Masukมือเรียวสวยบิดผ้าขนหนูที่ลอยอยู่ในน้ำจนหมดบรรจงเช็ดไปตามใบหน้าหล่อเหลาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ลงไปปบนแผงอกกว้างที่ปราศจากเสื้อผ้าด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ราวกับว่าเธอเองก็ได้ไข้เช่นเดียวกัน
“หนาว!! เขมจิราเธอแกล้งฉันหรือไง” มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวสวย ดวงตาที่เคยปิดสนิทตื่นเต็มตาจ้องมองคนตัวเล็กที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่คืบอย่างเอาเรื่อง
“ไม่ใช่นะคะ ขิงแค่เช็ดตัวให้พี่เก้าตามที่พี่เก้าบอกเท่านั้นเองค่ะ พี่เก้าหนาวเหรอคะ”
“หนาว ไม่เอาแล้ว” คนเอาแต่ใจจัดการปาผ้าชื้นๆ นั่นลงพื้น และรั้งเอาร่างเล็กเข้ามาสวมกอดโดยไม่ขออนุญาต
“พี่เก้า..พี่เก้าปล่อยก่อนนะคะ” คนที่ถูกดึงเข้าไปกอดอึกอัก พยายามดิ้นรนให้พ้นจากอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความร้อนจนใบหน้าหวานเริ่มแดงก่ำ
“ไม่ปล่อย ฉันอยู่ในฐานะที่จะกอดได้ เธอจะทำไม”
“ไม่ทำไมหรอกค่ะ ขิงจะไปว่าอะไรพี่เก้าได้ล่ะค่ะ” หญิงสาวตัดพ้อเสียงขุ่น ไม่ชอบใจการกระทำเอาแต่ใจของเขาเลยแม้แต่น้อย
“ไหน ๆ วันนี้เราก็ลางานแล้ว ถือโอกาสเข้าหอเลยดีไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามก่อนจะกดปลายจมูกโด่งลงบนแก้มนุ่มสูดเอากลิ่นหอมที่รบกวนจิตใจเขามาตลอดคืนเข้าเต็มปอด
“พี่เก้าไม่สบายอยู่นะคะ จะทำอย่างนั้นได้ยังไง” หญิงสาวพยายามหาข้ออ้างมาบ่ายเบี่ยง ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้ต้องมาถึงในสักวันแต่ไม่คิดว่ามันจะมาถึงเร็วแบบนี้
“เธอพูดถูกตอนนี้ฉันตัวร้อนมาก แต่ถ้าเหงื่อออกไข้ก็น่าจะลดลง”
คนเจ้าเล่ห์อธิบายขั้นตอนการลดไข้ตัวเองเสร็จสรรพ ดวงตาสีนิลจดจ้องใบหน้าสวยหวานที่แดงก่ำด้วยประกายวิบวับ
“แต่นี่มันยังเช้าอยู่เลยนะคะ”
“แล้วใครเป็นคนบอกเธอว่ามันจำเป็นต้องตอนกลางคืน”
หัวใจดวงน้อยของเขมจิรารู้สึกเหมือนจะกระเด็นออกมาข้างนอกให้รู้แล้วรู้รอดเมื่อสมองของเธอกำลังว้าวุ่นจนเผลอคิดจินตนาการไปไกลเพราะคำพูดเชิญชวนของเขา
“ตกลงว่ายังไง ไหน ๆ เธอก็เตรียมตัวเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือไง จะวันนี้หรือวันไหนเธอกับฉันก็ต้อง...อยู่ดี”
คนในอ้อมกอดพยักหน้าน้อย ๆ ยอมรับว่าตัวเองฉีดยาคุมกำเนิดมาเรียบร้อยแล้วเพื่อเตรียมพร้อมในสถานการณ์ใกล้ยิ่งกว่าชิดระหว่างเขาและเธอ แต่ทว่าเหมือนบางคนจะเข้าใจความหมายของภาษากายนั้นผิดไปมหันต์เลยทีเดียว
แผ่นหลังบอบบางแนบลงไปกับที่นอนกว้างทั้งที่หัวไหล่มนลาดนั้นยังอยู่ในอาณัติของมือหนาอย่างหลวม ๆ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงใกล้เรื่อย ๆ จนรู้สึกได้ถึงไอร้อนของลมหายใจที่ผ่อนหนัก ๆ เป่ารดลงบนแก้มนวลจนขึ้นสีระเรื่อ นพเก้ายกยิ้มประดับใบหน้าหล่อเหลาอย่างเจ้าเล่ห์
ริมฝีปากหยักบดเคล้าลงบนเรียวปากเล็กอย่างอ่อนโยนและอ้อยอิ่งดูดดึงเอากลีบปากนุ่มขบเม้มเพียงแผ่วเบาแต่กลับทำให้คนที่ไม่เคยจูบใครมาก่อนเผยอริมฝีปากน้อยให้ลิ้นร้อนแทรกเซาะเข้ามากวาดต้อนลิ้นเล็กเกี่ยวเก็บความหวานที่ไร้เดียงสาอย่างเอาแต่ใจ จนลมหายใจที่ติดขัดของเขมจิราถูกช่วงชิงไปทีละน้อยจนเหมือนจะขาดใจเสียให้ได้
“ไม่เคยจูบหรือไง” เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมยยิ้มมาดร้ายที่ผุดขึ้นประดับใบหน้า ดวงตาสีนิลบ่งบอกถึงความพึงพอใจกับความไม่ประสาของภรรยาตัวน้อย
เขมจิราส่ายหน้าดิกจนผมยาวสลวยปรกใบหน้าสวยหวาน อกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงถี่กระชั้นเพื่อโกยเอาอากาศที่หายไเข้าสู่ปอด ดวงตากลมสวยเบือนมองไปทางอื่นเพื่อไม่ให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหวไปมากกว่าที่เป็น
นิ้วเรียวจัดการเกลี่ยเส้นผมสวยให้พ้นกรอบหน้าสวย จมูกโด่งได้รูปคลอเคลียไม่ห่างจากพวงแก้มนิ่มซุกไซ้ดอมดมอยู่อย่างนั้นจนหนำใจพลางส่งมือหยาบลงไปแกะกระดุมเสื้อทำงานของคนตัวเล็กทีละเม็ดอย่างราบรื่นจนสาบเสื้อแยกออกจากกันจนเผยผิวอวบอิ่มที่ห่อหุ้มด้วยชุดชั้นในสีอ่อน
คนตัวโตครางในลำคออย่างพึงพอใจเมื่อเนื้อนิ่มอวบอัดแย้มออกมาท้าทายสายตา ริมฝีปากอุ่นไล้เลื่อนลงขบเม้มบนคอระหง ประทับตราหนัก ๆ จนเกิดเป็นรอยจ้ำสีสดอยู่ไม่น้อย จนริมฝีปากสีสวยที่เม้มเข้าหากันแน่นส่งเสียงครางเบา ๆ เพื่อระบายความรู้สึกเสียดเสียวที่ก่อตัวขึ้นอย่างมหาศาลทั้งยังสูบฉีดให้เลือดในกายพลุ้งพล่านจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วทุกอณู กายบอบบางดิ้นเร่า ๆ เมื่อยามยอดอกอิ่มถูกครอบครองด้วยลิ้นร้อนชื้นแม้ว่าจะยังมีเนื้อผ้าบางๆ กั้นเอาไว้แต่ทว่ากลับทำให้คนไม่มีประสบการณ์อ่อนยวบราวกับขี้ผึ้งถูกไฟลนได้ไม่ยากเย็น
มือหนาสอดทาบไปตามแผ่นหลังเล็กจัดการปลดปราการสีหวานทีออกให้พ้นทาง ริมฝีปากหยักจัดการยกเนื้อผ้าบางขึ้นไว้เหนือเนื้ออวบหยุ่นอวดความเต่งตึงเต็มไม้เต็มมือท้าทายสายตา ไวเท่าความคิดลิ้นร้อนบรรจงละเลียดชิมรสความผุดผาดทุกซอกทุกมุมสลับไปมาราวกับทารกที่กำลังหิวโหยจนเสียงหวานของเขมจิราร้องอ้อนให้ปรานี
“อื้อ...พี่เก้าขา”
ร่างกายกำยำร้อนรุ่มเหมือนเลือดในกายกำลังเดือดก็มิปาน เสียงอ้อนแสนหวานกำลังปลุกสัญชาตญาณดิบของเขาให้ตื่นขึ้นมาเอาแต่ใจกับคนตัวเล็ก ฝ่ามือร้อนพลิ้วไหวบีบเค้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งเนิบนาบแต่นำพามาซึ่งความหวามไหวจนแผ่นหลังบอบบางแอ่นโค้งขึ้นอย่างลืมอาย คนเชี่ยวชาญกว่าเกี่ยวเอาชั้นในตัวจิ๋วที่ซ่อนไว้ภายใต้กระโปรงสีเข้มที่ถูกเขาร่นขึ้นไว้เหนือเอวคอดกิ่ว กรีดลงกลางกายสาวที่ปราศจากสิ่งปกปิดเพื่อตรวจสอบความพร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้
“หื้ม...” เสียงทุ้มคำรามในลำคอเมื่อกลางกายส่งเสียงประท้วงจนปวดหนึบ มันร่ำร้องให้เขาปลดปล่อยกับคนใต้ร่างนี้เสียที
เรียวขาขาวถูกจับแยกออกให้กว้างอวดโฉมความงามของดอกไม้ที่ชุ่มด้วยน้ำหวาน ปราการกายของนพเก้าเคลื่อนลงไปตามแนวกายบอบบางพร้อมกับลิ้นร้อนชื้นที่ลากผ่านเพิ่มความวาบหวิวให้หญิงสาวได้ส่งเสียงกระเส่าออดอ้อนปาดป่ายลิ้มรสหวานที่เอ่อล้นดอกไม้สวยจนชุ่มฉ่ำ
“พี่เก้า..พี่เก้าขา” เสียงหวานเอ่ยเรียกคนเป็นสามีติด ๆ ขัด ๆ เมื่อพื้นที่หวงห้ามถูกลิ้นร้อนกวาดสำรวจเข้าสู่โพรงแคบจนได้รู้จักความสุขสมเป็นครั้งแรก ความรู้สึกขอนางเอกนิยายที่ถูกปรนเปรอตามนิยายแนวรัก ๆ ใคร่ ๆ ที่เธอชอบอ่านมันรู้สึกแบบนี้เองหรือ หญิงสาวเพิ่งเข้าใจก็วันนี้เอง แม้ลมหายใจจะถี่กระชั้นอย่างน่าสงสารเพียงใด แต่ทว่าคนเอาแต่ใจกลับยังไม่คิดที่จะยอมให้คนอ่อนประสบการณ์ได้พัก ก้านนิ้วเรียวสอดเข้าสู่ดอกไม้แสนสวยบุกเบิกให้หญิงสาวได้เตรียมพร้อมเพื่อโอบรับสิ่งที่ใหญ่โตกว่า
เสียงหวานคละเคล้าไปกับเสียงแหบพร่าที่คำรามอย่างชอบใจเมื่อยามที่ถูกความนุ่มภายในโอบรับทักทายอยู่เป็นระยะ จนของร้อนที่ตั้งผงาดประท้วงร่ำ ๆ
“ไม่ไหวแล้วเขมจิรา..ฉันอยากเข้าไปในตัวเธอแล้ว” คนตัวโตจัดการปลดกางเกงนอนลงไปให้พ้น ร่างกายกำยำที่ร้อนเหมือนเลือดเดือดขึ้นโถมทับร่างเล็กอย่างร้อนรนจัดแจงเอาปลีขาขาวที่สั่นพั่บ ๆ เกี่ยวเอาไว้ที่เอวสอบอย่างรีบร้อน
แมลงตัวใหญ่ถูไถหยอกเย้าดอกไม้แสนหอมหวานเพียงอึดใจก็ผลักเอาความใหญ่โตเข้าสู่โพรงคับแคบฝังลึกในคราวเดียว จนได้ยินเสียงสะอื้นฮักพร้อมกับร่างกายที่สั่นเทา
“พี่เก้าใจร้าย...” มือเรียวสวยปาดน้ำตาตัวเองป้อย ๆ อย่างน่าเห็นใจ ความอึดอัดที่เข้ามาเติมเต็มอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างกายนี้จะแยกออกจากกันเสียให้ได้เดี๋ยวนี้
“ขอโทษ...ครับ”
คนตัวโตนิ่งงันราวกับถูกสาปเมื่อถูกทักทายจากความคับแน่นจนแทบทะลักทลาย ริมฝีปากอุ่นมอบจูบแสนหวานแทนคำขอโทษที่บุ่มบ่ามเอาแต่ใจ ทั้งที่อดทนมาได้แสนนาน
“ไอ้เก้า คนอย่างมึงต้องตกนรกเท่านั้น” ชายหนุ่มก่นด่าตัวเองในใจ เมื่อใบหน้าสวยหวานของเขมจิราเปรอะน้ำตาจากความอดทนต่ำของเขา
ริมฝีปากร้อนคลอเคลียเกี่ยวกอดลิ้นเล็กมอบจุมพิตแสนหวานขอโทษย้ำ ๆ อยู่อย่างนั้นจนรู้สึกได้ถึงมือเล็กที่ดันอยู่กลางแผงอกกว้าง
“ขิง..ขิงอึดอัดค่ะ” แม้ปากจะพูดกับเขาแต่ทว่าดวงตากลมสวยกลับไม่กล้าที่มองคนตรงหน้า
“แสดงว่าไม่เจ็บแล้วใช่ไหม งั้นฉันขยับนะ”
สิ้นเสียงนั้นเอวสอบที่นิ่งอยู่นานก็เริ่มขยับอย่างช้า ๆ และค่อย ๆ เพิ่มความเร็วขึ้นจนความเฉอะแฉะของการสอดประสานเริ่มส่งเสียงเคล้าคลอไปกับเสียงของขาเตียงที่โยกไหวในจังหวะเดียวกันกับสะโพกถี่ยิบของชายหนุ่ม
เขมจิราที่ถูกความรู้สึกแปลกใหม่เข้าเล่นงานก็ส่งเสียงหวานกระเส่าเพรียกหาคนตัวโตอยู่ไม่ขาดปาก เล็บคมจิกลงบนแผ่นหลังกว้างขีดข่วนไปตามความรู้สึกที่แผ่ซ่านทั่วร่างกาย ร่างบอบบางที่เคยนิ่งเป็นท่อนไม้หยัดกายตอบรับจังหวะรักที่เร่าร้อนไปตามแรงอารมณ์ลืมสิ้นเรื่องความเขินอาย ความคับแน่นที่ถูกความแข็งขืนรุกล้ำเข้ามาเป็นจังหวะหนักอยู่ไม่ขาดช่วงก็ทำให้ร่างเพรียวสวยกระตุกเกร็งคว้าเอาดวงดาวมากมายมาสู่อ้อมกอด
“เธอทำให้ฉันคลั่งแล้วเขมจิรา” เสียงแหบพร่าเอ่ยเมื่อยามถูกโอบรัดจนแทบปริแตก คนตัวโตจัดการพลิกเอาร่างเล็กที่หอบกระชั้นจากความสุขสมให้อยู่ในท่าคลานเข่า ร่างกายที่สั่นพั่บ ๆ ของหญิงสาวถูกมือหนาประคองเอาไว้ไม่ให้ไถลไปกับที่นอนนุ่ม นพเก้าช้อนเอาสะโพกกลมเข้ามาสู่ตัวตนที่พรั่งพร้อมผลักเอาสะโพกสอบเข้าสู่กลางกายคับแน่นอย่างไม่รีรอ กระแทกกระทั้นผลักเข้าออกกลางกายสาวจนภรรยา ตัวน้อยหัวสั่นหัวคลอนไปตามแรง
“หื้ม...เขมจิรา...แน่นมาก”
“พี่เก้าเบาแรงหน่อยค่ะ ขิงจุก..อ๊ะ...”
แผงอกกว้างทาบลงไปตามแนวหลังบาง ริมฝีปากหยักพรมจูบไปตามลาดไหล่ราวกับแสนรักแสนหวง กอบกุมอกอวบเอาไว้ในอุ้งมือบีบเค้นหยอกเย้าจนเกิดรอยแดง ส่งสะโพกสอบกระแทกลึกขึ้นกว่าเดิมราวกับกลั่นแกล้ง
จังหวะโยกไหวของคนมากประสบการณ์เค้นเสียงครางหวานออกมาให้หวานหูอยู่ทุกจังหวะ ความคับแน่นที่ท้าทายความอดทนครั้งแล้วครั้งเล่าของหญิงสาวทำให้ คนตัวโตสับสะโพกส่งตัวตนใหญ่โตเข้าสู่กายสาวถี่ยิบอย่างไม่คิดจะหยุดพักจนสิ่งที่กักเก็บเอาไว้มาตลอดหลายวันทะลักออกมาจนหยดสุดท้ายพร้อมกับเสียงคำรามลั่นของชายหนุ่ม
“น้ำขิงหิวไหม” เพราะบรรยากาศในห้องโดยสารมันอึมครึมเกินไปจนเขาทนไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน“ไม่ค่ะ พี่เก้าหิวไหมคะ”“นิดหน่อยครับ น้ำขิงอยากกินอะไร”“ตามใจพี่เก้าเลยค่ะ ขิงไม่หิว”“ถ้าขิงไม่หิว งั้นพี่เก้าก็ไม่หิว” คนขับรถชักไม่ชอบใจที่การสนทนามันสั้นกุดเหมือนไม่อยากพูดกันแบบนี้“พูดกับผัวมันลำบากมากหรือไง ทีกับคนอื่นพูดได้น้ำไหลไฟดับ” เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เขาได้เห็นเมื่อเช้าระหว่างเธอและนิติ ความโกรธและความหึงหวงที่ปะปนกันก็ทำให้นพเก้าตบะแตกมือหนาก็กำพวงมาลัยรถแน่นจนมากเสียจนหากมันเป็นสิ่งของบอบบางคงแหลกคามือเขาไปแล้ว หมดแล้วอารมณ์หวานซึ้งที่ตั้งใจจะจีบเมีย มีแต่ความโกรธเข้ามาครอบงำจนหน้ามืดเท้าหนักกดคันเร่งจนจมมิด มุ่งหน้าตรงไปยังเส้นทางที่ออกนอกกรุงเทพมหานครโดยไม่มีจุดหมายที่แน่ชัด รู้แต่เพียงว่าต้องการเวลาส่วนตัวของผัวเมีย!!“พี่เก้าจะพาขิงไปไหนคะ” ร่างเล็กกดแผ่นหลังแนบกับเบาะรถอย่างหวาดกลัว มือเรียวสวยกำสายเข็มขัดนิรภัยเอาไว้แน
“อื้อ…น้ำขิงครับ…” วงแขนแข็งแรงกระชับแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวของคนในอ้อมกอด นพเก้าซุกใบหน้าลงบนอกอิ่มอ้าปากงับยอดอกสีอ่อนหยอกเย้าด้วยลิ้นชื้นจนได้ยินเสียงหวานครางเบา ๆ”พี่เก้าคะ เช้า..เช้า..แล้วค่ะ” เขมจิราเอ่ยเสียงกระเส่า มือเล็กโอบแก้มสากเอาไว้เป็นการห้ามปรามต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะยิ่งห้ามจุกสีหวานยิ่งถูกดูดดึง“พี่เก้ายังไม่อยากตื่นเลย ขอกินนมก่อน“ ใบหน้าหล่อเหลาผละจากก้อนนุ่มมือ ส่งเสียงอ้อน แน่นอนว่าการกระทำของเขาทำหัวใจดวงน้อยอ่อนยวบ เธอจะใจแข็งกับเขาได้ตอนไหนกัน“อื้อ..อ๊ะ..” ร่างบางดิ้นพล่านเมื่อมือหนาลูบไล้ไปตามต้นขาขาว ท้องนิ้วสะกิดส่วนอ่อนไหวเพียงแผ่วเบาแต่กลับหวามไหวจนยากจะเก็บอาการ จนมือน้อยต้องคอยปัดป้องการรุกราน“ไม่แกล้งแล้วก็ได้” พูดจบจมูกโด่งก็กดลงบนพวงแก้มนุ่มจนเกิดเสียงฟอดใหญ่ ผละห่างออกมาฉีกยิ้มหวานเหมือนกำลังอารมณ์ดี ความจริงอยากซุกไซ้คนตัวเล็กให้หนำใจ แต่เพราะวันนี้ไม่ใช่วันหยุดจึงจำใจต้องไปทำงานเขมจิราลูบแก้มตัวเองอย่างงุนงง ส
“อื้อ...พี่เก้า” เสียงหวานครางหวิวขึ้นมาทันทีที่รู้สึกถึงความหวามไหวที่เกิดขึ้น“ครับ” คนตัวโตเงยหน้ามองใบหน้าสวยหวานที่แดงปลั่ง เสียงทุ้มขานรับหน้าซื่อแต่ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความกระหายจนยากจะหยุดคำขานแสนสุภาพเจือปนออดอ้อนของชายหนุ่ม ทำเอาใจดวงน้อยที่ก่อกำแพงป้องกันเขาเอาไว้ทลายลงมาไม่เหลือซาก อีกครั้งแล้วที่หัวใจเธอพ่ายแพ้ให้เขา“....” หญิงสาวได้แต่มองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอยู่อย่างนั้น ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไปเพราะกลัวคำตอบ“เป็นอะไรไป หรือว่าไม่ได้” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าคนตัวน้อยนิ่งไป“พี่เก้าจะป้องกันใช่ไหมคะ” เขมจิราเม้มปากแน่นก่อนจะเอ่ยถามออกไป ร่างกายทรยศนี้มันปฏิเสธเขาไม่ได้ มันเรียกร้องว่าคิดถึงและโหยหาเขา ถึงอยากจะปล่อยตัวไปตามอารมณ์มากแค่ไหนแต่เธอก็ไม่เคยลืมข้อตกลงที่มีร่วมกันคนตัวโตไม่ได้ตอบอะไรออกไปแต่กลับเลือกที่จะมอบจุมพิตให้กับอีกคนเป็นคำตอบ รสจูบที่ร้างราไปนานหลายเดือนชวนให้เขมจิราหลงกลได้ไม่ยากเย็น ริมฝีปากบางตอบรับความอ่อนหวานแต่เผ็ดร้อนจากเข
หลังจากซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้ว นพเก้าก็พาไลลาและลูกชายเดินทางมาพักที่เพนท์เฮาส์ของเขา ความเหนื่อยล้ามาตลอดวันทำให้เด็กชายผล็อยหลับไปอย่างง่ายดายตั้งแต่ขึ้นรถมาจนถึงปลายทาง“หลับไปซักแล้ว น้องภามครับ น้องภามตื่นได้แล้วครับลูก” ไลลาเขย่าตัวลูกชาย“ไม่ต้องปลุกน้องภามหรอก เดี๋ยวเราอุ้มให้เอง” พูดจบร่างอ้วนกลมของเด็กน้อยก็ถูกช้อนขึ้นมาพาดบ่ากว้าง อีกทั้งยังใช้มือที่ยังว่างอยู่คว้าเอาถุงกระดาษหลายใบไปไว้ในมืออีก“ของพวกนี้เราถือเองดีกว่า แค่น้องภามคนเดียวก็หนักมากแล้ว” ไลลาเอ่ยอย่างเกรงใจ เธอทอดมองอดีตคนรักด้วยความละอายใจ ทั้งที่หักหลังความรักของเขาอย่างเลือดเย็น แต่ถึงคราวเดือดร้อนจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน เขากลับไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะช่วยเหลือ“ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ได้หนักอะไร ไลลาถือของที่เหลือเถอะ” เขมจิราและไลลาเดินตามแผ่นหลังกว้างที่อุ้มเด็กชายไปติด ๆ “ต้องขอโทษคุณเขมจิราด้วยนะคะ ที่เก้าเขาทำให้คุณเขมจิราต้องเลิกงานเลท” หญิงสาวชวนสนทนาเพราะไม่อยากให้บรรยากาศเงียบจนเกินไป และอยากที่จะผูกมิตรกับสาวสวยคนนี้ด้วยเช่นกัน“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องเล็กน้อยเองค่ะ” เขมจิราปั้นใบหน้ายิ้ม ทั้งที่ในใจก
หลังจากวันนั้น นพเก้าก็ไม่ได้กลับไปค้างที่บ้านอีกเลย ส่วนเขมจิราก็ยังหาที่อยู่ใหม่ที่ถูกใจไม่ได้ นับดูเวลาก็เกือบสามเดือนเข้าไปแล้วที่เขาและเขมจิราไม่ได้เฉียดใกล้กัน ทั้งสองยังคงใช้ชีวิตของตัวเองไปตามวิถีและบทบาทชายหนุ่มไม่ได้เกรี้ยวกราดหรือแสดงอาการเอาแต่ใจกับหญิงสาวอีก ไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกเวลางาน เรียกได้ว่าเขาแสดงออกได้อย่างแนบเนียนว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอมากไปกว่าเรื่องหน้าที่การงานส่วนเขมจิราเองก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้เรื่องการกลับบ้านของสามีในทะเบียน เธอคิดเอาเองว่าเขาไม่อยากที่จะเห็นหน้ากัน อีกทั้งยังเวทนาคนไร้ที่ซุกหัวนอนอย่างเธอ จึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายย้ายออกไปเองทั้งที่บ้านหลังใหญ่ที่คุ้มหัวเธออยู่ในตอนนี้ มีเขาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อย่างไม่มีผู้ใดจะโต้แย้งได้“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ พี่เห็นช่วงนี้น้องน้ำขิงไม่ค่อยยิ้มเลย” นิติเอ่ยถามอย่างห่วงใย เมื่อเห็นว่าใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยยิ้มหวานให้ใครต่อใครเอ็นดูเหม่อลอยเหมือนกำลังมีเรื่องทุกข์ใจอยู่บ่อยครั้ง“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ขิงก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” เมื่อถูกทักท้วงอย่างนั้น คน
อินทัชส่งข้อความนัดเพื่อนสนิทออกมาดื่มแก้เบื่อ และแน่นอนว่าทุกคนล้วนตอบกลับมาว่าตกลงอย่างไม่รีรอ เพราะนานทีปีหนคุณหมอรูปหล่อจะเป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องการดับกระหายด้วยน้ำเมา“เล่ามาให้ละเอียดเลยนะลิตา” เขมจิราเอ่ยด้วยเสียงคาดคั้นทันทีที่สองสาวหย่อนตัวลงบนโซฟาตัวนุ่ม ดวงตากลมสวยจดจ้องใบหน้าสวยเฉี่ยวของเพื่อนสนิทอย่างไม่คิดจะละสายตา“อะไร...ไม่มีอะไรเล๊ย” นางแบบสาวเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบการจับผิด ทว่าการแสดงของเธอมันช่างไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย“ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่เดือนเอง เดี๋ยวนี้หัดมีความลับกับเพื่อนนะ” เขมจิราเอ่ย ยังคงไม่ละสายตาไปจากอาการร้อนรนของเพื่อนรัก“ขิง แกนั่นแหละเพ้อเจ้อ ฉันก็ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษซักหน่อย”“เหรอ?? ฉันเองก็เพิ่งจะรู้นะว่าชีวิตปกติของแกมีพี่อินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มิน่าหล่ะ พี่อินถึงเอาแต่เรียกแกว่าที่รักอยู่นั่น ที่แท้ก็....”“ฉันไม่ได้คบกับเขาซักหน่อย ผู้ชายอะไรน่ารำคาญชะมัด” แม้ปากจะพูดว่าน่ารำคาญทั้งที่ใบหน้างอง้ำ แต่เพื่อนเธอคงไ
สองสามีภรรยายังคงใช้ชีวิตไปตามกิจวัตรของตัวเองอย่างไม่มีพิรุธ เขมจิรายังคงเป็นสาวเนื้อหอมที่มีชายหนุ่มอย่างนิติและสมัชชาเวียนหน้าเข้ามาทักทายส่งดอกไม้ให้อยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส แต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังคงเว้นระยะความสัมพันธ์เอาไว้เหมือนอย่างทุกครั้ง“คุณเขมจิรา เข้ามาพบผมข้างในห้องด้วย&r
“นัดหมอนั่นที่ไหนล่ะ เดี๋ยวฉันไปส่ง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อร่างบอบบางเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน“ที่นี่ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับยกโทรศัพท์ของตัวเองที่เปิดรูปภาพที่มีชื่อร้านอาหารขึ้นมาให้เขาดู ร้านอาหารบรรยากาศดีที่เพื่อนสนิทอย่างลลิตาแนะนำมาอีกที“อืม แล
หลังจากอาหารมื้อค่ำจบลง สมัชชาก็ขับรถมาส่งเขมจิราที่บ้านวชิรสวัสดิ์โดยสวัสดิภาพ ชายหนุ่มรู้ว่าเธออาศัยอยู่ที่นี่เพราะเธออยู่ในฐานะหลานของสลิลแม่เลี้ยงของนพเก้า แต่ที่เขาไม่รู้คือเธอเปลี่ยนสถานะมาหลายเดือนแล้ว“ขอบคุณคุณเสือมากนะคะที่มาส่งขิง เดินทางกลับบ้านดีๆ นะคะ”หลัง
วันนี้เป็นวันหยุดของเขมจิราและโชคดีที่วันนี้ลลิตาก็ว่างทั้งวัน สองสาวเพื่อนรักจึงนัดกันออกมาทานข้าวนอกบ้านเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน“ลิตา แกเป็นอะไรหรือเปล่า” เขมจิราเอ่ยถามทันทีที่เห็นว่าเพื่อนสาวแสนสวยใบหน้าบูดบึ้งเหมือนกำลังโกรธใครมา“หงุดหงิดน่ะสิ ผู้ชายอะไรหน้าหนาชะมัด ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป”







