Masuk"ยัยเด็กคนนั้นไงที่ฉันเล่าให้ฟัง ที่แท้ก็อยู่คณะเดียวกันนี่เอง"
"คนนี้เองหรือที่เธอบอกว่าเกลียดขี้หน้าตั้งแต่แรกเห็นน่ะ"
"ใช่ แต่น่าจะอยู่คนละสาขา ถ้าช่วงที่รับน้องคณะฉันจะแกล้งให้เข็ดเลย พวกเธอต้องช่วยฉันด้วยนะเพราะมีโอกาสแค่ช่วงที่รับน้องทั้งคณะเท่านั้น ถ้ารับน้องแยกสาขาแล้วเราก็ไม่มีโอกาสได้แกล้งเด็กคนนั้นน่ะสิ"
"ได้สิ แล้วจะไปแกล้งมันตอนนี้เลยไหมล่ะ"
"ขาเจ็บอยู่ด้วยนี่ ดีเลย…แล้วเราจะแกล้งอะไรดีล่ะ"
"งั้นเดี๋ยวขอคิดแผนก่อน"
"เอ๊ะ! นั่นมันธามนี่ เห็นไหมว่าธามกำลังเดินตรงไปทางเด็กคนนั้นด้วย"
เพื่อนในกลุ่มของน้ำหวานก็พากันมองไปที่เด็กสาวเป็นตาเดียว
"น้องปราย ข้อเท้าดีขึ้นบ้างหรือยังครับ" ธามเดินเข้าไปทักปรายฟ้าที่นั่งอยู่โต๊ะม้าหินอ่อนคนเดียว แล้วมองไปที่ข้อเท้าด้วยความเป็นห่วง
"อ้าว…รุ่นพี่นี่เอง สวัสดีค่ะ" ปรายยกมือไหว้รุ่นพี่ที่ช่วยเหลือเธอไว้ตั้งหลายอย่าง จนเธอรู้สึกเกรงใจเขาเป็นอย่างมาก
"เลิกเรียกรุ่นพี่ได้แล้วครับ เรียกพี่ธามก็พอ แล้วข้อเท้าเป็นไงบ้าง ดีขึ้นบ้างหรือยัง"
"รุ่น...เออ พี่ธามคะ วันนี้ยังไงก็เจอพี่ธามแล้ว ปรายว่าจะเอาโทรศัพท์คืนพี่เลยได้ไหมคะ"
"ก็พี่บอกไปเมื่อคืนแล้วไง ถ้าเจ้าของไม่อยากรับ น้องปรายก็ยังคืนไม่ได้นะ"
"แต่ปรายไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อะไรมากนี่คะ ปรายไม่สบายใจเลย"
"น้องปรายยังไม่ตอบคำถามพี่เลยนะ ว่าข้อเท้าดีขึ้นบ้างแล้วหรือยัง ไหนพี่ขอดูหน่อยสิ"
ธามย่อตัวลงตรงที่เด็กสาวนั่ง แล้วจับข้อเท้าดูว่าเธออาการดีขึ้นแล้วหรือยัง
"พี่ธามลุกขึ้นเถอะค่ะ คนมองกันเต็มเลย" เธอค่อนข้างประหม่าทุกสายตาที่ต่างก็พากันจ้องมองมาที่เธอกับเขา เพราะเธอยิ่งขาดความมั่นใจ พอโดนจ้องมองด้วยสายตาหลายร้อยคู่ก็ทำให้เธอยิ่งขาดความมั่นใจขึ้นไปอีก
"ทำไมล่ะครับ ก็พี่เป็นห่วง พี่เป็นคนทำให้น้องปรายเจ็บนะ พี่ก็ต้องรับผิดชอบสิ"
"แต่ปรายไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ นะคะพี่ธาม ปรายขอร้องล่ะค่ะ ลุกขึ้นเถอะนะคะ"
"ก็ได้ แต่มีข้อแม้นะ"
"อะไรคะ"
"ไม่ต้องคืนโทรศัพท์ให้พี่"
"แบบนั้นคงจะไม่ได้หรอกค่ะ"
"งั้นพี่ก็จะนั่งเฝ้าน้องปรายอยู่แบบนี้แหละ"
"ทำไมทำแบบนี้ล่ะคะพี่ธาม เราไม่เคยรู้จักกันเลยด้วยซ้ำ แล้วเราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกเมื่อวานนี้เอง ทำไทถึงต้องทำเพื่อปรายขนาดนี้ด้วยล่ะคะ พี่ธามลุกขึ้นเถอะ ปรายยอมก็ได้ ปรายยังไม่คืนมือถือให้พี่ตอนนี้ก็ได้ค่ะ"
ขนาดตอนนี้เธอก็ยังโดนจับจ้องโดยเพื่อนปีหนึ่งที่กำลังทำกิจกรรมรับน้องกันอยู่ ที่ต่างก็พากันมองมาทางเธอด้วยความสนใจ เธอจึงจำใจยอมรับข้อเสนอของเขา ยังดีกว่าตกเป็นเป้าสายตาของคนมากมายแบบนั้น
"น้องปรายก็พูดไม่ถูกนะว่าเราไม่เคยเจอกัน เราเคยเจอกันครั้งหนึ่งแล้วต่างหาก" ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะตรงข้ามกับปรายฟ้า
"ปรายไม่เห็นจำได้เลยค่ะ แล้วปรายก็ไม่ค่อยได้เจอใครด้วยนะคะ พี่ธามคงจะเข้าใจผิดแน่ ๆ"
"พี่ให้น้องปรายไปคิดเองก่อนหนึ่งคืน พรุ่งนี้พี่จะมาเอาคำตอบนะครับ"
"ค่ะ แต่ปรายก็คงจะคิดไม่ออกหรอกค่ะ เพราะปรายแทบไม่รู้จักใครเลยจริง ๆ"
"เพื่อนพี่เรียกแล้วล่ะ งั้นเดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนนะ คืนนี้อย่าลืมรับสายพี่ด้วยล่ะ"
ปรายฟ้ามองตามหลังร่างสูงด้วยความสงสัย นี่เธอเคยเจอเขามาก่อนจริงหรือเปล่า เพราะเธอแทบไม่ได้ไปที่ไหนเลย ตอนอยู่โรงเรียนประจำก็แทบจะไม่ได้ออกมาข้างนอกโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ พอตอนมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ก็แทบจะไม่ได้พบเจอใครเหมือนกัน
"นี่น้ำหวาน ธามมันรู้จักเด็กที่เธอหมายหัวอยู่ด้วยนี่ ท่าทางดูสนิทสนมกันเชียวนะ"
"นี่ฉันก็เพิ่งรู้นี่แหละ คนอย่างธามจะไปรู้จักเด็กนั่นได้ยังไง คงจะทักไปตามมารยาทรุ่นพี่แหละมั้ง"
"เอาเป็นว่าวันนี้ก็คงยังไม่ได้แกล้งเด็กนั่นสินะ"
"นี่เธอจะคิดเยอะไปทำไมล่ะ เด็กนั่นอยู่คณะเดียวกันกับเรา ตึกเรียนเดียวกันกับเรา มีโอกาสทำตั้งเยอะแยะ วันนี้ปล่อยไปก่อนก็แล้วกัน"
"ปราย นี่เธอรู้จักพี่ธามจริง ๆ สินะ"
"ใช่…ก็เพิ่งรู้จักน่ะเพราะพวกเราเคยเดินชนกันที่อาคารเรียนน่ะสิ ก็เลยรู้จักกัน แล้วมันทำไมหรือน้ำ ทำไมเธอถึงได้ตื่นเต้นขนาดนั้นล่ะ"
"ปราย นี่เธอไม่รู้จักพี่ธามจริง ๆ หรือ"
"ก็เพิ่งรู้จักเมื่อวานไง ตอนที่พี่เขาบอกชื่อให้รู้จักน่ะ"
"พี่ธามเขาเป็นดาราหน้าใหม่ แล้วเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการโฆษณาเลยนะ เขาเพิ่งจะดังเป็นพลุแตกเมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง"
"เอ๋? พี่ธามเป็นดาราหรือ ทำไมฉันถึงไม่รู้จักเลยล่ะ ถึงว่าแหละ เวลาที่ฉันอยู่กับรุ่นพี่ทีไรก็มักจะมีแต่คนมอง ที่โดนมองเพราะแบบนี้เองสินะ"
"นี่ปราย เธอไปอยู่ไหนมาเนี่ย เขาเป็นคนดังมากเลยนะ แถมเธอยังได้คุยกับเขาแบบสนิทสนมอีก ฉันอิจฉาเธอจริง ๆ"
ปรายฟ้าก็ได้แต่ครุ่นคิดว่าทำไมเธอถึงไม่รู้จักเขา แล้วก็เพิ่งนึกได้ว่าเธอไม่ได้ดูโทรทัศน์มานานหลายเดือนแล้วนี่เอง ตั้งแต่ตอนที่โดนใครบางคนบอกให้เธอเลิกติดตามผลงานของเขา
"คุณแม่ครับ เดี๋ยวผมออกไปรับเพื่อนก่อนนะครับ ตอนนี้เพื่อนเพชรกำลังนั่งบีทีเอสแล้วล่ะครับ ถ้าเพชรออกไปรับคงจะพอดี" เพชรกล้าในวัยสิบแปดปีก็เดินเข้าไปหามารดาในครัวที่กำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่"แล้วเพื่อน ๆ ทานข้าวมากันหรือยังล่ะลูก ถ้ายังแม่จะได้บอกให้ป้าแจ่มจัดโต๊ะอาหารไว้ให้ด้วย""ไม่ต้องครับคุณแม่ เพื่อนเพชรทานมาแล้วครับ ผมรบกวนคุณแม่หาของว่างไว้ให้หน่อยนะครับ""เพิ่งได้ใบขับขี่มา อย่าขับรถซิ่งนักนะลูก เคารพกฎจราจรด้วยนะครับ""ครับคุณแม่...รับทราบครับผม" เพชรกล้าโน้มตัวลงไปหอมแก้มของมารดาจากทางด้านหลัง ซึ่งตอนนี้ก็สูงพอ ๆ กับบิดาของเขาแล้ว แถมยังมีโอกาสที่จะสูงเพิ่มขึ้นอีกด้วย"โตจนสูงกว่าแม่ไปไกลแล้วยังหอมแม่อยู่อีกหรือครับ" ปรายฟ้าพูดยิ้ม ๆ พลางทำอาหารไปเรื่อย ๆ และแซวลูกชายไปด้วย"แล้วเพชรจะแสดงความรักต่อคุณแม่แบบนี้ไม่ได้หรือครับ คุณแม่พูดแบบนี้เพชรเสียใจแย่เลยนะครับ""ไม่ใช่แบบนั้นลูก แม่ดีใจนะครับ ที่เพชรรักแม่ แต่ถ้าเพชรมีแฟนแล้ว เพชรคงจะไม่หอมแม่แต่คงจะไปหอมแฟนแทนแล้วล่ะมั้ง เห็นมีข่าวซุบซิบกับคนในวงการก็มีแต่ดารานางแบบวัยรุ่นสวย ๆ ทั้งนั้นเลยนี่ แล้วลูกได้คบกับใครบ้างหรือยังล่
"เพชรกล้า เสร็จหรือยังครับลูก""เสร็จแล้วครับคุณแม่""เร็วครับลูก เราต้องไปให้ถึงก่อนเวลานะครับ""เสร็จแล้วครับคุณแม่ ไปได้เลยครับ" เพชรกล้ารีบวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว แล้วตรงไปยังรถที่จอดอยู่หน้าประตูบ้าน"อ้าว คุณพ่อไปด้วยหรือครับ""งานถ่ายแบบครั้งแรกของลูกชาย จะไม่ให้พ่อไปดูได้ยังไงล่ะลูก""ก็คุณพ่องานยุ่งตลอดนี่ครับ เพชรก็เลยแปลกใจ ยังไงก็ขอบคุณนะครับ""แล้วคิดยังไงถึงได้ตกลงรับงานล่ะลูก คงไม่ได้ฝืนอยู่หรอกใช่ไหม""ไม่ครับคุณพ่อ เพชรอยากลองทำดูบ้างน่ะครับ ไม่ใช่ชอบหรือว่าไม่ชอบ แต่เพชรแค่อยากลองทำอะไรใหม่ ๆ ดูน่ะครับ เพราะสิ่งที่เรายังไม่เคยทำมันน่าตื่นเต้นดี ถ้าเกิดว่าผมทำแล้วไม่ชอบขึ้นมา ผมจะไม่ทำต่อได้หรือเปล่าครับ""อยากทำอะไรก็ทำเถอะลูก พ่อแม่สนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว แต่จำไว้นะเพชรกล้า ลูกต้องทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจและให้เต็มที่นะครับ ทำให้สุดความสามารถ แล้วอย่าลืมเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ห้ามเป็นน้ำเต็มแก้ว จงเรียนรู้ทุกอย่างอย่างเต็มที่ ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ยกมือไหว้ผู้ที่สูงวัยกว่าและพูดจามีหางเสียงด้วยนะลูก""เข้าใจแล้วครับคุณแม่"เมื่อภาคิณเลี้ยวรถเข้าสตูดิโอที่เพชรกล้าต้องถ่ายแ
…สี่ปีผ่านไป…เสียงแหลมเล็กของเด็กสาวตัวน้อยกำลังร้องเรียกชื่อเพชรกล้าดังไปทั่วบริเวณโถงใหญ่ในคฤหาสน์หรู ตัวเล็กป้อมวิ่งไล่พี่ชายที่ถือไอแพดไปพลางเล่นเกมไปอย่างสบายอารมณ์ ส่วนพี่เลี้ยงของพลอยรินก็ได้แต่มองตามและคอยดูเด็กสาวตัวน้อยอยู่ห่าง ๆ ที่กำลังวิ่งไล่ตามพี่ชายไปทุกที่ด้วยความเป็นห่วง"พี่เพชรขา น้องพลอยอยากเล่นด้วย""ไม่ได้ครับ ก็น้องพลอยยังไม่ได้ดื่มนมเลย ถ้าไม่ดื่มนมก่อน พี่ก็ไม่ให้เล่นนะครับ" เพชรกล้าในวัยสิบปีก็หยุดเดิน แล้วหย่อนกายลงบนโซฟานุ่มให้ห้องรับแขกขนาดใหญ่ พลางมองดูน้องสาวตัวเล็กที่วิ่งเข้ามาเกาะขาของเขา"น้องพลอยไม่ชอบดื่มนมนี่คะ" พลอยรินในวัยสี่ปีก็ทำหน้าหงอยทันทีเมื่อถูกพี่ชายบังคับให้ดื่มนมที่ตัวเองไม่ชอบ"ถ้าน้องพลอยไม่ดื่ม พี่ก็ไม่ให้เล่นนะครับ""น้องพลอยทานข้าวเช้าแล้ว ยังต้องดื่มนมอีกหราคะพี่เพชร""ครับ…เป็นเด็กก็ต้องดื่มนมทุกวัน ถ้าน้องพลอยไม่ดื่ม แล้วเมื่อไหร่น้องพลอยจะตัวสูงล่ะครับ"เด็กสาวตัวน้อยทำสีหน้าคิดหนักเล็กน้อย เพราะตัวเองไม่ชอบดื่มนมเลย แต่ก็มักจะโดนมารดาบังคับให้ดื่มทั้งตอนเช้าและก่อนนอนทุกวัน"ก็น้องพลอยไม่ชอบดื่มนี่คะพี่เพชร มันไม่อร่อย""ไม่ไ
"ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะหนู พี่จะนั่งจับมืออยู่ข้างหนูตลอดเอง พยายามอีกหน่อยนะคะ"ภาคิณสงสารภรรยาจับใจเพราะเขาก็เพิ่งเคยเห็นและได้สัมผัสกับการคลอดลูกเป็นครั้งแรก พอได้เห็นภรรยาที่ทำสีหน้าทรมาน เขาก็แทบขาดใจจนอยากจะรับความเจ็บปวดนั้นไว้แทนเหลือเกินที่ผ่านมาภรรยาของเขาต้องลำบากมากขนาดไหน ที่ต้องคลอดลูกออกมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว ต้องเจ็บปวดและทรมานแต่ก็ไม่มีกำลังใจจากคนรอบข้างเลย ต้องทำและรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวมาตลอด แค่คิดเขาก็โมโหตัวเองนัก ที่ทำให้ภรรยาต้องลำบากไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง"ดีมากค่ะคุณแม่ ตอนนี้หัวเด็กใกล้จะออกมาแล้วนะคะ พยายามออกแรงเบ่งอีกนิด ใกล้จะได้แล้วค่ะหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเบ่งให้เต็มแรงเลยนะคะ"วินาทีที่ปรายฟ้าได้ยินเสียงเด็กร้อง น้ำตาแห่งความสุขก็ออกมาด้วยความดีใจ ภาคิณมือไม้สั่นขณะที่ได้ยินเสียงลูกสาวร้อง พยาบาลกับหมอก็ช่วยทำคลอดเด็กออกมาได้สำเร็จ ภาคิณจูบไปที่หน้าผากของภรรยาด้วยความรักใคร่ เพราะได้เวลาที่เขาจะต้องออกไปจากห้องนี้แล้ว"หนูทำได้ดีมากค่ะ พักผ่อนก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่จะไปรออยู่ที่ห้องพักฟื้นนะ"ปรายฟ้าไม่มีแรงแม้แต่จะพูด จึงทำได้แค่พยักหน้าเบา ๆ ว่าร
"ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะครับ ผลตรวจออกมาแล้วพวกคุณได้ลูกสาว""พี่คิณคะ เราได้ลูกสาวค่ะ" ภาคิณรีบสวมกอดภรรยาด้วยความดีใจ ก่อนที่เพชรกล้าจะรีบวิ่งไปกอดขาของพาคิณด้วย"ป๊ะป๋าคับ ตอนนี้น้องของเพชรอยู่ในตัวของหม่ามี๊หราคับ""ใช่ครับลูก เพราะฉะนั้นเพชรกล้าก็อย่าซนกับหม่ามี๊นะครับ เพราะหม่ามี๊ต้องอุ้มท้องน้องของเพชรกล้านะ""น้องอยู่ตรงนี่หราคับ" นิ้วป้อมชี้ไปยังหน้าท้องที่นูนของมารดา พลาวเอาหูไปแนบกับครรภ์ของปรายฟ้าเบา ๆ"ใช่ครับลูก เพชรกล้าก็เคยอยู่ในนี้ของมี๊นะครับ""เพชรจะได้เห็นน้องตอนไหนคับ เพชรอยากเห็นแล้ว""อีกสี่เดือนเองครับลูก รอไหวหรือเปล่า""ไหวครับ เพชรจะน้องรอทุกวันเลย""ดีมากครับ งั้นเราไปที่รถกันเถอะ หนูเดินไหวไหมคะ แล้วจะไปที่สุสานปู่ไหวหรือเปล่า""ปรายอยากไปค่ะ วันนี้เป็นวันครบรอบที่เราจดทะเบียนสมรสกันนะคะ พี่คิณบอกจะตามใจปรายทุกอย่าง งั้นปรายอยากไปไหว้สุสานของคุณปู่ค่ะ เดี๋ยวอีกหน่อยถ้าปรายท้องโตขึ้นกว่านี้ก็ไปไหนได้ไม่ไกลแล้วน่ะสิคะ""พี่พาไปได้ทุกที่ค่ะ แต่พี่แค่กลัวหนูจะเหนื่อย""ไม่เหนื่อยค่ะพี่คิณ ถ้าปรายไม่ไหวก็จะบอกนะคะ" ภาคิณขับรถพาภรรยาและลูกชายออกจากโ
หนึ่งเดือนผ่านไป ว่าที่คุณพ่อลูกสองก็ดูจะเห่อภรรยาเป็นพิเศษ เพราะตอนที่ท้องเพชรกล้า เขาไม่เคยได้ทำหน้าที่ของบิดาที่ดีเลย จึงทำให้เขากังวลว่าจะดูแลภรรยาแบบไหนดี เขาจะต้องทำยังไงบ้าง แล้วจะดูแลภรรยาได้หรือเปล่าตอนนี้ทั้งเขาและภรรยาได้ไปอยู่ที่บ้านใหม่แล้วถาวรแล้ว แต่ช่วงนี้เขาโดนมารดาบังคับให้มาร่วมรับประทานอาหารเช้าที่บ้านของบิดาก่อนทุกวัน เพราะอยากจะเจอเพชรกล้าหลานรัก ซึ่งเขาก็ขัดคำขอของมารดาไม่ได้"พี่คิณ…ทำไมช่วงนี้ถึงทานมะม่วงเปรี้ยวหลังอาหารบ่อยจังล่ะคะ" พะพิมแปลกใจพี่ชายและสังเกตเห็นถึงความผิดปกติมาหลายวันแล้ว โดยเฉพาะช่วงนี้ พี่ชายมักจะชอบสั่งให้แม่บ้านหามะม่วงน้ำปลาหวาน หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัดมาให้หลังอาหารเช้าตลอด"แปลกหรือ? ไม่รู้สิ…จู่ ๆ พี่ก็อยากกินน่ะ คงไม่แปลกหรอกมั้ง""แปลกสิคะ ปรายบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ไป กลางคืนก็ชอบอ้วกบ่อยด้วยค่ะ บางคืนก็อ้วกจนทรมาน เห็นแล้วปรายทรมานแทนเลยค่ะ""เดี๋ยวนะหนูปราย ตาคิณอ้วกด้วยหรือลูก""ใช่ค่ะคุณแม่ โดยเฉพาะกลางคืนจะอ้วกบ่อยมาก""ป๊ะป๋าอ้วกทุกคืนเลย อุแหวะ! อุแหวะ! แล้วหม่ามี๊ก็ลูบหลังให้ป๊ะป๋าทุกคืนเลยด้วยคับ""ตอนอยู่ที่บริษัทก็อ้วกนะค







