพื่อนสาวก่อนจะยกโซจูขึ้นดื่มจนหมดขวดเช่นกัน จากนั้นก็หยิบขวดใหม่ขึ้นมาเปิดแล้วถือไว้ในมือ “แล้วนี่แกเป็นยังไงบ้าง” “หมายถึงอะไรอะ” “ก็ทุกอย่าง” “ก็ดี ที่คาเฟ่ช่วงนี้คนก็มาเยอะขึ้น ส่วนเรื่องหัวใจก็โอเคดีอยู่” “แล้วเป็นแฟนกันยัง” “ยังเลย ฉันว่าจะขอคุยไปอีกสักพักหนึ่งอะ อยากดูไปยาวๆ ก่อน” “อิจฉาจังวุ้ย” “ถ้าอิจฉาก็รีบหาหนุ่มมาดามใจสิยะ” “ฉันคิดว่าถ้าถึงเวลาที่ใช่เดี๋ยวฉันก็คงมีเองนั่นแหละ” ฉันตอบแล้วยกโซจูดื่ม “จ้าเพื่อนเลิฟ” จูเน่เองก็ยกโซจูขึ้นดื่มเช่นกัน จากที่นั่งดื่มโซจูกันจนหนำใจแล้วก็พากันแยกย้ายกลับบ้าน จูเน่กลับโดยมีหนุ่มของเธอมารับและตอนแรกเธอตั้งใจจะไปส่งฉันที่อะพาร์ตเมนต์ด้วย แต่ฉันปฏิเสธไปเพราะไม่อยากจะรบกวนอะไรต่อ อยากให้เพื่อนได้ไปใช้เวลาต่อกับคนคุยของนาง ฉันเดินเคว้งอยู่ตามทางฟุตบาทเพราะไม่รู้จะไปไหนต่อดี ฉันยังไม่อยากกลับห้อง

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   ที่ผ่านมา (4/5)

    เวลาผ่านไปฉันก็ซื้อของครบหมดทุกอย่าง คิดเงินแล้วถือของกำลังจะเดินออกไปที่หน้าห้างเพื่อจะเรียกรถแท็กซี่กลับอะพาร์ตเมนต์ แต่ดูเหมือนตอนนี้รถจะมีไม่เพียงพอกับผู้โดยสารที่กำลังต่อคิวขึ้น ฉันเลยเดินไปหาที่นั่งรอเพราะยืนไม่ไหวเนื่องจากรู้สึกเจ็บขาตรงบริเวณที่โดนรถเข็นชน “ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ใช่ไหมยะ” ฉันเอ่ยออกมาแล้วดูที่ขาตรงที่โดนไอริณเข็นรถมาชน มันเป็นรอยช้ำออกม่วงอมแดงและมีอาการปวดตุบๆ สงสัยคงจะต้องไปหาซื้อยามาทาแล้วล่ะ “เอานี่ไป” จู่ๆ ก็มีคนยื่นถุงยามาตรงหน้าฉัน ฉันเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าคนที่ให้นั้นคือเจเค ฉันรับถุงยามาโดยที่ไม่พูดอะไร เพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหน “อยากให้รู้ว่าไอริณไม่ได้ตั้งใจจะเข็นรถชนเธอ ทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ” เขาบอก “อื้ม” ฉันตอบสั้นๆ “อย่าคิดโกรธหรืออคติกับไอริณล่ะ” “ที่นายมานี่คือตั้งใจจะเอายามาให้หรือตั้งใจจะมาปกป้องแฟนตัวเองกันเหรอ?” “แน่นอนว่าฉันก็ต้องปกป้องแฟนตัวเองสิ” “…” “ฉันต้องปกป้องคนที่เป็นแฟน นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องไม่ใช่รึไง หรือฉันควรต้องปกป้องใครถ้าไม่ใช่แฟน?” คำพูดเขามันดูกระแทกแดกดันยังไงไม่รู้ “นั่นสินะ” ฉันลุกขึ

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   ที่ผ่านมา (3/5)

    “หมออาจจะรักษาใจพี่ให้หายเจ็บไม่ได้ แต่ผมรักษาใจพี่ได้นะครับ” เขาเอ่ยแล้วยื่นลูกอมที่มีรูปอีโมจิฉีกยิ้มกว้างมาให้ฉัน ฉันรับลูกอมนั่นมาแล้วกำมันไว้ในมือ “ขอบคุณนะคะ ว่าแต่รู้วิธีรักษาใจคนเหรอคะ?” “ไม่รู้หรอกครับ แต่ผมคิดว่าตัวเองทำได้” “ขอบคุณนะคะ แต่ว่าพี่คิดว่าไม่นานเดี๋ยวใจพี่ก็หายเจ็บเองได้เหมือนกันค่ะ” “แต่ถ้าได้ผมช่วยฮีลใจ มันจะหายเร็วขึ้นนะครับ” “นี่กำลัง…” ฉันหันหน้าไปจะเอ่ยกับเขา ทว่ากลับต้องชะงักทันทีเมื่ออีกฝ่ายยื่นหน้ามาใกล้ๆ “ผมกำลังจีบพี่อยู่ ไม่ใช่กำลังสิ แต่จีบมาตั้งนานแล้วต่างหาก” เขาเอ่ยแล้วยกยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้นต่อ “ผมชอบพี่เมนะครับ ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ถ้าเกิดวันหนึ่งที่ใจพี่หายเจ็บแล้วช่วยเปิดใจให้ผมสักครั้งนะครับ ผมรอพี่เสมอนะ” ฉันรีบขยับตัวให้ออกห่างจากเขา “เอ่อ ขอตัวกลับก่อนนะคะ” ว่าจบฉันก็เดินดุ่มๆ ฝ่าสายฝนออกมาทันที ช่วงค่ำ หลังจากเลิกงานแล้วฉันก็แวะไปหาคุณแม่เมตตา อยู่พูดคุยเล่นกับท่านและน้องๆ ในบ้านอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะขอตัวกลับ นั่งรถประจำทางมาลงที่หน้าอะพาร์ตเมนต์ ฉันจ่ายเงินให้พี่กระเป๋ารถเมล์แล้วลงจากรถมาด้วยร่างกายที่ดูเหนื่อยล้า

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   ห้ามล้ำเส้น (4/4)

    “นั่นสิ จะว่าไปแล้วอากาศก็ร้อนอยู่เหมือนกันนะเนี่ย ขนาดอยู่กลางทะเลแท้ๆ ยังร้อนได้” “ลงน้ำก็เย็นแล้ว” “ลงน้ำ?” “น้ำทะเลตรงหน้านี่ไง” “ไม่เอาอะ ฉันชอบทะเลแต่ไม่ได้ชอบ…” “ลงน้ำทะเล” ฉันยังเอ่ยไม่ทันจบประโยคเจเคเอ่ยแทรกขึ้นมา เขายังคงรู้ใจฉันไม่เปลี่ยนเลยสินะ นี่น่ะเหรอสิ่งที่เพื่อนเขาทำกั

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   ห้ามล้ำเส้น (2/4)

    “พี่จูเขาไม่พอใจอะไรไอริณหรือเปล่าคะ?” “ไม่หรอก อย่างที่พี่บอกว่าจูมันแฮงค์เหล้าอารมณ์มันก็จะแปรปรวนแบบนี้” “เหรอคะ” “ใช่ค่ะ” “แล้วนี่เธอเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยังไง?” เจเคถามฉัน “ดีขึ้นแล้วน่ะ” ฉันตอบพลางคิดในใจว่าต่อหน้าแฟนตัวเองเขายังจะมาเป็นห่วงเป็นใยฉันทำไม “อย่าดื่มเยอะแบบเมื่อคื

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   ห้ามล้ำเส้น (1/4)

    Episode 5 > ห้ามล้ำเส้น เวลาผ่านไปจนช่วงเที่ยงของวัน ฉันและจูเน่นั่งซดข้าวต้มร้อนๆ แก้แฮงค์ ส่วนพี่จีเนียสนั่งดื่มโซจูหนึ่งขวดแบบชิลๆ ว่าพี่แกไม่ได้เพราะรายนั้นคอแข็งพอๆ กับหิน ฉันกับยัยจูเน่เทียบสกิลคอไม่ติดเลยแหละ “แล้วนี่จะเอายังไงต่อคะคุณน้อง จะไปล่องเรือตกหมึกกันอยู่อีกไหม” เป็นพี่จีเนียสท

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   เรื่องที่อยากบอก (3/4)

    ช่วงเย็น ฉันยืนช่วยจูเน่ย่างกุ้งย่างหมึกอยู่ที่หน้าบ้าน แต่การที่ฉันเอาแต่เหม่อลอยมันเลยทำให้กุ้งกับหมึกจำนวนหนึ่งไหม้เกรียมจนกินไม่ได้ “โหยัยเม แกย่างอะไรของแกวะเนี่ย” จูเน่เอ่ยออกมาอย่างตกใจแล้วมองหน้าฉัน “โทษที พอดีฉัน…” “มัวแต่เหม่อใช่ไหม ฉันสังเกตเห็นแกเหม่อๆ ซึมๆ ตั้งแต่กลับมาจากไปเอา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status