LOGINอุณหภูมิในห้องหัตถการคงที่อยู่ที่ประมาณยี่สิบสามองศาเซลเซียส เย็นสบายแต่ไม่ถึงกับหนาวจัด กลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อจางๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศผสมกับกลิ่นสะอาดจากเจ้าของคลินิก เสียงเครื่องฟอกอากาศทำงานเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่ภายใต้ความสงบเงียบเหล่านั้นกลับมีบางสิ่งบางอย่างในอากาศที่แตกต่างไป ความกระอักกระอ่วนบางเบา ความรู้สึกแปลกแยกของคนที่แม้จะรู้จักกันมานาน แต่ก็ยังมีเส้นแบ่งบางๆ กั้นอยู่
“...ฉันล่ะอยากจะโดนดูดนมแบบจริงใจดูบ้าง อยากรู้ว่ามันเสียวแค่ไหน”
อคินถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะกลั้วหัวเราะเบาๆ อย่างคนที่ทั้งเหนื่อยใจและระอาเต็มกลืน ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ พร้อมเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงหนักแน่นชัดเจน
“ถ้าฉันชอบผู้หญิง ฉันคงจะดูดนมแกไปนานแล้ว แต่ฉันไม่นิยมกินผู้หญิงอะดิ ถ้าเป็นผู้ชายก็ว่าไปอย่าง แกเก็บความอยากรู้อยากลองไว้อ้อนแฟนใหม่แกเถอะ”
เสียงพูดของอคินฟังดูเหมือนล้อเล่น แต่เจือไว้ด้วยความตั้งใจบางอย่าง ก่อนเขาก็กลับเข้าสู่โหมดจริงจังตามแบบฉบับหมออีกครั้ง มือหนาหยิบหลอดเจลเย็นขึ้นมาบีบลงบนปลายนิ้ว แล้วโปะลงตรงจุดที่อิงอิงขอให้ดูแลพิเศษเมื่อครู่
สัมผัสเย็นเฉียบของเจลแผ่ซ่านไปทั่วพื้นผิวที่ไวต่อความรู้สึก ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็เม้มปากแน่นไม่ยอมหลุดเสียงใดๆ ออกมา ดวงตาเธอหลุบต่ำลงมองเพดาน แก้มขึ้นสีระเรื่ออีกครั้งทั้งจากอุณหภูมิและจากอคินเอง
เขาหยิบหัวเครื่องเลเซอร์ขึ้นมา จากนั้นหยิบที่เป่าลมแนบมาด้วย เพื่อช่วยลดความเจ็บแสบที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการยิงแสง
“มันไม่ได้เจ็บ แต่มันอาจมีบางช่วงที่รู้สึกแปลบๆ” เขาบอกเสียงนิ่ง ใช้มืออีกข้างประคองจุดที่จะยิงเลเซอร์อย่างเบามือทว่ามั่นคง พร้อมเริ่มกระบวนการต่อจากนี้
อิงอิงพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าเธอพร้อมแล้ว เสียงเครื่องเลเซอร์ส่งสัญญาณติ๊ดๆ ดังขึ้นในจังหวะสม่ำเสมอ เสียงที่ฟังดูไม่ต่างจากการรักษาทั่วไป แต่สำหรับเธอแล้ว ทุกวินาทีเหมือนกำลังถูกมองทะลุชั้นผิวหนัง ผ่านเลนส์ความคุ้นเคยที่กำลังทำเธอสั่นคลอน
“เจ็บไหม” อคินถามขึ้นขณะขยับหัวเลเซอร์ไปรอบๆ หัวนม
“ไม่อะ เย็นจนขนลุกมากกว่า” เธอตอบเสียงเบา ไม่กล้าหายใจแรงด้วยซ้ำ
กระบวนการเลเซอร์ผ่านไปอย่างราบรื่น ความเย็นของเจลช่วยให้ผิวหนังไม่รู้สึกแสบหรือเจ็บเลยแม้แต่น้อย ผิวบริเวณนั้นดูจะตอบสนองดีกับการดูแลพิเศษจากมือของหมอผู้ชำนาญ
ไม่นานนัก หัตถการก็ดำเนินไปจนจบ เขาวางเครื่องเลเซอร์ลงอย่างใจเย็น พร้อมหยิบกระดาษทิชชูเช็ดเจลพวกนั้นออก แล้วเอาทิชชูเปียกเช็ดทำความสะอาดอีกรอบ
หญิงสาวค่อยๆ ยันตัวขึ้นจากเตียงเลเซอร์ เอนหลังพิงหมอนหนุนพร้อมกับรวบชายผ้าขนหนูมาคลุมกายไว้ดังเดิม ก่อนจะหันมามองหน้าเขาด้วยแววตานิ่งขรึมและแฝงความจริงจังไว้ในนั้นอย่างเห็นได้ชัด
“ถามจริงเถอะ แกเห็นนมผู้หญิงแล้วไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ”
อคินนิ่งไปชั่ววินาทีเหมือนกำลังประมวลผลคำถาม คิ้วหนาเลิกขึ้น ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ฉันเป็นเกย์ จะไปมีอารมณ์กับผู้หญิงได้ยังไงกัน”
“งั้นก็ดี” อิงอิงพูดเบาๆ ก่อนจะยิ้มบางๆ “คิดไม่ผิดเลยที่เลือกให้แกดูแลร่างกายฉัน”
พูดจบเธอก็เอนกายลงอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ยกขาทั้งสองขึ้นวางบนขาหยั่งอย่างที่เขาสั่งไว้ตั้งแต่ต้น แล้วปลดผ้าขนหนูที่เคยห่อคลุมส่วนล่างออกช้าๆ จนเปิดเผย เหลือเพียงกลางกายเปลือยเปล่าที่ตั้งใจมอบให้เพื่อนสนิทจัดการ
อคินสาวเท้าออกจากห้องหัตถการ เพื่อไปหยิบเจลขวดใหม่ที่เย็นจัดกว่าเดิมด้วยท่าทีที่ดูเหมือนมั่นคง แต่แท้จริงแล้วเป็นความเร่งรีบที่เขาเองก็ไม่แน่ใจนักว่าหลีกหนีอะไรอยู่
แต่ในขณะที่ประตูบานนั้นปิดลงตามหลัง หัวใจของเขากลับยังเต้นแรงไม่หยุดอย่างไร้เหตุผล เหมือนเสียงประตูที่ปิดไม่ได้แค่ขวางทางกลับเข้าไป...แต่ขวางความสงบในใจเขาไว้ด้วย
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามหาเหตุผลให้กับสิ่งที่รู้สึกว่าผิดปกติ มือของเขาสั่นเล็กน้อย...น้อยจนแทบจับสังเกตไม่ได้ แต่เขารู้ตัวดี เขากำลังรู้สึกแปลกแยกในร่างกายตัวเองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
‘คงเพราะอิงอิงเป็นเพื่อนสนิท ใช่...คงเพราะแบบนั้นแหละ’ อคินบอกตัวเอง พยายามจำกัดความอาการใจสั่นว่าเป็นเพียงความเครียดหรือความเกร็งที่มาจากบทบาทความรับผิดชอบในฐานะหมอที่สนิทกับคนไข้มากไปหน่อยก็แค่นั้น
“อื้อ…ที่รักขา…เค้าเสียว…อ๊า...” เสียงหอบหายใจของหญิงสาวแผ่วดัง ร่างกายบิดเร้าอย่างควบคุมไม่อยู่เมื่อเขาใช้ปลายลิ้นจู่โจมรัวเร็ว มือหนาเลื่อนไปประคองสะโพกเธอไว้มั่น ยิ่งทำให้ทุกสัมผัสนั้นลึกซึ้งและเร้าอารมณ์ ในตอนที่เขาลงลิ้นมอบความเปียกชุ่ม เธอแทบจะยืนไม่ไหว ขาเรียวสั่นระริก มือจิกแน่นกับขอบโต๊ะเรียนเก่าที่เย็นเฉียบ เขาที่เฝ้าสังเกตอาการของเธออยู่แล้วก็ไม่รอช้า สอดตัวเข้าไปในทันทีแบบไม่มีคำเตือน แต่ทว่าเธอก็ยอมรับสัมผัสของเขาโดยไร้การต่อต้าน ดวงตาปรือปรอยเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่รุนแรงจนยากจะหยุดยั้ง ทั้งสองต่างรู้ดีว่าเวลาในตอนนี้มีอยู่อย่างจำกัด จึงไม่อาจมัวชักช้าให้โอกาสอันเร่าร้อนนี้หลุดลอยไปได้ เสียงฝีเท้าหรือเสียงพูดคุยจากด้านนอกอาจดังขึ้นเมื่อไรก็ไม่มีใครคาดเดาได้ ดังนั้นจึงต้องรีบเร่งอย่างระมัดระวัง อิงอิงถูกจับให้โก้งโค้งพาดตัวแนบไปกับโต๊ะเรียนไม้เก่าตัวหนึ่ง ร่างบางสั่นไหวเมื่อเขากระแทกเข้าไปลึกสุดความยาว แล้วค่อยๆ ถอนออกจนแทบหลุด แล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่อย่างแม่นยำและหนักหน่วง ท่อนเอ็นแข็งขึงของเขาเคลื่อนเข้าออกในจังหวะที่สม่ำเสมอแต่ร้อนแรง ขับเน้นให้ร่างของเธอสั่นระริกตาม
การตกลงใจแต่งงานกันในครั้งนี้ของทั้งคู่ นอกจากจะเป็นเรื่องที่เจ้าตัวต่างยินยอมพร้อมใจแล้ว ยังถือเป็นข่าวดีที่สร้างความปลาบปลื้มให้กับครอบครัวของทั้งสองฝ่ายที่เฝ้ารอวันนี้มานานโดยเฉพาะแม่ของอิงอิง ที่เฝ้ามองเพื่อนสนิทของลูกสาวคนนี้มาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ด้วยสายตาเอ็นดูและเชื่อมั่นว่าเด็กหนุ่มหน้าตาดี เรียบร้อย มีสัมมาคารวะคนนี้จะเป็นแรงพยุงให้ลูกสาวของเธอกลายเป็นคนมีคุณภาพ มีระเบียบวินัย และไม่เตลิดไปกับเพื่อนฝูงที่อาจพาออกนอกลู่นอกทาง จะว่าไป หากไม่มีอคินคอยดูแล ประคอง และเป็นหลักให้ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ลูกสาวของเธอคงไม่เป็นผู้เป็นคนอย่างที่เห็นว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวใช้เวลาเกือบสองเดือนเต็มในการเตรียมงานแต่ง หลังจากผู้ใหญ่ในครอบครัวช่วยกันหาฤกษ์งามยามดีให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็เริ่มวางแผนทุกขั้นตอนอย่างจริงจัง ตั้งแต่การเลือกสถานที่ การจองช่างแต่งหน้าและช่างภาพ ไปจนถึงการเลือกธีมงานและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องประสานกันทุกฝ่ายเพื่อให้งานในวันสำคัญออกมาสมบูรณ์ที่สุดเกือบทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นตามแผน ยกเว้นเสียก็แต่เพียงเรื่องเดียวที่ยังติดค้างอยู่ในใจ นั่นคือภาพถ่าย
เขายกขาเรียวของเธอพาดขึ้นบนบ่ากว้างอย่างมั่นคง ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกเข้าออกเนิบนาบ ปลุกปั้นความเสียวให้แล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง ราวกับทุกอณูผิวกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้งแต่ไม่นาน จากที่เคลื่อนไหวเชื่องช้าละเมียดละไม เขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนจังหวะนั้นให้เร็วขึ้น หนักหน่วงขึ้น ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สะโพกแกร่งกระแทกกระทั้นเข้าสู่กายเธอราวกับพายุที่โหมกระหน่ำไม่ยั้ง ร่างเธอโยกคลอนไปตามแรงกระแทกนั้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นประสานกับเสียงครางกระเส่าที่หลุดลอดออกจากลำคอของทั้งคู่ดวงตาของเขาฉายชัดถึงแรงปรารถนาที่เดือดพล่านอยู่ภายใน มันทั้งร้อนแรง ดิบเถื่อน และเร้าเร่งจนแทบจะเผาไหม้ความอดกลั้นให้มอดไหม้เป็นจุณ ริมฝีปากที่เม้มแน่นกัดกรามจนแนวกรามขบกันแน่น ขณะที่แววตาจ้องมองเธอไม่กะพริบ ราวกับต้องการกลืนกินทุกความรู้สึก ทุกลมหายใจของเธอให้หลอมรวมกลายเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงตัณหารุนแรงของเขา“แกชอบมีเซ็กซ์กับฉันไหม อิงอิง” เสียงกระซิบแนบหูเธอ ก่อนจะก้มลงจูบเนินอกอีกครั้ง คล้ายเร่งเร้าให้เธอตอบจากใจ“อื้อ ชอบมาก ชอบที่สุดเลยอคิน”“ถ้ารู้ว่าเราเข้ากันดีขนาดนี้ ฉันน่าจะจับแกเป็นเมียให้เร็วกว่านี้”ระหว
ค่ำคืนแห่งปรารถนาผ่านไปอย่างเนิ่นนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ตลอดทั้งคืนเขาโอบกอดเธอแนบแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะละลายหายไปกับความฝัน เสียงกระซิบของคำสารภาพอันหลากหลายค่อยๆ หลั่งไหลออกมา ทั้งเรื่องในอดีตที่เขาไม่เคยบอกใคร ความรู้สึกที่ถูกเก็บงำไว้ และความปรารถนาอันเร่าร้อนที่เขาไม่อาจหักห้ามใจได้ ทุกถ้อยคำผสานกลมกลืนไปกับบทสัมผัสอันร้อนแรงที่โหมกระพือซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายทั้งสองก็เผลอหลับไหลไปโดยไม่ทันรู้ตัวแต่สิ่งที่แน่ชัดยิ่งกว่าความฝัน คือรุ่งสางที่แสงอาทิตย์ยังโผล่ไม่พ้นขอบฟ้า เธอรู้สึกได้ถึงสัมผัสวาบหวิวบริเวณจุดกระสันกลางกาย อิงอิงรับรู้ถึงปลายลิ้นอุ่นร้อนที่ลากไล้เชื่องช้ารอบๆ ติ่งเนื้ออ่อนไหว บ้างก็ถูกจู่โจมด้วยแรงดูดสลับจังหวะเบาแรง จนเม็ดเสียวเต้นตุบตามการสัมผัสนั้นจากอาการสะลึมสะลือในคราแรก เมาขี้ตาเพราะเพิ่งตื่นจากหลับใหล เธอกลับรู้สึกเหมือนมีสวิตช์บางอย่างถูกเปิดขึ้นภายในร่างกาย ดวงตาที่เคยปรือก็พลันเบิกกว้าง รับรู้ทุกสัมผัสอย่างแจ่มชัด ความวาบหวิวที่ปลุกเร้าแทบจะทำให้เธอสะดุ้ง เธอตื่นเต็มตา ราวกับไม่มีอะไรจะชัดเจนไปกว่านี้อีกแล้วหากแต่เธอยังไม่ได้ลืมตา ไม่ได้ขยับเขยื้อนแ
“ห้องใหม่ ก็ต้องให้แฟนใหม่เจิมสิ ถึงจะถูก”คำตอบของเขาทำเธอเลิกคิ้วขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับชะงักจังหวะการเคลื่อนไหวทันที ก่อนจะถามเสียงหลง ทั้งหอบทั้งตื่นตระหนก“หืม เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ อคิน”“ก็แฟนใหม่ไง”เขายักไหล่ พลางยิ้มมุมปากอย่างไม่ใส่ใจ ท่าทางสบายๆ ของเขาราวกับสิ่งที่เพิ่งพูดไปเป็นแค่ประโยคธรรมดา ไม่ใช่คำสารภาพใดๆหากแต่อีกฝ่ายเบิกตากว้าง ใจเต้นกระหน่ำรัวไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าร้อนวูบขึ้นแทบจะในทันที ขณะที่ยื่นมือมาตีไหล่เขาเบาๆ ด้วยความประหม่าและไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ริมฝีปากอ้าเล็กน้อยราวจะพูดอะไรสักอย่างแต่กลับไม่มีเสียงหลุดออกมา จนกระทั่งเริ่มเรียกคืนสติคืนมาได้“ใครตกลงจะเป็นแฟนกับแกยะ! อย่ามาขี้ตู่พูดเอาเองแบบนี้สิ” เธอพูดพลางยิ้มขำ แต่ใบหน้ายังแดงระเรื่อจากความขวยเขิน “ถ้าอยากให้ฉันเป็นแฟนแก อาจจะต้องทดสอบก่อนว่า มีเซ็กซ์กับแกมันดีกว่า เร้าใจกว่าเดิมแค่ไหน”“หืม เซ็กซ์ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้อีกเหรอ” เขาหัวเราะในลำคอ เลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนจะจ้องตาเธอราวกับพร้อมท้าพิสูจน์ทันที“ก็ต้องดูว่าคืนนี้แกจะอึดแค่ไหน ฉันรอมาเป็นสิบปี แค่ยกเดียวจะให้ตอบตกลงเลยมันก็ไม่ใช่ปะวะ” อิง
ตอนนี้ทั้งสองถูกคลื่นอารมณ์กระหน่ำซัดอย่างไม่ปรานี ปากของพวกเขาประกบกันแนบแน่น จูบกันอย่างดูดดื่ม ลิ้นตวัดพันกันราวกับไม่มีใครยอมใคร เสียงครางเบาหวิวหลุดลอดระหว่างจังหวะดูดกลืนกันและกัน มือของเธอลูบไล้แผ่นหลังเขา ขณะที่มือของเขากอบกุมบั้นเอวเธอแน่น รั้งให้แนบชิดกว่าเดิมร่างของอิงอิงสั่นสะท้านขณะขย่มลงบนท่อนเอ็นลำใหญ่ที่ตึงแน่น ความร้อนรุ่มระอุทั่วร่างแทบระเบิด ความรู้สึกเสียวซ่านแผ่กระจายตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงยอดอก ทุกจังหวะที่เธอกระแทกตัวลงมาบนตักเขาเหมือนทั้งสองกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในห้วงราคะที่ไม่มีใครอยากหยุดกระทั่งแรงเธอเริ่มตกลง เขาจึงพาเธอเปลี่ยนบรรยากาศออกไปที่ระเบียง เปิดประตูกระจกบานใหญ่ให้ลมยามดึกพัดผ่านเข้ามาเย็นเฉียบ ก่อนจะปิดไฟรอบๆ เพื่อป้องกันสายตาสอดรู้สอดเห็นจากห้องข้างเคียง จากนั้นจึงพาเธอก้าวออกไปยังริมระเบียงเธอยืนโก้งโค้งอย่างรู้หน้าที่ มือทั้งสองข้างเกาะราวกระจกแน่นจนเส้นเอ็นขึ้นชัด เขายืนซ้อนด้านหลัง ใช้ฝ่ามือลูบไปตามแนวสันหลังลงมาจนถึงสะโพกที่แอ่นรับเต็มที่“อื้อ...อคิน...”“ให้ตายเถอะ อิงอิง ตัวแกนุ่มจนฉันหยุดสัมผัสไม่ได้เลย”ดูเหมือนความเป็นเกย์จะทิ้งไว







