LOGIN
บรรยากาศภายในห้องโถงขนาดมหึมาที่ซ่อนตัวอยู่ลึกลงไปใต้ชั้นดินของโรงแรมหรูใจกลางเมืองหลวง ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด มีเพียงแสงสปอตไลต์ดวงใหญ่ที่สาดส่องลงมายังเวทีทรงกลมตรงกลางราวกับจันทร์เพ็ญที่ลอยเด่นอยู่ท่ามกลางรัตติกาล กลิ่นอายของสถานที่แห่งนี้คละคลุ้งไปด้วยความหรูหราที่เคลือบแฝงไว้ด้วยตัณหาราคะ กลิ่นซิการ์ราคาแพงระยับลอยอ้อยอิ่งผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำหอมฉุนจมูกของเหล่าเศรษฐีกระเป๋าหนัก ที่มารวมตัวกันเพื่อสนองความปรารถนาอันดิบเถื่อน
หลังม่านสีแดงเลือดนกที่กั้นแบ่งระหว่างเวทีประมูลและโลกความเป็นจริง อ้อน หญิงสาวร่างบอบบางในวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ กำลังนั่งกอดเข่าคู้อยู่บนเก้าอี้ ร่างกายของเธอสั่นเทาราวกับลูกนกที่เปียกปอนท่ามกลางพายุฝน ผิวขาวเนียนละเอียดดุจน้ำนมที่ได้รับการขัดสีฉวีวรรณมาอย่างดีเพื่อค่ำคืนนี้ ตัดกับชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่รัดรึงสัดส่วนโค้งเว้าอย่างจงใจเปิดเผย
ชุดที่เธอสวมใส่อยู่นั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเศษผ้า มันเป็นชุดกระโปรงสายเดี่ยวเส้นเล็กจิ๋วที่เพียงแค่กระตุกเบาๆ ก็พร้อมจะขาดผึง เผยให้เห็นเนินเนื้ออวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่ตื่นตระหนก ชายกระโปรงสั้นกุดจนแทบปิดแก้มก้นนวลเนียนไม่มิด เรียวขาเวลาคู่สวยถูกชโลมด้วยน้ำมันหอมระเหยจนเป็นมันวาวล้อกับแสงไฟ
เสียงสะอื้นแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีระเรื่อที่ถูกแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสด ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยสุกสกาวกลับเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว
อ้อนไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัยปีสองธรรมดาๆ คนหนึ่ง จะต้องมาลงเอยในสภาพที่น่าอดสูเช่นนี้ เพียงเพราะหนี้สินก้อนโตที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะหนีหายเข้ากลีบเมฆ เธอถูกจับตัวมา ถูกขัดถูร่างกายราวกับสิ่งของ และตอนนี้เธอกำลังจะถูกขายทอดตลาดราวกับเป็นสินค้าชิ้นหนึ่ง
“หมายเลขสุดท้ายของค่ำคืนนี้ สาวน้อยบริสุทธิ์ ดอกไม้ที่ยังไม่เคยมีแมลงภู่ตัวใดได้ดอมดม”
สิ้นเสียงประกาศ ม่านสีแดงสดก็ค่อยๆ ถูกรูดเปิดออกอย่างเชื่องช้า แสงไฟสปอตไลต์สาดกระทบเข้ามาที่ร่างของอ้อนจนเธอต้องหยีตาด้วยความแสบพร่า มือหนาของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกระชากแขนเรียวเล็กให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะผลักร่างบอบบางให้ออกไปเผชิญหน้ากับชะตากรรมเบื้องหน้า
“เดินออกไป ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!” เสียงเหี้ยมเกรียมดังขึ้นที่ข้างหู
อ้อนก้าวขาที่สั่นเทาออกไปยืนอยู่กลางเวที ความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่แทบจะเปลือยเปล่าจนขนอ่อนตามร่างกายลุกชัน ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจไม่ใช่ความเย็นของอากาศ แต่เป็นสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมายังเธอ
สายตาเหล่านั้นไม่มีความเมตตาปรานีหลงเหลืออยู่เลย มันเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย ความโลภ และความต้องการที่จะครอบครอง ดวงตาของชายแก่ลงพุง ดวงตาของหนุ่มนักธุรกิจเจ้าสำราญ ดวงตาของชาวต่างชาติที่เลียริมฝีปากอย่างหิวกระหาย พวกเขามองเธอเหมือนสิงโตที่กำลังจ้องมองกวางน้อยเนื้อหวานที่ไม่มีทางสู้
“ขอเชิญชมสินค้าหมายเลข 29 ความงดงามที่หาที่ติไม่ได้ ผิวพรรณขาวผ่องดั่งไข่มุก รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นแต่ซ่อนรูป” พิธีกรบรรยายสรรพคุณของเธอราวกับกำลังขายรถยนต์หรู พลางใช้ไม้เท้าชี้ไล่ไปตามเรือนร่างของเธอ ตั้งแต่ลำคอระหง ผ่านเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมแรงลงมาถึงเอวคอดกิ่ว และสะโพกผายที่งอนงาม
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง ชายหลายคนเริ่มขยับตัวนั่งไม่ติดเก้าอี้ บางคนยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมาเพื่อพิจารณารายละเอียดของสินค้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
อ้อนทำได้เพียงก้มหน้างุด ปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้ม เธออยากจะกรีดร้อง อยากจะวิ่งหนี แต่ข้อเท้าบางถูกล่ามไว้ด้วยโซ่เส้นเล็กๆ ที่เชื่อมติดกับพื้นเวที เพื่อป้องกันสินค้าหลบหนี
“ราคาเริ่มต้นที่ห้าแสนบาท!”
“หกแสน”
“แปดแสน”
“หนึ่งล้าน”
เสียงขานราคาดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วราวกับเสียงปืนกล ตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดในใจของหญิงสาว เธอมีค่าแค่นี้เองหรือ? ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอถูกตีค่าเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษเช็ค
การแข่งขันดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเสี่ยใหญ่เจ้าของบ่อนคาสิโนทางทิศตะวันออกเสนอราคาที่สามล้านบาท ชายร่างท้วมยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ สายตาโลมเลียจ้องมองมาที่หน้าอกของอ้อนอย่างไม่วางตา เขาคงกำลังจินตนาการถึงการได้ขยำขยี้ร่างกายนี้ให้แหลกคามือ
“สามล้านบาทมีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ สามล้านบาทนับหนึ่ง” พิธีกรยกค้อนไม้ขึ้นเตรียมจะเคาะ
อ้อนหลับตาแน่น กลั้นใจยอมรับชะตากรรม หากต้องตกไปอยู่ในมือของชายแก่ตัณหากลับคนนั้น ชีวิตของเธอคงไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็น
“สามล้านบาทนับสอ...”
“สี่ล้าน!”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังก้องกังวานขึ้นมาจากมุมมืดด้านหลังสุดของห้องโถง น้ำเสียงนั้นเรียบนิ่ง เย็นยะเยือก แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจที่กดข่มให้ทุกสรรพเสียงในห้องเงียบกริบลงในพริบตา
ความเงียบเข้าครอบงำพื้นที่จนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน ทุกสายตาหันขวับไปมองยังต้นเสียง เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาในเงามืด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับเทพเจ้ากรีกถูกซ่อนเร้นไว้ใต้แสงสลัว มีเพียงดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่วาวโรจน์ออกมา
ฉลามเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์และเจ้าของธุรกิจรีสอร์ทหรูที่มีมูลค่ามหาศาล ชายผู้ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยม เย็นชา และไม่เคยปรานีใคร ชื่อเสียงของเขาเป็นที่เลื่องลือในวงการใต้ดินว่า หากเขาต้องการสิ่งใด เขาจะต้องได้สิ่งนั้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
“สี่...สี่ล้านบาทครับท่านผู้มีเกียรติ” พิธีกรละล่ำละลักพูดด้วยความตื่นเต้นจนลิ้นแทบพันกัน ตัวเลขสี่ล้านสำหรับการประมูลผู้หญิงเพียงคนเดียวถือเป็นสถิติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เสี่ยใหญ่เจ้าของบ่อนหน้าถอดสี เขาอ้าปากค้างแต่ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากสู้ราคา ไม่ใช่เพราะไม่มีเงิน แต่เพราะบารมีของชายหนุ่มผู้นั้น ใครที่กล้าขัดใจคุณฉลาม มักจะมีจุดจบที่ไม่สวยงามนัก
“มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ?” พิธีกรถามพอเป็นพิธี เพราะรู้ดีว่าคงไม่มีใครกล้า
“สี่ล้านบาทนับหนึ่ง นับสอง นับสาม ขายครับ!”
เสียงค้อนกระแทกลงบนแท่นดังปัง เปรียบเสมือนเสียงคำพิพากษาประหารชีวิตอิสรภาพของอ้อนให้ดับสูญลงตลอดกาล
เจ้าหน้าที่รีบวิ่งเข้ามาปลดโซ่ที่ข้อเท้าของเธอออก ก่อนจะพยุงร่างที่อ่อนระทวยให้เดินลงจากเวที แต่ยังไม่ทันจะก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้าย ร่างสูงใหญ่ของเจ้าของคนใหม่ก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า
ฉลามเดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามแต่คุกคาม ผู้คนต่างแหวกทางให้เขาราวกับแหวกทางให้น้ำป่าไหลหลาก เขามายืนหยุดอยู่ตรงหน้าอ้อน กลิ่นกายหอมเย็นสะอาดสะอ้านผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายอันตรายแผ่พุ่งออกมาจากตัวเขาจนอ้อนแทบหายใจไม่ออก
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาใหญ่ที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนบอบบางของเธอ แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนอ้อนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
“จะเจ็บ!” เธอร้องประท้วงเสียงสั่น
ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬตวัดลงมามองเธอเพียงชั่วครู่ มันไม่ใช่สายตาที่มองมนุษย์ด้วยกัน แต่เป็นสายตาที่ใช้ประเมินคุณภาพสินค้า สายตาที่ว่างเปล่า เย็นชาและไร้หัวใจ
“เงียบ!” เขาเอ่ยเพียงคำเดียวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่บาดลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ
โดยไม่รอให้เธอตั้งตัว ฉลามออกแรงกระชากร่างเล็กให้ปลิวตามแรงของเขาไปทันที เขาไม่ได้จูงมือเธอเหมือนสุภาพบุรุษ แต่เขาลากเธอลากราวกับเธอเป็นถุงขยะราคาแพงที่เขาเพิ่งซื้อมาทิ้งขว้าง
อ้อนต้องซอยเท้าถี่ๆ เพื่อก้าวตามช่วงขายาวของเขาให้ทัน รองเท้าส้นสูงที่สวมใส่ทำให้เธอเดินลำบากจนข้อเท้าพลิกไปหลายครั้ง แต่แรงดึงที่แขนไม่ยอมผ่อนปรนแม้แต่น้อย หากเธอล้ม เขาคงจะลากถูเธอไปกับพื้นอย่างแน่นอน
ค่ำคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์สาดส่อง ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกหนาทึบ ราวกับธรรมชาติกำลังเป็นใจให้กับการซ่อนเร้นความลับดำมืดของเหล่ามนุษย์ผู้หิวกระหาย รถลีมูซีนสีดำสนิทของฉลามเคลื่อนตัวออกจากถนนหลวง มุ่งหน้าสู่เส้นทางส่วนบุคคลที่ตัดผ่านป่ารกทึบแถบชานเมือง เส้นทางที่ไม่มีอยู่ในแผนที่จีพีเอสและไม่มีป้ายบอกทาง มีเพียงผู้ที่ได้รับบัตรเชิญเท่านั้นที่จะรู้ตำแหน่งของขุมนรกบนดินแห่งนี้ภายในรถที่เงียบสงัด อ้อนนั่งตัวเกร็งอยู่ข้างกายชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าชีวิต มือบางที่เย็นเฉียบกำชายกระโปรงลูกไม้สีแดงเลือดนกไว้แน่นจนเจ็บฝ่ามือ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงด้วยความหวาดกลัวระคนตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะต้องเผชิญ“สวมนี่ซะ”ฉลามยื่นหน้ากากใบหนึ่งมาให้เธอ มันเป็นหน้ากากลูกไม้สีดำครึ่งหน้า ประดับด้วยเพชรสีแดงเม็ดเล็กๆ ที่มุมขอบตา ดีไซน์ของมันดูงดงาม ลึกลับและเย้ายวน เข้ากันได้ดีกับชุดซีทรูสีเลือดนกที่เธอสวมใส่อยู่“คุณฉลามหนูต้องใส่จริงๆ เหรอคะ ข้างในนั้นมันน่ากลัวมากไหม?” อ้อนรับหน้ากากมาถือไว้ด้วยมือสั่นเทาฉลามหันมามองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง ภายใต้แสงสลัวในรถ เขาดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรซาตาน
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างเชื่องช้าภายในคฤหาสน์หรูที่เปรียบเสมือนกรงทองฝังเพชร ชีวิตของอ้อนดำเนินไปภายใต้ตารางเวลาที่ฉลามเป็นผู้กำหนด ทุกอย่างดูสงบนิ่งราบเรียบหากมองจากภายนอก ทว่าคลื่นใต้น้ำแห่งความวิปริตกำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อจดหมายซองหนึ่งถูกส่งตรงถึงมือของประธานหนุ่มในเช้าวันเสาร์ซองจดหมายนั้นทำจากกระดาษเนื้อหนาสีดำสนิท ตัดกับตราประทับครั่งสีแดงสดรูปหน้ากากปีศาจ ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีที่อยู่ มีเพียงกลิ่นหอมเอื่อยๆ ของดอกกุหลาบแห้งและกลิ่นคาวจางๆ ที่ชวนให้คลื่นเหียนและหลงใหลในเวลาเดียวกันฉลามนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังในห้องทำงานส่วนตัว ปลายเล็บเคาะลงบนซองจดหมายนั้นเป็นจังหวะ ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก แววตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นราวกับนักล่าที่ได้กลิ่นเลือด“ในที่สุดก็มาถึง” เขายิ้มกับตัวเอง ก่อนจะกดอินเตอร์คอมเรียกหาตุ๊กตาตัวโปรด“อ้อนเข้ามาหาฉันที่ห้องทำงาน”ไม่นานนักประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออก อ้อนเดินเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อมและระมัดระวังตัวเหมือนกวางน้อยที่รู้ว่ากำลังเดินเข้าถ้ำเสือ เธอสวมชุดเดรสอยู่บ้าน ผ้าสีครีมที่ดูเรียบร้อย แต่ฉลามรู้ดีว่าข้างในนั้นว่างเปล่าตามกฎขอ
บรรยากาศบริเวณหน้าตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่เคยจอแจไปด้วยเสียงพูดคุยของเหล่านักศึกษา กลับตกอยู่ในความเงียบงันและตึงเครียดอย่างกะทันหัน เมื่อขบวนรถหรูสีดำมันมะเมื่อมจำนวนสามคันเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบันไดทางขึ้นอย่างอุกอาจ นำขบวนโดยรถบอดี้การ์ด ตามด้วยรถลีมูซีนคันยาวเหยียดที่ติดฟิล์มดำสนิทจนมองไม่เห็นภายใน และปิดท้ายด้วยรถติดตามอีกคันเสียงล้อรถบดเบียดกับพื้นถนนดังเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ประตูรถคันหน้าและคันหลังถูกเปิดออกพร้อมกัน ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสวมแว่นตาดำกว่าสิบคนก้าวลงมาอย่างพร้อมเพรียง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวพวกเขาทำให้นักศึกษาที่ยืนอยู่บริเวณนั้นรีบแหวกทางให้อย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัวอ้อนยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดไร้สีเลือด เธอกำลังจะเดินหนีนนท์ เพื่อนชายร่วมคณะที่ตามตอแยไม่เลิก แต่การปรากฏตัวของกองทัพชุดดำนี้ทำให้ขาของเธอหนักอึ้งเหมือนถูกตรึงด้วยหมุดเหล็กเธอจำได้ดีนั่นคือเชน หัวหน้าบอดี้การ์ดมือขวาของฉลามเชนเดินตรงดิ่งเข้ามาหาอ้อนด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม และไร้ความปรานี เขาเดินผ่านหน้านนท์ไปราวกับชายหนุ่มเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อน
เช้าวันจันทร์ที่สดใสควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของสัปดาห์ใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและความหวัง สำหรับนักศึกษาทั่วไป มันคือวันแห่งการเรียนรู้และการพบปะเพื่อนฝูง แต่สำหรับอ้อน หญิงสาวผู้ตกอยู่ภายใต้พันธนาการของซาตานในคราบเทพบุตร เช้าวันนี้กลับเต็มไปด้วยความอึดอัดและลางสังหรณ์ประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้ภายในห้องแต่งตัวขนาดมหึมาที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงระยับ อ้อนยืนนิ่งเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ปล่อยให้ฉลาม สามีทางพฤตินัยของเธอเป็นผู้จัดการเรื่องเครื่องแต่งกายให้เหมือนเช่นทุกวันวันนี้ฉลามอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บเข้ารูปดูภูมิฐาน สมกับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารเครืออสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยอำนาจ เขาบรรจงติดกระดุมเสื้อนักศึกษาให้อ้อนทีละเม็ดอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวที่เคยสร้างความเจ็บปวดและสุขสมให้เธอเมื่อคืน กำลังทำหน้าที่ปรนนิบัติอย่างอ่อนโยนจนน่าขนลุก“วันนี้มีเรียนเช้าสินะ” ฉลามเอ่ยถามเรียบๆ ขณะไล่นิ้วขึ้นมาถึงกระดุมเม็ดบนสุด“ค่ะมีควิซตอนเก้าโมง” อ้อนตอบเสียงเบา พยายามไม่สบตาเขาผ่านกระจกเงาฉลามหยิบกระดุมเม็ดบนสุดออกมาจ
ค่ำคืนแห่งงานกาล่าดินเนอร์การกุศลประจำปีของสมาคมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เวียนมาถึง งานนี้ถือเป็นงานช้างที่รวมเอาเหล่าเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลระดับประเทศมารวมตัวกัน ณ ห้องบอลรูมสุดหรูของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟระย้าส่องประกายแข่งกับเพชรนิลจินดาบนเรือนกายของเหล่าคุณหญิงคุณนายที่ต่างจัดเต็มมาประชันโฉมทว่าดาวเด่นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนในงาน กลับไม่ใช่ดาราชื่อดังหรือไฮโซสาวคนไหน แต่เป็นหญิงสาวร่างระหงที่เดินเคียงคู่มากับฉลาม มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอ้อนปรากฏกายในรูปลักษณ์ที่แปลกตาและขัดแย้งกับกระแสแฟชั่นที่นิยมความวับๆ แวมๆ โดยสิ้นเชิง เธอสวมชุดราตรียาวกรุยกรายสีเขียวมรกตเข้ม ตัดเย็บจากผ้าเนื้อดีที่มีน้ำหนักทิ้งตัวสวยความแปลกประหลาดอยู่ที่ดีไซน์ของชุด มันเป็นชุดคอเต่าที่ปิดขึ้นมาจนถึงลูกกระเดือก แขนเสื้อยาวจรดข้อมือ กระโปรงยาวลากพื้นไม่เห็นแม้แต่ปลายรองเท้า ไม่มีส่วนไหนของผิวเนื้อที่โผล่พ้นออกมาให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว ยกเว้นใบหน้าสวยหวานและมือเรียวบางทั้งสองข้างนี่คือคำสั่งประกาศิตของฉลามย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ในห้องแต่งตัว“ปิดให้หมด ฉันไม่อยากให้
กลิ่นอายของตัณหาราคะยังคงลอยอวลอยู่รอบกายของหนุ่มสาวทั้งสอง แม้จะเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สระว่ายน้ำมาหมาดๆ ทว่าไฟปรารถนาในกายของฉลามกลับไม่ได้มอดดับลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามภาพของอ้อนที่ยืนตัวสั่นระริก ปลดปล่อยน้ำพุแห่งความใคร่ออกมาต่อหน้าชายอื่น กลับยิ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระพือสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขาให้ลุกโชนโชติช่วงฉลามอุ้มร่างบอบบางของอ้อนที่ห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่เดินเข้ามาภายในตัวคฤหาสน์ แอร์เย็นฉ่ำปะทะผิวกายที่ยังชื้นเหงื่อและน้ำ ทำให้อ้อนต้องซุกหน้าลงกับแผงอกเปลือยเปล่าของเขาเพื่อหาไออุ่น ร่างกายของเธอยังคงอ่อนระทวยและสั่นเทาจากจุดสุดยอดที่รุนแรงเกินรับไหวแทนที่เขาจะพาเธอขึ้นไปพักผ่อนบนห้องนอนชั้นสองตามที่ควรจะเป็น ฝีเท้าของฉลามกลับหยุดลงที่โถงบันไดวนขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้านบันไดนี้เปรียบเสมือนหัวใจของคฤหาสน์ ปูด้วยหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีสีขาวลายเมฆ ราวบันไดทำจากเหล็กดัดลวดลายวิจิตรปิดทองคำเปลว ทอดยาวคดเคี้ยวขึ้นสู่ชั้นบนอย่างสง่างาม เหนือศีรษะขึ้นไปคือโคมไฟระย้าคริสตัลชานเดอเลียร์ขนาดใหญ่ที่ห้อยระย้าลงมา ส่องแสงระยิบระยับสะท้อนกับพื้นหินอ่อ







