LOGIN‘คงเพราะอิงอิงเป็นเพื่อนสนิท ใช่...คงเพราะแบบนั้นแหละ’ อคินบอกตัวเอง พยายามจำกัดความอาการใจสั่นว่าเป็นเพียงความเครียดหรือความเกร็งที่มาจากบทบาทความรับผิดชอบในฐานะหมอที่สนิทกับคนไข้มากไปหน่อยก็แค่นั้น
เมื่อกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง สายตาของเขาก็เผลอหลุบลงมองร่างของอิงอิงที่นอนรออย่างไม่มีการปิดบัง หัวใจของเขากระตุกวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบเบือนหน้าไปอีกทาง เหมือนจะลงโทษสายตาของตัวเองที่เริ่มไม่อยู่ในวินัย
...และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่อคินไม่อยากยอมรับ
เขาลากเก้าอี้สตูลล้อเลื่อนตัวเล็กมาตั้งตรงกลางหว่างขาเธอ แสงไฟจากโคมไฟเหนือศีรษะทาบลงบนผิวขาวละมุนราวกระเบื้องเคลือบ เผยให้เห็นเนินเนื้อที่แทบจะไร้เส้นขนใดๆ หลงเหลืออยู่ เขาขมวดคิ้วนิดหน่อยก่อนจะเอ่ยปากบ่นเบาๆ แบบคนหัวเสียไม่จริงจังนัก
“โอ๊ย...แม่แอร์ฯ สาวคนสวย ฉันจะบ้าตาย! ไอ้อิง หมอยหรอมแหรมแค่นี้ แกยังจะทำเลเซอร์อีกเหรอ โธ่เอ๊ย...ตอนแรกไอ้เราก็นึกว่าจะรกชัฏเป็นป่าดงดิบซะอีก แต่ที่ไหนได้...”
เสียงบ่นคล้ายประชดทำเอาเพื่อนสาวที่นอนอยู่หลุดขำพรืดออกมา ดวงตาที่เคยหลุบต่ำหลบสายตาเขาเงยขึ้นสบตาพร้อมรอยยิ้มติดมุมปากที่แฝงความอายและกวนประสาทไปพร้อมกัน
“ก็อยากให้มันเกลี้ยงๆ เกลาๆ โล่งเตียนสวยใสไร้ขน จะได้ไม่เป็นหนังไก่ต้มไง ให้มันดูสวยเวลามีอะไรกับใครน่ะ เข้าใจไหม”
อคินส่ายหน้าเบาๆ แบบคนหมดคำจะพูดแต่ก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรอีก เขาเอื้อมมือไปหยิบถุงมือยางและมีดโกนสำหรับการแพทย์ขึ้นมาอย่างชำนาญ ก่อนจะบรรจงสวมถุงมืออย่างแนบสนิท ราวกับเป็นพิธีกรรมบางอย่างที่เขาต้องใช้สมาธิเป็นพิเศษ
“ถ้าเจ็บก็บอกนะ ฉันจะพยายามเบามือ”
เมื่อทุกอย่างพร้อม เขาก็เริ่มต้นใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่เนินเนื้อเบื้องหน้า จากนั้นก็ใช้ปลายมีดโกนทางการแพทย์เคลื่อนไปตามแนวเส้นขนบางเบาอย่างระมัดระวัง ทุกจังหวะที่ปลายมีดแตะต้องกลีบเนื้อ ลมหายใจเขาก็เหมือนจะสะดุดเป็นระยะ เพราะสิ่งที่เห็นเบื้องหน้าไม่ต่างจากภาพในตำราแพทย์ ทว่ามันกลับกระตุกหัวใจเขาให้เต้นแรงผิดปกติ
กระทั่งเขาแหวกกลีบทั้งสองข้างออก น้องสาวของอิงอิงนั้นรูปร่างหน้าตาไร้ตำหนิ ไม่มีเลเบีย (แคมเล็ก) ส่วนเกินยื่นออกให้รำคาญสายตา ก่อนจะเห็นว่าติ่งเสียวเล็กๆ สีชมพูสดตรงกลางเริ่มกระตุกน้อยๆ ราวกับตอบสนองต่อสัมผัสจากปลายนิ้วเขาโดยอัตโนมัติ
เขาเงียบไม่พูดอะไร แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยเสียงรบกวนที่ไม่อาจสะกดได้ ไม่ใช่เพียงเพราะตำแหน่งที่เขากำลังแตะต้องเท่านั้น แต่เป็นเพราะคนที่เขากำลังแตะต้องอยู่...ไม่ใช่คนไข้ทั่วไป แต่คือ อิงอิง เพื่อนสนิทและเพื่อนรักที่คบหากันมานานตั้งแต่สมัยเรียน
...และเพราะแบบนั้นเอง เขาจึงไม่แน่ใจว่าเขาควรทำสิ่งนี้ต่อไปหรือไม่
มือข้างหนึ่งถือมีดโกน ส่วนอีกข้างของเขาแตะประคองกลีบเนื้อเพื่อให้แนวเส้นขนตึงพอเหมาะกับการโกน แต่สัมผัสนั้นกลับลากผ่านหลืบร่องอย่างแผ่วเบาโดยไม่ได้ตั้งใจ และในชั่วเสี้ยววินาที เขาก็สังเกตเห็นว่าอิงอิงเกร็งขาทั้งสองข้างเล็กน้อย พร้อมกับมีหยาดน้ำใสเริ่มซึมออกมาจากปากโพรงนุ่ม
อคินเม้มปากแน่น พยายามไม่ให้น้ำเสียงในหัวตนเองดังกว่าเสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานอยู่ข้างห้อง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันไม่ได้อยู่ในคู่มือวิชาชีพแพทย์...แต่มันกำลังเขียนกฎใหม่ในใจเขาอย่างเงียบงัน
“เจ็บเหรอ?” เขาถามเสียงแผ่ว เพราะสังเกตได้จากอาการเกร็งของเธอ ในขณะที่ปลายนิ้วประคองผิวเนื้ออ่อนไหวเอาไว้อย่างระมัดระวัง
“ไม่...ไม่เจ็บ...แต่ฉันเสียว...กะ…แก...ระวังหน่อย...เมื่อกี้...ปลายนิ้วแกตอนแหวกกีกี้ฉัน...มัน...มันไปโดน…อะ…เอ่อ….”
“โดนคลิตอริส?”
อิงอิงเบนหน้าออกจากเขาอย่างเขินอาย แต่แววตาที่เคยหลบหลีกกลับสะท้อนความวาบหวามที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่อาจซ่อนไว้ได้ ร่างกายของเธอรับรู้ความรู้สึกอย่างชัดเจนจนเธอเองเริ่มสับสนว่า นี่คือความเขินอายหรือความรู้สึกต้องการกันแน่ แต่แววตาที่หรี่พร่า ลมหายใจที่เริ่มหอบถี่ และสีแก้มที่แดงระเรื่อบ่งบอกชัดว่าเธอไม่ได้พูดเล่น หัวใจเธอกำลังเต้นแรงจนแทบระเบิดออกมาอยู่ตรงหน้าเขา
“แกอย่าไปโดนมันบ่อยสิ เดี๋ยวเงี่ยนขึ้นมาแล้วจะยุ่ง!”
“อ๊าาา... บอสขา... เบาๆ สิคะ... เอมี่เสียว...”เอมิกาหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายบิดเกลียวราวกับถูกไฟช็อต มือบางสอดเข้าไปขยุ้มกลุ่มผมดกหนาของเขาแน่นเพื่อระบายความหวามไหว การดูดดึงอย่างตะกละตะกลามของเขาทำเอาเธอสมองขาวโพลนไปหมด“กล้ามใครแน่นกว่ากัน... ตอบ!” เขาเงยหน้าขึ้นมาคาดคั้น แววตาดุดันและหวงแหน“กะ...กล้ามบอสค่ะ... กล้ามบอสแน่นที่สุด... อื้อออ!”พอได้คำตอบที่น่าพอใจ กายสิทธิ์ก็มอบรางวัลด้วยการบดขยี้ริมฝีปากลงบนกลีบปากอวบอิ่มของเธออย่างเร่าร้อน จูบของเขาเต็มไปด้วยการลงทัณฑ์และเรียกร้อง ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดรัดรึง กวาดต้อนความหวานในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจจนเอมิกาแทบขาดลมหายใจมือหนาเลื่อนต่ำลงไปตามหน้าท้องแบนราบ ลากผ่านสะดือ ก่อนจะเกี่ยวขอบแพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋วแล้วรั้งมันออกไปพ้นทาง ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสเข้ากับรอยแยกสีสดที่บัดนี้เปียกแฉะและลื่นไหลไปด้วยหยาดน้ำหวานผสมน้ำมันนวดเขาไม่ได้ปรานีเธอด้วยการเล้าโลมนานนัก นิ้วแกร่งสองนิ้วสอดแทรกเข้าไปในโพรงเนื้ออ่อนนุ่มที่กำลังตอดรัด ขยับเข้าออกเป็นจังหวะรัวเร็วและหนักหน่วงจนเอมิกาต้องแอ่นสะโพกรับสัมผัส“อ๊ะ... อ๊ะ... บอส... เอมี่... จะ...จะไม่ไหวแล
“เวลคัม ทู เอมี่ เลิฟลี่ สปา ค่ะบอส”น้ำเสียงหวานพร่าเอื้อนเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มยั่วเย้า เอมิกากรีดกรายเดินนวยนาดเข้ามาหาชายหนุ่มที่ยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหิน นัยน์ตาของกายสิทธิ์ตอนนี้ไม่ได้มีแววงอนอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนจนแทบจะเผาไหม้ห้องทั้งห้อง“นี่คุณ... เล่นพิเรนทร์อะไรเนี่ย” เขาเค้นเสียงถามผ่านลำคอที่แห้งผาก พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้สายตาหลุบต่ำลงไปมองร่องอกอวบอิ่มที่ดันผ้ากันเปื้อนออกมาทักทาย“ก็บอสทำงานเหนื่อย แถมยังมีเรื่องให้ปวดหัวหงุดหงิดใจ... เอมี่ก็เลยอยากจะไถ่โทษ ด้วยการเปิดคอร์สนวดสปาส่วนตัวให้บอสผ่อนคลายไงคะ” เธอกระซิบชิดแผงอกกว้าง ปลายนิ้วเรียวสวยกรีดกรายไปตามลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องของเขาเบาๆ ทำเอากายสิทธิ์สะดุ้งเฮือก หน้าท้องแกร่งหดเกร็งโดยอัตโนมัติ“ไปนอนคว่ำบนเตียงสิคะ คุณลูกค้า” เธอช้อนตากลมโตขึ้นมองอย่างท้าทายชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใจจริงนึกอยากจะรวบตัวแม่หมอนวดตัวแสบมากดลงกับเตียง แล้วจับฟาดก้นลงโทษให้เข็ดเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าด้วยความฟอร์มจัด กายสิทธิ์จึงข่มความปรารถนานั้นเอาไว้ แสร้งกระตุกยิ้มมุมปากภายใต้ใบหน้าเรียบตึง
บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางกรุงวันนี้ไม่ได้เย็นฉ่ำและน่าอยู่เหมือนทุกวัน แต่มันกลับอึมครึมและกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก ประหนึ่งมีพายุทอร์นาโดกำลังก่อตัวอยู่กลางห้องนั่งเล่นต้นตอของพายุลูกนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นเขา กายสิทธิ์ ซีอีโอหนุ่มรูปหล่อ ที่บัดนี้กลายร่างเป็นเจ้าหมาร็อตไวเลอร์หวงก้าง นั่งกอดอก แผ่นหลังตั้งตรงพิงพนักโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาตึงเปรี๊ยะ สันกรามบดเข้าหากันแน่นจนเป็นรอยนูน นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่จอโทรทัศน์ที่ไม่ได้เปิด ราวกับจะใช้สายตาเลเซอร์เจาะทะลุกำแพงให้เป็นรูเอมิกาที่เพิ่งเดินถือแก้วน้ำเย็นๆ ออกมาจากห้องครัว ลอบถอนหายใจยาวพรืดเป็นรอบที่ร้อยของวันสาเหตุของอาการงอนไร้สาระ เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงบ่ายที่ออฟฟิศ วันนี้มีการฟิตติ้งเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่สำหรับถ่ายแคมเปญโฆษณา และทางแบรนด์เพิ่งเซ็นสัญญาคว้าตัวเควิน นายแบบหนุ่มลูกครึ่งหน้าใหม่ไฟแรงมาร่วมงานเควินเพิ่งมาจากเมืองนอกและยังไม่รู้กิตติศัพท์ความหวงเมียของซีอีโอเจนเทิลกาย พ่อหนุ่มนายแบบหน้าหล่อจึงขยันส่งยิ้มหวานและแจกขนมจีบให้ผู้ช่วยสาวคนสวยอย่างเอมิกาไม่หยุดหย่อน ทว่าสิ่งที่ทำให้เขางอนที่สุด คือจังหวะท
“ไปในที่ที่คุณจะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นว่าผมเรื่องมากยังไงล่ะ” เขาตอบเสียงกลั้วหัวเราะ ราวกับอ่านใจเธอออกทะลุปรุโปร่งลิฟต์หยุดลงที่ชั้น 35 ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องทำงานออกแบบส่วนตัวของกายสิทธิ์ เอมิกาขมวดคิ้วภายใต้ผ้าปิดตา เธอจำได้ดีว่าที่นี่คือที่ไหน แต่ช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา เจ้านายหนุ่มสั่งปิด อ้างว่าเขากำลังให้ผู้รับเหมาเข้ามารีโนเวตชั้นนี้ใหม่ทั้งหมดกายสิทธิ์ดันแผ่นหลังบางเบาๆ ให้เธอก้าวเข้าไปในห้องที่แอร์เย็นฉ่ำ กลิ่นหอมของผ้าไหมและดอกกุหลาบขาวลอยมาเตะจมูก“เอาล่ะ... ลืมตาได้”เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้น พร้อมกับปมผ้าปิดตาที่ถูกคลายออกเอมิกากะพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัสสายตาให้เข้ากับความสว่างภายในห้อง ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า สองมือบางยกขึ้นทาบอกด้วยความตกตะลึงขีดสุด!สถานที่ที่เธอยืนอยู่ คือสตูดิโอส่วนตัวของกายสิทธิ์ที่เธอคุ้นเคยดี มันไม่มีร่องรอยของการรีโนเวตอย่างที่เขาอ้างเลยสักนิด ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอต้องหยุดหายใจ ไม่ใช่ความหรูหราของห้อง แต่มันคือเหตุผลที่แท้จริง ว่าทำไมเขาถึงสั่งห้ามไม่ให้เธอเข้ามาเหยียบที่นี่มาเป็นเดือนต่างหาก‘ชุดเจ้าสาว’ สุดอลังการตั้งตระหง
“ไม่เอา ไปเปลี่ยนมาใหม่!”เสียงทุ้มต่ำที่ติดจะหงุดหงิดและเฉียบขาดดังก้องขึ้นภายในสตูดิโอเวดดิ้งชื่อดังใจกลางสุขุมวิท ทำเอาพนักงานสาวถึงกับสะดุ้งเฮือก รีบก้มหน้างุดหลบสายตาคมกริบของชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีแดงสดเอมิกาที่เพิ่งเดินก้าวออกมาจากห้องลองชุดในสภาพสวมชุดเดรสเจ้าสาวทรงเมอร์เมดสีขาวบริสุทธิ์ ชะงักฝีเท้าอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ หญิงสาวถอนหายใจยาวพรืดเป็นรอบที่สิบของวัน ดวงตากลมโตตวัดมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ที่วันนี้สวมบทบาทเป็นแฟชั่นกูรูสุดเฮี้ยบด้วยความอ่อนใจ“บอสคะ... ชุดนี้มันไม่ดียังไงอีกคะ ทรงเมอร์เมดมันก็เน้นสัดส่วนตามที่บอสบอกว่าอยากให้เอมี่ใส่แล้วนี่นา แถมลูกไม้ฝรั่งเศสที่ใช้ก็เป็นของแท้เกรดพรีเมียมเลยนะคะ” หญิงสาวพยายามอธิบาย พลางหมุนซ้ายหมุนขวาโชว์ทรวดทรงองค์เอวที่ถูกขับเน้นจนโค้งเว้าเย้ายวนกายสิทธิ์ ทรัพย์วราภรณ์ ซีอีโอหนุ่มรูปหล่อแห่งแบรนด์เสื้อผ้าบุรุษระดับโลกอย่างเจนเทิลกาย หรี่ตาลง สันกรามแกร่งบดเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างจับผิด ก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่สบอารมณ์“ทรงน่ะผ่าน แต่วัสดุมันไม่ได้” เขาวิจารณ์เสียงเร
กระทั่งหนึ่งเดือนต่อมา ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี มหานครแห่งแฟชั่นที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก และผู้คนที่แต่งตัวอย่างมีสไตล์งานมิลานแฟชั่นวีคปีนี้ แบรนด์เจนเทิลกายจากประเทศไทย กลายเป็นม้ามืดที่สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งวงการ คอลเลกชันฤดูหนาวที่เกิดจากวิสัยทัศน์ของกายสิทธิ์ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างชาญฉลาดของเอมิกา ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายเกินความคาดหมายการที่เอมิกาตัดสินใจแยกไลน์การผลิตออกเป็นสองเฟสในช่วงที่เกิดวิกฤตผ้าผิดสเปก กลับกลายเป็นข้อดีอย่างไม่น่าเชื่อ เสื้อผ้าเฟสแรกที่ถูกนำมาจัดแสดงบนรันเวย์และดิสเพลย์หน้าร้านที่มิลาน กลายเป็นสินค้า Limited Edition นั่นยิ่งทำให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าและเหล่าบายเออร์จากทั่วยุโรปแย่งกันพรีออเดอร์จนระบบแทบล่ม ความต้องการของตลาดพุ่งสูงจนฝ่ายผลิตที่ไทยต้องทำโอทีกันหามรุ่งหามค่ำ เพื่อเร่งผลิตเฟสที่สองให้ทันส่งออกชื่อเสียงของเจนเทิลกาย พุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับโกลบอลแบรนด์อย่างเต็มภาคภูมิ สื่อแฟชั่นหลายสำนักต่างพากันตีพิมพ์ภาพของซีอีโอหนุ่มสุดหล่อที่ยืนเคียงข้างผู้ช่วยสาวคนเก่ง ยกย่องให้พวกเขาเป็นคู่รักที่สร้างแรงบันดาลใจคู่ใหม่แห่งวงการความเก่






![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
