INICIAR SESIÓNช่วงเย็นรถเคลื่อนเข้ามาจอดบริเวณหน้าประตูรั้วบ้านหลังใหญ่ บัวบูชาโบกมือลาเพื่อน แล้วรอให้พนาขับรถเคลื่อนออกไปจนลับสายตา ก่อนจะก้าวเท้าเข้าบ้านด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน
ดวงตาคู่สวยสะดุดตาเข้ากับรถหรูที่จอดอยู่ในโรงจอดรถ ไหนเมื่อเช้าพี่โปรดบอกว่าจะกลับช้า ไม่ให้เธอรอ แล้วทำไมวถึงกลับมาเร็ว นี่ก็เพิ่งจะหกโมงเย็นเองนะ
ร่างอวบอ้วนเดินเข้ามาในตัวบ้านก็เห็นโปรดปรานนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา สายตาที่มองมาไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง แต่มันเปลี่ยนเป็นดุกร้าวจนเธอรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งสันหลัง
“ไหนพี่โปรดบอกว่าจะกลับบ้านช้าคะ แล้วนี่ทานข้าวหรือยัง”
โปรดปรานตวัดตามองคนตัวกลมที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้านด้วยสายตาขุ่นเคือง เขาไม่ได้สนใจจะตอบคำถามที่แฝงไปด้วยความห่วงใยของเธอเลยสักนิด ร่างสูงโปร่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังราคาแพงขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะเค้นเสียงทุ้มต่ำถามกลับไป
“ผู้ชายที่ไหนมาส่ง?”
คำถามสั้น ๆ แต่ทำเอาบัวบูชาชะงัก สองเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปหาเขาหยุดอยู่กับที่ เธอไม่คิดว่าเขาจะเห็นตอนที่พนามาส่งหน้าบ้าน เพราะรั้วบ้านก็ค่อนข้างสูงและทึบ
“ฉันถามว่าผู้ชายที่ไหนมาส่ง!”
ชายหนุ่มตวาดซ้ำเมื่อเห็นเธอยืนนิ่งอึ้ง นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะเค้นเอาความจริง
“ทำไม ... พอรู้ว่าใกล้จะหย่าปุ๊บ ก็รีบหาผู้ชายมารอเสียบต่อเลยใช่ไหม”
“พี่โปรด! ทำไมพี่โปรดถึงพูดจาดูถูกบัวแบบนี้คะ” บัวบูชาเบิกตากว้างกับคำค่อนขอดที่นั้น ปกติพี่โปรดไม่เคยพูดแบบนี้
“ฉันพูดผิดตรงไหนล่ะ”
โปรดปรานเหยียดยิ้ม ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวเข้ามาหาหญิงสาวร่างอวบที่ยืนหน้าซีดเผือด
“ก็ใช่น่ะสิ... พรุ่งเธอก็จะได้หย่าสมใจ กำลังจะได้ไร่ที่ต่างจังหวัดคืน แถมยังมีเงินสินสมรสติดบัญชีกลับไปอีกตั้งหลายสิบล้าน เป็นธรรมดาแหละที่จะมีผู้ชายวิ่งเข้าหา ผู้หญิงมีเงินคงถูกใจพวกแมงดาไม่น้อยเลยสิท่า!”
คำพูดดูถูกสารพัดที่หลุดออกจากปากเขา ทำเอาบัวบูชาเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง หญิงสาวยืนหอบหายใจแรง น้ำตาของความน้อยใจเอ่อคลอขึ้นมาจนภาพตรงหน้าพร่ามัว
บัวบูชาเม้มปากเข้าหากันแน่นจนห้อเลือด ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วตอบกลับไปเสียงแข็ง แม้ในใจจะสั่นไหวแค่ไหนก็ตาม
“ไม้เป็นเพื่อนบัวค่ะ! เราบังเอิญเจอกัน ไม้เห็นว่าบัวไม่มีรถก็เลยอาสามาส่ง แล้วบัวก็ไม่ใช่คนใจง่ายเหมือนใครบางคน ที่พอรู้ว่าใกล้จะหย่าก็ระริกระรี้ออกไปไหนมาไหนกับถ่านไฟเก่าหรอกนะคะ มันก็ไม่ต่างกันหรอกมั้งคะ ที่พอใกล้จะหย่า พี่โปรดก็รีบกลับไปหาแฟนเก่าเหมือนกัน”
“บัวบูชา!”
โปรดปรานตวาดลั่นด้วยความโกรธจัดที่ถูกจี้ใจดำ ร่างสูงพุ่งพรวดเดียวก็ถึงตัวคนอวดดี มือหนาเอื้อมไปกระชากต้นแขนอวบของหญิงสาวอย่างแรงจนเธอถลาเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้าง
“โอ๊ย! บัวเจ็บนะปล่อย”
บัวบูชาเบะหน้าด้วยความเจ็บปวด พยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมที่แน่นราวกับคีมเหล็ก ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขาก็ยิ่งบีบแน่นขึ้นจนรู้สึกเหมือนกระดูกจะแหลกคามือ
“เจ็บสิดี! จะได้จำไว้ว่าอย่ามาปากดีกับฉัน”
โปรดปรานเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเต็มไปด้วยไฟโกรธและ... ความหึงหวงที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
“เธอมีสิทธิ์อะไรมาพาดพิงถึงรตา รตาเขาไม่เคยทำตัวต่ำ ๆ ไปอ่อยผู้ชายไปทั่วเหมือนเธอ!”
“ปล่อยบัวเดี๋ยวนี้นะ พี่โปรดนั่นแหละที่เป็นบ้าอะไร หึงบัวหรือไงถึงได้มาพาลคุกคามกันแบบนี้”
คำว่า ‘หึง’ ทำเอาโปรดปรานชะงักไปชั่วครู่ ราวกับถูกของแข็งทุบเข้าที่กลางศีรษะ ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาดุดันตามเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาในอก
“ใครหึงเธอ! อย่ามาหลงตัวเองไปหน่อยเลยบัวบูชา ฉันก็แค่รังเกียจ ไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาหยามเกียรติฉันถึงหน้าบ้าน ในขณะที่เธอยังได้ชื่อว่าเป็นเมียฉันอยู่ก็เท่านั้น”
คำว่า ‘รังเกียจ’ กรีดลึกลงไปในหัวใจของคนฟังจนเหวอะหวะ
บัวบูชามองหน้าผู้ชายที่เธอแอบรักมาตลอด ด้วยสายตาตัดพ้อและเจ็บปวดขั้นสุด เธอหมดแรงที่จะเถียง หมดแรงที่จะต่อกรกับคนใจร้ายอย่างเขา หญิงสาวใช้แรงเฮือกสุดท้ายสะบัดแขนหลุดจากการเกาะกุมของเขาอย่างแรง ก่อนจะถอยหลังออกห่าง“ถ้าพี่โปรดรังเกียจบัวมาก ก็ต่างคนต่างอยู่เถอะค่ะ อีกไม่กี่วันเราก็ไม่ต้องมาทนเห็นหน้ากันแล้ว”
พูดจบ บัวบูชาก็หันหลังเดินหนีขึ้นบันไดไปชั้นบนทันที ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองผู้ชายที่ยืนหน้าตึงกำหมัดแน่นอยู่กลางห้องนั่งเล่นอีกเลย
ร่างอวบก้าวเดินขึ้นบันไดด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งราวกับมีหินถ่วงอยู่ที่ขาทั้งสองข้าง น้ำตายังคงไหลรินอาบแก้มไม่ขาดสาย เมื่อเข้ามาถึงในห้องนอน เธอก็รีบกดล็อกประตูราวกับกลัวว่าปีศาจร้ายในคราบเทพบุตรจะตามเข้ามารังแก หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งพิงบานประตู ยกมือขึ้นกุมหน้าท้องของตัวเองเอาไว้แน่น
"แม่ขอโทษนะลูก ขอโทษที่ทำให้หนูต้องมารับรู้เรื่องเลวร้ายพวกนี้"
เธอสะอื้นไห้อย่างน่าสงสาร ความเจ็บปวดที่แขนยังไม่เท่าความเจ็บช้ำในหัวใจ ทำไมเขาถึงต้องคอยหาเรื่องทำร้ายจิตใจเธออยู่เสมอ ทำไมต้องคอยตอกย้ำว่าเขาไม่มีวันรักเธอ
หลังจากปล่อยให้ตัวเองร้องไห้จนพอใจ บัวบูชาก็พยุงร่างอันอ่อนล้าของตัวเองลุกขึ้น เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย สายน้ำเย็นฉ่ำที่ไหลชโลมลงมาจากฝักบัวช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มในใจลงได้บ้าง เธอลูบไล้สบู่เหลวกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไปตามเรือนร่างอวบอัด พยายามทำจิตใจให้สงบเพื่อไม่ให้ความเครียดส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์
ใช้เวลาอาบน้ำสระผมอยู่นานเกือบชั่วโมง บัวบูชาก็จัดการสวมชุดคลุมอาบน้ำ และพันผ้าเช็ดตัวผืนเล็กไว้บนศีรษะเพื่อซับน้ำที่เกาะพราวบนเส้นผม ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูห้องน้ำเพื่อออกไปแต่งตัว
แกร๊ก...
ทว่าทันทีที่ประตูห้องน้ำเปิดออก ร่างของบัวบูชาถึงกับแข็งทื่ออยู่กับที่ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าบนเตียงนอนกว้าง มีร่างของใครบางคนกำลังนั่งพิงพนักเตียงอยู่
พี่โปรดปราน!
เขาเข้ามาในห้องของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ และที่สำคัญไปกว่านั้น
ตอนนี้เขาสวมเพียงผ้าขนหนูสีเข้มผืนเดียวพันหมิ่นเหม่ไว้รอบเอว เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อ สมกับเป็นผู้ชายที่ดูแลตัวเองมาเป็นอย่างดี หยดน้ำเกาะพราวตามไรขนอ่อนบนแผงอกและหน้าท้องแกร่ง บ่งบอกว่าเขาเองก็เพิ่งผ่านการอาบน้ำมาจากห้องนอนอีกห้องที่เขามักจะไปนอนอยู่เป็นประจำ“พ ะ... พี่โปรด เข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไรคะ”
บัวบูชาถามเสียงตะกุกตะกัก สองเท้าก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ มือป้อมกระชับคอเสื้อคลุมอาบน้ำเข้าหากันแน่น
เจ้าของร่างกำยำไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขายกยิ้มมุมปากจะผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเข้ามาก้าวช้า ๆ ราวกับราชสีห์ที่กำลังต้อนตะครุบเหยื่อ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างอวบอัดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดคลุมอาบน้ำตัวโคร่งด้วยประกายตาที่เปลี่ยนไปจากตอนอยู่ชั้นล่างอย่างสิ้นเชิง มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความหิวโหยที่เขาพยายามกดทับมันไว้มาตลอด
“สองปีนี้คุณโปรดแบกปุ๋ยแบกจอบขุดทางน้ำในไร่ไม่บ่นสักคำ พวกผมในไร่ยอมรับฝีมือหมดแล้วครับ ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับคุณโปรด”“ขอบคุณครับพี่เข้ม”โปรดปรานตอบพลางทรุดตัวลงนั่งข้างบัวบูชา จัดแจงให้น้องบัวแก้วนิ่งเล่นหยิบผลเชอร์รี่แห้งบนโต๊ะ“เออ ... แล้วนี่หมอไม้ยังไม่มาอีกเหรอครับพี่เข้ม เห็นว่าวันนี้จะแวะมาตรวจโคนมฝั่งโน้นแล้วเข้ามากินข้าวพร้อมกัน”เข้มพยักพะเยิดหน้าไปทางซุ้มไม้ไผ่ริมแปลงรั้ว“นู่นไงครับ พูดถึงพระเอก พระเอกก็ควบม้าเดินนำมาทันตาเห็นเลยครับคุณโปรด แต่รอบนี้ไม่ได้มาตัวคนเดียวนะครับ”คำพูดของเข้มทำให้สายตาทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว แล้วก็เห็นสัตวแพทย์หนุ่ม กำลังเดินจับจูงมือหญิงสาวร่างเล็กบอบบาง ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมหวานละมุนอย่างแสนสุภาพอ่อนโยน คอยระแวดระวังไม่ให้เธอสะดุดดินเธอคนนั้นคือ ‘นลิน’ ลูกสาวคนเก่งของเจ้าของไร่ข้าวโพดอุ่นรัก ไร่ขนาดใหญ่ที่ปลูกข้าวโพดทอดยาวเลียบไหล่เขาฝั่งทิศตะวันตกของไร่บุษบา ทั้งคู่เพิ่งจะประกาศคบหาดูใจกันอย่างเป็นทางการได้ไม่กี่เดือนหลังจากที่พนาวนเวียนไปรักษาม้า และช่วยวางระบบปศุสัตว์ที่ไร่ข้างเคียงจนเกิดปิ้งกันขึ้นมา“แหมมม หมอไม้ เดินประคองน้อง
สายหมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือทิวเขาสลับซับซ้อน ลมหนาวพัดพาเอาความเย็นยะเยือกมาปะทะผิวหน้า แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้ากำลังค่อย ๆ ขับไล่ความมืดมิด และนำพาความมีชีวิตชีวากลับคืนสู่ ‘ไร่บุษบา’ อีกครั้งกลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟที่เพิ่งผ่านกระบวนการคั่วลอยโชยมาตามสายลม หญิงสาวในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายตัวหลวมสีครีมยืนจับระเบียงไม้นอกชานบ้านพักระบายลมหายใจยาวด้วยความรู้สึกสดชื่นเวลาสองปีผ่านไปไวราวกับโกหก...บัวบูชากลายเป็น เจ้าของไร่กาแฟอินทรีย์ที่คว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ และเป็นแบรนด์เมล็ดกาแฟพรีเมียมอันเป็นหัวใจหลักของบริษัทแฟรนไชส์กาแฟยักษ์ใหญ่ของโปรดปรานจนโด่งดังไปทั่วโลก และสิ่งที่สำคัญที่สุด เธอคือคุณแม่ของเด็กหญิงตัวน้อย ๆ วัยกำลังซน“แม่ะ ผีเสื้อสีเหลือง บินหนี” เสียงแจ้วพูดยังไม่ชัดดังแว่วมาจากลานดินเฉอะแฉะหน้าบ้านพักพักคนงาน เด็กหญิงตัวน้อยแก้มยุ้ยน่ารักน่าเอ็นดูในชุดเอี๊ยมกระโปรงยีนส์ วัยเกือบสองขวบเต็ม กำลังก้าวเท้าป้อม ๆ วิ่งเตาะแตะไล่ตามจับผีเสื้อตัวเล็ก ท่าทางอุ้ยอ้ายและใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมอิ่มถอดแบบมาจากทั้งโปรดปรานและบัวบูชา“น้องบัวแก้วคะ อย่าวิ่งเร็วสิลูก เด
“บัว! ลูก ลูกของเราอยู่ไหนบัว แล้วท้องบัวทำไม? ลูกเป็นอะไรหรือเปล่าบัว ตอบพี่สิ!” ปรดปรานถามด้วยความร้อนรน น้ำตาคลอเบ้าเพราะกลัวว่าจะสูญเสียลูกสาวตัวน้อยไป“โอ๊ย! ซี๊ดดด”ชายหนุ่มร้องครางออกมาเบา ๆ พลางงอตัวเอามือกุมแผลผ่าตัดที่หน้าท้อง เพราะออกแรงขยับตัวแรงเกินไปจนแผลตึงจนเจ็บแปลบขึ้นมา“พี่โปรด! อย่าขยับตัวแรงสิคะ แผลยังไม่แห้งเลยนะ!”บัวบูชาร้องเตือน รีบเอื้อมสองมือไปประคองหัวไหล่ของเขาให้นอนราบลงกับเตียงอย่างเบามือ“ใจเย็น ๆ ค่ะพี่โปรด ฟังบัวนะ บัวคลอดลูกแล้ว ยัยหนูปลอดภัยดีค่ะ แกปลอดภัยดีทุกอย่าง”เมื่อได้ยินคำยืนยัน โปรดปรานก็ผ่อนลมหายใจยาว แววตาคมที่เคยตื่นกลัวเริ่มสงบลง ทว่ายังคงจดจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอเพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม“แล้ว ... แล้วทำไมบัวคลอดแล้วล่ะครับ? เพิ่งจะแปดเดือนเองไม่ใช่เหรอ”“วันนั้นบัวตกใจ และเครียดมากค่ะ คุณหมอบอก น้ำคร่ำก็เลยเดินแล้วก็ปวดท้องคลอดก่อนกำหนด หลังจากพี่โปรดเข้าห้องผ่าตัดได้ไม่นาน แต่ลูกปลอดภัยดีค่ะ เพียงแต่แกคลอดก่อนกำหนด ร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน คุณหมอก็เลยต้องให้น้องนอนในตู้อบ เพื่อคุมอุณหภูมิและช่วยหายใจอยู่ที่แผนกทารกแรกเกิดค่ะ”“พี่
และในวินาทีเดียวกัน สัญญาณมอนิเตอร์ในห้องผ่าตัดของโปรดปรานก็กลับมาส่งเสียงอีกครั้งติ๊ด ... ติ๊ด ... ติ๊ด ... ติ๊ด“ชีพจรกลับมาแล้ว ความดันกำลังไต่ระดับขึ้น ห้ามเลือดได้แล้ว!” เสียงศัลยแพทย์เอ่ยบอกด้วยความโล่งใจราวกับปาฏิหาริย์มีจริงประตูด้านหน้าห้องผ่าตัดเปิดออกช้า ๆ ในอีกครึ่งชั่วโมงถัดมา หมดผ่าตัดเดินออกมาด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า แต่ก็ยังมีรอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นมุมปาก พนาและป้าสาที่นั่งกอดเข่ารอคอยด้วยความกระวนกระวายรีบผุดลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาทันที“อาจารย์หมอครับ! เป็นยังไงบ้างครับ” พนาถามเสียงสั่น“คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ การผ่าตัดเย็บเส้นเลือดใหญ่ผ่านไปด้วยดี ชีพจรกลับมาคงที่แล้ว ถือว่าปาฏิหาริย์มากเลยครับที่ชีพจรเขากลับมาได้”คำบอกของหมอทำให้ป้าสากับพนาโผเข้ากอดกันกลม รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ช่วงเวลาที่ผ่านมามันช่างยากลำบาก และบีบคั้นหัวใจคนรอ“คุณโปรดก็ปลอดภัยแล้ว ป้าขอไปดูคุณบัวหน่อยนะคะ”ป้าสาหันไปบอกพนาที่กำลังคุยอยู่กับพยาบาลเรื่องห้องคนไข้เนื่องจากบัวบูชาคลอดก่อนกำหนดเกือบเดือน ร่างกายของหนูน้อยยังไม่แข็งแรงพอจะหายใจได้ด้วยตัวเอง ทีมแพทย์จึงต้องนำตัวน้องส่งเข้าตู้อบในแผนกอภิบาล
“โอ๊ย! ซี๊ดดด”ขณะที่นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัด จู่ ๆ บัวบูชาก็รู้สึกเจ็บหน่วง ๆ ที่ท้อง และสัมผัสได้ว่าลูกในท้องไม่ดิ้นมาชั่วโมงหนึ่งแล้ว“เป็นอะไรเหรอบัว”พนาสังเกตเห็นสีหน้าไม่ดีของเพื่อนก็รีบเดินเข้ามาหา วางมือทาบลงบนหน้าท้อง“บัวปวดท้องอ่า แล้วนี่ยัยหนูก็ไม่ดิ้นมาเป็นชั่วโมงแล้ว”สิ้นประโยคของบัวบูชา ใบหน้ากลมอวบก็เริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว มืออวบเกร็งแน่นกุมหน้าท้อง จนเล็บจิกลงบนชุดคลุม สัญชาตญาณของความเป็นหมอรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ รีบเข้าไปประคองร่างของเพื่อน“ป้าสา! มาช่วยผมพยุงบัวหน่อย” พนาตะโกนเรียกป้าสาที่นั่งกระสับกระสายอยู่อีกฝั่งด้วยน้ำเสียงร้อนรอ“บัว ... ใจเย็น ๆ นะ ค่อย ๆ หายใจเข้าออกลึก ๆ”“ไม้ ... เราปวด ... อึก บัวปวดท้องจังเลย” บัวบูชาหอบหายใจถี่ ความเครียดบวกดับความความกดดันบีบคั้นจนร่างกายเธอเริ่มรับไม่ไหวขณะที่พนากำลังเข้ามาประคอง จู่ ๆ ของเหลวอุ่นก็ไหลทะลักออกมาเปียกตามขา และชุดคลุม ก่อนจะไหลลงพื้น ป้าสาเห็นอย่างนั้นก็เบิกตากว้าง“คุณบัว! น้ำเดินแล้วค่ะ ตายแล้ว ท้องเพิ่งจะปิดเดือนกว่าเอง”“หมอ! พยาบาลครับ! ช่วยด้วยครับ! คนไ
“หุบปาก! อย่ามาใช้คำว่าผลกรรมสั่งสอนฉัน”รตาแผดเสียงลั่นบ้าน พร้อมกวัดแกว่งมีดปลายแหลมในมือไปมาในอากาศอย่างน่าหวาดเสียว “ถ้าไม่มีแก ป่านนี้ฉันคงได้แต่งงานเป็นเมียเขาไปนานแล้ว โปรดเขาเคยรักฉัน แต่เพราะแกใช้ลูกในท้องนี่มาเรียกคะแนนสงสารดึงเขากลับมาใช่ไหม ในเมื่อชีวิตฉันมันตกต่ำจนไม่เหลืออะไรให้เสีย พวกแกสองคนก็อย่าหวังว่าจะได้เสวยสุขกันอีกเลย ฉันจะฝังกลบแกกับลูกไว้ที่ไร่เฮงซวยนี่แหละ!”รตาชูมีดปลายแหลมขึ้น แล้วพุ่งตรงเข้าหาบัวบูชาอย่างรวดเร็ว หมายจะแทงไปยังหน้าท้องเธออย่างตั้งใจ“หยุดนะรตา!!!”เสียงตะโกนของโปรดปรานดังมาแต่ไกล พร้อมกับร่างสูงที่พุ่งเข้ามาในห้องโถง เสี้ยววินาทีเขากระโจนเข้าไปขวางทางมีด ชายหนุ่มเอาแผ่นหลังบังคนเจ้าเนื้อไว้จนมิดฉึก!!!มีดเล่มนั้นแทงเข้าสีข้างจนสุดด้าม ร่างสูงสะดุ้งเฮือก“อึก ... บัว...”โปรดปรานเค้นเสียงพูดออกมาได้เพียงเท่านั้น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสจนแทบสิ้นสติ เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลซึมผ่านเนื้อผ้า แม้จะเจ็บเจียดตายแต่เขาก็ยังคงกอดบัวบูชาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“กรี๊ดดด คุณโปรดด” รตาเบิกตากว้างกรีดร้องลั่นด้วยความช็อกเมื่อเห็นว่าคน







