แชร์

จูบ (1/4)

ผู้เขียน: เจ้าหมูน้อย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-05 23:15:32

Episode 2 > จูบ

คอนโดxxx

เวลาล่วงมาจนเที่ยงคืนกว่าๆ ฉันพาเจเคมาส่งที่คอนโดที่เขาใช้พักอาศัยอยู่ กว่าจะพาเขามาถึงห้องได้ค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร เพราะด้วยความที่เขาตัวใหญ่กว่าฉันเกือบเท่าตัวทำให้การประคองเดินนั้นค่อนข้างลำบาก

“เฮ้อ” ฉันถอนหายใจแล้วมองดูเขาที่ตอนนี้นอนหลับอยู่ตรงโซฟาตัวยาวอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ก่อนนึกสงสัยในใจว่าทำไมวันนี้เขาถึงดื่มหนักขนาดนี้ทั้งที่เลิกดื่มเหล้ามานานแล้ว “มีอะไรกวนใจนายเหรอเจเค” ฉันถามคนที่นอนหลับสนิทตรงหน้าก่อนจะนั่งย่อตัวลงแล้วใช้มือสัมผัสแก้มของเขาอย่างทะลุถนอม

“อย่าไปได้ไหม อย่าไปเลยนะ อย่าไปเลย ขอร้องล่ะ… อยู่ก่อน” เขาเอ่ยออกมาทั้งที่หลับอยู่ ดูท่าคงจะละเมอ

“ฉันจะไม่ไปไหนถ้าตราบใดที่นายยังอยากมีฉันอยู่” แม้รู้ว่าเขาพูดเพราะแค่ละเมอ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็จะไม่ไปไหน จะอยู่ข้างๆ เขาจนกว่าเขาจะไม่ต้องการฉัน

ฉันนั่งลงกับพื้นแล้วถือวิสาสะเอามือของเขามากุมไว้ นั่งมองดูใบหน้าของเขาที่แม้แต่หลับอยู่ก็ยังคงหล่อเหลาเหมือนเดิม ฉันนั่งดูอยู่นานสองนานจนผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

เวลาผ่านไปจนหกโมงเช้า ฉันสะดุ้งตัวตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือของตัวเอง หยิบมันขึ้นมากดปิดก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ฉันยังอยู่ในห้องของเจเคหนิ

“ตายๆ ฉันจะไปทำงานทันไหมเนี่ย กว่าจะนั่งรถกลับห้องกว่าจะอาบน้ำแต่งตัว โอ๊ย!” ฉันยีหัวตัวเองก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนแล้วมองไปรอบๆ อย่างลุกลี้ลุกลน ซึ่งตอนนี้เจเคยังคงนอนหลับสนิทอยู่ “ฉันไปก่อนนะเจ บาย” เอ่ยบอกเสร็จก็รีบออกจากห้องของเขาแล้วรีบนั่งรถกลับไปที่ห้องตัวเองเพื่อจะเตรียมตัวไปทำงาน

บริษัทxxx

นั่งทำงานไปเหม่อไป ตอนนี้หัวสมองฉันมันดันนึกถึงแต่เรื่องเมื่อคืนที่เจเคจูบฉัน ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยว่าเขาจูบเพราะเมาจริงๆ ใช่ไหม เขาไม่มีสติจริงๆ หรือเปล่า?

“เลิกคิดๆ” ฉันสลัดเรื่องนั้นออกจากหัวแล้วหันมาโฟกัสกับงานตรงหน้า

“คิดอะไรอยู่เหรอครับพี่เม” เสียงของเพื่อนร่วมงานเอ่ยถามขึ้น

“เปล่าค่ะ พี่ดูคิดอะไรอยู่เหรอคะ?” ฉันตอบพลางฉีกยิ้มให้อีกฝ่าย

“ก็เห็นนั่งเหม่ออยู่ตั้งนาน”

“ไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ คิดเรื่องงานทั้งนั้น”

“เหรอครับ ก็นึกว่าคิดถึงผมอยู่”

“ห…หา??” ฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียวเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย

ผู้ชายคนนี้ชื่อไวน์ เขาคือเพื่อนร่วมงานในแผนก ที่เห็นเรียกฉันว่าพี่ก็เพราะว่าเขาอายุน้อยกว่าฉันหนึ่งปี ฉัน อายุยี่สิบห้า ส่วนเขาอายุยี่สิบสี่

“หยอกเล่นน่ะครับ ว่าแต่เที่ยงนี้ไปกินอาหารนอกบริษัทกันไหมครับพี่เม” ไวน์ถามแล้วเอี้ยวตัวมาใกล้ฉันมากกว่าเดิม พอดีโต๊ะทำงานเราสองคนอยู่ข้างๆ กัน

“พอดีพี่…” ฉันยังไม่ทันได้พูดจบประโยคดีก็โดนอีกฝ่ายแทรกขึ้นมา

“ผมเลี้ยง” เขาจ้องหน้าฉันแล้วรอฟังคำตอบ

“พี่ไม่รู้จะไปได้ไหม บางทีงานอาจจะเยอะจนไม่มีเวลาให้ไปกินข้าวข้างนอก” ฉันตอบปัดเพราะไม่อยากออกไปกินข้าวกับรุ่นน้อง แค่คิดก็รู้สึกอึดอัดใจเพราะไวน์มักจะชอบหยอดขนมจีบใส่ฉันอยู่เป็นประจำ

“งั้นแค่ไปดื่มกาแฟกันสักแก้วก็ได้ครับ” เขายังคงตื๊อต่อ

“พี่…”

“เลิกปฏิเสธผมได้แล้ว ผมรู้ว่าพี่ไม่อยากไปเพราะพี่ไม่ได้ชอบผม แต่ผมก็ไม่ได้สนใจนะครับ เพราะให้ผมได้ชอบพี่เมก็พอ” ไวน์เอ่ยออกมาแล้วคลี่ยิ้ม ก่อนจะวางลูกอมรูปหัวใจไว้บนโต๊ะทำงานของฉันจำนวนหนึ่ง “เที่ยงนี้ไปดื่มกาแฟกันนะครับ ถือว่าพี่ตกลงแล้ว”

“น…นี่”

“จะรอนะครับ” เอ่ยจบเขาก็ยืนเต็มความสูงแล้วเดินออกไปโดยถือแฟ้มงานไปด้วย

“อะไรเนี่ย มัดมือชกกันชัดๆ” ฉันบ่นพึมพำแล้วมองดูลูกอมรูปหัวใจที่วางกองอยู่บนโต๊ะทำงานของฉัน ก่อนจะใช้มือโกยมันมาแล้วยัดใส่ไปในลิ้นชักใต้โต๊ะ

ช่วงเที่ยง

แม้ไม่อยากไปฉันก็ต้องไปเพราะไวน์เล่นมัดมือชกกันเสียขนาดนั้น แถมถึงเวลาพักปุ๊บเขาก็ยืนดักรอฉันปั๊บแล้วไม่ยอมไปไหนเลย

“ไปกันครับ” เขากางร่มแล้วเอนมันมาฝั่งฉันเพื่อบังแดดให้

“ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยขอบคุณตามมารยาท พลางคิดในใจว่าเขาก็มีความเป็นสุภาพบุรุษเหมือนกันนะ แต่ติดตรงที่ฉันไม่ได้ชอบเขานี่น่ะสิ ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว

“เดินไปไหวไหมครับ”

“เดินมาแล้วหนิคะ ไม่ไหวก็ต้องไหวสิ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   เรื่องที่อยากบอก (2/4)

    “ไม่เป็นไร” “เหอะน่า เดี๋ยวนิ้วสวยๆ ก็เจ็บหรอก” เขายิ้มน้อยๆ ให้ก่อนจะขุดหาเปลือกหอยให้ฉันต่อ ไอ้คนบ้าเอ๊ย~ แบบนี้จะไม่ให้ฉันคิดเกินเพื่อนได้ยังไง และจะไม่ให้หวั่นไหวยังไงไหว ใจฉันก็มีอยู่แค่เนี้ย “โอ๊ะ!” “เป็นอะไร?!” ฉันรีบถามกลับอย่างเป็นห่วงเมื่อได้ยินเขาร้องเสียงหลงเหมือนเจ็บตรงไหนสักที่ เจเคหันหน้ามาหาฉันแล้วชี้ไปที่ตาข้างหนึ่งซึ่งปิดอยู่ ก่อนจะเอ่ยบอก “ทรายเข้าตาฉันน่ะ” “โถ่ ไหน” ฉันใช้มือประคองใบหน้าเขาไว้แล้วมองดูตาข้างที่ปิดของเขา ก่อนจะใช้นิ้วค่อยๆ ปัดเศษทรายออกให้เขาอย่างระมัดระวัง “เจ็บไหมเนี่ย?” “ไม่เจ็บมาก” “จะไม่เจ็บได้ไง” “ไม่เจ็บ แค่เคืองตานิดๆ” เขาค่อยๆ ลืมตาเมื่อฉันปัดทรายออกไปให้จนเกือบจะหมด “ทำไงดี เดี๋ยวฉันไปหาน้ำมาล้างตาให้ดีไหม” ฉันรู้สึกร้อนรนใจและกำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปหาน้ำมาล้างตาให้เขา ทว่าอีกฝ่ายดันรั้งมือฉันไว้ “ไม่ต้อง ฉันไม่เป็นอะไร” เขาบอกแล้วพยายามลืมตากว้างให้ฉันดูเหมือนไม่เป็นอะไรแล้ว “แต่ตานายดูแดงๆ นะ” “เดี๋ยวก็หาย” “…” “เอาอีกไหม” เขาวางเปลือกหอยที่ขุดได้อีกรอบใส่ในมือฉัน “ไม่เอาแล้ว พอแล้วล่ะ” เขาเจ็บตาแบบนี้ฉันไ

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   เรื่องที่อยากบอก (1/4)

    Episode 4 > เรื่องที่อยากบอก ฉันกับเจเคเดินไปตามชายหาดตามที่จูเน่บอก เดินมาสักพักยังไม่เห็นมีวี่แววว่าจะเจอคุณลุงชาวประมงสักคน บ้านสักหลังหรือเรือสักลำก็ไม่มี ฉันหยุดเดินแล้วหันไปหาเจเคที่อยู่ข้างๆ “ไม่เห็นเจอคุณลุงเลยอะ ยัยจูบอกทางผิดปะเนี่ย” “นั่นสิ โทร.ถามจูมันไหม” “คงต้องงั้น” “เดี๋ยวฉันโทร.เอง” เจเคเสนอที่จะเป็นคนโทร. เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทร.หาจูเน่เพื่อที่จะถามให้แน่ใจว่าทางที่บอกมานั้นมันถูกจริงๆ ใช่ไหม ไม่นานนักจูเน่ก็กดรับสาย ประมาณสองนาทีกว่าเห็นจะได้ที่ทั้งสองคนคุยกันก่อนปลายสายจะวางไป “ว่าไงบ้าง” “จูมันบอกว่าให้เดินไปอีกหน่อยอะ” “เดินไปอีกเหรอ” “ใช่ เห็นบอกว่าจะเจอกับบ้านหลังเล็กๆ ให้เราสองคนเดินไปที่นั่น” “…” นี่ยัยจูเน่มีแผนอะไรหรือเปล่า ยัยนี่ต้องกำลังเปิดโอกาสให้ฉันอยู่กับเจเคตามลำพังแน่ๆ “เธอเดินไหวไหม?” เจเคถามฉัน “ไหวสิ ไปกันเถอะ” ฉันตอบ และฉันกับเขาก็เดินกันไปเรื่อยๆ ตามทางของชายหาดพลางพูดคุยกันไปต่างๆ นานา จนกระทั่งมาถึงยังบ้านหลังหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าใช่หลังเดียวกันกับที่จูเน่บอกไหม “น่าจะใช่ ฉันว่าหลังนี้” เจเคบอกขึ้น ก่อนจะ

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (4/4)

    “มานี่หน่อยยัยเม” อยู่ๆ จูเน่ก็ลากตัวฉันให้เดินตามเข้าไปในบ้าน ก่อนจะจับฉันนั่งที่โซฟาแล้วนางก็นั่งลงข้างๆ “มีอะไรหรือเปล่า?” ฉันถามเมื่อเห็นว่าจูเน่จ้องหน้าฉันเหมือนมีอะไรอยากจะพูด “พร้อมหรือเปล่า” “พ…พร้อมอะไร?” ฉันงงเข้าไปใหญ่ ไม่รู้ที่เพื่อนพูดมานั้นหมายถึงอะไร “ก็ฉันจะให้แกสารภาพรักกับเจเคมันไง ทริปทะเลวันเกิดฉันฉันจะหาโอกาสเหมาะๆ ให้แกกับมัน” “จะบ้าเรอะ ไม่เอา!” ฉันรีบปฎิเสธเสียงดัง “จะบ้ารึไง อยู่ๆ จะให้ฉันสารภาพรักกับเจเคเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอก ไม่ได้เตรียมใจมาขนาดนั้น” “โถ่ยัยเม ชอบก็บอกชอบสิ จะรออะไรเล่า รอให้มันสายไปมากกว่านี้รึไงยะ” “ฉัน… ฉัน…” “ฉันอยากช่วยแกนะเม ฉันไม่อยากให้แกต้องแอบรักใครแบบนี้อะ แกแอบรักมันมานานมากแล้วนะ” จูเน่กุมมือฉันแล้วบีบเบาๆ สีหน้าของเพื่อนสาวที่แสดงออกถึงฉันนั้นมันช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งสงสารและห่วงใยปะปนกัน “ขอบใจแกมากนะจู ฉันรู้ว่าแกหวังดีกับฉัน แต่ฉันกลัวอะ กลัวว่าถ้าฉันสารภาพออกไปว่าชอบเจเค ฉันกลัวว่าจะเสียเขาไปน่ะ แม้แต่เพื่อนก็อาจจะกลับมาเป็นไม่ได้อีก” ฉันกลัวไปหมด มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะบอกออกไปว่าชอบ ย

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (3/4)

    “แต่อย่างน้อยก็ได้บอก ถึงไม่สมหวังแต่เธอก็ไม่ต้องเก็บมันไว้ในใจคนเดียวอีกต่อไปนะ” “ไม่รู้สิ ฉันสับสนอะ” ฉันบอกแล้วหันไปหาจูเน่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน ควรจะบอกเขาจริงๆ หรือว่าไม่ควร แต่เมื่อคืนฉันก็เกือบจะบอกไปแล้วเหมือนกัน “ช่างมันเถอะ ฉันว่าเราเลิกคิดเรื่องน่าปวดหัวนี่เถอะ ตอนนี้เรามาคิดกันดีกว่าว่าคืนนี้เราจะดื่มจะดริ๊งก์กันถึงตีอะไร หรือว่าเช้าเลย” ใบหน้าของเพื่อนยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “หรือว่าฉันจะมอมเหล้าแก” “บ้า ฉันไม่ดื่มไม่ดริ๊งก์หนักขนาดนั้นเด็ดขาด เอาแค่พอเป็นพิธีพอ” “อะไรอ่า วันเกิดฉันทั้งทีนะ” “แกก็รู้ว่า…” “ปีก่อนๆ ไม่รู้ แต่ปีนี้ดื่มหน่อยได้ไหม ถือว่าเพื่อนเลิฟคนนี้ขอเป็นของขวัญวันเกิด” จูเน่ดึงตัวฉันเข้าไปกอดแล้วใช้ลูกอ้อนฉบับที่ฉันก็ปฏิเสธไม่ลง “ก็ได้ๆ” “เย่ เลิฟเพื่อนที่สุด” ขับรถมาอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงจุดหมายปลายทาง ฉันมีแอบผล็อยหลับไประหว่างทางอาจจะเพราะฤทธิ์ยาแก้เมารถ และก็มาตื่นตอนจวนใกล้จะถึง “เฮ้อ ถึงซะที” จูเน่ถอนหายใจอย่างโลกอกแล้วเปิดประตูลงจากรถ เอาจริงๆ คนที่ควรจะถอนหายใจและโล่งอกมันควรจะเป็นฉันมากกว่านะ นั่งเกร็งมาตลอดทาง แซงได

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (2/4)

    ผ่านไปเกือบห้านาทีเห็นจะได้ที่เจเคหายไปคุยโทรศัพท์ก่อนจะกลับเข้ามา เขาเดินตรงมาหาฉันแล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงดินในกระถางต้นไม้ “โทษทีนะ พอดีคุยธุระมาน่ะ” “ไม่เป็นไร ไม่เห็นต้องขอโทษอะไรเลย มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรสักหน่อย” “แล้วนี่คุยกับจูเน่มันหรือยังเรื่องงานวันเกิดมันน่ะ” “คุยแล้ว” นี่เขาลืมเรื่องที่ถามฉันก่อนหน้าสินะ “แล้วไปไหม” “ไปสิ ยัยจูก็เป็นเพื่อนรักฉันเหมือนกันนะ แล้วนายล่ะไปไหม” “ไปสิ จูเน่มันก็เพื่อนฉันคนหนึ่ง อีกอย่างฉันมีเรื่องที่จะบอกด้วย” เขานิ่งไปชั่วครู่หลังจากที่พูดจบ “เรื่องที่จะบอก… ว่าแต่เรื่องอะไรแล้วบอกใครเหรอ ฉันหรือยัยจู?” “บอกเธอก่อน” “งั้นบอกมาสิ” “ไว้ค่อยบอกตอนถึงงานวันเกิดจูเน่” “เอ้า ทำไม…” “ฉันกลับก่อนนะ เที่ยงคืนกว่าละ” พูดจบคนตัวสูงก็เดินออกไปจากห้องฉันทันที ทิ้งให้ฉันยืนคาใจอยู่คนเดียว เรื่องที่เขาอยากจะบอกนั้นคืออะไร แล้วทำไมต้องรอให้ถึงวันเกิดของจูเน่ก่อนล่ะ? “หรือว่า…” และฉันก็คิดไปต่างๆ นานา รวมถึงคิดไปว่าเจเคอาจจะสารภาพรักกับฉันหรือเปล่า บางทีเขาเองก็อาจจะแอบชอบเพื่อนอย่างฉันอยู่เหมือนกันแต่ไม่กล้าบอกสินะ สองวันต่อมา ฉั

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (1/4)

    Episode 3 > มองฉันแบบไหน “สร้อยที่ใส่น่ะสวยดีนะ” “…” อ…อ้าว นี่เขาไม่ได้ชมว่าฉันสวยแต่ชมสร้อยที่คอฉันหรอกเหรอ ไอ้ฉันก็คิดเข้าข้างตัวเองไปซะไกลเลยนึกว่าชมกัน “ตอนที่ไปซื้อน่ะ ฉันมองดูปุ๊บก็รู้เลยว่ามันต้องเหมาะกับเธอ” เขาบอกพลางใช้ตะเกียบคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวกินไปด้วย ก่อนจะเคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนคนหิวโหย “ขนาดนั้นเลยเหรอ ขอถามหน่อยได้ไหม” ฉันเอ่ยพลางจ้องมองดูเขาที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย “อื้ม ถามสิ” “คิดยังไงถึงซื้อสร้อยให้งั้นเหรอ” “ก็เห็นว่าเธอเป็นเพื่อนฉันมานานไง ก็เลยซื้อให้เป็นของแทนใจ” “คำว่าของแทนใจมันใช้สำหรับคนเป็นแฟนกันปะ” “ไม่เห็นเกี่ยวเลย เป็นเพื่อนกันก็ใช้ได้หนิ มันมีกฎข้อไหนบอกเหรอว่าคำว่าของแทนใจห้ามใช้กับเพื่อน” “ก็ไม่มีหรอก แต่ส่วนมากที่ฉันเห็นเขามักจะใช้กับคนที่เป็นแฟนกันน่ะนะ” “อย่าคิดมาก ฉันจะใช้กับเพื่อนมันจะทำไม” “เพื่อน เพื่อน เพื่อน” ฉันเอ่ยย้ำคำว่าเพื่อนด้วยความนอยด์ออกมาอย่างไม่ตั้งใจ “ทำไม เป็นอะไรฮึ” เจเคถามแล้วมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ทั้งงงทั้งสงสัย “เธอนอยด์อะไรอะไรฉัน?” และเหมือนเขานั้นจะดูออกว่าฉันนอย “ป…เปล่า ฉันนอยด์ที่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status