Masukบัวหอมรีบปาดน้ำตาที่ไหลออกมาตอนไม่รู้ หัวใจดวงน้อยเหน็บหนาว เปล่าเปลี่ยว เมื่อคนที่เธอมอบหัวใจทั้งดวงจนไม่เหลือเอาไว้ให้ใครกลับย่ำยีจนแทบไม่มีชิ้นดี ถ้าหากเธอย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่มีวันมอบหัวใจแก่คนไม่เห็นค่า กลับมารักตัวเอง ผู้ชายมันก็เลวหมดทุกคนนั้นแหละ
หญิงสาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวไปทำงานเป็นเลขาหน้าห้องของท่านประธานหนุ่มเหมือนเดิม โดยเธอใส่ชุดกระบอกแขนยาวพร้อมกับกระโปรงยาวถึงตาตุ่ม เพิ่มเติมคือไม่ใส่แว่นตาปกปิดดวงตาคู่สวย เธอแต่งหน้าอ่อนๆ ให้พอรู้ว่าตนเป็นภรรยาของมาริคทางนิตินัย
บัวหอมตื่นเช้าทุกวันเพื่อลงครัวทำอาหารเช้าแก่คุณแม่สามีและสามีไร้หัวใจที่บ้านใหญ่ แต่วันนี้กลับแปลกเมื่อคุณหญิงนวลนภาเป็นห่วงลูกชายคนเดียวไม่ยอมลงมาทานข้าวฝีมือสะใภ้สุดโปรดเหมือนอย่างเคย
“หนูบัว ขึ้นไปดูตาริคให้แม่หน่อย เมื่อคืนตาริคเมามายจนไม่ได้สติ ตอนเช้าใครเข้าใกล้ไม่ได้ หาว่าตัวแม่มีกลิ่นเหม็น”
“พี่ริคเกลียดขี้หน้าบัวจะตาย บัวไม่อยากเข้าไปให้เจ็บปวดใจซ้ำสองหรอกค่ะคุณแม่” บัวหอมยังเข็ดขยาดกับเรื่องวันนั้น กลัวว่าจะถูกเขาตบตีทำร้ายทั้งกายทั้งใจเธออีก
“แต่ตาริคอยากจะให้หนูบัวเข้าไปหานะจ้ะ แม่ว่าหนูบัวลองเข้าไปหาตาริคเถอะจ้ะ” คุณแม่สามีให้ท้ายมาอย่างนี้ มีหรือคนใจอ่อนอย่างบัวหอมต้องยอมเข้าไปหาสามีตีทะเบียนในห้องนอนส่วนตัวของเขา
“งั้นบัวจะลองพยายามดูอีกทีนะคะคุณแม่”
เลขาหน้าห้องพ่วงตำแหน่งเมียชังพลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจตัวเองกลับมา
'อย่างน้อยเขาคงไม่กล้าทำอะไรมากกว่าคำพูดร้ายๆ หรอก'
เสียงเปิดประตูห้องนอนเข้ามา ร่างบางในชุดฟอร์มทำงานของเลขาท่านประธานหนุ่มกล้าๆ กลัวๆ เดินเข้ามาเว้นระยะทางเขาที่ยังนอนบนเตียงกว้าง
“พี่ริคเป็นอะไรเหรอคะ ถึงได้บอกว่าคุณแม่มีกลิ่นเหม็น”
“ฉันไม่รู้เป็นอะไร แค่ได้กลิ่นผู้หญิงคนไหน ฉันก็รู้สึกเหม็น อยากจะอ้วก” มาริคเผลอสูดดมกลิ่นหอมจากเรือนผม ถึงแม้ว่ากวางน้อยจะยืนอยู่มุมประตูห้องก็ตามที อาการแปลกๆ หายไปในพริบตา
“ถ้างั้นบัวคงต้องอยู่ห่างพี่ริคแล้วละค่ะ เพราะบัวเปรียบเสมือนขยะที่พี่ริคไม่อยากเข้าใกล้” เมียแต่งกำลังจะหมุนตัวออกไปจากห้องนอนส่วนตัวแต่ถูกมือหนาคว้าตัวเล็กเข้ามาทาบทับตัวแกร่งอยู่ที่เตียงนอนกว้างเสียก่อน
“พี่ริค ปล่อยบัว บัวหายใจไม่ออก” ก็เขากอดตัวเมียชังคนนี้รัดแน่นมาก เธออึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
“หอม ทำไมกลิ่นกายในตัวเธอไม่มีกลิ่นเหม็นของผู้หญิงคนอื่น” มาริคได้ใจยังคงเอาหน้าซุกไซร้ซอกคอขาวเนียนและสูดกลิ่นหอมหวานชื่นใจ
“พี่ริค ปล่อย บัวรู้สึกจั๊กจี๊” ถึงแม้ว่าเมียแต่งจะงงงวยกับท่าทีแปลกๆ ของสามีไร้หัวใจ แต่เธอไม่ยักดีใจที่ตัวเองเป็นแค่เครื่องมือผลิตลูกที่มาริคเคยกล่าวเอาไว้
“เรือนร่างของเธอทำให้ฉันแทบคลั่ง!” แน่นอนว่าอยู่ใกล้ชิดร่างอ้อนแอ้น น้องชายที่เคยสงบนิ่งกลับเกิดปฏิกิริยาตื่นตัวขึ้นมาในยามเช้า
“พี่ริคอย่าทำแบบนี้ บัวไม่ใช่ผู้หญิงเหมือนคุณแนนนี่ ที่เอาตัวมาแลกกับเงินนะคะ บัวเป็นเมียของพี่ริคที่ถูกต้องตามกฎหมาย” มือเล็กพยายามดันร่างแกร่งไม่ให้โน้มใบหน้าคมสันใกล้เธอมากกว่านี้ ขณะที่โดนเขาจับตัวเธอพลิกมานอนบนเตียงกว้าง
ใจดวงน้อยแอบเต้นระส่ำเมื่อพี่ชายคนที่เธอแอบชอบมาตั้งแต่เด็ก กำลังโน้มเข้ามาเชยชมเมียนิตินัยด้วยการอยากสูดดมความหอมหวานจากเรือนร่างของเมียชัง
“เธอก็มาทำหน้าที่เมียให้สมบูรณ์แบบไง” ยิ่งได้สูดดมกลิ่นกายหอมจากเรือนร่างสวยงาม ยิ่งทำให้ร่างกายเขาตื่นตัวได้ง่าย
แต่ก่อนที่สามีหนุ่มจะโน้มลงมาจูบกลีบปากนุ่มน่าสัมผัส ทว่ามีเสียงบางอย่างขัดจังหวะเสียอย่างนั้น
'โครกคราก'
เสียงท้องร้องดังออกมาจากหน้าท้องแกร่งของเขาซะเอง บัวหอมตั้งสติรีบผลักเขาออกจากตัวก่อนจะลุกขึ้นมาจากเตียงกว้าง ที่เธอเกือบจะเสียความสาวแก่ผัวตีทะเบียน
“คุณแม่บอกบัวว่าตั้งแต่ที่พี่ริคกลับมาตั้งแต่เมื่อคืน พี่ริคยังไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากดื่มแต่เหล้า เดี๋ยวบัวจะทำอาหารเช้าให้พี่ริคกินนะคะ” แต่เธอลืมไปว่าเมื่อวานนี้เขาเคยเทข้าวต้มกุ้งของเมียตั้งใจทำสุดฝีมือ เขาคงไม่ต้องการทานอาหารสิ่งที่เธอทำหรอกมั้ง
“เดี๋ยว ทำอาหารเผื่อไว้ให้ฉันกินด้วย และเธอไม่ต้องนั่งรถแท็กซี่ออกไปทำงาน เธอต้องมานั่งรถไปกับฉัน”
“อะไรนะคะพี่ริค จะให้บัวขึ้นไปนั่งรถกับพี่ริคด้วยเหรอคะ” ภรรยาแต่งไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะได้ยินคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากผู้ชายขี้เอาแต่ใจ เผด็จการ อย่างพี่ริค
“อย่าหลงระเริงดีใจนักละ ที่ฉันยอมก็เพราะว่าฉันติดกลิ่นหอมจากร่างกายของเธอต่างหาก ถ้าไม่อย่างนั้นฉันคงไม่อนุญาตให้เลขาหน้าห้องนั่งรถคันหรูของฉันหรอก” ปากแข็ง เขาปากแข็งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ความจริงตัวเองไม่ชอบให้ผู้ชายคนไหนมายุ่งวุ่นวายกับเมียแต่งต่างหาก
“ค่ะพี่ริค บัวจะจำใส่หัวเอาไว้ว่าบัวก็เป็นได้แค่เมียที่ไม่ได้รับการยกย่องจากสามีตีทะเบียนของตัวเอง”
“บัวหอม นี่เธอ!” ไม่ทันเสียแล้ว เมียชังที่มีกลิ่นหอมสบายใจที่เขาติดหนักมากวิ่งหนีออกไปจากห้องนอนทันทีที่เขาไม่ทันได้ทำโทษ
“น่าแปลก ทันทีที่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาใกล้ อาการแปลกๆ เบื่อกลิ่นผู้หญิงคนอื่นก็หายไปเลย บัวหอม เธอทำอะไรใส่ฉันกันแน่!”
.
. .รถสปอร์ตคันหรูของท่านประธานหนุ่มแล่นเข้ามาจอดตรงหน้าบริษัทใหญ่ที่ตัวเองบริหารอยู่ พนักงานต่างมองดูด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นว่าท่านประธานมากับเลขาหน้าห้องและพ่วงตำแหน่งเมีย(แต่ง)พร้อมกัน
“ก็ต้องมาด้วยกันสิ อยู่บ้านคนเดียวแถมยังแต่งงานกันอีก”
“ไม่รู้ว่าบอสเสร็จยัยเลขาหน้าห้องไปตั้งแต่คืนแรกของการแต่งงานหรือยังนะ?”
“ฉันว่าบางทียัยเลขาเงียบๆ ติ๋มๆ นั้นอาจจะยั่วยวนบอสตั้งแต่วันที่เป็นข่าวก็ได้”
สายตาอำมหิตของCEO ใหญ่หันขวับมาทางพนักงานสาวที่แอบซุบซิบนินทาเขากับเลขาตัวเองระยะเผาขนด้วยความไม่พอใจหนัก ทำเอาพนักงานสาวกลุ่มนั้นต้องก้มหน้าก้มตาต่อหน้า
“ไม่มีงานทำหรือไงถึงได้จับกลุ่มนินทาคนอื่น”
“บอส เอ่อ พวกดิฉันจะไปทำงานต่อเดี๋ยวนี้ละค่ะ” พวกพนักงานสาวต่างเกรงกลัวของบอสใหญ่
“พี่ริค”
“น่ารำคาญชะมัด คนประเภทนี้น่าจะไล่ออกซะตั้งแต่แรก” ท่านประธานหนุ่มหัวเสียตั้งแต่เช้า รู้สึกเหม็นกลิ่นน้ำหอมฉุนจากพวกพนักงานสาวขึ้นมาเสียดื้อๆ
“อ๊ะ” เลขาหน้าห้องถูกเขารวบเอวเล็กเอามาแนบชิดกับกายแกร่ง ทันทีที่อยู่ในลิฟต์ผู้บริหาร(ส่วนตัว)
“ค่อยหายกลิ่นเหม็นฉุนนั้นหน่อย” มาริคสูดดมกลิ่นหอมสะอาดจากร่างกายของภรรยาแต่งที่เกลียดชัง (แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจว่าตัวเองเกลียดนังผู้หญิงหิวเงินคนนี้หรือไม่)
............
“บัว ใช่บัวหอมหรือเปล่า” เสียงหวานใสเอ่ยดังจากด้านหลังทำให้เลขาสาวของบอสใหญ่ที่กำลังชงกาแฟดำแก่พี่ริคภายในห้องทำงานส่วนตัวต้องหันหลังมามองต้นน้ำเสียงหวานนั้น“ปลายฟ้า!” เพื่อนสนิทของเธอเพียงคนเดียว คนที่จะมาเป็นพยานให้แก่เธอได้ว่าวันนั้นตัวเองไม่ได้เป็นคนวางยาพี่ริคและจัดฉากมีอะไรกันต่อหน้านักข่าว
บัวหอมสวมกอดเพื่อนรักที่ไว้เนื้อเชื้อใจมากสุด ปลายฟ้าแอบเบะปากใส่เธอด้วยความอิจฉาริษยา เธออยากจะทำหน้าที่เลขาของมาริค แต่ถูกคุณหญิงนวลนภาจองให้บัวหอมทำหน้าที่เสียแล้ว เป็นเพราะเหตุนี้เธอจึงเจ็บใจและเกลียดชังบัวหอมมาก แต่แสร้งทำดีกับหล่อนก็เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง
“บัวคิดถึงฟ้ามากเลยรู้ไหม ว่าแต่ฟ้ามาหาบัวได้ยังไง”
“ฟ้าต้องขอโทษที่ไม่ได้ไปร่วมงานแต่งของบัวกับคุณมาริค ยังไงก็ขอแสดงความยินดีย้อนหลังนะจ้ะเพื่อนรัก” ปากบอกว่ายินดี แต่ภายในใจกลับร้อนรุ่ม
“ความจริงที่บัวต้องแต่งงานกับพี่ริคก็เพราะข่าวเข้าใจผิดบ้าๆ นั่น บัวไม่มีความสุขที่ต้องแต่งงานกับคนเกลียดชังบัวราวกับขยะ”
“แล้วเนี่ยคุณริคเขาทำอะไรให้เพื่อนฟ้าหรือเปล่า”
ปลายฟ้าซ่อนความสะใจเอาไว้ เธอคิดไม่ผิดที่เป็นคนจัดฉากให้เพื่อนนอนบนเตียงเดียวกันกับมาริค ทีแรกเธอต้องการให้ท่านประธานไล่เลขาอย่างบัวหอมออก แต่แผนกลับพลิกแพลง เมื่อคุณหญิงต้องการให้แต่งงานเพื่อลบข่าวลือนั้น นั่นแหละทำให้ปลายฟ้าริษยาบัวหอมมากกว่าเดิม
“เปล่าจ้ะฟ้า ตอนเที่ยงฟ้าว่างไหม บัวอยากมีเพื่อนไปกินข้าว”
“ว่างสิ เราชวนสามี(แต่ง)ของบัวออกไปทานข้าวเที่ยงข้างนอกบริษัทด้วยกัน ฟ้าจะได้ทำความรู้จักกับสามีของเพื่อนด้วย”
“ถ้างั้นบัวจะลองคุยกับพี่ริคดู”
“น่ารักที่สุด บัวหอม เธอเป็นเพื่อนที่ฉันรักมาก” ปลายฟ้าแสร้งทำทีเข้ามาสวมกอดร่างนุ่มนิ่ม แต่สีหน้าเพื่อนรักทรยศกลับแปรเปลี่ยน
'ฉันจะทำให้แกหย่ากับพี่ริคให้ได้ พี่ริคต้องเป็นของฟ้าคนเดียวไม่ใช่แก นังบัว!'
ปรวีร์ถูกคุณแม่บัวหอมเอ็ดดุจนหน้าหงอย เขาต้องขอโทษเด็กหญิงกิ่งพยอมอย่างบังคับ เด็กชายเก็บกดความโกรธเคืองกับเธอเอาไว้ในใจ ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่ เขาจะทำให้เธอเจ็บตัวเหมือนกับที่เธอวิ่งชนเขาจนเจ็บหัวเข่า “เจ็บครับแม่ ทาเบาๆ หน่อยไม่ได้หรือไงครับ ผมเจ็บ” หลังจากอาบน้ำแต่งตัวใหม่เสร็จ ปรวีร์ต้องมานั่งทายาตรงหัวเข่าน้อยสองข้าง “แม่ทาเบาอยู่นี่ไงครับลูกวีร์ ถ้าหากลูกวีร์ไม่คิดจะวิ่งไปข้ามรั้วไร่องุ่นตรงนั้น หนูกิ่งพยอมคงไม่มาวิ่งชนลูกวีร์ของแม่หรอก เราเป็นผู้ชาย ยังไงต้องให้เกียรติผู้หญิง ผู้ที่อ่อนแอกว่าตัวเองนะลูก” “มีแต่คุณแม่คนเดียวที่เข้าข้างผม คุณพ่อกับพี่เมศกลับเข้าข้างยัยเด็กผู้หญิงคนนั้น” ปรวีร์เกลียดเด็กผู้หญิงคนนั้นเข้าไส้ แม้แต่ชื่อก็เอ่ยออกมาไม่ได้! “อย่าคิดแบบนั้นมันไม่น่ารักเลยรู้ไหม หนูกิ่งพยอมเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อที่ทำไร่องุ่นติดกับไร่ของพ่อเรา ยังไงวีร์ก็ต้องเอ็นดูน้องกิ่งเหมือนพี่เมศของลูกนะ” “ฮึ!” นายน้อยแห่งไร่ภูฟ้าคนใหม่ในอนาคตกอดอกอย่างเอาแต่ใจตัวเอง คนอย่างเขาไม่มีทางยอมพ่ายแพ้ใคร ปรวีร์ สกุลเรวัติต้องเป็นหนึ่งไม่รองใคร (ยกเว้นพี่ชาย) บัวหอมส่ายหัวเล็กน้อยก
เมื่อปิดเทอมใหญ่ทีไหร่ มาริคต้องพาพวกลูกและเมียมาเที่ยวพักผ่อนอยู่ที่ไร่ภูฟ้าทุกครั้ง ซึ่งปรวีร์ ลูกชายคนรองเรียกร้องคนเป็นพ่อให้พามาที่นี่อยู่เป็นประจำ ปีนี้คุณย่านวลนภาแก่ลงทุกที มีโรคประจำตัวทำให้ไม่สามารถออกมาเที่ยวได้ดั่งใจเหมือนสมัยก่อน มีป้าหนิงคอยดูแลคุณหญิงท่านอยู่ไม่ห่างกาย “นายใหญ่ คุณหนูบัวมาแล้วเหรอคะ” แม่นมที่มีอายุเพิ่มมากขึ้นมีคนดูแลประคองออกมาต้อนรับนายใหญ่แห่งไร่ภูฟ้า “แม่นมไม่ต้องออกมาต้อนรับผมก็ได้ครับ ลูกๆ มาหาแม่นมของพ่อหน่อยเร็ว” เพียงได้ยินคำสั่งของพ่อมาริค ลูกชายกับลูกสาวแสบซนรีบวิ่งเข้ามาหาตรงหน้าคุณพ่อ “สวัสดีครับ/ค่ะแม่นม” ลูกชายสามคนและลูกสาวอีกสองคนของนายใหญ่พร้อมเพรียงยกมือไหว้สวัสดีผู้มีอาวุโสมากกว่า ท่าทางกิริยา อ่อนน้อมถ่อมตน คุณแม่บัวหอมสั่งสอนพวกลูกมาเป็นอย่างดี “ตายจริง น่ารักน่าชังจัง นายน้อยและคุณหนูของนม” แม่นมรู้สึกรักและเอ็นดูพวกลูกทั้งห้าคนของนายใหญ่มาริคเสียแล้วสิ “พ่อคร้าบ ผมขอพาพี่เมศไปตรงโน้นได้ไหมครับ” ปรวีร์หันมาส่งสายตาปริบๆ ขอร้องบิดาของพวกเขา “ได้ครับลูก เพลิง ดูแลลูกชายของฉันให้ดีๆ ละ” ชายหนุ่มเอ่ยสั่งหัวหน้าคนงานในไร่ “ครั
“ทำงานห่วยแตกภาษาอะไร ทำอะไรก็ชักช้า ไม่ได้เรื่อง! ฉันไล่เธอออก” “แต่พลับเป็นนักศึกษาฝึกงานใหม่นะคะท่านประธาน โปรดให้โอกาสพลับด้วยเถอะค่ะ” เสียงตวาดดังลั่นของท่านประธานมาริคด้วยอารมณ์โมโหเกรี้ยวกราด ตั้งแต่ชายหนุ่มแพ้ท้องแทนเมีย เขารู้สึกหงุดหงิดง่าย เห็นอะไรขัดหูขัดตาเล็กน้อยก็โกรธจัดจนแทบควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ พลับพลึงเป็นเด็กนักศึกษาเข้ามาฝึกงานที่นี่เป็นวันแรกตามที่อลัน ลูกน้องคนสนิทหามาให้ทำงานหน้าที่เลขาแทนชั่วคราวจนกว่าท่านจะหาเลขาคนที่ถูกใจมาทำงานได้ แต่หล่อนไม่เข้าใจว่าทำไมท่านประธานต้องโกรธจัดขนาดนั้น “ฉันไล่เธอออก เธอก็ต้องออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนให้ยามด้านล่างขึ้นมาลากตัวหล่อนออกไป!” ยามที่มาริคโกรธฉุนเฉียวจัด ลูกน้องของเขาแต่ละคนแทบจะมองหน้าเจ้านายหนุ่มไม่ติด เลขาเก่าก็เป็นภรรยาสุดรักของเขาที่สั่งห้ามไม่ให้ทำงาน อ้างว่ากำลังตั้งท้องอ่อนและต้องเลี้ยงดูพวกลูกแสบซนถึงสี่คน “ปะ ไปแล้วค่ะ” นักศึกษาฝึกงานใหม่เข้ามาทำงานเป็นเลขาฝึกหัดของเขาวันแรกก็ถูกไล่ออกเสียแล้ว พลับพลึงเดินสวนทางกันกับภรรยาของมาริค บัวหอมไม่ชอบอารมณ์เอาแต่ใจของเขา ทุกครั้งที่อลั
รถโรงพยาบาลรีบมายังบ้านร้างท้ายเมืองหลวงตามคำบอกว่ามีคนกำลังจะคลอดลูกที่นี่ เพียงพวกเขามาถึงก็ได้ยินเสียงเด็กร้องดังจากด้านในบ้านตรงนั้น “เมียผมคลอดลูกแล้ว” มาริคจำเป็นต้องทำคลอดลูกด้วยตัวเอง เด็กชายทารกแรกเกิดอยู่ในเสื้อสูทของเขาที่ห่อหุ้มพันตัวเอาไว้พลางส่งเสียงร้อง “พี่ริค ลูก” น้ำเสียงอ่อนแรงของคนที่เพิ่งเบ่งคลอดลูกออกมาในบ้านร้าง เพราะอั้นเอาไว้ไม่อยู่ “ลูกของเราปลอดภัยดี คลอดง่ายแบบนี้ เตรียมมีลูกคนที่สี่รอได้เลย” ริมฝีปากหนาประทับจูบกลีบปากนุ่มอย่างอ่อนโยน เขาต้องขอบคุณเธอมากกว่าที่ให้กำเนิดทายาทของเขารวมถึงสามคนในตอนนี้ “อื้ม พี่ริค บัวไม่ไหว” คุณแม่ลูกสามรีบปฏิเสธเขาทันควันโดยไม่ต้องคิดมาก การมีลูกได้แต่ละทีต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด เธอแทบไม่มีแรงจะเบ่งคลอดลูกคนต่อไปแล้ว คนเพิ่งคลอดลูกคนที่สามหมาดๆ ถูกนำตัวส่งทำความสะอาดตัวเด็กที่โรงพยาบาล บัวหอมหมดสติด้วยความอ่อนเพลียตั้งแต่เจอหน้าลูกชาย โดยมีมาริคคอยตามประกบอยู่ไม่ห่างกาย บัวหอมรู้สึกตัวขึ้นอีกทีก็ได้ยินเสียงเด็กแฝดร้องด้วยความดีใจที่จะได้เจอหน้าน้องชายของพวกเขา “บัวฟื้นแล้ว ดูลูกชายของเราสิหน้าตาเหมือนพี่ชายของเขา
“โอ้ก อ้าก” “ท้องมาห้าเดือนกว่าแล้วนะ ยังไม่หายแพ้ท้องอยู่อีกเหรอ” มือหนาลูบหลังของบัวหอมที่กำลังโก่งคออาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย ผ่านมาสี่เดือนกว่าที่หญิงสาวบอกข่าวดีกับชายหนุ่มว่าตั้งท้องลูกคนที่สาม แน่นอนว่าเขาตะโกนดีใจดังลั่นทั่วบ้านและมั่นใจว่าต้องเป็นผู้ชาย มาริคตั้งใจว่าถ้าหากบัวหอมคลอดลูกคนที่สามเมื่อไหร่ เขาจะขอเธอแต่งงานใหม่ทันที “แหวะ อ้วก พี่ริคพาบัวออกไปล้างปากหน่อย” เธอแสบคอไปหมด ไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกเดินไปไหน ชายหนุ่มประคองร่างคนท้องนูนใหญ่ประมาณห้าเดือนกว่าออกมาจากห้องน้ำ หลังจากล้างหน้าล้างปากให้เรียบร้อย หญิงสาวแพ้ท้องหนักกว่าท้องสาวแรกเสียอีก “เป็นยังไงบ้าง ยาดมไหม” มาริคจำเป็นต้องส่งงานไปให้รองประธานบริษัททำแทน เพราะเป็นห่วงเมียกับลูกที่ท้องใหญ่ “ไม่เป็นไรค่ะ บัวหายคลื่นไส้แล้ว ว่าแต่ปรเมศกับมาลินล่ะคะ บัวอยากเจอพวกเขา” มือเล็กลูบไล้หน้าท้องนูนใหญ่อย่างเบาๆ ลูกคนที่สามชอบดิ้นแรงมาก แรงเสียจนเธอแทบจุกเสียดท้องจนนอนไม่ได้ “เดี๋ยวพี่ลงไปตามสองแฝดชายหญิงมาให้นะบัว ขอหอมแก้มลูกในท้องหน่อย” ว่าที่พ่อลูกสามตีหน้ามึนก้มลงมากดจูบหน้าท้องนูนใหญ่ในชุดคลุมท้องของหญิง
ก่อนที่ท่านประธานหนุ่มจะเอ่ยบอกความจริงเรื่องชาติกำเนิดของบัวหอม เด็กกำพร้าที่เก็บมาเลี้ยงจากถังขยะหน้าบ้านของคุณหญิงนวลนภา ประตูห้องถูกเปิดออกเป็นคุณหญิงแม่อุ้มหลานแฝดที่ส่งเสียงดัง เพราะอยากเจอหน้าแม่ของพวกเธอ “หนูบัว ฟื้นแล้วเหรอลูก” “ค่ะคุณแม่ หายดีแล้ว ปรเมศ มาลินมาให้แม่อุ้มหน่อยค่ะ” บัวหอมรีบผละออกจากคนตัวโตพร้อมปาดน้ำตาออกมาอย่างลวกๆ มาริคถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่คุณแม่เข้ามาขัดจังหวะสวีทหวานกับเมียรักของเขาเสียจริง เขาแอบคิดว่าค่อยหาเวลาบอกความจริงเรื่องนั้นแก่บัวหอมรับรู้ก็แล้วกัน “ผมขอตัวไปหาหมอเพื่อมาตรวจดูอาการของบัวก็นะครับ” ชายหนุ่มขอตัวออกจากห้องพักฟื้นคนป่วย “ลูกของบัวไม่ดื้อใช่ไหมคะคุณแม่” คุณแม่ลูกอ่อนอุ้มลูกชายกับลูกสาวคนละข้าง ปรเมศกับมาลินเห็นทรวงอกใหญ่ตรงหน้าพร้อมเอามือแตะตรงหัวนมราวกับอยากกินนมแม่ “ไม่ดื้อเลย หลานแฝดของย่าน่ารักน่าเอ็นดูทุกคน หลานทั้งสองอยากกินนมแม่ก็เลยมาหาหนูบัวเช้าหน่อยนะจ้ะ” ขวดนมที่บัวหอมปั๊มนมเอาไว้หลายขวดก็หมดตั้งแต่เมื่อคืน โดยเฉพาะปรเมศกินนมจุกว่าน้องสาวแฝดหลายเท่า “สงสัยพวกลูกคงอยากกินนมแล้ว บัวขอให้นมลูกก่อนนะคะคุณแม่” “จ้ะ ต







