เข้าสู่ระบบเขมจิราเดินทางมาโรงพยาบาลกับลลิตาเพื่อนสนิทเพื่อมาจัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะต้องทำหน้าที่ภรรยาทางพฤตินัยเพราะในสัญญาที่ทำร่วมกันกับสามีนั้นระบุชัดเจนว่าไม่ต้องการให้เธอตั้งครรภ์เด็ดขาด หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเธอต้องจำยอมรับความผิดพลาดนั้นแต่เพียงผู้เดียว
“ขิง แกโอเคแน่ ใช่ไหม” ลลิตากุมมือเพื่อนเอาไว้อย่างห่วงใย เพราะเพื่อนรักคนนี้กลัวเข็มฉีดยายิ่งกว่าอะไร
“อืม..ไหน ๆ ฉันก็ชอบเขาไปแล้วนี่”
“ฉันไม่คิดเลยนะว่าพี่เก้าจะเป็นผู้ชายแบบนี้ ถึงจะรู้มาบ้างก็เถอะไม่อย่างนั้นจะคบกันเป็นเพื่อนกับพี่ชายฉันได้ยังไง”
“แกไม่เสียใจแน่นะ” นางแบบสาวเอ่ยถามเพื่อนตัวเองอีกครั้ง
หญิงสาวไม่ได้ตอบคำถามอะไรนอกเสียจากเดินเข้าห้องตรวจตามที่เจ้าหน้าที่เรียกชื่อก็เท่านั้น
หลังจากเสร็จธุระจากโรงพยาบาลลิลตาก็กลับมาที่บ้านโดยมีลลิตาอาสาขับรถมาส่ง สองสาวเดินเข้ามาในบ้านพูดคุยหยอกล้อกันสนุกสนาน ก่อนที่รอยยิ้มทั้งหมดจะจางลงเพราะคนที่นั่งหัวโด่อยู่ที่ห้องรับแขก
“สวัสดีค่ะพี่เก้า” ลลิตายกมือไหว้เพื่อนของญาติผู้พี่ด้วยสีหน้าที่ไม่บอกบุญไม่รับ
“สวัสดีครับ น้องลิตา” นพเก้ารับไหว้คนอายุน้อยกว่า แต่ทว่าสายตานั้นจับจ้องไปที่ร่างระหงของภรรยาอย่างเขมจิรา
“อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิครับ”
“ได้สิคะ คืนนี้ลิตาว่าจะค้างที่นี่ด้วยเลย” นางแบบสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
“อย่างนั้นพี่ให้คนเตรียมห้องให้แล้วกันนะ”
“ไม่รบกวนขนาดนั้นหรอกค่ะ ลิตาจะนอนห้องเดียวกับขิงเอง”
เพราะรู้มาว่าเพื่อนสนิทยังคงแยกห้องนอนกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีอย่างนพเก้า ทำให้ลลิตาไม่ลังเลเลยที่จะสถาปนาตัวเองเป็นไม้กันหมาบ้าให้เพื่อนรัก
“เพื่อนน้องลิตาไม่ได้บอกหรอกเหรอครับ ว่าเขานอนห้องเดียวกับพี่” แม้น้ำเสียงนั้นจะดูเป็นมิตรมากเพียงใด แต่ทว่าสานตาของเขาที่จดจ้องเขมจิรานั้นมันคล้ายกับว่ากำลังจะตัดชะตาเธอเสียให้ได้
“ถ้างั้นคืนนี้ ลิตาขอยืมตัวเพื่อนมานอนด้วย พี่เก้าคงไม่ว่าอะไรหรอกใช่ไหมคะ”
เมื่อเจอน้องสาวของเพื่อนต้อนเข้าอย่างนี้นพเก้าก็ได้แต่ยอมแพ้ ขนาดภควัตคนที่ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใครยังต้องยอมแพ้ให้ญาติผู้น้องอย่างเธอ หากเขาดึงดันจะลากตัวเมียนิตินัยมานอนด้วยตามข้อตกลงเห็นทีว่าจะได้เห็นลลิตาในเวอร์ชั่นนางมารร้ายอย่างที่ภควัตเคยบอกกับตา
“ฝากไว้ก่อนเถอะเขมจิรา” ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวพูดกับตัวเองอย่างเจ็บใจ
“วันนี้เธอไปไหนมา” เสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีที่ร่างบางเหยียบย่างเข้ามาให้ห้องนอนส่วนตัว
“ไปโรงพยาบาลค่ะ ไปจัดการเรื่องคุมกำเนิดตามข้อตกลงของเราค่ะ” ร่างบางสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มสูบก่อนจะตอบคำถามของคนตัวโต
“เธอพาลิตาไปด้วยหมายความว่ายังไง อย่าบอกนะว่าเที่ยวไปโพนทะนาเรื่องข้อตกลงนั่น”
“ขิงไม่ได้โพนทะนาค่ะ ขิงบอกแค่ลิตา”
“แล้วมันกงการอะไรของลิตาที่จะต้องมารับรู้เรื่องนี้ หรือว่าเธออยากหาพวกให้คนอื่นมองว่าฉันรังแกเธอ” คนตัวโตเดือดดาล
ภรรยาตัวน้อยก้มหน้างุดรู้ตัวดีว่าทำผิดข้อตกลง แต่เธอกลัวเกินกว่าจะทำเรื่องนี้เพียงลำพังจนต้องยอมปริปากบอกเพื่อนสนิทอย่างลลิตา
“ก็ถ้าขิงบอกพี่เก้า พี่เก้าจะพาขิงไปโรงพยาบาลเพื่อจัดการเรื่องนี้หรือเปล่าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามอย่างใคร่รู้
“ไม่!!”
“ขิงเข้าใจแล้วค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขิงขอตัวก่อนนะคะ”
สิ้นเสียงนั้นร่างระหงก็วางของในมือไว้ให้ใกล้มือคนเอาแต่ใจก่อนจะหายลับออกจากห้องไปโดยไม่รอคำสั่งจากเจ้าของพื้นที่ ทิ้งให้คนปากเสียผุดลุกผุดนั่งด้วยความหงุดหงิดอยู่ภายในห้องนอน
สองสาวเพื่อนรักนอนหลับสบายอยู่บนเตียงกว้าง และตื่นขึ้นมารับเช้าวันใหม่ด้วยความสดใสและรอยยิ้ม ทั้งเขมจิราและลลิตานั่งคอยเจ้าของบ้านที่ยังไม่ปรากฎตัวอยู่นานสองนานจนแม่นมของนพเก้าต้องออกปากขอร้องผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา
“ลิตา แกกินข้าวก่อนเลยนะไม่ต้องรอฉันหรอก เดี๋ยวฉันขึ้นไปดูพี่เก้าซะหน่อย”
“ห่วงจริงๆ เลยนะสามีคนนี้” นางแบบสาวเอ่ยแซว
“กินข้าวไปเถอะน่า” เขมจิราหันกลับมาค้อนใส่เพื่อนสาว ก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้าน
มือเรียวสวยเคาะประตูเรียกเจ้าของห้องอยู่นานสองนานแต่กลับไร้เสียงตอบกลับ หญิงสาวจึงถือวิสาสะบิดลูกบิดและก็พบว่ามันไม่ได้ล็อคเอาไว้
ร่างระหงวางฝีเท้าของตัวเองอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนเจ้าของห้อง ความเงียบที่กลืนกินห้องกว้างกับลมจากเครื่องปรับอากาศทำให้ใบหน้าสวยหวานเต็มไปด้วยคำถาม
“พี่เก้าคะ ป้าแย้มให้ขิงขึ้นมาปลุกค่ะ” เสียงหวานเอ่ยเรียกคนตัวโตที่นอนแผ่หลาหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง
“พี่เก้าคะ สายแล้วนะคะ” มือเรียวสวยเอื้อมไปแตะที่หัวไหล่หนาเบาๆ และต้องรีบชักมือกลับเมื่อพบว่าอุณหภูมินั้นสูงเกินกว่าคนปกติ
“พี่เก้าไม่สบายเหรอคะ”
“อื้อ..เขมจิราเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยทั้งที่ยังไม่ลืมตาตื่น เมื่อสัมผัสได้ถึงหลังมือนุ่มที่แตะลงบนหน้าผาก
“ค่ะ ขิงเอง” หญิงสาวขานรับ พลางดึงผ้าห่มที่ร่นลงไปที่เอวสอบให้คลุมขึ้นมาถึงแผงอกที่เปลือยเปล่า
“ร้อน!!” สิ้นเสียงงัวเงียนั้นผ้าห่มผืนเดิมก็ถูกถีบลงไปกองอยู่ที่ปลายเท้า
“พี่เก้าลุกไหวไหมคะ อาบน้ำลดไข้ซะหน่อยนะคะ เดี๋ยวขิงไปเอายามาให้”
“เช็ดตัวให้หน่อย ปวดหัว” นพเก้ากระชากเสียงบอกภรรยาตัวน้อย ก่อนจะปิดเปลือกตาลงเพราะความหนักอึ้งที่เล่นงานจนรู้สึกเหมือนหัวจะระเบิด
“แล้วก็ลางานด้วย ทั้งเธอทั้งฉัน”
“ค่ะ”
น้ำขิงทำตามคำสั่งของเจ้าของบ้านอย่างไม่อิดออด เธอจัดการโทรแจ้งเลขาหน้าห้องของนพเก้าและแจ้งกับหัวหน้างานของตัวเองเสร็จแล้ว ร่างบอบบางในชุดทำงานสีหวานก็หายเข้าไปในห้องน้ำและกลับออกมาพร้อมกับอุปกรณ์เช็ดตัว
“เดี๋ยวขิงมานะคะ”
หญิงสาวนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนรักอย่างลลิตานั่งทานมื้อเช้าอยู่เพียงลำพังที่ด้านล่าง ไวเท่าความคิดเขมจิรารีบเร่งฝีเท้าลงไปที่ห้องอาหารของตัวบ้าน
“ลิตา แกกลับได้เลยนะ พี่เก้าไม่สบายวันนี้ฉันคงต้องอยู่ดูแล”
“อื้อ..ไว้วันหลังฉันมาเยี่ยมใหม่นะ ส่วนพี่เก้าก็อย่าเพิ่งรีบหายป่วย ฉันไม่อยากให้เขามารังแกเพื่อนฉัน”
“ขอบใจนะ”
ลลิตาและเขมจิราไม่เคยมีความลับต่อกันในทุก ๆ เรื่อง แน่นอนว่าเรื่องความรู้สึกของเขมจิราที่มีต่อนพเก้าเธอก็ย่อมรู้ แม้ว่าเพื่อนรักของเธอจะถูกบังคับให้อยู่ในฐานะภรรยาจำยอมของเจ้าของบ้านแต่เขมจิราก็ยินดีที่จะดูแลเขาในฐานะของคนที่แอบรัก
หลังจากร่ำลากันเรียบร้อยแล้ว ภรรยาตามกฎหมายของนพเก้าก็กลับเข้าไปในห้องนอนของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี
หลังจากวันนั้น นพเก้าก็ไม่ได้กลับไปค้างที่บ้านอีกเลย ส่วนเขมจิราก็ยังหาที่อยู่ใหม่ที่ถูกใจไม่ได้ นับดูเวลาก็เกือบสามเดือนเข้าไปแล้วที่เขาและเขมจิราไม่ได้เฉียดใกล้กัน ทั้งสองยังคงใช้ชีวิตของตัวเองไปตามวิถีและบทบาทชายหนุ่มไม่ได้เกรี้ยวกราดหรือแสดงอาการเอาแต่ใจกับหญิงสาวอีก ไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกเวลางาน เรียกได้ว่าเขาแสดงออกได้อย่างแนบเนียนว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอมากไปกว่าเรื่องหน้าที่การงานส่วนเขมจิราเองก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้เรื่องการกลับบ้านของสามีในทะเบียน เธอคิดเอาเองว่าเขาไม่อยากที่จะเห็นหน้ากัน อีกทั้งยังเวทนาคนไร้ที่ซุกหัวนอนอย่างเธอ จึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายย้ายออกไปเองทั้งที่บ้านหลังใหญ่ที่คุ้มหัวเธออยู่ในตอนนี้ มีเขาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อย่างไม่มีผู้ใดจะโต้แย้งได้“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ พี่เห็นช่วงนี้น้องน้ำขิงไม่ค่อยยิ้มเลย” นิติเอ่ยถามอย่างห่วงใย เมื่อเห็นว่าใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยยิ้มหวานให้ใครต่อใครเอ็นดูเหม่อลอยเหมือนกำลังมีเรื่องทุกข์ใจอยู่บ่อยครั้ง“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ขิงก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” เมื่อถูกทักท้วงอย่างนั้น คน
อินทัชส่งข้อความนัดเพื่อนสนิทออกมาดื่มแก้เบื่อ และแน่นอนว่าทุกคนล้วนตอบกลับมาว่าตกลงอย่างไม่รีรอ เพราะนานทีปีหนคุณหมอรูปหล่อจะเป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องการดับกระหายด้วยน้ำเมา“เล่ามาให้ละเอียดเลยนะลิตา” เขมจิราเอ่ยด้วยเสียงคาดคั้นทันทีที่สองสาวหย่อนตัวลงบนโซฟาตัวนุ่ม ดวงตากลมสวยจดจ้องใบหน้าสวยเฉี่ยวของเพื่อนสนิทอย่างไม่คิดจะละสายตา“อะไร...ไม่มีอะไรเล๊ย” นางแบบสาวเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบการจับผิด ทว่าการแสดงของเธอมันช่างไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย“ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่เดือนเอง เดี๋ยวนี้หัดมีความลับกับเพื่อนนะ” เขมจิราเอ่ย ยังคงไม่ละสายตาไปจากอาการร้อนรนของเพื่อนรัก“ขิง แกนั่นแหละเพ้อเจ้อ ฉันก็ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษซักหน่อย”“เหรอ?? ฉันเองก็เพิ่งจะรู้นะว่าชีวิตปกติของแกมีพี่อินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มิน่าหล่ะ พี่อินถึงเอาแต่เรียกแกว่าที่รักอยู่นั่น ที่แท้ก็....”“ฉันไม่ได้คบกับเขาซักหน่อย ผู้ชายอะไรน่ารำคาญชะมัด” แม้ปากจะพูดว่าน่ารำคาญทั้งที่ใบหน้างอง้ำ แต่เพื่อนเธอคงไ
วันนี้เป็นวันหยุดของเขมจิราและโชคดีที่วันนี้ลลิตาก็ว่างทั้งวัน สองสาวเพื่อนรักจึงนัดกันออกมาทานข้าวนอกบ้านเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน“ลิตา แกเป็นอะไรหรือเปล่า” เขมจิราเอ่ยถามทันทีที่เห็นว่าเพื่อนสาวแสนสวยใบหน้าบูดบึ้งเหมือนกำลังโกรธใครมา“หงุดหงิดน่ะสิ ผู้ชายอะไรหน้าหนาชะมัด ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป” สาวสวยกอดอกทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้นวมของร้านพลางจดจ้องไปยังรถคันสวยที่จอดติดเครื่องอยู่ด้านนอกไม่ยอมเขยื้อน“ใครเหรอ หรือว่าเป็นแฟนเก่าแกคนนั้น” เขมจิราเอ่ยถามอย่างสงสัยหลังจากมองออกไปด้านนอก เธอรู้เพียงว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเพื่อนสนิทคนนี้เพิ่งเลิกรากันไปกับแฟนหนุ่มดาราดังที่เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ไปหมาดๆ“ช่างเถอะ ๆ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน อย่าเอาเรื่องน่าหงุดหงิดมาทำให้เสียบรรยากาศเลย” ลลิตาเปลี่ยนเรื่องอีกทั้งยังละความสนใจจากรถคันเดิม“ทำยังไงได้ เราโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนี่นา เรื่องที่ต้องทำมันก็เยอะขึ้นตามอายุนั่นแหละมั้ง”“สาธุค่ะ” มือเรียวสวยของนางแบบสาวที่ประคบกันเอาไว้กลางอกอิ่มยกขึ้นท่วมหัว ก่อนจะฉีกยิ้มหวานให้เพื่อนรักที่นั่งอยู่ตรงหน้าราวกับกำลังล้อเลียน“ว่าแต่แกเถอะขิง สบายดีไหม พี่เก้
เขมจิรากลับถึงบ้านทันเวลาอาหารเย็นพอดี ร่างเพรียวบางไม่เจอคนตัวโตที่ควรจะนั่งรออยู่ที่ห้องอาหาร จึงขึ้นไปเคาะประตูห้องนอน แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดกลับมา และเมื่อถือวิสาสะเปิดเข้าไปก็พบเพียงความว่างเปล่า“ป้าแย้มคะ พี่เก้าไปไหนเหรอคะ หรือว่าออกไปธุระข้างนอก” เขมจิราที่เดินลงมาจากชั้นสองก็ตรงดิ่งเข้าไปในครัวเพื่อถามความเอากับแม่บ้านอาวุโส“คุณเก้าเธอออกไปข้างนอกค่ะ เธอบอกว่าคุณน้ำขิงไม่ต้องรอทานข้าว คืนนี้คงไม่กลับมานอนที่นี่”“ค่ะ” แม้ปากจะรับคำสั้นๆ แต่ทั้งตัวกลับชาวาบคืนนี้เขมจิรากลับมานอนที่ห้องตัวเองเพราะเจ้าของห้องไม่อยู่ เธอเป็นเพียงคนรับคำสั่งของเขา ในเมื่อเขาไม่อยู่เธอก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปร่างบางนอนพลิกไปมาอยู่หลายครั้งเพราะความไม่ชินที่ไร้สัมผัสจากร่างกายกำยำ มือเรียวสวยคว้าเอาโทรศัพท์เครื่องบางขึ้นมาดูเวลาก็พบว่าล่วงเลยมาจนถึงตีสองแล้ว แต่ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นบันทึกสำคัญที่แปะเอาไว้ในแอพพลิเคชั่นของโทรศัพท์ก็ทำให้ทุกการกระทำหยุดลง ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงข้างตัวแล้วข่มตาตัวเองให้นอนหลับเช้า
หลังจากอาหารมื้อค่ำจบลง สมัชชาก็ขับรถมาส่งเขมจิราที่บ้านวชิรสวัสดิ์โดยสวัสดิภาพ ชายหนุ่มรู้ว่าเธออาศัยอยู่ที่นี่เพราะเธออยู่ในฐานะหลานของสลิลแม่เลี้ยงของนพเก้า แต่ที่เขาไม่รู้คือเธอเปลี่ยนสถานะมาหลายเดือนแล้ว“ขอบคุณคุณเสือมากนะคะที่มาส่งขิง เดินทางกลับบ้านดีๆ นะคะ”หลังจากรถคันสวยของสมัชชาแล่นออกไปแล้ว เขมจิราก็หน้าซีดเผือดเมื่อพบว่าป้าแย้มยืนอยู่ด้านหลังโดยที่เธอไม่รู้“คุณน้ำขิงไม่ได้ออกไปกับคุณเก้าหรอกเหรอคะ”“ค่ะ ขิงออกไปทานข้าวกับคุณเสือ หุ้นส่วนของโรงแรมมาค่ะ พอดีว่าครั้งก่อนขิงเผลอไปรับปากว่าจะไปทานข้าวกับเขาเลยต้องทำตามสัญญาค่ะ เรื่องนี้ขิงขออนุญาตพี่เก้าแล้วนะคะ พี่เก้าก็อนุญาตแล้วด้วยค่ะ” หญิงสาวอธิบายยืดยาวทั้งที่ไม่ต้องทำก็ได้ แต่เพราะเธอเคารพคนตรงหน้าเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นแม่นมที่เลี้ยงนพเก้ามาจนโต เธอจึงกลัวว่าคนตรงหน้าจะขุ่นเคืองจนหมดความเอ็นดู“ดึกป่านนี้แล้ว ป้าแย้มทำไมยังไม่นอนเหรอคะ” หญิงสาวถามด้วยความสงสัยเพราะปกติแล้วหญิงสูงวัยจะเข้านอนแต่หัวค่ำ แต่ทว่าตอนนี้มันก
“นัดหมอนั่นที่ไหนล่ะ เดี๋ยวฉันไปส่ง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อร่างบอบบางเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน“ที่นี่ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับยกโทรศัพท์ของตัวเองที่เปิดรูปภาพที่มีชื่อร้านอาหารขึ้นมาให้เขาดู ร้านอาหารบรรยากาศดีที่เพื่อนสนิทอย่างลลิตาแนะนำมาอีกที“อืม แล้วจะกลับยังไง หรือให้ฉันไปรับ” นพเก้าคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าให้เธอตอบว่าต้องการเขา“คุณเสือบอกว่าจะมาส่งขิงที่บ้านค่ะ”แม้จะผิดหวังกับคำตอบแต่ก็ไม่ยอมที่จะแสดงอาการอะไรออกมาให้หญิงสาวได้เห็น ร่างสูงโปร่งเดินนำไปที่รถคันโปรดก่อนที่เขาและเธอจะนั่งประจำที่ของตัวเองและแล่นออกไปตามปลายทางที่ตั้งใจไว้หลังจากถึงที่หมายของเขมจิราชายหนุ่มก็แล่นรถออกไปในทันทีไม่แม้แต่จะชายตากลับมามอง เขมจิราสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปยังสูงสุดของตึกระฟ้ากลางกรุงอันเป็นสถานที่นัดหมายของเธอและสมัชชานพเก้ากดโทรออกหาเพื่อนสนิทที่นัดกันไว้อย่างรีบร้อน และเปลี่ยนสถานที่นัดหมายใหม่ด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่าแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศเพียงไม่กี่อึดใจทั้ง







