LOGIN[ PART น้ำหวาน ]หกเดือนต่อจากนั้น..ฉันค่อยๆ ก้าวขาที่สั่นเทาลงจากเตียง อยู่ดีๆ พี่ฉลามที่แสนจะอบอุ่นของฉัน ก็กลายเป็นพี่ฉลามที่แสนจะดุร้าย ดุทุกเรื่อง โดยเฉพาะเวลาที่อยู่บนเตียง เขากินไม่หยุด กินไม่เคยอิ่ม กินไม่เคยพอ ในขณะที่ฉันขาสั่นเพราะเขาเล่นบทรักที่แสนจะร้อนแรงนานนับชั่วโมง แต่ทว่า เขากลับทำตัวสบายๆ ใส่กางเกง แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหาโยเกิร์ตเย็นๆ กินอย่างสบายใจ "ไม่ไหวก็กลับไปนอนด้วยกัน วันหลังค่อยไป" วันหลังไม่เคยมีอยู่จริง! ฉันเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เวลาที่ฉันจะออกไปข้างนอก เขามักจะทำแบบนี้ทุกครั้ง จัดหนัก เพื่อที่ฉันจะไปไหนไม่ได้ สุดท้ายเขาก็จะหาวิธีหว่านล้อม เพื่อให้ฉันกลับขึ้นไปนอนบนเตียง ยอมรับว่าที่ผ่านมา ฉันทำแบบนั้นมาโดยตลอด แต่มันต้องไม่ใช่ครั้งนี้ เพราะครั้งนี้ฉันไม่มีทางล้มเลิกความตั้งใจเป็นอันขาด ต่อให้เหนื่อย ต่อให้จะเดินแทบไม่ไหว ฉันก็จะไป"วันนี้วันเกิดเพื่อนฉันนะ ฉันเตรียมของขวัญไว้แล้ว รับปากเพื่อนไว้แล้วด้วย" "อ้างว่าป่วย หรือไม่ก็เมนส์มา" "ไม่ดีกว่า ขอไปเปิดหูเปิดตาบ้าง" ฉันสรุปออกมาสั้นๆ ก่อนจะก้าวขาที่สั่นๆ เดินเข้าห้องน้ำในเวลาต่อมาหลังจากที่อาบ
@บนห้อง"พี่วานพี่บาสไปซื้อสตอเบอรี่มาให้ฉันเหรอ บอกตอนไหนอ่ะ หรือว่าบอกตอนที่ฉันหลับ แล้วทำไม..." "ไหนบอกว่าอยากกิน?" ผมหมุนตัวกลับไปถาม จนคนที่เดินตามหลังเกือบจะเข้ามาชนผมอยู่รอมร่อ"หรือไม่อยากกิน? ถ้าอย่างนั้นก็เอาคืนมา" "ไม่ให้ กินสิ กินตอนนี้แหละ" แล้วเธอก็รีบเดินหนีโดยการไปทิ้งตัวลงบนโซฟา ผมถอนหายใจออกมาหนักๆ ไอ้เพื่อนเวรมันก็เล่นใหญ่ ป่านนี้น้ำหวานคงได้ใจที่ได้ยินอะไรแบบนั้นขึ้นมา ผมเดินไปคว้ารีโมทก่อนจะเปิดเครื่องปรับอากาศ จากนั้นก็คว้าผ้าขนหนู แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป"อยากกินอะไรหรือเปล่า" ผมถูกถาม เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีผ้าขนหนูผืนเดียวพันที่ท่อนล่าง ตอนนี้น้ำหวานเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ใส่เสื้อยืดสบายๆ กับกางเกงขาสั้น เปิดทีวี เปิดกระป๋องน้ำอัดลม ซ้ำยังเทผลไม้ใส่จาน แยกพริกเกลือต่างหาก นั่งกินที่หน้าทีวีสบายใจเหมือนว่า ผลไม้ที่อยู่ตรงหน้า ตอนนี้มันสำคัญกว่าอะไรทั้งสิ้น"ไม่อ่ะ ง่วงนอนมากกว่า เธออยากกินอะไรก็สั่ง กระเป๋าตังค์อยู่บนโต๊ะกระจก" "งั้นขอพันหนึ่งนะ จะซื้อของมาใส่ตู้เย็น" "อือ จะเอาอะไรก็สั่ง จะใช้เงินเท่าไหร่ก็เปิดเอา" ผมบอกแค่นั้น ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
[ PART น้ำหวาน ]สุดท้าย คำว่ารักมันก็หลุดออกมาจากปากของอีกคนจนได้ ต่อให้ฉันจะได้คำนั้นมาด้วยวิธีไหน แต่มันชื่นใจที่สุดเลย สามเดือนที่คบกัน ใครจะมองว่ามันสั้นเกินกว่าจะเก็บมาจริงจังก็ช่างเขา ฉันไม่แคร์ แค่เราใจตรงกัน แค่ทุกวันนี้ ฉันมองแบบไม่เข้าข้างตัวเองแล้วมีความรู้สึกว่ามันมีความสุขมาก เท่านั้นก็เพียงพอ "ขอจับมือหน่อยค่ะ" ฉันตวัดแขนไปด้านข้างในทิศทางที่อีกคนนั่งอยู่ ขยับมือเพื่อขอให้อีกคนเลื่อนมือมาประสานกันเป็นหนึ่งเดียว พี่ฉลามยอมเลื่อนมือมาจับมือฉัน ความอบอุ่นในตอนที่ได้สัมผัสกัน มันดีมากๆ เลย "พรุ่งนี้ เรากลับกรุงเทพฯ กันนะคะ""อือ""อดทนหน่อยนะ ไว้กลับไป..." ฉันเอียงคอมอง พลางเว้นช่องว่างอย่างจงใจ ใบหน้าแดงขึ้นมาเรื่อยๆ รอยยิ้มผุดขึ้นมาจางๆ "ไว้กลับไป ...เดี๋ยวจัดเต็มให้เลย""เดี๋ยวเถอะ!" พี่ฉลามหันมาถลึงตาใส่ แต่ก็ช่างเถอะ ฉันไม่สนใจหน้าดุๆ ของเขาสักนิดเลย "พรุ่งนี้อยากกินอะไรคะ เดี๋ยวตื่นมาทำให้กิน""เธอทำอาหารเป็น?""เป็นสิคะ""แต่ฉันไม่กินส้มตำ ไม่กินก๋วยเตี๋ยว ไม่กินขนมจีนหรืออะไรก็ตามที่เป็นเส้นๆ ในตอนเช้านะ""เดี๋ยวเถอะ" ฉันมองค้อนใส่เขาบ้าง เขาชอบเอาเรื่องนี้มาแซ
"คะ คุณป๋าจะยิงหัวเอานะ" น้ำหวานดันอกผม พลางร้องบอกด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น ผมเหลือบตามองใบหน้าที่แดงก่ำ นึกถึงความหวงลูกสาวของคุณป๋า ผมจำต้องละมือออกจากอกอวบ แล้วยกแขนทั้งสองข้างโอบกอดอีกคนเอาไว้แทน"คุณป๋าของเธอโหดชะมัด" "ก็ลูกสาวคุณป๋าสวยนี่นา" "เหอะ..." ผมเค้นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ หลงตัวเองชะมัดเลย"หัวเราะอะไรอ่ะ หรือว่าไม่จริงล่ะ" "อือ จริงมั้ง" ผมตอบพลางๆ ก่อนจะแนบปลายจมูกลงที่ขมับบาง สัมผัสได้ถึงความหอมของแชมพูสระผม ทุกกลิ่นบนตัวเธอ ผมชอบชะมัดเลย"เรากลับกรุงเทพฯ กันไหมอ่ะ" "วะ ว่าไงนะ" "กลับกรุงเทพฯ ไง กลับคอนโดของเรา" "รีบอะไรขนาดนั้นเล่า" น้ำหวานกอดผมตอบ ปล่อยร่างของเราแนบชิดกันโดยไม่คัดค้านอะไร"คิดถึง" ผมรับรู้ถึงจังหวะการเต้นแรงของหัวใจอีกคน แต่ผมยืนยันว่าสิ่งที่ผมพึ่งเอ่ยออกไป มันออกมาจากความรู้สึกที่อยู่ในใจจริงๆ"ไม่เห็นเคยบอกแบบนี้เลย อยู่ดีๆ ทำไมวันนี้ถึงคิดที่จะพูดล่ะ" "เวลาที่ไม่ได้เจอเธอ มันไม่สนุกไงล่ะ รู้หรือเปล่า ว่าตอนที่คุณป๋าของเธอ แยกตัวเธอออกจากฉัน ตอนนั้นฉันรู้สึกแย่ชะมัดเลย ...คิดถึงเด็กปอ.สามที่สุด" มันจุกในใจแปลกๆ หากผลลัพธ์สุดท้ายแล้วเรายังถ
ฝั่งทางด้านของผู้ใหญ่.."ไม่คิดเลยนะคะ ว่าคนที่เคยเป็นเพื่อน เคยรู้จักกันตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผ่านมาเป็นยี่สิบปี วันนี้จะกลับมาพบกันอีกครั้ง" มารดาของน้ำหวานเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม จริงๆ เธอไม่ได้มีปัญหาอะไรมาตั้งแต่ต้น ด้วยความสัมพันธ์แม่ลูกที่สามารถเปิดใจ คุยกับบุตรสาวได้ทุกเรื่อง ยัยหนูน้ำหวานย่อมเล่าทุกอย่างให้แม่ฟัง โดยไม่ปิดบังสิ่งใดน้ำหวานเคยคบกับแฟนคนก่อนหน้านี้ คำแรกที่เอ่ยถึง คือคำว่าพี่คนนั้นหล่อมาก ทว่าแตกต่างจากกรณีของฉลาม ซึ่งน้ำหวานเล่าถึงเป็นประโยคแรกด้วยคำว่า พี่ฉลามนิสัยดี ไม่คิดเลยว่าในโลกนี้ จะมีผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษได้ถึงขนาดนี้ ด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่ แม้จะประเมินจากสิ่งที่ลูกเล่า แต่ทว่า กลับเดาออก ว่าคนไหน คือคนที่ลูกจะคบได้นาน และหากย้อนไทม์ไลน์ที่น้ำหวานเล่าเรื่องผู้ชายที่ชื่อฉลามให้แม่ฟังทุกครั้ง บอกได้คำเดียว ว่าระหว่างที่คบหากับผู้ชายคนนี้ น้ำหวานมีความสุขมากจริงๆด้วยความเป็นแม่ เธอไม่ได้จะคัดค้าน แต่ด้วยความที่คุณอาของน้ำหวาน ซึ่งเป็นน้องชายที่รักเพียงคนเดียวของพ่อผู้ให้กำเนิด เลี้ยงดูน้ำหวานมาตั้งแต่วันแรกที่น้ำหวานสูญเสียพ่อไป ก็เข้าใจและรับรู้ได
อยู่ดีๆ เบอร์โทรศัพท์ของน้ำหวานก็ไม่สามารถติดต่อได้ แม้จะพอรู้คำตอบ ว่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้มันเป็นเพราะใคร แต่สุดท้าย ความห่วงใยที่มีต่ออีกคน มันไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย ในเมื่อคุยกับคุณป๋าของน้ำหวานเรียบร้อยแล้ว ความหวังของผมต่อจากนี้ก็คือการรอพ่อกับแม่มาหา ผมเองก็ยังไม่รู้ ว่าจริงๆ แล้ว คุณป๋าของน้ำหวานไม่ชอบหน้าผมเพราะเรื่องอะไรหรือเปล่า แต่ยังเชื่อมั่นว่าการเข้าตามตรอกออกตามประตู จะทำให้ผู้ใหญ่ของอีกฝ่ายเข้าใจ ว่าผมจริงใจจริงๆ ข้าวเช้าที่ยังไม่ตกถึงท้อง ยอมรับว่าไม่มีความรู้สึกหิว แต่ผมต้องกินเพื่อที่จะอยู่ที่นี่ต่อ ร้านอาหารที่อยู่ในระแวกนั้นคือที่ที่ผมฝากท้อง และต้องกลับไปที่โรงแรมเดิมอีกครั้ง โดยระยะเวลาเหล่านั้น ผมพยายามที่จะติดต่อกลับไปหาน้ำหวานอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังปรากฏว่า ไม่สามารถติดต่อได้แบบเดิม คนที่จะทำให้ผมเจอเธอได้ คงจะมีแต่คุณป๋าของน้ำหวานเพียงคนเดียว ตกเย็นของวันนั้น..ครืด ครืด~ผมคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ตรงหน้ามากดรับสายทันที เพราะวินาทีนี้ สิ่งที่ผมจดจ่อมากที่สุดก็คือโทรศัพท์ "ครับแม่"[ แม่กับพ่ออยู่สนามบิน ฉลามมารับแม่หน่อยสิ ]"สนามบิน" ผมทวนคำนั้นออก
"วันไหนหยุดอะ ไปเที่ยวทะเลกันไหม หรือไม่ก็ขึ้นเหนือไปถ่ายรูป ภาพที่ปายแชร์บนเฟซ เพื่อนพี่เคยไปมาแล้วเหมือนกัน เห็นว่าสวยมาก ตัวพี่เองก็ยังไม่เคยไปเหมือนกัน เลยมีความรู้สึกว่าอยากลองดูสักครั้ง""รุกหนักแบบนี้ พี่จะทำให้ปายกลัวแล้วนะ"สิ้นคำพูดของฉัน อีกฝ่ายก็หัวเราะออกมาทันที"พี่ดูน่ากลัวขนาดนั้น?"
"ขอโทษนะ ที่พี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เราน้ำตาคลออีกครั้ง พี่ไม่รีบนะ พี่ตั้งใจจีบ เพราะพี่ชอบเราจริงๆ" สิ่งที่เขาพูด ฉันได้ยินทุกประโยค รับรู้ทุกๆ คำ แต่ฉันไม่อยากรีบร้อนไม่ว่าจะกับเรื่องอะไรก็ตาม อยากปล่อยให้ทุกอย่างมันอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ มีเวลาเรียนรู้และศึกษาการใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นนานๆ รถของสไปรท์เ
"รถอยู่ไหน" สุดท้ายฉันก็เอ่ยถามออกไป เอาเถอะ เขาพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว เขาคงไม่คิดที่จะทำมิดีมิร้ายกับฉันหรอก เท่าที่เห็นมา สิ่งที่เขาแสดงออกก็ถือว่าใช้ได้ ถือว่าวัดใจ ถ้าเขาคิดไม่ดีกับฉันจริงๆ ต่อไปนี้จะได้ไม่ต้องคุยกัน 'ฉัน : ฉันกลับแล้วนะเม บังเอิญเจอฉายกับผู้หญิงของเขา หมดสนุกแล้ว' ฉันไลน์บอกเม
เขาแค่กลัวว่าฉันจะมีคนอื่น ทั้งที่เขามีคนอื่นมาโดยตลอด!แค่กลัวว่าจะเสียฉัน เลยพยายามตื้อด้วยคำพูดมักง่ายๆ แค่นั้นเอง!"ที่ฉันไม่กลับไป มันไม่ได้หมายความว่าฉันกำลังมีคนอื่น แต่ฉันรับในสิ่งที่นายทำไม่ได้!""...""ฉันสามารถเป็นเพื่อนกับนาย หรือพูดคุยกับนายได้ แต่มันต้องใช้เวลา""เพื่อลูกได้ไหมปาย ดีก







