로그인เธอยอมแต่งงานเป็นเมียเขา เพราะความรัก เขายอมแต่งงานกับเธอ เพราะมรดกพันล้าน
더 보기กลางดึกที่แสนเงียบท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องที่ถูกตกแต่งอย่างลงตัว เสียงโทรศัพท์ราคาแพงก็ดังขึ้นทลายความเงียบที่เคยมี ความงัวเงียที่ถูกปลุกให้ตื่นจากห้วงนิทราทำให้นพเก้าไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง ร่างเปลือยเปล่าขยับกายไปทางเดียวกับเสียงนั้นอย่างอ้อยอิ่งและที่ทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นคือปลายสายอย่างเขมจิรา
“เขมจิราแม่เธอไม่ได้สอนเอาไว้หรือไงว่าอย่าเที่ยวโทรหาใครดึกดื่นอย่างนี้” พี่ชายต่างสายเลือดระเบิดเสียงไปที่ปลายสายในทันทีแต่หญิงสาวกลับมีเพียงเสียงสะอื้นตอบกลับมาเท่านั้นทำให้นพเก้ายิ่งตบะแตกเป็นทวีคูณเพราะฟังอะไรไม่ได้ศัพท์เลยแม้แต่คำเดียว
“จะร้องไห้จนน้ำท่วมมาถึงคอนโดฉันเลยไหมแม่คุณ ฉันถามจริง ๆ นอกจากร้องไห้แล้วทำอย่างอื่นเป็นบ้างหรือเปล่า” เสียงเข้มยังไม่วายต่อว่าแต่มันกลับยิ่งทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายถอนหายใจเสียเองเพราะอีกฝ่ายยังคงเอาแต่ร้องไห้จนอยากจะตัดสายเสียเดี๋ยวนั้น
“ถ้าเธอจะเอาแต่ร้องไห้เหมือนจะตายฉันจะวางแล้วนะ น่ารำคาญ” เขากระแทกเสียงส่งอีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจตัดสายแต่สิ่งที่หลุดออกจากปากของคนที่เขาจำใจนับเป็นน้องสาวทำให้เขาต้องคิดใหม่
“แม่ค่ะ พี่เก้า แม่กับคุณลุง” เขมจิราละล่ำละลักเอื้อนเอ่ยออกมาจนได้หลังจากพยายามอยู่นานสองนาน
“พ่อฉันกับสลิลทำไม พ่อฉันเป็นอะไร บอกมาสิ ปัดโธ่!!! เอาแต่ร้องไห้อยู่ได้พรุ่งนี้เช้าฉันจะรู้เรื่องไหม เอาอย่างนี้เธออยู่ที่ไหน ฉันจะไปหาเดี๋ยวนี้รอฟังเธอพูดคงต้องรออีกนาน” ทันทีที่พูดจบเขาก็กระวีกระวาดลงจากเตียงพร้อม ๆ ไปกับการเก็บชิ้นส่วนเสื้อผ้าที่กองอยู่ตามพื้นขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็วและออกจากคอนโดส่วนตัวที่เขาให้เป็นสนามเริงรักกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาทุกค่ำคืนโดยปราศจากคำบอกกล่าวใด ๆ แก่หญิงสาวที่นอนหลับสนิทเพราะฤทธิ์จากเกมรักที่ผ่านมาของเขา
หลังจากที่มารดาเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ชายหนุ่มก็เสียศูนย์อย่างมากเพราะแม่คือคนเดียวในโลกที่รักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่สิ่งที่ทำให้นพเก้าทำตัวเสเพลละทิ้งการงานใช้ชีวิตแบบเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้านั่นคือการที่พ่อของเขาพาผู้หญิงที่ชื่อสลิลเข้ามาในบ้านพร้อมกับฐานะภรรยา ฐานะเดียวกับที่แม่ของเขาเคยเป็นโดยไม่ฟังคำขอร้องใด ๆ จากลูกชายคนเดียวอย่างเขาแม้แต่น้อย แถมยังมีลูกติดที่ชื่อเขมจิราก้าวเข้ามาเป็นกาฝากในบ้านเพิ่มขึ้นอีกคน ทำให้นพเก้าตั้งป้อมจงเกลียดจงชังสองแม่ลูกอย่างชนิดที่ว่าผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ แม้ว่าผู้หญิงคนใหม่ของพ่อและเขมจิรานั้นจะทำดีเพื่อพยายามให้เขาเปิดใจยอมรับแค่ไหนก็ไม่มีค่าอันใดในสายตาของนพเก้าเลยแม้แต่นิด หลายครั้งหลายคราที่เขาอาละวาดและแผลงฤทธิ์ใส่สองแม่ลูกจนเกิดมีปากเสียงกับผู้เป็นพ่ออย่างเดชา
นพเก้าขับรถมุ่งตรงไปที่โรงพยาบาลด้วยหัวใจที่ชาวาบ เขากลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะกลายเป็นคนที่ไม่เหลือใคร ต่อให้เขาเกลียดพ่อจนแทบไม่อยากมองหน้าอย่างไร นพเก้าก็ไม่อาจปฏิเสธตัวเองได้ว่าเขายังอยากให้พ่อมีชีวิตอยู่ต่อไป และทันทีที่รถจอดสนิทร่างสูงที่อยู่ในเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ตามลำคอแข็งแรงเต็มไปด้วยร่องรอยการประลองรักที่ผ่านสายตาคู่ใดก็ต้องถูกเพ่งมองแต่เขากลับไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้นเลยแม้แต่นิดเดียวเพราะตอนนี้มันมีอย่างอื่นที่เขากำลังให้ความสนใจมากกว่า
มือหนากดโทรศัพท์โทรออกหาคนที่ตัวเองเกลียดอย่างเขมจิราอย่างเสียมิได้เพราะตอนนี้เธอกลายเป็นญาติที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของเขาตามเบอร์โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาก่อนหน้านี้อย่างเร่งรีบ
“พี่เก้า” เสียงสั่นเครือของปลายสายทำให้นพเก้ารู้สึกหายใจติดขัดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ลางสังหรณ์ของเขารับรู้ได้ว่ากำลังจะได้รับข่าวร้าย
“เลิกร้องไห้แล้วบอกฉันมาว่าพ่อฉันอยู่ตรงไหนของโรงพยาบาลน้ำขิง” เสียงเข้มสั่งเสียงดัง
“คุณลุงกับแม่อยู่ที่ห้องดับจิตค่ะ”
เมื่อคำตอบแล่นเข้าโสตประสาทโทรศัพท์ราคาแพงก็วูบตกลงพื้นอย่างรวดเร็ว นพเก้ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมืดบอดจนไร้แสงสว่าง หูทั้งสองข้างอื้ออึงจนฟังความไม่รู้เรื่อง หัวใจเจ็บเหมือนถูกคมมีดนับหมื่นทิ่มแทงลงมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ร่างกายกำยำแข็งทื่อราวกับถูกสะกดเมื่อได้รู้ว่าครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ได้จากโลกใบนี้ไปแล้วอย่างกะทันหันอีกคน
ไม่รู้ว่าเขายืนอยู่อย่างนั้นนานเท่าไหร่แต่เมื่อได้สติกลับคืนมานพเก้าก็ก้าวฝีเท้าตรงไปยังห้องดับจิตของโรงพยาบาลตามที่เขมจิราบอกในทันที ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ยากจะอธิบาย ในหัวใจอัดแน่นไปด้วยคำพูดมากมายที่ติดค้างเอาไว้กับบิดา เขาอยากจะขอต่อรองกับโชคชะตาของตัวเองนัก อยากให้เวลาเดินถอยหลังไปอีกหน่อยให้เขาได้มีเวลาบอกลาบิดาก็ยังดี แต่จะทำอย่างไรได้เมื่อทุกอย่างที่เขาปรารถนานั้นเป็นสิ่งที่ใครก็ร้องขอไม่ได้
เขมจิรานั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าห้องดับจิต ร่างบอบบางสั่นเทาจากเหตุสะเทือนหัวใจจนยากจะรับมือเมื่อสลิลที่พึ่งสุดท้ายบนโลกนี้ได้จากไปอย่างไม่สามารถพบหน้ากันได้อีก ใบหน้าสวยหวานเปรอะไปด้วยน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายจนน่าสงสาร ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความหม่นหมองชะเง้อคอยมองหาคนที่เดชาให้เธอเรียกว่าพี่ชายอย่างไร้ความหวัง
“น้ำขิง!!” เสียงทุ้มที่เธอชินหูเอ่ยเรียกและหญิงสาวเองก็หันกลับไปยังเจ้าของเสียงทันทีที่ได้ยิน
“พี่เก้า” หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีปล่อยโฮออกมาทันทีที่เขาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
“คุณลุงกับแม่อยู่ข้างในค่ะ ขิงคิดว่าคุณลุงน่าจะกำลังรอพี่เก้าอยู่นะคะ” ร่างที่อ่อนแรงพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตรงเข้าไปหา ร่างสูงโปร่งอย่างเชื่องช้าราวกับว่าลมหายใจกำลังจะสิ้นสุดลง
“พี่เก้าเข้าไปหาคุณลุงเถอะค่ะ”
ทายาทเพียงคนเดียวของเดชายืนมองป้ายหน้าห้องตัวแข็งทื่อดวงตาสีเข้มเริ่มปริ่มน้ำตา หัวใจทุกห้องเต้นถี่มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อสมองเริ่มยอมรับความจริงได้ว่าเดชาได้จากโลกนี้ไปแล้วจริง ๆ แม้ว่าเขาอยากที่จะก้าวเข้าไปในห้องนั้นเพื่อบอกลาผู้เป็นพ่อที่ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้วมากแค่ไหน แต่ร่างกายเจ้ากรรมกลับไม่ยอมทำตามคำสั่งได้แต่ยืนอยู่อย่างนั้น จนรู้สึกได้ว่ามือแข็งแรงของเขาถูกใครบางคนส่งมอบความอบอุ่นมาให้
เขมจิรามอบความอบอุ่นและความปรารถนาดีมาให้ผ่านมือบอบบางที่น่าทะนุถนอม หากเป็นเวลาอื่นเขาคงสะบัดมันทิ้งอย่างไม่ใยดีและไม่แยแสแต่กลับไม่ใช่ครั้งนี้ เพราะนอกจากความอบอุ่นที่มือแล้วในหัวใจที่เย็นชาของเขาเองก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาราวกับว่าความเกลียดนั้นไม่เคยมีมาก่อน
“น้ำขิงเข้าไปกับฉันได้ไหม” เสียงทุ้มที่กำลังควบคุมไม่ให้สั่นเครือเอ่ยขอร้องคนที่เขาเกลียดเป็นครั้งแรก ความอ่อนแอในตอนนี้ทำให้เขาต้องการใครซักคนที่อยู่เคียงข้างแม้ว่าเธอคนนั้นจะเป็นเขมจิราเขาก็ยังคงต้องการ
“ค่ะ” หญิงสาวตอบทั้งเสียงสะอื้นด้วยความเต็มใจ
ภายในห้องที่เงียบจนวังเวงสองชายหญิงผู้ที่ต่างก็ได้รับความสูญเสียครั้งใหญ่ของชีวิตมองดูร่างไร้วิญญาณทั้งสองเคียงคู่กันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า ความเศร้าใจของเขมจิราพรั่งพรูออกมาเป็นเสียงสะอื้นอย่างที่ยากจะห้ามได้ ส่วนนพเก้านั้นได้แต่ปล่อยให้น้ำตาทำหน้าที่ของมันอย่างเงียบเชียบ
ร่างสูงโปร่งดึงร่างบางที่สั่นสะท้านอยู่ข้างกายเข้ามากอดอย่างไม่รู้ตัวเลยว่ามีสิ่งใดมาดลใจให้ทำเช่นนั้น ท่อนแขนแข็งแรงโอบรอบบ่าเล็กเอาไว้อย่างไม่นึกรังเกียจราวกับว่าเขาเหลือเพียงแค่เธอคนนี้คนเดียวเท่านั้น
“น้ำขิงหิวไหม” เพราะบรรยากาศในห้องโดยสารมันอึมครึมเกินไปจนเขาทนไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน“ไม่ค่ะ พี่เก้าหิวไหมคะ”“นิดหน่อยครับ น้ำขิงอยากกินอะไร”“ตามใจพี่เก้าเลยค่ะ ขิงไม่หิว”“ถ้าขิงไม่หิว งั้นพี่เก้าก็ไม่หิว” คนขับรถชักไม่ชอบใจที่การสนทนามันสั้นกุดเหมือนไม่อยากพูดกันแบบนี้“พูดกับผัวมันลำบากมากหรือไง ทีกับคนอื่นพูดได้น้ำไหลไฟดับ” เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เขาได้เห็นเมื่อเช้าระหว่างเธอและนิติ ความโกรธและความหึงหวงที่ปะปนกันก็ทำให้นพเก้าตบะแตกมือหนาก็กำพวงมาลัยรถแน่นจนมากเสียจนหากมันเป็นสิ่งของบอบบางคงแหลกคามือเขาไปแล้ว หมดแล้วอารมณ์หวานซึ้งที่ตั้งใจจะจีบเมีย มีแต่ความโกรธเข้ามาครอบงำจนหน้ามืดเท้าหนักกดคันเร่งจนจมมิด มุ่งหน้าตรงไปยังเส้นทางที่ออกนอกกรุงเทพมหานครโดยไม่มีจุดหมายที่แน่ชัด รู้แต่เพียงว่าต้องการเวลาส่วนตัวของผัวเมีย!!“พี่เก้าจะพาขิงไปไหนคะ” ร่างเล็กกดแผ่นหลังแนบกับเบาะรถอย่างหวาดกลัว มือเรียวสวยกำสายเข็มขัดนิรภัยเอาไว้แน
“อื้อ…น้ำขิงครับ…” วงแขนแข็งแรงกระชับแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวของคนในอ้อมกอด นพเก้าซุกใบหน้าลงบนอกอิ่มอ้าปากงับยอดอกสีอ่อนหยอกเย้าด้วยลิ้นชื้นจนได้ยินเสียงหวานครางเบา ๆ”พี่เก้าคะ เช้า..เช้า..แล้วค่ะ” เขมจิราเอ่ยเสียงกระเส่า มือเล็กโอบแก้มสากเอาไว้เป็นการห้ามปรามต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะยิ่งห้ามจุกสีหวานยิ่งถูกดูดดึง“พี่เก้ายังไม่อยากตื่นเลย ขอกินนมก่อน“ ใบหน้าหล่อเหลาผละจากก้อนนุ่มมือ ส่งเสียงอ้อน แน่นอนว่าการกระทำของเขาทำหัวใจดวงน้อยอ่อนยวบ เธอจะใจแข็งกับเขาได้ตอนไหนกัน“อื้อ..อ๊ะ..” ร่างบางดิ้นพล่านเมื่อมือหนาลูบไล้ไปตามต้นขาขาว ท้องนิ้วสะกิดส่วนอ่อนไหวเพียงแผ่วเบาแต่กลับหวามไหวจนยากจะเก็บอาการ จนมือน้อยต้องคอยปัดป้องการรุกราน“ไม่แกล้งแล้วก็ได้” พูดจบจมูกโด่งก็กดลงบนพวงแก้มนุ่มจนเกิดเสียงฟอดใหญ่ ผละห่างออกมาฉีกยิ้มหวานเหมือนกำลังอารมณ์ดี ความจริงอยากซุกไซ้คนตัวเล็กให้หนำใจ แต่เพราะวันนี้ไม่ใช่วันหยุดจึงจำใจต้องไปทำงานเขมจิราลูบแก้มตัวเองอย่างงุนงง ส
“อื้อ...พี่เก้า” เสียงหวานครางหวิวขึ้นมาทันทีที่รู้สึกถึงความหวามไหวที่เกิดขึ้น“ครับ” คนตัวโตเงยหน้ามองใบหน้าสวยหวานที่แดงปลั่ง เสียงทุ้มขานรับหน้าซื่อแต่ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความกระหายจนยากจะหยุดคำขานแสนสุภาพเจือปนออดอ้อนของชายหนุ่ม ทำเอาใจดวงน้อยที่ก่อกำแพงป้องกันเขาเอาไว้ทลายลงมาไม่เหลือซาก อีกครั้งแล้วที่หัวใจเธอพ่ายแพ้ให้เขา“....” หญิงสาวได้แต่มองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอยู่อย่างนั้น ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไปเพราะกลัวคำตอบ“เป็นอะไรไป หรือว่าไม่ได้” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าคนตัวน้อยนิ่งไป“พี่เก้าจะป้องกันใช่ไหมคะ” เขมจิราเม้มปากแน่นก่อนจะเอ่ยถามออกไป ร่างกายทรยศนี้มันปฏิเสธเขาไม่ได้ มันเรียกร้องว่าคิดถึงและโหยหาเขา ถึงอยากจะปล่อยตัวไปตามอารมณ์มากแค่ไหนแต่เธอก็ไม่เคยลืมข้อตกลงที่มีร่วมกันคนตัวโตไม่ได้ตอบอะไรออกไปแต่กลับเลือกที่จะมอบจุมพิตให้กับอีกคนเป็นคำตอบ รสจูบที่ร้างราไปนานหลายเดือนชวนให้เขมจิราหลงกลได้ไม่ยากเย็น ริมฝีปากบางตอบรับความอ่อนหวานแต่เผ็ดร้อนจากเข
หลังจากซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้ว นพเก้าก็พาไลลาและลูกชายเดินทางมาพักที่เพนท์เฮาส์ของเขา ความเหนื่อยล้ามาตลอดวันทำให้เด็กชายผล็อยหลับไปอย่างง่ายดายตั้งแต่ขึ้นรถมาจนถึงปลายทาง“หลับไปซักแล้ว น้องภามครับ น้องภามตื่นได้แล้วครับลูก” ไลลาเขย่าตัวลูกชาย“ไม่ต้องปลุกน้องภามหรอก เดี๋ยวเราอุ้มให้เอง” พูดจบร่างอ้วนกลมของเด็กน้อยก็ถูกช้อนขึ้นมาพาดบ่ากว้าง อีกทั้งยังใช้มือที่ยังว่างอยู่คว้าเอาถุงกระดาษหลายใบไปไว้ในมืออีก“ของพวกนี้เราถือเองดีกว่า แค่น้องภามคนเดียวก็หนักมากแล้ว” ไลลาเอ่ยอย่างเกรงใจ เธอทอดมองอดีตคนรักด้วยความละอายใจ ทั้งที่หักหลังความรักของเขาอย่างเลือดเย็น แต่ถึงคราวเดือดร้อนจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน เขากลับไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะช่วยเหลือ“ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ได้หนักอะไร ไลลาถือของที่เหลือเถอะ” เขมจิราและไลลาเดินตามแผ่นหลังกว้างที่อุ้มเด็กชายไปติด ๆ “ต้องขอโทษคุณเขมจิราด้วยนะคะ ที่เก้าเขาทำให้คุณเขมจิราต้องเลิกงานเลท” หญิงสาวชวนสนทนาเพราะไม่อยากให้บรรยากาศเงียบจนเกินไป และอยากที่จะผูกมิตรกับสาวสวยคนนี้ด้วยเช่นกัน“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องเล็กน้อยเองค่ะ” เขมจิราปั้นใบหน้ายิ้ม ทั้งที่ในใจก
สองสามีภรรยายังคงใช้ชีวิตไปตามกิจวัตรของตัวเองอย่างไม่มีพิรุธ เขมจิรายังคงเป็นสาวเนื้อหอมที่มีชายหนุ่มอย่างนิติและสมัชชาเวียนหน้าเข้ามาทักทายส่งดอกไม้ให้อยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส แต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังคงเว้นระยะความสัมพันธ์เอาไว้เหมือนอย่างทุกครั้ง“คุณเขมจิรา เข้ามาพบผมข้างในห้องด้วย&r
กายกำยำทิ้งตัวลงบนที่นอนกว้างพร้อมกับภรรยาทางพฤตินัยโดยที่สองกายยังรวมเป็นหนึ่งเดียว ฝ่ามือร้อนยังคงหยอกเอินอยู่กับอกอวบอิ่มบดขยี้ทับทิมเม็ดสวยจนตั้งยอด“อื้อ...อย่า..ค่ะ” มือบอบบางทาบไปกับหลังมือใหญ่ของคนตัวโตเป็นการปราม แต่มีหรือที่คนเอาแต่ใจจะยอมเชื่อฟัง จนนพเก้าได้ฟังเสียงครางหวาน ๆ อีกคราว“ห้
เปลือกตาหนักอึ้งของเขมจิราเต็มตื่นขึ้นมาก็พบว่าด้านนอกนั้นมืดค่ำเสียแล้ว แรงอันน้อยนิดพยายามแกะมือหนาของคนตัวโตที่กอดเอวบางเอาไว้อย่างแน่นหนาจนหญิงสาวแทบจะขยับไม่ได้“อื้อ จะไปไหน” เสียงอู้อี้เอ่ยถามอย่างไม่ชอบใจเมื่อรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวภายใต้วงแขน“ค่ำแล้วนะค
นพเก้าไม่ได้พาภรรยากลับบ้านอย่างที่บอก แต่กลับพาเธอตรงดิ่งไปที่เพนเฮ้าส์ของเขาแทน บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่มีแต่ความเงียบที่ทำงานอย่างหนัก คนขับรถลอบมองผู้โดยสารคนสวยที่มองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลาอยู่เป็นระยะแต่ก็ไม่กล้าพอที่จะพูดอะไรออกไปจึงทิ้งไว้เพียงเสียงถอนหายใจ หญิงสาวเดิ





