LOGINตกเย็นอลีนาตัดสินใจมาตามนัด ดวงตากลมโตที่แฝงเร้นความซุกซนไว้เหลือบมองซ้ายทีขวาทีอย่างระแวดระวัง พอเห็นว่าทางสะดวกปลอดคน ถึงได้วิ่งไปที่รถกระบะสี่ประตูคันสีดำที่จอดอยู่ในรั้วของพื้นที่ส่วนบุคคล
ปึก !
หลังสิ้นเสียงปิดประตู รถกระบะคันดังกล่าวก็ขับเคลื่อนออกจากตรงนั้น โดยที่เจ้าของรถไม่คิดจะทักทายเธอสักคำ หรือบอกกล่าวว่าจะพาเธอไปไหนสักนิดก็ยังดี
เล่นเงียบเชียบแบบนี้ แอบกลัวนะเนี่ย !
จะพาเธอไปฆ่าหมกป่าหรือเปล่าก็ไม่รู้ สาธุ 69 รอแล้วนะ
แต่เจ้าของรถก็ทำอลีนากลัวได้ไม่นาน เพราะไม่ถึงสิบนาที รถกระบะคันสีดำก็แล่นมาจอดตรงหน้าน้ำตกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งทำเอาหญิงสาวถึงกับตาลุกวาว มิน่าเล่า พื้นที่แห่งนี้ถึงเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ห้ามคนนอกหรือแม้แต่พนักงานภายในไร่เข้ามาเหยียบ ที่แท้ก็มีของดีซุกไว้นี่เอง
ว่าแต่... คุณภูภามว์พาเธอมาทำอะไรที่นี่ ในป่าลึกขนาดนี้ ? คงไม่เอาเธอฆ่าอย่างที่แอบกลัวจริง ๆ หรอกนะ
“คิดอะไรเพ้อเจ้อ” แต่ก่อนที่อลีนาจะจินตนาการไปไกล เสียงเข้มของคนข้าง ๆ ก็ดังขึ้น
“เปล่านะคะ อุ้มยังไม่ได้คิดอะไรเลย”
“สายตาเธอมันฟ้อง” ภูภามว์ดักทางคนตรงหน้าที่ทำเป็นยิ้มแป้นแล้นกลบเกลื่อน เพื่อจะบอกว่าเขาอ่านสายตาเธอออก “แล้วถ้าฉันจะฆ่าเธอจริง ฉันจะพาเธอมาฆ่าในไร่ตัวเองทำไม”
“แฮะ ๆ” แล้วอลีนาคนนี้แก้ตัวอะไรได้ นอกจากหัวเราะเบา ๆ เก้อเขิน
เลี้ยงพรายกระซิบหรือเปล่าพ่อคู๊ณ... รู้ดี!
“แล้วเป็นอย่างไรบ้าง” อลีนานั่งตัวตรงพรืด เมื่ออยู่ ๆ ภูภามว์ก็พูดแทรกขึ้นระหว่างที่เธอแอบเหน็บแนมเขาในใจ
“ตอนเดินก็ยังมีเจ็บ ๆ แสบ ๆ อยู่บ้างค่ะ” แล้วยิ่งมีอาชีพเป็นพนักงานเสิร์ฟแล้วละก็ สุดแสนจะทรมานนักเชียว
“ยัยเด็กนี่ ! ! !” ทว่าคำตอบที่ได้รับเกือบทำภูภามว์สำลักน้ำลายตัวเอง “ฉันถามถึงเงินที่เอาไปจ่ายหนี้น่ะ พอหรือเปล่า ?”
ที่เมื่อคืนอลีนายอมลงทุน ‘ขายซิง’ ให้เขา ก็เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ไม่ใช่หรือไง ยัยแก้มซาลาเปาเป็นคนบอกเขาเองแท้ ๆ
“อ้าว” ใครจะไปคิดว่าภูภามว์จะสนใจเรื่องนี้ด้วย อลีนาก็นึกว่าเขาเป็นห่วงหรือรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง ที่หยาบโลนใส่เธอเมื่อคืน แล้วทิ้งไว้ที่ร้านเจ๊จุง ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกระแทกกระทั้น ‘น้องหนูนุ่มนิ่ม’ ของเธอไปหมาด ๆ
“ว่าไง”
อลีนานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ว่าควรจะโกหกให้เรื่องมันจบ ๆ ไปดีไหม แต่สุดท้ายความซื่อตรงก็เป็นฝ่ายชนะ “เงินหมื่นเมื่อคืน มันพอจ่ายแค่ดอกเท่านั้นค่ะ อุ้มยังต้องหาเงินส่งต้นอีกเยอะ”
“หมายความว่าเธอยังต้องทำงานที่ร้านเจ๊จุงต่อ”
“ค่ะ” ริมฝีปากที่เคยเคลือบด้วยรอยยิ้มอยู่ตลอดเม้มเป็นเส้นตรงยามพูดถึงหนี้สินที่แบกไว้บนบ่า
ซึ่งทำเอาคนฟังไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไร อลีนาบอกว่าจะทำงานร้านเจ๊จุงต่อไป นั่นหมายความว่าเธออาจจะคิดสั้นทำเรื่องแบบเมื่อคืนอีกก็ได้
ยัยเด็กนี่ยิ่งสมองตื้น ๆ อยู่ เหมือนมีหัวไว้แค่คั่นหู
และที่สำคัญเธออาจจะไม่โชคดีเหมือนคราวนี้ หากอลีนาไปเจอผู้ชายโรคจิตขึ้นมาจะทำอย่างไร ยิ่งคิดภูภามว์ก็ยิ่งหัวร้อน
“งั้นเอางี้” น้ำเสียงจริงจังเรียกอลีนาให้หันไปมอง “มาเป็นเพื่อนนอนให้ฉัน... แล้วฉันจะให้เดือนละห้าหมื่น” ม่านตาคนฟังขยายกว้าง แล้วแทบจะถลนออกมา เมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย
“...” หะ ห้าหมื่น ! เดือนละห้าหมื่นเนี่ยนะ ! บ้าไปแล้ว... สาวน้อยในวัย 20 ปี เรียนจบแค่มัธยมศึกษาปีที่ 6 ความสามารถก็หาไม่เจอ แต่มีผู้ชายมาขอเลี้ยง ให้เงินเดือนละครึ่งแสนเชียวเหรอ
“รู้ใช่ไหมว่าฉันไม่ชอบผู้หญิงเล่นตัว ยิ่งพยายามจะโก่งราคา ยิ่งไม่ชอบ”
“ปะ เปล่านะคะ” อลีนาย่นจมูกใส่คนที่กล่าวหาว่าเธอเล่นตัว ที่นิ่งไปเพราะเธอกำลังตกใจต่างหาก ภูภามว์จะไม่ปล่อยให้เธอคิดเลยหรือไง ขายตัวนะ ! ไม่ใช่ขายขนมครก ! ที่จะได้แงะออกจากหลุมแล้วใส่กล่องยื่นให้ลูกค้าง่าย ๆ น่ะ
“แล้วจะเอายังไง” กดดันเก่งเหลือเกินพ่อเอ๊ย...
“เฮียอยากได้อุ้มไปเป็นเมียเหรอคะ”
“ก็บอกอยู่ว่า แค่-เพื่อน-นอน อย่าสำคัญตัวเองผิด ฉันให้เธอได้แค่นั้น”
ภูภามว์แทบจะดึงทึ้งหนังหัวตัวเอง ชักเริ่มไม่แน่ใจว่าจะนำพาความฉิบหายมาให้ตัวเองหรือเปล่า ยังไม่ทันเริ่ม ยัยแก้มซาลาเปาก็ทำเขาปวดกระบาลซะแล้ว
“บ่อยแค่ไหนคะ”
“ไม่บ่อย ! นาน ๆ ที เธอแค่รอฉันเรียกก็พอ” ภูภามว์มั่นใจแบบนั้น
เขาไม่ใช่ผู้ชายมักมากถึงขนาดขาดผู้หญิงไม่ได้ ที่อยากได้อลีนามาเป็นเพื่อนนอนก็เพราะเห็นใจด้วยส่วนหนึ่ง ดูก็รู้ว่าเธอต้องวิ่งหลายงานเพื่อหาเงิน ส่วนเขาก็จะได้ไม่ต้องลำบากไปหาที่ไหนให้ยาก
มีให้หยิบใช้ใกล้มือ สะดวกจะตาย...
“ตกลงค่ะ” คราวนี้อลีนาตอบแบบไม่ต้องยั้งคิด กับคุณภูภามว์ เธอไม่มีอะไรต้องเสียแล้วนี่
แต่ถ้าหากยังทำงานร้านเจ๊จุงต่อไป อลีนาก็ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวให้แขกมากหน้าหลายตาอีกเยอะ คืนหนึ่งเธอโดนมือผู้ชายลูบก้นไปไม่รู้เท่าไร แล้วทางเลือกเดียวที่มีก็คือต้องกัดฟันทน
สู้อยู่ในข้อเสนอของคุณภูภามว์ไม่ดีกว่าหรือ นาน ๆ เจอกันที แต่ได้เงินเดือนละห้าหมื่น อยู่ในสถานะ ‘เพื่อนนอน’ แค่สองสามเดือน เธอก็น่าจะหมดหนี้ แถมเหลือเงินเก็บไว้ตั้งตัว มีแต่คุ้ม !
“เป็นอันว่าเราสองคนเข้าใจตรงกันแล้วนะ”
“ค่ะ”
พึ่บ !
และในนาทีเดียวกันนั้น เบาะนั่งฝั่งอลีนาก็ถูกคนมือไวปรับให้เอนราบ ตามด้วยร่างสูงที่ขยับขึ้นมาคร่อมบนตัวเธอ ภูภามว์ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตกใจแม้แต่นิด
เขาประกบริมฝีปากเข้าหาความอวบอิ่มอย่างทันท่วงที สอดแทรกปลายลิ้นร้อนชื้นเข้ามาในโพรงปากแล้วดุนดันจนอลีนาตั้งรับไม่ทัน
ไปอดอยากมาจากไหนพ่อคุณ ! หัวใจเธอจะวายแล้วเนี่ย !
“อื้อออ” คนตัวเล็กกว่าครางประท้วง เมื่อลมหายใจใกล้จะหมด ฝ่ามือเรียวเล็กจิกดึงเสื้อเชิ้ตสีกรมที่ภูภามว์สวมใส่จนกระดุมหลุมออกจากแผง เผยให้เห็นอกกว้างกำยำที่ยังมีรอยเล็บของเธอฝากฝังไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
“นมอุ้มสวย ใหญ่ด้วย”
อลีนาไม่รู้ตัวว่าเสื้อพนักงานเสิร์ฟถูกปลดกระดุมไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีชุดชั้นในลูกไม้สีขาวของเธอก็ลงไปกองอยู่ใต้ราวนมเรียบร้อยแล้ว
และตอนนี้หน้าอกหน้าใจเธอก็กำลังถูกสายตาคู่หนึ่งจับจ้องอยู่ “เฮียมองแบบนั้น อุ้มเขินนะ” อลีนายกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปกปิด แม้เมื่อคืนเราทั้งคู่จะจิ๊จ๊ะกันมาแล้วก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะหมดความเหนียมอายสักหน่อย
จ้องขนาดนี้ เก็บไว้เล่นที่บ้านไหมล่ะ ! ?
“ไม่ดูก็ได้ งั้นขอดูดนะ” ประโยคนั้นไม่ใช่คำขอ ภูภามว์ปัดป้องมือทั้งสองข้างออกจากความอลังการตรงหน้า จากนั้นโน้มตัวเข้าหาแล้วทำอย่างที่ปากว่าไว้จริง ๆ
เสียงจ๊วบจ๊าบน่าอายกับความเสียวซ่านที่ก่อตัวขึ้นอีกระลอกทำอลีนาหน้าเบ้ ดวงตากลมโตเหลือบเร้นไปมองนอกหน้าต่าง พอเห็นแสงสว่างโล่งโจ้งก็นึกสะเทือนอายผีสางนางไม้
“นะ นี่มันในรถนะคะเฮีย” แถมอยู่ในป่าด้วย
“แล้วเธอเห็นว่าเป็นโรงแรมห้าดาวหรือไง” ภูภามว์เงยหน้าขึ้นจากความนุ่มนิ่ม และถึงแววตาที่มองเธอจะฉ่ำเยิ้มแค่ไหน ทว่าการต่อปากต่อคำของเขา ยังกวนตี-นคงเส้นคงวาเสมอ
“ถอดกางเกงในออก แล้วขึ้นให้หน่อย”
“อุ้มทำไม่เป็น !” อลีนาทำหน้าเหวอ เมื่อภูภามว์ออกคำสั่งจบ เขาก็ย้ายกลับไปนั่งฝั่งตัวเอง พร้อมดึงสายเข็มขัดออกจากเอวสอบ แล้วปลดกระดุมควัก ‘ไอ้นั่น’ ออกมาโชว์
ให้ตายเถอะ ! พ่อจ๋าแม่จ๋า ...ตอนนี้อุ้มแยกไม่ออกเลย ว่าอันไหนเกียร์รถ อันไหนเกียร์คุณภามว์
หลังจากนั้น 2 ปี อลีนาก็คว้าใบปริญญามาครอบครองได้สำเร็จ แม้เกรดเฉลี่ยจะไม่ได้สูงส่งจนถึงขั้นได้เกียรตินิยม แต่เท่านี้เธอก็ภูมิใจ“เหนื่อยไหมคนเก่ง”ทันทีที่เห็นคนชุดครุยที่เพิ่งวิ่งออกมาจากในหอประชุมพร้อมใบปริญญา ภูภามว์ก็ตรงดิ่งเข้าไปสวมกอดเธอด้วยความเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ...ภูมิใจมากกว่าอลีนาส่ายหัวแล้วยิ้มกว้างให้คนเป็นสามีที่อุตส่าห์ทิ้งการทิ้งงานมาดูแลเธออย่างใกล้ชิดตลอดทุกวันตั้งแต่วันซ้อม“มาเปลี่ยนรองเท้าก่อนดีกว่า ยืนบนส้นสูงนานๆ มันไม่ดี”ภูภามว์คุกเข่าลงบนพื้น จากนั้นหยิบรองเท้าแตะที่เตรียมมาด้วยออกจากถุงแล้วสวมให้เมียสาวท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยที่มองมาทว่าชายหนุ่มหาได้ใส่ใจคนเหล่านั้น สิ่งเดียวที่ยึดความสนใจของเขาอยู่คือคนเป็นภรรยาและลูกในท้องใช่! อลีนากำลังตั้งท้อง เธอเพิ่งรู้ตัวเมื่อไม่กี่วันก่อนเข้ารับปริญญา ซึ่งเรื่องนี้ยังเป็นความลับขั้นสุดยอด ทุกคนในครอบครัวยังไม่มีใครรู้ยกเว้นเธอกับเขา“ขอบคุณนะคะคุณสามี”อลีนาตอบแทนความรักที่เขามีให้โดยการกระโดดหอมแกมไปฟอดใหญ่อย่างลืมตัว ผลสุดท้ายก็ถูกดุเข้าจนได้“อุ้ม! เฮียบอกกี่ทีแล้ว ว่าอย่ากระโดด”เมียเด็กของเขาเป็
“ตื่นเต้นจังเลยแม่...”อลีนาที่อยู่ในชุดไทยประยุกต์สีขาวมุกหันมาบอกมารดาด้วยความตื่นเต้น เมื่อเสียงโห่ร้องของขบวนขันหมากเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวบ้าน“เออ... รู้แล้ว! ฉันก็ตื่นเต้นเหมือนกัน”ทว่าคนเป็นแม่กลับมือไม้ยังสั่นระริกยิ่งกว่าคนเป็นเจ้าสาวเสียอีก“แล้วแม่จะตื่นเต้นทำไม คนแต่งคือหนูนะ ไม่ใช่แม่สักหน่อย”“แล้วตื่นเต้นไม่ได้หรือไง คนมันไม่เคยนี่หว่า”ลูกสาวคนเดียวของอีอิงอรที่เป็นแค่คนงานในไร่ธรรม ๆ กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์เป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายที่มีฐานะเข้าขั้นมหาเศรษฐี แถมงานแต่งยังถูกจัดอย่างใหญ่โต ผู้คนเขาเลื่องลือกันไปทั้งจังหวัด แล้วแบบนี้จะไม่ให้หล่อนตื่นเต้นได้อย่างไร“น้องอุ้มคะ ขบวนขันหมากมาถึงแล้วค่ะ”สองแม่ลูกยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ ดาหลาที่คอยดูต้นทางก็โผล่หน้าเข้ามาในห้องแล้วบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“หนูสวยหรือยังแม่” ว่าที่เจ้าสาวได้ยินแบบนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันไปทางคนเป็นแม่แล้วถามหาความมั่นใจ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าวันนี้ตนเองเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในงานก็จะไม่ให้สวยได้อย่างไง ในเมื่อแม่ของว่าที่สามี จ้างทั้งช่างหน้าและช่างผม ระดับตัวท็อปของประเทศม
“ขอบคุณอะไร มันเป็นหน้าที่ของสามีที่ดีอยู่แล้ว” เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันมาขยิบตาส่งให้หญิงสาวหนึ่งที ก่อนจะหันกลับไปสนใจการจราจรบนท้องถนนต่อ“เมื่อกี้เรียกหว่านเสน่ห์หรือเปล่าคะ”“แล้วได้ผลไหมครับ”“ไม่ค่ะ !” เป็นการตัดรอนที่รวดเร็วปาดสายฟ้าจนคนฟังใจเจ็บ ภูภามว์เกือบจะเรียกรถกู้ชีพอยู่แล้วเชียว ยังดีที่ประโยคถัดมาของเธอเหมือนเป็นการต่อลมหายใจ “เพราะถ้าจะจีบอุ้ม ต้องจีบด้วยเงิน อุ้มเป็นคนเห็นแก่เงินคุณภามว์จีบไหวไหมคะ”“เริ่มด้วยการเหมาเค้กให้เธอทั้งร้านดีไหม”“ดีค่ะ”จากนั้นรถยนต์คันหรูก็มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองปากช่อง เป้าหมายของภูภามว์คืออวดรวยให้ผู้หญิงดู เผื่อว่าเธอจะยอมใจอ่อนแล้วตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่กับเขาในเร็ววันหลังจากหลุดปากบอกภูภามว์ไปว่าจีบได้ เขาก็ขยันหยอด ขยันจีบ ขยันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงได้ไม่ว่างเว้นแต่ละวัน ไม่รู้เขาไปสรรหามุขจีบเสี่ยว ๆ พวกนี้มาจากไหนนักหนา แต่ก็ต้องยอมรับตามตรงว่ามันทำให้เธอหวั่นไหวได้จริง ๆ เช้านี้อลีนาเลยชิ่งตื่นนอนเช้าก่อน ตั้งใจว่าจะออกมารดน้ำดอกไม้แล้วเรียกสติไปพลาง ๆ เผื่อว่าช่วงเวลาแห่งความสดชื่นจะช่วยให้จิตใจของเธอสงบมากขึ้น จะได้ไม่หวั่นไหวไปก
ไม่รู้เป็นแผนของนายแม่สุวนี หรือว่าอลีนาเบื่อที่จะเย็นชาใส่เขา เพราะหลังงานบุญวันนั้น เธอเปลี่ยนไปราวกับคนละคน หญิงสาวตอบสนองภูภามว์มากขึ้น และไม่ได้มีท่าทีมึนตึงจนเขาใจเจ็บเหมือนอย่างที่ผ่านมา นี่ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีหรือเปล่า“อุ้ม วันนี้ไปทำบุญกับเฮียนะ”อลีนาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือการ์ตูนแล้วมองคนตัวสูงอย่างไม่ค่อยเชื่อหู เมื่ออยู่ ๆ เธอก็ถูกชวนไปทำบุญ ทั้ง ๆ ที่ไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะผ่านงานทำบุญใหญ่ภายในไร่มา“เนื่องในโอกาสอะไรคะ วันนี้ไม่ใช่วันพระสักหน่อย”“ไปเป็นเพื่อนเฮียหน่อยนะ เสร็จแล้ว เดี๋ยวเฮียพาไปเลี้ยงเค้กในตัวเมือง”เขาตอบไม่ตรงคำถาม ทั้งยังหยิบยกเอาของกินมาหลอกล่อเธอเพื่อเบี่ยงประเด็น ซึ่งก็ได้ผลตามคาด เมื่อดวงตากลมโตที่แฝงเร้นไปด้วยความซุกซนลุกวาวราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะได้ของเล่นชิ้นใหม่อลีนาเกลียดนักเชียว พวกศัตรูที่รู้จุดอ่อนเนี่ย !“คุณรู้ได้ยังไงว่าอุ้มอยากกินเค้ก”เธอจำได้ว่า เธอเพิ่งคุยกับพี่ดาหลาไปเร็ว ๆ นี้นี่เอง ว่าอยากกินเค้กร้านดังที่มาเปิดสาขาใหม่ในตัวเมืองปากช่อง เขาคงไม่ได้เลี้ยงพรายกระซิบไว้ตามสอดส่องพฤติกรรมของเธออยู่ใช่ไหม ?“เฮียได้ยินพวกเธอคุยกัน”
ซึ่งกว่าจะหยุดพ้นจากสถานการณ์คับขันพวกนั้นได้ อลีนาถึงกับยืนยิ้มจนเหงือกเกือบแห้ง “เฮ้อออ...” แถมยังเผลอถอนลมหายใจ เพราะโล่งอกอย่างลืมตัว ทั้ง ๆ ที่นายแม่สุวนียืนอยู่ข้างกาย“เหนื่อยมากไหมจ๊ะ เป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าแม่ทำอะไรให้หนูอุ้มกังวล”“ปะ เปล่าค่ะ” อลีนาตอบแค่นั้นแล้วชะงักไปเหมือนไม่ค่อยมั่นใจว่าควรพูดดีหรือเปล่า “ความจริงก็มีค่ะ” แต่สุดท้ายความอึดอัดก็ผลักดันให้เธอยอมรับออกไปตรง ๆ “อุ้มว่านายแม่กำลังเข้าใจผิดนะคะ เรื่องงานแต่ง...”“ตายแล๊ว ! ! ! แม่เข้าใจผิดไปเองเหรอจ๊ะ” สุวนียกมือขึ้นทาบอก แสร้งแสดงสีหน้าตื่นตระหนกตกใจปะปนกับรู้สึกผิด “แม่ได้ยินคนงานในไร่พูดกัน แม่ก็นึกว่าหนูตกลงปลงใจกับลูกชายของแม่เรียบร้อยแล้วเสียอีก”“...”“แย่จริง ๆ เลย แม่ขอโทษนะหนูอุ้ม” ประมุขของไร่ภูพลาธรมีแววตาหนักใจ “แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ แม่บอกกล่าวผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดไปแล้วด้วย”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อีกไม่นานเรื่องก็คงซา”เพราะเธอเองก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรเหมือนกัน“แล้วหนูอุ้มไม่คิดจะพิจารณาลูกชายของแม่หน่อยเหรอจ๊ะ ตอนที่หนูหนีไป มันมาร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าแม่ทุกวันเลยนะ อ้อนวอนขอให้หนูกลับมา” แน่น
เนื่องจากวันนี้ ภายในไร่มีงานทำบุญประจำปี คนงานทุกคนจึงได้รับสิทธิ์ลาหยุด 1 วัน เพื่อมาร่วมทำบุญในช่วงเช้า และกินเลี้ยงโต๊ะจีนในช่วงเย็น ฉะนั้นภูภามว์กับน้องชาย ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของงานถึงได้วิ่งวุ่นตัวเป็นเกลียวโชคดีที่งานช่วงเช้าผ่านพ้นเรียบร้อยไปได้ด้วยดี พวกเขาสองคนเลยมีเวลาพักหายใจบ้างแต่เหนื่อยกายก็ยังไม่เท่ากับเหนื่อยใจนี่สิ ร่างสูงถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อนึกถึงปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก “เป็นอะไร ทำหน้าหงอย ๆ เหนื่อยกายหรือเหนื่อยใจยะ” พอเว้นว่างจากการต้อนรับแขกเหรื่อและผู้หลักผู้ใหญ่ที่เชื้อเชิญมาร่วมงาน สุวนีเห็นสีหน้าของลูกชายดูท่าไม่ค่อยดีก็อดถามไม่ได้ “เหนื่อยใจมากกว่าแม่” เสียงเนือย ๆ ตอบคนเป็นแม่ ก่อนจะปรายตาไปทางหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวยาวละพื้นที่กำลังเล่นอยู่กับลูกชายของดาหลาอลีนาเป็นคนที่มีความสุขง่ายกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัว แต่รอบตัวของเธอตอนนั้นต้องไม่มีเขาเฮ้ออออ พอคิดถึงตรงนี้ หัวใจดวงแกร่งก็พลันห่อเหี่ยว “ฉันก็เตือนแกแล้วว่าให้ง้อแบบคนปกติ แกทำให้มันยุ่งยากเอง” “ก็เมียผมไม่ใช่คนปกติ แม่จะให้ผมง้อแ







