เข้าสู่ระบบหัวหน้าแผนกห้องพักคนใหม่ เข้าใจผิดคิดว่าเจ้าของโรงแรมเป็นแค่พนักงานระดับล่างที่มีหน้าที่แค่รับจองห้องพักเท่านั้น ความสนุกตื่นเต้นและความวุ่นวายก็เกิดขึ้นทันที คานทองที่นั่งมาหลายปีมีอันต้องสะเทือน!!!
ดูเพิ่มเติมเพิร์ลพาเลซสาขาจังหวัดภูเก็ต โรงแรมสุดหรูในเครือเพิร์ลพาเลซกรุ๊ป ตั้งตระหง่านอวดสถาปัตยกรรมสีขาวอันโดดเด่นซึ่งเต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์ที่ลงตัวอยู่บนริมผาทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต เบื้องล่างคือพื้นน้ำสีครามที่แผ่กว้างให้เรือใบหลายสิบลำโยกย้ายส่ายไปมาตามแรงคลื่นลม ไม่ว่าจะยืนตรงจุดไหนของตัวโรงแรมก็สามารถแลเห็นความงดงามของท้องทะเลได้อย่างชัดเจน จนแขกที่มาใช้บริการพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ที่นี่คือ…ซานโตรินี กรีซ เมืองไทย’
และด้วยความที่เพิร์ลพาเลซมีสาขาหลายแห่งอยู่ทั่วประเทศ ทำให้ ‘ราเชน ธนเกียรติ์โภคิน’ ประธานกรรมการใหญ่ ต้องเดินทางไปตรวจงานด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเพิร์ลพาเลซสาขาภูเก็ต เขามักจะใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานมากกว่าสาขาอื่นๆ เนื่องจากชอบบรรยากาศและความสงบเป็นการส่วนตัว
ไฮซีซันแบบนี้ ราเชนยังคงอยู่ที่เพิร์ลพาเลซภูเก็ตเพื่อดูโครงการสำคัญ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลถูกเรียกเข้าไปพบตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อเตรียมความพร้อมต่างๆ
“สวัสดีค่ะคุณราเชน” ฉวีวรรณผู้จัดการฝ่ายบุคคลทักทายเจ้านายหนุ่มอย่างนอบน้อม
“สวัสดีครับ เชิญนั่งครับพี่ฉวี” ราเชนผายมือไปที่เก้าอี้ตรงหน้า แล้วปรับอิริยาบถของตัวเองด้วยท่าทางสบายๆ “ฝ่ายบุคคลรับพนักงานที่ทำโครงการใหม่ด้านปีกซ้ายของโรงแรมเราครบหรือยังครับ ผมอาจจะเร่งเปิดโครงการเร็วขึ้น”
“ยังขาดอีกสี่ตำแหน่งค่ะ ซึ่งทั้งสี่ตำแหน่งเราได้นัดสัมภาษณ์พรุ่งนี้ค่ะคุณราเชน”
“พี่รู้ใช่ไหมว่าผมไม่ชอบคนใช้เส้นสาย รับคนที่พร้อมจะทำงานกับเราจริงๆ” ราเชนบอกขณะมองผู้จัดการฝ่ายบุคคลด้วยแววตาเรียบลึก ทำเอาฉวีวรรณรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เพราะรู้ดีว่าบอสใหญ่แห่งเพิร์ลพาเลซกรุ๊ปไม่ชอบให้ใครมาฝากลูกฝากหลานเข้าทำงาน
“ดิฉันทราบดีค่ะ นี่เป็นรายชื่อคนที่เรานัดสัมภาษณ์วันนี้กับรายชื่อพนักงานที่ผ่านเกณฑ์ชุดแรกค่ะ” ฉวีวรรณส่งแฟ้มประวัติให้ ซึ่งราเชนก็รับมาเปิดดูพอเป็นพิธี
“โอเคครับ ผมไว้ใจพี่ ยังไงฝากด้วยก็แล้วกัน ผมจะเปิดโครงการตามนี้” ชายหนุ่มส่งแผ่นเอกสารซึ่งมีรายละเอียดครบถ้วนให้ ฉวีวรรณหยิบขึ้นมาดูได้สักพักก็มองเจ้านาย
“ดิฉันจะรีบไปทำตามเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉันขอตัวกลับไปทำงานเลยนะคะ”
“เชิญครับ” ราเชนพยักหน้าน้อยๆ ฉวีวรรณจึงเดินออกจากห้องไปอย่างโล่งใจ ที่เจ้านายไม่ได้อ่านรายละเอียดของพนักงานใหม่อย่างที่ตัวเองหวั่นๆ ราเชนเป็นกันเองกับลูกน้องก็จริง แต่เวลาที่ไปคุยงาน ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารังสีของความดุดันแผ่ออกมาจนสั่นไปตามๆ กัน ทั้งๆ ที่ชายหนุ่มไม่เคยร้ายกับผู้ใต้บังคับบัญชาเลยสักครั้ง
ฉวีวรรณออกจากห้องเจ้านายก็รีบล้วงเอามือถือในกระเป๋าโทร.หาหลานสาวที่เพิ่งจบสาขาการโรงแรม เพื่อที่จะเรียกตัวให้มาทำงานด้วยกัน รอสายไม่นานเสียงหวานใสก็ตอบกลับมา
“น้าเองนะปี เรื่องงานพรุ่งนี้มาเริ่มงานได้เลย น้าจัดการให้เรียบร้อยแล้ว” ฉวีวรรณยกมือป้องปาก ขณะบอกหลานสาวคนเก่งเพราะกลัวคนอื่นจะมาได้ยิน
“จริงเหรอน้า ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ” ปีรดาบอกอย่างตื่นเต้น ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้งานหายากจนเธอรู้สึกท้อ น้าสาวสงสารก็เลยใช้เส้นสายให้ได้เข้าทำงานก่อนจะไปเรียนต่อยังต่างประเทศ
“หืม พรุ่งนี้มาแต่เช้านะ น้าจะได้คุยเรื่องงานแล้วเริ่มทำงานกันเลย” ฉวีวรรณบอกเสร็จก็ตัดสายเพราะเห็นราเชนเดินเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มเพียงยิ้มทักทายแล้วเดินผ่านไป ฉวีวรรณผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งใจ ถ้าเขารู้ว่าเธอใช้เส้นสายเอาหลานสาวเข้ามาทำงานแบบนี้ มีหวังคงโดนไล่ออกทั้งคู่เป็นแน่
‘ไหนๆ ก็ช่วยยัยปีไปแล้ว ไปตายเอาดาบหน้าก็แล้วกัน’ฉวีวรรณเรียกกำลังใจแล้วเดินไปที่ห้องทำงาน
เวลาเจ็ดโมงเช้า...มอเตอร์ไซค์รุ่นเวสป้าสีฟ้าก็วิ่งเข้ามาจอดเทียบยังข้างตึกสูง ร่างบอบบางในชุดเดรสสีเปลือกไข่ ค่อยๆ ถอดหมวกกันน็อกออกแล้วเอาไปห้อยไว้บนแฮนด์รถ ก่อนจะสลัดผมยาวสลวยดุจแพรไหมให้เข้าที่เข้าทาง
“เฮ้อ…ถึงแล้วที่ทำงานแห่งแรกในชีวิตฉัน” ปีรดาคลี่ยิ้มน้อยๆ พร้อมกับมีอาการตื่นเต้นที่ได้เป็นพนักงานของโรงแรมดัง นักศึกษาจบการโรงแรมทุกคนใฝ่ฝันอยากจะทำงานที่นี่ แต่มีไม่กี่คนที่สมหวังเพราะเพิร์ลพาเลซกรุ๊ปเป็นที่รู้กันดีว่าเฟ้นคนราวกับเฟ้นหาเพชรเม็ดงาม สำหรับเธอแม้จะมีใบเบิกทางเป็นการฝึกงานจากโรงแรมดังๆ ในต่างประเทศมาก็ใช่ว่าจะเข้าได้ถ้าไม่มีน้าสาวช่วย
“สู้โว้ย!” หญิงสาวให้กำลังใจตัวเองเหมือนกำลังจะไปออกศึกใหญ่ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องโถงกว้าง ด้วยเครื่องหน้าเรียวรูปไข่หมดจดอ่อนเยาว์ ผสมผสานกับปากนิดจมูกหน่อย อีกทั้งดวงตายังกลมโตสีดำขลับสดใส ทำให้เธอเป็นสาวหน้าหวานและโดดเด่น จนตกเป็นเป้าสายตาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
“มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ” พนักงานต้อนรับสาวเข้ามาทักทาย ปีรดายิ้มตอบไมตรีเป็นทัพหน้า
“ดิฉันมาพบฝ่ายบุคคลค่ะ” หญิงสาวยื่นหนังสือรายงานตัวที่น้าสาวส่งไปให้ทางอีเมล พนักงานต้อนรับรับไปอ่านแล้วส่งคืนให้
“ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวเพิร์ลพาเลซภูเก็ตค่ะ” เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าผ่านการคัดเลือกเข้าทำงาน พนักงานสาวก็กล่าวต้อนรับทันที ในขณะที่ปีรดาพนมมือยกขึ้นไหว้
“ขอบคุณค่ะ”
“ฝ่ายบุคคลอยู่ชั้นสิบห้าค่ะ เชิญที่ลิฟต์เลยค่ะน้อง” พนักงานสาวผายมือเชิญ ปีรดาเตรียมจะก้าวไปที่ลิฟต์ ฉวีวรรณก็โผล่ออกมาพอดี
“ยัยปี ทางนี้”
ปีรดาหันไปมองต้นเสียงแล้วจึงรีบเดินไปหา “สวัสดีค่ะน้าฉวี” หญิงสาวพนมมือไหว้ฉวีวรรณกับหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้วยกันอย่างมีมารยาท
“หวัดดี รีบไปเปลี่ยนชุดทำงานเดี๋ยวนี้เลย”
ฉวีวรรณพาปีรดาไปที่ห้องแต่งตัว ไม่นานหญิงสาวก็อยู่ในชุดเสื้อแขนกระบอกสีบานเย็นติดกล้วยไม้ที่อกด้านซ้ายกับผ้าซิ่นทางใต้ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดฟอร์มของโรงแรม ร่างบอบบางสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกก่อนจะออกไปหาน้าสาว
“อนงค์เป็นพนักงานดีเด่นสามปีซ้อน ปีต้องเรียนรู้งานกับอนงค์จนกว่าจะพร้อมบินเดี่ยว จากนั้นก็ค่อยไปทำงานในตำแหน่งของตัวเอง” ฉวีวรรณแนะนำ อนงค์มองปีรดาอย่างเอ็นดู
“หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักเชียวพี่ฉวี” อนงค์ชมซึ่งๆ หน้า ทำเอาคนถูกชมบิดตัวไปมาด้วยความขัดเขิน
“ขอบคุณค่ะพี่อนงค์”
“อย่ามัวชมกันอยู่เลย รีบไปทำงานได้แล้วเดี๋ยวคุณราเชนมาเห็นเข้าจะว่าเอาไว้” ฉวีวรรณป้องปากกลัวเจ้าของชื่อจะมาได้ยิน จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงาน
ปีรดาเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็วจนอนงค์เอ่ยชม ไม่ใช่เพียงหน้าตาจิ้มลิ้มเท่านั้นแต่นิสัยใจคอของปีรดาก็ถูกใจอนงค์ด้วยเช่นกัน ทำให้เธอเอ็นดูหญิงสาวคนนี้เป็นอย่างมากในเวลาไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์
“เก่งมากแม่หนูน้อยของฉัน บ่ายนี้บินเองได้เลย” หญิงวัยกลางคนตรวจเช็กการเตรียมห้องพักด้วยความพอใจ ปีรดาถึงกับยิ้มแก้มปริ
“ขอบคุณค่ะพี่อนงค์คนงาม” เธอบอกเสียงหวานพร้อมกับหยอดคำชมอย่างเป็นธรรมชาติ อนงค์ถึงกับมองลอดแว่น ไม่ใช่ชอบคำชมแต่ชอบความเป็นธรรมชาติของปีรดามากกว่า
“นี่เป็นส่วนที่ปีต้องรับผิดชอบนะ” อนงค์ยื่นเอกสารให้ ปีรดาเห็นหน้าที่ของตนนั่นก็คือผู้ช่วยอนงค์ในส่วนห้องสวีตรูมและห้องวีไอพีทั้งหมด
“ห้องสวีตรูมและห้องวีไอพี ว้าวๆ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะพี่อนงค์” หญิงสาวกอดเอกสารไว้กับอกอย่างดีใจ เพราะโซนนี้เป็นโซนที่สวยที่สุดของโรงแรม แขกที่มาเข้าพักมีแต่ระดับผู้นำประเทศหรือไม่ก็คนมีชื่อเสียงทั้งนั้น
“ตั้งใจทำงานด้วยล่ะ”
“ปีจะไม่ให้เสียชื่อคุณครูอนงค์อย่างแน่นอนค่ะ” เธอฉีกยิ้มกว้างๆ แล้วเข้าไปสวมกอดเอวอวบของอีกฝ่าย อนงค์จึงหัวเราะร่วนอย่างเอ็นดู ก่อนที่หญิงวัยกลางคนและลูกศิษย์เดินมาพบกับทีมงานของตัวเอง ซึ่งเมื่อปีรดาเห็นหน้าตาแต่ละคน ก็ต้องบอกเลยว่าถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีจริงๆ เพราะทั้งสวยใส ทั้งน่ารัก และน่าทะนุถนอมไปเสียหมด มิหนำซ้ำยังวัยใกล้เคียงกันอีกต่างหาก อนงค์แนะนำปีรดาในฐานะหัวหน้าทีม ทุกคนยิ้มต้อนรับด้วยไมตรีจิตอันดี
“เอาละทุกคนทักทายกันพอหอมปากหอมคอ แยกย้ายไปทำงานได้แล้วก่อนที่เจ้านายจะมาตรวจ” อนงค์สวมบทคุณครูมองลอดแว่น
“เจ้าคร้าาา” สาวๆ ต่างรับคำพร้อมกัน จากนั้นก็แยกย้ายกันไปทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย อนงค์ส่งงานเสร็จก็กลับไปทำงานในส่วนของตัวเองต่อ
“ไม่มีทางเปลี่ยนใจเด็ดขาด ต่อให้ต้องสู้เพื่อเอาชนะใจนานแค่ไหนก็ยอม” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่งาม แล้วจูบหน้าผากมนแผ่วเบา ปีรดาเขย่งปลายเท้าขึ้นไปจูบแก้มสากด้วยความเก้อเขินเมื่อเห็นเพื่อนหวานกับเมีย ทัพเทวาก็หน้าเสีย และเริ่มรู้สึกหวั่นๆ ขึ้นมาเป็นครั้งแรก“ฉันว่าเราไปเดินดูของด้านล่างกันดีไหมคะคุณมล หนุ่มๆ จะได้มีเวลาคุยกัน” ปีรดาชวน นิชมลพยักหน้ายิ้มๆ แล้วจับมือกันเดินไปที่ประตู “เผื่อเจอหนุ่มๆ เราจะได้แจกเบอร์โทร.กันเนอะ” ปีรดาขยิบตาให้นิชมล บรรดาสามีได้ยินก็พากันหน้าตึงอย่างขัดใจ“ไม่ได้นะ” ราเชนและอัคนีพูดพร้อมกัน ภรรยาของทั้งคู่จึงมองหน้ากันแล้วปล่อยเสียงหัวเราะคิกๆ ออกมา ก่อนจะเปิดประตูออกไปโดยไม่สนใจสายตาของผู้เป็นสามีที่มองตามอย่างคาดโทษ“คืนนี้พวกเราคงต้องลงโทษเมียให้หนักๆ แล้วล่ะเพื่อน” ราเชนบอกยิ้มๆ อัคนีหัวเราะอย่างชอบใจ คนมีเมียพากันสนุกสนานกับแผนการลงโทษ แต่คนที่ไม่มีเมียอย่างทัพเทวากลับออกอาการเครียดหนัก“เฮ้อ…อิจฉาจังโว้ย”“ยังพอมีเวลาให้ทำแต้มอยู่นะไอ้เพื่อน ฉันสองคนเอาใจช่วย” ราเชนเห็นเพื่อนหน้าจ๋อยๆ ก็เดินไปตบบ่าอย่างสัพยอก “แต่เรื่องนี้น่าจะด่วนมากสำหรับแก”
“ฉันจะให้พยาบาลฉีดยาแก้อักเสบนะคะ” คุณหมอสาวก้มหน้าเขียนชาร์ตโดยไม่มองเขา นั่นยิ่งทำให้ทัพเทวาหน้าเครียดกว่าเดิม“ฉีดยาแก้ปวดด้วยสิ” เขาสั่งยาเองหน้าตาเฉย“คุณปวดแผลเหรอคะ” สายป่านมองแผลที่มีเลือดซึมออกเล็กน้อย ทัพเทวาไม่ตอบทำให้เธอต้องหันหน้ามาสบตาเขาเช่นเดิม“ปวดหัวใจ…”คำตอบที่หลุดออกมาจากเขาทำเอาคุณหมอสาวหน้าเหวอไปทันที “ฉันเคยบอกไปแล้วว่าไม่ใช่หมอโรคหัวใจ ถ้าอยากให้หายปวดก็ต้องไปรักษากับหมอคนอื่นค่ะ” พูดจบสายป่านก็เตรียมจะผละไป แต่ถูกเขายึดข้อมือเอาไว้ จนเธอเสียหลักล้มทับร่างแกร่งอีกครั้ง“ว้ายคุณ…” คุณหมอสาวร้องด้วยความตกใจเพราะกลัวจะทับแผลเขาอีก ทัพเทวาแม้จะเจ็บแต่ก็ไม่ร้องสักแอะ ยกมือโอบกอดร่างอ้อนแอ้นเอาไว้ แล้วมองพวงแก้มขาวเนียนที่อยู่ห่างเพียงคืบ ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นสบตา ริมฝีปากอุ่นๆ ก็แนบลงกับกลีบปากอิ่มทันทีอุ๊บ...เพียงสัมผัสแรกเธอก็ชาดิกเหมือนถูกไฟฟ้าหลายโวลต์ชอร์ต ยิ่งปากหยักบดเบียดเคล้าคลึง เธอก็ยิ่งสั่นเป็นเจ้าเข้าอย่างทำอะไรไม่ถูก จะผลักก็กลัวอีกฝ่ายเจ็บ จะห้ามก็ทำไม่ได้เพราะถูกเขาจูบหนักจนไม่มีเวลาหายใจ จึงปล่อยเลยตามเลย“อื้อ...”ทัพเทวาเห็นปฏิกิริยาของคุณหมอส
“ปีอย่ายั่วให้คึกนะ เดี๋ยวเจ้านั่นมันตื่นปีจะยุ่งเอาได้”“พอแล้วคร่า คุณจะหื่นไปถึงไหน คุณแทบจะไม่ได้นอนเลยนะ...” ปีรดาพูดยิ้มๆ แต่คนไม่ได้นอนไม่มีทีท่าจะง่วงเลยสักนิด หญิงสาวเบียดตัวเข้าหาไออุ่น วงแขนแข็งแรงของราเชนก็กอดกระชับแนบแน่น พร้อมกันนั้นจมูกโด่งคมยังจรดลงบนผมนุ่มสลวย หอมอยู่อย่างนั้นจนชื่นใจ“คิดถึงวันแรกที่เราเจอกันไหมปี ตลกมากๆ ปีใส่ผมเป็นชุดเลย แถมบอกว่าเป็นเด็กท่านประธานอีก” ราเชนพูดคุยถึงเรื่องราวในอดีตอย่างมีความสุข แต่ปีรดาอายแล้วอายอีกที่เอ๋อๆ จนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร“น่าอายมากกว่านะคะ ไปทำงานในโรงแรมดังแต่ไม่รู้จักเจ้าของโรงแรม คุณก็ใจร้ายมากที่ไม่ยอมบอกปี แถมสวมรอยเป็นพนักงานให้ปีเลี้ยงข้าวตั้งนานสองนาน” เธอหนีบเนื้อต้นแขนเขาเบาๆ ทีหนึ่ง ราเชนหัวเราะร่วนเพราะรู้ว่าภรรยาอายทุกครั้งที่คุยถึงเรื่องอดีต“พี่ฉวีกลับมาจากทำบุญ ผมต้องให้รางวัลเป็นเครื่องเพชรชุดใหญ่แล้ว ถ้าไม่มีพี่ฉวีผมคงไม่ได้พบปี และไม่ได้เอ่อ…ช่วยปีในวันนั้น” เขาพูดอย่างระวัง เพราะห่วงความรู้สึกของภรรยาเป็นที่สุด“นี่ก็อีกเรื่องที่ทำให้ปีรู้สึกผิด ทำไมไม่บอกว่าไปช่วยปีจากคนชั่วพวกนั้น ปล่อยให้ปีห้ามใจตัวเ
“ไม่อยากอาบ แต่อยากเล่น ‘จ้ำจี้’ กับเมีย” เขาออดอ้อนเหมือนเด็กอยากได้ของเล่น แต่ปีรดาไม่ยอมง่ายๆ เพราะอยากให้เขาสบายตัว จึงรีบส่ายหน้าซึ่งกำลังแดงระเรื่อไปมา ราเชนขมวดคิ้วมุ่น พยายามครุ่นคิดวิธีทำให้เมียใจอ่อน แล้วหัวสมองก็ปิ๊งอะไรบางอย่างขึ้นได้“อาบก็ได้ แต่ปีต้องสระผมและถูหลังให้หน่อยนะครับ” เขาอ้อนต่อและมั่นใจว่าภรรยาสุดที่รักต้องไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน ซึ่งมันก็เป็นจริง“ก็ได้ค่ะ”“งั้น ผมถอดเสื้อผ้าให้นะครับ” แล้วเขาก็จัดการปล้ำถอดเสื้อคลุมพ้นไหล่บาง ปีรดาซอยเท้าถี่ๆ รอบตัวเขา มือหนารวบเอวบางเอาไว้“ปีอาบให้คุณนะคะ ไม่ต้องถอดก็ได้ ว้ายคุณเชน...ไม่ถอดนะ”“ถอดเถอะ เดี๋ยวก็เปียกน้ำเอาหรอก...” เขาโยนเสื้อคลุมลงบนพื้น เหลือชุดนอนซีทรูสายเดี่ยวสีดำ ตัดกับผิวผุดผ่องขาวอมชมพู ด้านหน้าแหวกลึกลงไปตามร่องอก ห่อหุ้มเนินอกอวบเพียงครึ่งเต้าเท่านั้น ราเชนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ ประสาทของความปรารถนาตื่นตัวทันที“ปีจ๋า…”“ขาคุณเชน…”“ผมขอกินนมจากเต้าได้ไหม...”“ไม่ได้ค่ะ และก็ห้ามเกเรเด็ดขาด เข้าใจไหม...” เธอจับมือหนาพาเขาเยื้องย่างเข้าไปในห้องน้ำ มือบางเปิดน้ำอุ่นๆ แล้วผสมสบู่กลิ่นหอมลงไป “แช่น้ำอุ่น





