Masuk“แกอย่าไปโดนมันบ่อยสิ เดี๋ยวเงี่ยนขึ้นมาแล้วจะยุ่ง!”
แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเธอพูดแบบนี้ เขายิ่งอยากแกล้ง รอยยิ้มที่มุมปากของคุณหมอหนุ่มเผยออกมาเล็กน้อยขณะจ้องมองใบหน้าแดงระเรื่อของเพื่อนสนิท แทนที่จะผละมือออก เขากลับยิ่งกดปลายนิ้วโป้งลงตรงติ่งเนื้อเล็กๆ อย่างจงใจ
“อ๊ะ…อคิน…” เธอหลุดเสียงออกมาด้วยความเสียววูบ ขาทั้งสองข้างเกร็งสั่นโดยไม่ทันตั้งตัว มือข้างหนึ่งจิกขอบเตียงไว้แน่น
“นี่น่ะเรียกว่า คลิตอริส หรือปุ่มกระสัน ปุ่มเสียว ติ่งเสียว เม็ดละมุด เม็ดแตด แล้วแต่คนจะเรียก มันเป็นจุดรวมของเส้นประสาทรับความรู้สึกมากที่สุดในร่างกายผู้หญิง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งราวกับกำลังอธิบายบทเรียนในห้องเรียน “มันมีเส้นประสาทมากกว่าหนึ่งหมื่นเส้น เลยค่อนข้างไวต่อการสัมผัส โดยเฉพาะในสภาวะที่มีอารมณ์ร่วมแบบนี้…แบบที่แกกำลังมีอยู่ตอนนี้”
ปลายนิ้วโป้งของเขาวนเบาๆ ราวกับกำลังใช้ปากกาขีดเส้นโค้งอยู่บนผิวกระดาษ ก่อนจะป้ายเอาน้ำใสๆ ที่เอ่อคลออยู่ตรงปากร่องขึ้นมาแตะเบาๆ บนติ่งเล็กๆ นั่น เพื่อให้มันลื่นและคลึงได้ถนัดถนี่กว่าเดิม จากนั้นเขาก็คลึงมันช้าๆ เป็นวงกลม จนเธอสะดุ้งเฮือก ร่างบางบิดเบาๆ ก่อนจะครางเสียงสั่น ลมหายใจหอบถี่อย่างควบคุมไม่อยู่
“อื้อ...พอ…พอแล้วอคิน...ฉันให้แก...ทำเลเซอร์ให้นะ...ไม่ได้จะให้แกเล่น...อื้อ...อะไรแบบนี้”
เสียงเธออ้อนวอนปนหอบกระเส่า ดวงตาพร่ามัวไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว หากแต่เขากลับโน้มตัวเข้าใกล้อีกนิด ดวงตาคมจ้องลึกลงไปในแววตาเธอ
“ก็แกเป็นคนขอให้ฉันสอนเองไม่ใช่เหรอ ว่าควรทำอะไร ควรกระตุ้นตรงไหน จะได้รู้ว่าเสียวจริงๆ มันเป็นยังไง”
ดูเหมือนเขากำลังสนุก ยิ่งปลายนิ้วคลึงเคล้น น้ำหวานของเธอก็ยิ่งไหลออกมาไม่หยุด ราวกับร่างกายตอบสนองตามสัญชาตญาณมากกว่าสมองจะสั่งการ อิงอิงกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงคราง มือทั้งสองข้างกำขอบเตียงแน่นจนข้อขึ้นสีขาวซีด ขาเรียวสั่นเป็นพักๆ สะโพกกระตุกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
“พอ...พอแล้วอคิน...แก...แกไม่รู้สึก...ตะ...แต่…แต่ฉันรู้สึกนะเว้ย” เธอพูดตะกุกตะกัก เสียงแผ่วจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ทั้งที่อยากให้เขาหยุด แต่แววตาที่ปรือพร่าและลมหายใจที่สะดุด กลับไม่อาจหลอกใครได้เลย
เขาหัวเราะเบาๆ อย่างพึงพอใจ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเล่นกึ่งจริงจัง
“ก็ทดสอบไง ว่ากล้ามเนื้อ การตอบสนอง น้ำหล่อลื่น สภาพภายใน ทุกอย่างของแกยังปกติดีหรือเปล่า ซึ่งจากที่ฉันเห็นตอนนี้ ก็ชัดเจนแล้วว่าไม่มีอะไรผิดปกติเลย” เขาโน้มหน้าเข้าใกล้ช้าๆ นิ้วโป้งยังคงคลึงเบาๆ ไม่ขาดจังหวะ ก่อนจะพูดต่อ “น้ำเงี่ยนแกออกเยอะดี ไม่ตายด้าน แถมยังตอบสนองไวขนาดนี้ สมรรถภาพทางเพศยังดีเยี่ยม”
อิงอิงผงกหัวขึ้นมองเขา แววตาเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งอาย ทั้งขัดเขิน ทั้งร้อนรุ่ม ก่อนเธอจะพูดเสียงสั่น
“เอ...หรือว่าน้ำเงี่ยนฉันมันเยอะเกินไป มันมีกลิ่น หรือว่า...มันไม่อร่อยเหรอ เขาถึงเมิน” เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่ออย่างรวดเร็วราวกับไม่อยากให้ตัวเองมีเวลาคิดซ้ำ “จะว่าไป พี่อาร์ตเขาไม่เคยทำออรัลเซ็กซ์ให้ฉันเลยนะอคิน ไม่เคยสักครั้ง ฉันยังไม่รู้เลยว่าการโดนลงลิ้นจริงๆ มันเป็นยังไง”
อคินชะงักไปเล็กน้อยกับประโยคตรงไปตรงมานั้น ดวงตาของเขาเลื่อนลงต่ำอย่างควบคุมไม่อยู่ ก่อนที่มือหนึ่งจะยกขึ้นแตะปลายนิ้วของตัวเอง ป้ายเอาน้ำหล่อลื่นใสๆ ที่ยังชุ่มอยู่ตรงกลีบเนื้อของเธอขึ้นมาดูอีกครั้ง
เขาหรี่ตามอง ราวกับพยายามวิเคราะห์บางอย่างด้วยสัญชาตญาณของหมอ แต่แท้จริงแล้วเป็นแค่ข้ออ้างบางๆ ที่เขาเองก็เริ่มแยกไม่ออกว่าใช่หรือไม่
“ก็ไม่ได้มีกลิ่นนะ” เขาพูดเสียงเบา ราวกับกำลังบอกตัวเองมากกว่าจะบอกเธอ ความจริงแล้ว กลิ่นกายของเธอไม่ได้แค่สะอาดสะอ้านตามที่ควรจะเป็น มันกลับมีบางสิ่งบางอย่างที่กระตุ้นสัญชาตญาณในตัวเขา จนหัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขารีบสลัดความคิดนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นนิ้วนั้นให้เธอดมด้วยตัวเอง
“อ๊าาา... บอสขา... เบาๆ สิคะ... เอมี่เสียว...”เอมิกาหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายบิดเกลียวราวกับถูกไฟช็อต มือบางสอดเข้าไปขยุ้มกลุ่มผมดกหนาของเขาแน่นเพื่อระบายความหวามไหว การดูดดึงอย่างตะกละตะกลามของเขาทำเอาเธอสมองขาวโพลนไปหมด“กล้ามใครแน่นกว่ากัน... ตอบ!” เขาเงยหน้าขึ้นมาคาดคั้น แววตาดุดันและหวงแหน“กะ...กล้ามบอสค่ะ... กล้ามบอสแน่นที่สุด... อื้อออ!”พอได้คำตอบที่น่าพอใจ กายสิทธิ์ก็มอบรางวัลด้วยการบดขยี้ริมฝีปากลงบนกลีบปากอวบอิ่มของเธออย่างเร่าร้อน จูบของเขาเต็มไปด้วยการลงทัณฑ์และเรียกร้อง ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดรัดรึง กวาดต้อนความหวานในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจจนเอมิกาแทบขาดลมหายใจมือหนาเลื่อนต่ำลงไปตามหน้าท้องแบนราบ ลากผ่านสะดือ ก่อนจะเกี่ยวขอบแพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋วแล้วรั้งมันออกไปพ้นทาง ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสเข้ากับรอยแยกสีสดที่บัดนี้เปียกแฉะและลื่นไหลไปด้วยหยาดน้ำหวานผสมน้ำมันนวดเขาไม่ได้ปรานีเธอด้วยการเล้าโลมนานนัก นิ้วแกร่งสองนิ้วสอดแทรกเข้าไปในโพรงเนื้ออ่อนนุ่มที่กำลังตอดรัด ขยับเข้าออกเป็นจังหวะรัวเร็วและหนักหน่วงจนเอมิกาต้องแอ่นสะโพกรับสัมผัส“อ๊ะ... อ๊ะ... บอส... เอมี่... จะ...จะไม่ไหวแล
“เวลคัม ทู เอมี่ เลิฟลี่ สปา ค่ะบอส”น้ำเสียงหวานพร่าเอื้อนเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มยั่วเย้า เอมิกากรีดกรายเดินนวยนาดเข้ามาหาชายหนุ่มที่ยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหิน นัยน์ตาของกายสิทธิ์ตอนนี้ไม่ได้มีแววงอนอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนจนแทบจะเผาไหม้ห้องทั้งห้อง“นี่คุณ... เล่นพิเรนทร์อะไรเนี่ย” เขาเค้นเสียงถามผ่านลำคอที่แห้งผาก พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้สายตาหลุบต่ำลงไปมองร่องอกอวบอิ่มที่ดันผ้ากันเปื้อนออกมาทักทาย“ก็บอสทำงานเหนื่อย แถมยังมีเรื่องให้ปวดหัวหงุดหงิดใจ... เอมี่ก็เลยอยากจะไถ่โทษ ด้วยการเปิดคอร์สนวดสปาส่วนตัวให้บอสผ่อนคลายไงคะ” เธอกระซิบชิดแผงอกกว้าง ปลายนิ้วเรียวสวยกรีดกรายไปตามลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องของเขาเบาๆ ทำเอากายสิทธิ์สะดุ้งเฮือก หน้าท้องแกร่งหดเกร็งโดยอัตโนมัติ“ไปนอนคว่ำบนเตียงสิคะ คุณลูกค้า” เธอช้อนตากลมโตขึ้นมองอย่างท้าทายชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใจจริงนึกอยากจะรวบตัวแม่หมอนวดตัวแสบมากดลงกับเตียง แล้วจับฟาดก้นลงโทษให้เข็ดเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าด้วยความฟอร์มจัด กายสิทธิ์จึงข่มความปรารถนานั้นเอาไว้ แสร้งกระตุกยิ้มมุมปากภายใต้ใบหน้าเรียบตึง
บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางกรุงวันนี้ไม่ได้เย็นฉ่ำและน่าอยู่เหมือนทุกวัน แต่มันกลับอึมครึมและกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก ประหนึ่งมีพายุทอร์นาโดกำลังก่อตัวอยู่กลางห้องนั่งเล่นต้นตอของพายุลูกนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นเขา กายสิทธิ์ ซีอีโอหนุ่มรูปหล่อ ที่บัดนี้กลายร่างเป็นเจ้าหมาร็อตไวเลอร์หวงก้าง นั่งกอดอก แผ่นหลังตั้งตรงพิงพนักโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาตึงเปรี๊ยะ สันกรามบดเข้าหากันแน่นจนเป็นรอยนูน นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่จอโทรทัศน์ที่ไม่ได้เปิด ราวกับจะใช้สายตาเลเซอร์เจาะทะลุกำแพงให้เป็นรูเอมิกาที่เพิ่งเดินถือแก้วน้ำเย็นๆ ออกมาจากห้องครัว ลอบถอนหายใจยาวพรืดเป็นรอบที่ร้อยของวันสาเหตุของอาการงอนไร้สาระ เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงบ่ายที่ออฟฟิศ วันนี้มีการฟิตติ้งเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่สำหรับถ่ายแคมเปญโฆษณา และทางแบรนด์เพิ่งเซ็นสัญญาคว้าตัวเควิน นายแบบหนุ่มลูกครึ่งหน้าใหม่ไฟแรงมาร่วมงานเควินเพิ่งมาจากเมืองนอกและยังไม่รู้กิตติศัพท์ความหวงเมียของซีอีโอเจนเทิลกาย พ่อหนุ่มนายแบบหน้าหล่อจึงขยันส่งยิ้มหวานและแจกขนมจีบให้ผู้ช่วยสาวคนสวยอย่างเอมิกาไม่หยุดหย่อน ทว่าสิ่งที่ทำให้เขางอนที่สุด คือจังหวะท
“ไปในที่ที่คุณจะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นว่าผมเรื่องมากยังไงล่ะ” เขาตอบเสียงกลั้วหัวเราะ ราวกับอ่านใจเธอออกทะลุปรุโปร่งลิฟต์หยุดลงที่ชั้น 35 ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องทำงานออกแบบส่วนตัวของกายสิทธิ์ เอมิกาขมวดคิ้วภายใต้ผ้าปิดตา เธอจำได้ดีว่าที่นี่คือที่ไหน แต่ช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา เจ้านายหนุ่มสั่งปิด อ้างว่าเขากำลังให้ผู้รับเหมาเข้ามารีโนเวตชั้นนี้ใหม่ทั้งหมดกายสิทธิ์ดันแผ่นหลังบางเบาๆ ให้เธอก้าวเข้าไปในห้องที่แอร์เย็นฉ่ำ กลิ่นหอมของผ้าไหมและดอกกุหลาบขาวลอยมาเตะจมูก“เอาล่ะ... ลืมตาได้”เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้น พร้อมกับปมผ้าปิดตาที่ถูกคลายออกเอมิกากะพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัสสายตาให้เข้ากับความสว่างภายในห้อง ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า สองมือบางยกขึ้นทาบอกด้วยความตกตะลึงขีดสุด!สถานที่ที่เธอยืนอยู่ คือสตูดิโอส่วนตัวของกายสิทธิ์ที่เธอคุ้นเคยดี มันไม่มีร่องรอยของการรีโนเวตอย่างที่เขาอ้างเลยสักนิด ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอต้องหยุดหายใจ ไม่ใช่ความหรูหราของห้อง แต่มันคือเหตุผลที่แท้จริง ว่าทำไมเขาถึงสั่งห้ามไม่ให้เธอเข้ามาเหยียบที่นี่มาเป็นเดือนต่างหาก‘ชุดเจ้าสาว’ สุดอลังการตั้งตระหง
“ไม่เอา ไปเปลี่ยนมาใหม่!”เสียงทุ้มต่ำที่ติดจะหงุดหงิดและเฉียบขาดดังก้องขึ้นภายในสตูดิโอเวดดิ้งชื่อดังใจกลางสุขุมวิท ทำเอาพนักงานสาวถึงกับสะดุ้งเฮือก รีบก้มหน้างุดหลบสายตาคมกริบของชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีแดงสดเอมิกาที่เพิ่งเดินก้าวออกมาจากห้องลองชุดในสภาพสวมชุดเดรสเจ้าสาวทรงเมอร์เมดสีขาวบริสุทธิ์ ชะงักฝีเท้าอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ หญิงสาวถอนหายใจยาวพรืดเป็นรอบที่สิบของวัน ดวงตากลมโตตวัดมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ที่วันนี้สวมบทบาทเป็นแฟชั่นกูรูสุดเฮี้ยบด้วยความอ่อนใจ“บอสคะ... ชุดนี้มันไม่ดียังไงอีกคะ ทรงเมอร์เมดมันก็เน้นสัดส่วนตามที่บอสบอกว่าอยากให้เอมี่ใส่แล้วนี่นา แถมลูกไม้ฝรั่งเศสที่ใช้ก็เป็นของแท้เกรดพรีเมียมเลยนะคะ” หญิงสาวพยายามอธิบาย พลางหมุนซ้ายหมุนขวาโชว์ทรวดทรงองค์เอวที่ถูกขับเน้นจนโค้งเว้าเย้ายวนกายสิทธิ์ ทรัพย์วราภรณ์ ซีอีโอหนุ่มรูปหล่อแห่งแบรนด์เสื้อผ้าบุรุษระดับโลกอย่างเจนเทิลกาย หรี่ตาลง สันกรามแกร่งบดเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างจับผิด ก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่สบอารมณ์“ทรงน่ะผ่าน แต่วัสดุมันไม่ได้” เขาวิจารณ์เสียงเร
กระทั่งหนึ่งเดือนต่อมา ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี มหานครแห่งแฟชั่นที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก และผู้คนที่แต่งตัวอย่างมีสไตล์งานมิลานแฟชั่นวีคปีนี้ แบรนด์เจนเทิลกายจากประเทศไทย กลายเป็นม้ามืดที่สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งวงการ คอลเลกชันฤดูหนาวที่เกิดจากวิสัยทัศน์ของกายสิทธิ์ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างชาญฉลาดของเอมิกา ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายเกินความคาดหมายการที่เอมิกาตัดสินใจแยกไลน์การผลิตออกเป็นสองเฟสในช่วงที่เกิดวิกฤตผ้าผิดสเปก กลับกลายเป็นข้อดีอย่างไม่น่าเชื่อ เสื้อผ้าเฟสแรกที่ถูกนำมาจัดแสดงบนรันเวย์และดิสเพลย์หน้าร้านที่มิลาน กลายเป็นสินค้า Limited Edition นั่นยิ่งทำให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าและเหล่าบายเออร์จากทั่วยุโรปแย่งกันพรีออเดอร์จนระบบแทบล่ม ความต้องการของตลาดพุ่งสูงจนฝ่ายผลิตที่ไทยต้องทำโอทีกันหามรุ่งหามค่ำ เพื่อเร่งผลิตเฟสที่สองให้ทันส่งออกชื่อเสียงของเจนเทิลกาย พุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับโกลบอลแบรนด์อย่างเต็มภาคภูมิ สื่อแฟชั่นหลายสำนักต่างพากันตีพิมพ์ภาพของซีอีโอหนุ่มสุดหล่อที่ยืนเคียงข้างผู้ช่วยสาวคนเก่ง ยกย่องให้พวกเขาเป็นคู่รักที่สร้างแรงบันดาลใจคู่ใหม่แห่งวงการความเก่







