Masukพวกเขาเดินผ่านทางเดินยาวเหยียดที่ปูด้วยพรมสีแดง ท่ามกลางสายตาของพนักงานที่ก้มหัวทำความเคารพด้วยความเกรงกลัว จนกระทั่งมาถึงทางออกวีไอพี รถลีมูซีนคันหรูสีดำมันปลับจอดรออยู่แล้ว ประตูรถเลื่อนเปิดออกอัตโนมัติ เผยให้เห็นห้องโดยสารภายในที่กว้างขวางและหรูหราราวกับห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่
ฉลามเหวี่ยงร่างของอ้อนเข้าไปในรถอย่างแรงจนเธอล้มคะมำไปกองอยู่บนเบาะหนังแท้สีเบจ ก่อนที่เขาจะก้าวตามเข้ามาและปิดประตู ตัดขาดเธอจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบ
ภายในรถเงียบกริบ เก็บเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม กระจกกั้นห้องโดยสารระหว่างคนขับและเจ้านายถูกปิดทึบเป็นสีดำสนิท สร้างพื้นที่ปิดตายที่มีเพียงเขาและเธอสองต่อสอง
อ้อนรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นไปชิดมุมสุดของเบาะ กอดตัวเองแน่น พยายามดึงชายกระโปรงสั้นรั้งขึ้นมาปิดบังเรือนร่าง แต่ยิ่งดึงก็ยิ่งเปิดเผยผิวเนื้อขาวเนียนมากขึ้นไปอีก เธอนั่งตัวสั่นงันงก สายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่กำลังถอดเสื้อสูทตัวนอกออกอย่างใจเย็น
ฉลามโยนเสื้อสูทพาดไว้ที่พนักพิง ก่อนจะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำที่ข้อมือออก เผยให้เห็นข้อมือหนาที่มีเส้นเลือดปูดโปนแสดงถึงพละกำลัง เขาเอนหลังพิงเบาะด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย ขาข้างหนึ่งยกขึ้นไขว่ห้าง สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอไม่วางตา ราวกับราชสีห์ที่กำลังพิจารณาเหยื่อที่จนตรอก
“คลานมานี่”
คำสั่งสั้นๆ ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบ
อ้อนสะดุ้งสุดตัว เธอส่ายหน้าปฏิเสธด้วยความหวาดกลัว น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงเผาะลงมาอาบแก้ม
“ยะอย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ ปล่อยหนูไปเถอะ”
“ฉันบอกให้คลานมานี่ ฉันเพิ่งจ่ายเงินสี่ล้านเพื่อซื้อเธอมา ไม่ได้ซื้อมาเพื่อนั่งมองเธอร้องไห้เสียเวลา” เสียงของเขาทุ้มต่ำลงกว่าเดิม กดดันและคุกคามจนอากาศในรถดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นหลายเท่า
เมื่อเห็นแววตาที่เริ่มวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด อ้อนรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือก ร่างบางค่อยๆ ขยับตัวลงจากเบาะ เข่าทั้งสองข้างสัมผัสกับพรมหนานุ่มที่ปูพื้นรถ เธอค่อยๆ คลานเข้าไปหาเขาอย่างเชื่องช้าด้วยความจำยอม เหมือนลูกสุนัขที่หวาดกลัวเจ้านายใจร้าย
เมื่อเธอคลานมาหยุดอยู่ที่หว่างขาของเขา ฉลามก็ยื่นมือมาเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นสบตา แรงบีบที่ปลายคางทำให้เธอเจ็บจนต้องเบ้หน้า
“อืม คุ้มราคาดีนี่” เขากล่าวขณะใช้นิ้วหัวแม่มือไล้ไปตามกลีบปากนุ่มหยุ่นที่สั่นระริกของเธอ สัมผัสของเขาหยาบกระด้างและร้อนผ่าว ตัดกับผิวเนียนนุ่มของเธออย่างสิ้นเชิง
สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงมาที่ลำคอระหง ไหล่ลาดเนียน และเนินอกอิ่มที่โผล่พ้นชุดออกมาเกือบครึ่งเต้า นิ้วมือหนาเลื่อนต่ำลงตามสายตา ปลายนิ้วลากผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มอย่างช้าๆ จงใจกดย้ำน้ำหนักลงไปเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ อ้อนสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
เขาไม่ได้สัมผัสเธอด้วยความเสน่หา แต่สัมผัสด้วยความถือสิทธิ์ สัมผัสเหมือนคนตรวจเช็คสินค้าว่ามีตำหนิตรงไหนหรือไม่ นิ้วของเขาสอดเข้าไปใต้สายเสื้อเดี่ยวเส้นบาง เกี่ยวและดีดมันจนเกิดเสียงดังเปราะ
“รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงซื้อเธอมาแพงขนาดนั้น?” เขาเอ่ยถาม พลางโน้มใบหน้าคมคายลงมาใกล้ จนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดที่ใบหูขาวสะอาด
อ้อนส่ายหน้าทั้งน้ำตา ตัวสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้
“มะไม่ทราบค่ะ”
ฉลามกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความเมตตา รอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของอ้อนจับตัวเป็นน้ำแข็ง
“เพราะฉันเกลียดของมีตำหนิ และฉันเกลียดการใช้ของร่วมกับคนอื่น ร่างกายนี้ทุกตารางนิ้ว ตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า มันเป็นกรรมสิทธิ์ของฉันแต่เพียงผู้เดียว” เขาพูดเสียงเย็น พลางใช้มืออีกข้างกระชากผมยาวสลวยของเธอให้แหงนหน้าขึ้นรับสายตาเขาตรงๆ
มือหนาเลื่อนลงไปบีบขยำที่หน้าอกข้างซ้ายของเธออย่างแรงโดยไม่มีการเล้าโลม อ้อนร้องอุทานด้วยความเจ็บและความตกใจ แต่ไม่กล้าปัดป้อง
“ฟังให้ดีนะเด็กน้อย นับตั้งแต่วินาทีที่ค้อนประมูลกระแทกลงเธอไม่ใช่คนแล้ว” ฉลามกดเสียงต่ำ เน้นย้ำทีละคำให้สลักลึกลงไปในจิตวิญญาณของเธอ ประโยคเหล่านั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจ
อ้อนเบิกตากว้าง มองใบหน้าของผู้ชายที่กำลังกำหนดชะตาชีวิตของเธอ นิ้วมือของเขาบดขยี้ลงบนยอดอกผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนมันแข็งขืนสู้มือ
“ลืมความเป็นมนุษย์ของเธอซะ ลืมศักดิ์ศรี ลืมความอาย ลืมสิทธิ์ที่จะร้องขอ ตอนนี้เธอเป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงของฉัน เป็นของประดับบารมีที่ฉันจะวางไว้ตรงไหนก็ได้ จะใช้งานเมื่อไหร่ก็ได้ หรือจะทุบทำลายทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้เข้าใจไหม”
อ้อนสะอื้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วอก ไม่ใช่แค่เจ็บกายที่โดนบีบเค้น แต่เจ็บใจที่ถูกลดทอนคุณค่าจนไม่เหลือความเป็นคน
“ตอบฉัน!” เขาตวาดเสียงดังจนอ้อนสะดุ้งโหยง
“ขะเข้าใจค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ” เธอตอบเสียงสั่นเครือ ยกมือพนมไหว้ขอความเมตตาที่ไม่มีอยู่จริง
ฉลามแสยะยิ้มพอใจ เขาปล่อยมือจากหน้าอกของเธอ แล้วผลักร่างบางให้ล้มหงายลงไปบนพื้นรถพรมหนา ก่อนจะใช้เท้าข้างหนึ่งที่สวมรองเท้าหนังราคาแพง เหยียบลงไปที่หน้าท้องแบนราบของเธอ เป็นการกระทำที่หยามเกียรติและประกาศศักดาความเป็นเจ้านายเหนือหัวอย่างชัดเจน
“ดีจำใส่สมองเอาไว้ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ดูท่าจะใช้งานได้ดีแต่คงต้องมีการลงน้ำยาเคลือบเงาและดัดนิสัยกันสักหน่อย ถึงจะเหมาะกับรสนิยมของฉัน” เขาพูดพลางมองลงมาที่เธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจเหนือกว่า
อ้อนนอนตัวสั่นอยู่แทบเท้าเขา มองเห็นเพดานรถที่ประดับด้วยไฟดาวระยิบระยับที่ดูพร่ามัวผ่านม่านน้ำตา เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า อิสรภาพของเธอได้จบสิ้นลงแล้ว โลกใบเก่าที่เธอเคยรู้จักได้พังทลายลง และโลกใบใหม่ที่มีชื่อว่านรกในกรง ของผู้ชายชื่อฉลามได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
รถหรูเคลื่อนตัวผ่านความมืดของค่ำคืน มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ที่เป็นดั่งป้อมปราการ โดยที่อ้อนไม่รู้เลยว่า ค่ำคืนนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่หอมหวานและทรมานที่สุดในชีวิตของเธอ
ค่ำคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์สาดส่อง ท้องฟ้าเหนือกรุงเทพมหานครถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกหนาทึบ ราวกับธรรมชาติกำลังเป็นใจให้กับการซ่อนเร้นความลับดำมืดของเหล่ามนุษย์ผู้หิวกระหาย รถลีมูซีนสีดำสนิทของฉลามเคลื่อนตัวออกจากถนนหลวง มุ่งหน้าสู่เส้นทางส่วนบุคคลที่ตัดผ่านป่ารกทึบแถบชานเมือง เส้นทางที่ไม่มีอยู่ในแผนที่จีพีเอสและไม่มีป้ายบอกทาง มีเพียงผู้ที่ได้รับบัตรเชิญเท่านั้นที่จะรู้ตำแหน่งของขุมนรกบนดินแห่งนี้ภายในรถที่เงียบสงัด อ้อนนั่งตัวเกร็งอยู่ข้างกายชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าชีวิต มือบางที่เย็นเฉียบกำชายกระโปรงลูกไม้สีแดงเลือดนกไว้แน่นจนเจ็บฝ่ามือ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงด้วยความหวาดกลัวระคนตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะต้องเผชิญ“สวมนี่ซะ”ฉลามยื่นหน้ากากใบหนึ่งมาให้เธอ มันเป็นหน้ากากลูกไม้สีดำครึ่งหน้า ประดับด้วยเพชรสีแดงเม็ดเล็กๆ ที่มุมขอบตา ดีไซน์ของมันดูงดงาม ลึกลับและเย้ายวน เข้ากันได้ดีกับชุดซีทรูสีเลือดนกที่เธอสวมใส่อยู่“คุณฉลามหนูต้องใส่จริงๆ เหรอคะ ข้างในนั้นมันน่ากลัวมากไหม?” อ้อนรับหน้ากากมาถือไว้ด้วยมือสั่นเทาฉลามหันมามองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง ภายใต้แสงสลัวในรถ เขาดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรซาตาน
กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างเชื่องช้าภายในคฤหาสน์หรูที่เปรียบเสมือนกรงทองฝังเพชร ชีวิตของอ้อนดำเนินไปภายใต้ตารางเวลาที่ฉลามเป็นผู้กำหนด ทุกอย่างดูสงบนิ่งราบเรียบหากมองจากภายนอก ทว่าคลื่นใต้น้ำแห่งความวิปริตกำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อจดหมายซองหนึ่งถูกส่งตรงถึงมือของประธานหนุ่มในเช้าวันเสาร์ซองจดหมายนั้นทำจากกระดาษเนื้อหนาสีดำสนิท ตัดกับตราประทับครั่งสีแดงสดรูปหน้ากากปีศาจ ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีที่อยู่ มีเพียงกลิ่นหอมเอื่อยๆ ของดอกกุหลาบแห้งและกลิ่นคาวจางๆ ที่ชวนให้คลื่นเหียนและหลงใหลในเวลาเดียวกันฉลามนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังในห้องทำงานส่วนตัว ปลายเล็บเคาะลงบนซองจดหมายนั้นเป็นจังหวะ ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก แววตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นราวกับนักล่าที่ได้กลิ่นเลือด“ในที่สุดก็มาถึง” เขายิ้มกับตัวเอง ก่อนจะกดอินเตอร์คอมเรียกหาตุ๊กตาตัวโปรด“อ้อนเข้ามาหาฉันที่ห้องทำงาน”ไม่นานนักประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออก อ้อนเดินเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อมและระมัดระวังตัวเหมือนกวางน้อยที่รู้ว่ากำลังเดินเข้าถ้ำเสือ เธอสวมชุดเดรสอยู่บ้าน ผ้าสีครีมที่ดูเรียบร้อย แต่ฉลามรู้ดีว่าข้างในนั้นว่างเปล่าตามกฎขอ
บรรยากาศบริเวณหน้าตึกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่เคยจอแจไปด้วยเสียงพูดคุยของเหล่านักศึกษา กลับตกอยู่ในความเงียบงันและตึงเครียดอย่างกะทันหัน เมื่อขบวนรถหรูสีดำมันมะเมื่อมจำนวนสามคันเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบันไดทางขึ้นอย่างอุกอาจ นำขบวนโดยรถบอดี้การ์ด ตามด้วยรถลีมูซีนคันยาวเหยียดที่ติดฟิล์มดำสนิทจนมองไม่เห็นภายใน และปิดท้ายด้วยรถติดตามอีกคันเสียงล้อรถบดเบียดกับพื้นถนนดังเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ประตูรถคันหน้าและคันหลังถูกเปิดออกพร้อมกัน ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสวมแว่นตาดำกว่าสิบคนก้าวลงมาอย่างพร้อมเพรียง รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวพวกเขาทำให้นักศึกษาที่ยืนอยู่บริเวณนั้นรีบแหวกทางให้อย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัวอ้อนยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงบันไดขั้นสุดท้าย ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดไร้สีเลือด เธอกำลังจะเดินหนีนนท์ เพื่อนชายร่วมคณะที่ตามตอแยไม่เลิก แต่การปรากฏตัวของกองทัพชุดดำนี้ทำให้ขาของเธอหนักอึ้งเหมือนถูกตรึงด้วยหมุดเหล็กเธอจำได้ดีนั่นคือเชน หัวหน้าบอดี้การ์ดมือขวาของฉลามเชนเดินตรงดิ่งเข้ามาหาอ้อนด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม และไร้ความปรานี เขาเดินผ่านหน้านนท์ไปราวกับชายหนุ่มเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อน
เช้าวันจันทร์ที่สดใสควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของสัปดาห์ใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังและความหวัง สำหรับนักศึกษาทั่วไป มันคือวันแห่งการเรียนรู้และการพบปะเพื่อนฝูง แต่สำหรับอ้อน หญิงสาวผู้ตกอยู่ภายใต้พันธนาการของซาตานในคราบเทพบุตร เช้าวันนี้กลับเต็มไปด้วยความอึดอัดและลางสังหรณ์ประหลาดที่ไม่อาจอธิบายได้ภายในห้องแต่งตัวขนาดมหึมาที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงระยับ อ้อนยืนนิ่งเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ปล่อยให้ฉลาม สามีทางพฤตินัยของเธอเป็นผู้จัดการเรื่องเครื่องแต่งกายให้เหมือนเช่นทุกวันวันนี้ฉลามอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บเข้ารูปดูภูมิฐาน สมกับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารเครืออสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยอำนาจ เขาบรรจงติดกระดุมเสื้อนักศึกษาให้อ้อนทีละเม็ดอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวที่เคยสร้างความเจ็บปวดและสุขสมให้เธอเมื่อคืน กำลังทำหน้าที่ปรนนิบัติอย่างอ่อนโยนจนน่าขนลุก“วันนี้มีเรียนเช้าสินะ” ฉลามเอ่ยถามเรียบๆ ขณะไล่นิ้วขึ้นมาถึงกระดุมเม็ดบนสุด“ค่ะมีควิซตอนเก้าโมง” อ้อนตอบเสียงเบา พยายามไม่สบตาเขาผ่านกระจกเงาฉลามหยิบกระดุมเม็ดบนสุดออกมาจ
ค่ำคืนแห่งงานกาล่าดินเนอร์การกุศลประจำปีของสมาคมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เวียนมาถึง งานนี้ถือเป็นงานช้างที่รวมเอาเหล่าเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลระดับประเทศมารวมตัวกัน ณ ห้องบอลรูมสุดหรูของโรงแรมห้าดาวริมแม่น้ำเจ้าพระยา แสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟระย้าส่องประกายแข่งกับเพชรนิลจินดาบนเรือนกายของเหล่าคุณหญิงคุณนายที่ต่างจัดเต็มมาประชันโฉมทว่าดาวเด่นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนในงาน กลับไม่ใช่ดาราชื่อดังหรือไฮโซสาวคนไหน แต่เป็นหญิงสาวร่างระหงที่เดินเคียงคู่มากับฉลาม มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอ้อนปรากฏกายในรูปลักษณ์ที่แปลกตาและขัดแย้งกับกระแสแฟชั่นที่นิยมความวับๆ แวมๆ โดยสิ้นเชิง เธอสวมชุดราตรียาวกรุยกรายสีเขียวมรกตเข้ม ตัดเย็บจากผ้าเนื้อดีที่มีน้ำหนักทิ้งตัวสวยความแปลกประหลาดอยู่ที่ดีไซน์ของชุด มันเป็นชุดคอเต่าที่ปิดขึ้นมาจนถึงลูกกระเดือก แขนเสื้อยาวจรดข้อมือ กระโปรงยาวลากพื้นไม่เห็นแม้แต่ปลายรองเท้า ไม่มีส่วนไหนของผิวเนื้อที่โผล่พ้นออกมาให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว ยกเว้นใบหน้าสวยหวานและมือเรียวบางทั้งสองข้างนี่คือคำสั่งประกาศิตของฉลามย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ในห้องแต่งตัว“ปิดให้หมด ฉันไม่อยากให้
กลิ่นอายของตัณหาราคะยังคงลอยอวลอยู่รอบกายของหนุ่มสาวทั้งสอง แม้จะเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สระว่ายน้ำมาหมาดๆ ทว่าไฟปรารถนาในกายของฉลามกลับไม่ได้มอดดับลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามภาพของอ้อนที่ยืนตัวสั่นระริก ปลดปล่อยน้ำพุแห่งความใคร่ออกมาต่อหน้าชายอื่น กลับยิ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระพือสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขาให้ลุกโชนโชติช่วงฉลามอุ้มร่างบอบบางของอ้อนที่ห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่เดินเข้ามาภายในตัวคฤหาสน์ แอร์เย็นฉ่ำปะทะผิวกายที่ยังชื้นเหงื่อและน้ำ ทำให้อ้อนต้องซุกหน้าลงกับแผงอกเปลือยเปล่าของเขาเพื่อหาไออุ่น ร่างกายของเธอยังคงอ่อนระทวยและสั่นเทาจากจุดสุดยอดที่รุนแรงเกินรับไหวแทนที่เขาจะพาเธอขึ้นไปพักผ่อนบนห้องนอนชั้นสองตามที่ควรจะเป็น ฝีเท้าของฉลามกลับหยุดลงที่โถงบันไดวนขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้านบันไดนี้เปรียบเสมือนหัวใจของคฤหาสน์ ปูด้วยหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีสีขาวลายเมฆ ราวบันไดทำจากเหล็กดัดลวดลายวิจิตรปิดทองคำเปลว ทอดยาวคดเคี้ยวขึ้นสู่ชั้นบนอย่างสง่างาม เหนือศีรษะขึ้นไปคือโคมไฟระย้าคริสตัลชานเดอเลียร์ขนาดใหญ่ที่ห้อยระย้าลงมา ส่องแสงระยิบระยับสะท้อนกับพื้นหินอ่อ




![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


