เฮ้ย!…ไอ้บ้า ทำอะไรวะ!!
ระพีพัฒน์เลิกคิ้ว เกือบเผลอถีบคนขโมยจูบแล้ว หากว่า...
‘พี่วิน...นี่มันอะไรกัน’ เสียงผู้หญิงดังขึ้น ทำเอาใจของระพีพัฒน์หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นเจ้าของเสียงคือเด็กสาวข้างบ้าน
‘ขอโทษ...รินณี เราเลิกกันเถอะ’ นาวินพูดกับรินลณี ไม่รู้ว่ารู้สึกผิดหรือสถานการณ์ที่ปฏิเสธไม่ออก แต่กลับหันมาทางเขา ‘พี่พัฒน์ ผมชอบพี่’
ไอ้บ้า...อย่าเอากูเข้าไปเกี่ยวนะ ระพีพัฒน์ได้แต่คิด ไม่ทันได้แก้ตัว
‘ไอ้เลว!’ รินลณีตวาดกลับทั้งน้ำตา แล้วก็วิ่งออกไป...
ซวยแล้ว เอากูไปเกี่ยวด้วยทำไมวะ
พลั่ก! พี่รหัสเหวี่ยงหมัดต่อยโจรขโมยจูบไปทีหนึ่ง จูบที่เล่นเอาระพีพัฒน์สยองไปเลยทีเดียว...ไอ้เวร!
‘ไอ้เหี้ยวิน กูไม่ใช่เกย์ ที่กูบอกไม่ชอบผู้หญิงเพราะยังไม่มีคนที่ชอบ’ ระพีพัฒน์พูดจบก็รีบผละออกมา
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ระพีพัฒน์ก็จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจากเหตุการณ์สยองขวัญนั่น เขากลับบ้านไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีนัก อยากไปอธิบายให้น้องสาวข้างบ้านฟัง แต่อีกใจก็ไม่รู้จะอธิบายว่าอย่างไร
‘เอ่อ...พี่ไม่ได้ชอบผู้ชาย’ เพื่ออะไรวะ หรือจะบอกว่า
‘พี่ไม่ได้ชอบไอ้วิน’ เพื่ออะไรวะ หรือจะบอกว่า
‘เรากำลังเข้าใจพี่ผิด’ แล้วเธอเข้าใจว่าอะไรวะที่ว่าเข้าใจผิด
‘เลิกกับมันก็ดีแล้ว’ ควรพูดไหมวะ
สุดท้ายวันนั้นเธอก็ไม่ได้กลับบ้าน เขาเลยแห้วไม่ได้อธิบายอะไร ที่จริงถ้าเธอกลับมา เขาก็ไม่รู้จะบอกเธอว่าอะไร เดี๋ยวเธอคงรู้เองว่าเขาไม่ได้เป็นเกย์
บ้านระพีพัฒน์กับบ้านรินลณีอยู่ติดกัน แต่อยู่ชานเมือง ทำให้ไม่สะดวกในการเดินทางมาเรียนทุกวัน พ่อแม่ของพวกเขาก็เลยให้อยู่คอนโดมิเนียม ซึ่งไม่ได้ไกลกันมาก รินลณีมาที่ห้องของเขาบ่อย ไม่สิ ต้องบอกว่าเธอมาหาน้องสาวเขามากกว่า เพราะเขากับน้องสาวอยู่ด้วยกัน เสาร์อาทิตย์พวกเขาก็จะกลับมานอนที่บ้านกัน แต่สัปดาห์นี้รินลณีไม่ได้กลับ เธอคงไม่อยากเห็นหน้าเขา
ก็ใครจะอยากเห็นหน้าผู้ชายที่แฟนตัวเองชอบ แล้วยังทำให้แฟนเธอบอกเลิกอีก คิดแล้วก็เครียด ชีวิตนี้จะมองหน้ากันติดไหมเนี่ย
ระพีพัฒน์ออกจากบ้านกลับมานอนที่คอนโดมิเนียม แต่ก็ยังกังวลใจเรื่องนั้นอยู่
แล้ววันนั้นก็เป็นวันที่ทำให้ชีวิตเขาและน้องเปลี่ยนไปตลอดกาล
ตอนเขานอนหลับอยู่ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเหมือนมีคนขึ้นมาบนเตียง ระพีพัฒน์ยังแกล้งทำเป็นหลับเพราะอยากรู้ว่าคนข้างกายจะทำอะไร เขาไม่ได้ยินเสียงเธอ แต่จำกลิ่นเธอได้ เขาพลิกกายแกล้งกอดคนข้างตัวเพราะอยากรู้ว่าเธอต้องการอะไร ตอนนั้นเองมือของเขาก็ไปโดนก้อนเนื้อนุ่มนิ่มที่ไม่คิดว่าคนตัวเล็กอย่างน้องจะมีเยอะขนาดนี้ เธอกำลังจะถ่ายรูป คิดว่าคงอยากแก้แค้นไอ้วินแฟนเก่า แต่ใจเขายังไม่สามารถละจากก้อนเนื้อนิ่มนั้นได้ เรียกว่าอดใจไม่ไหวจนอยากดูดกลืนมันสักครั้ง
‘ว้าย! พี่พัฒน์’ เสียงร้องตกใจของเธอพร้อมทั้งมือถือที่หล่นจากมือ
และนั่นก็เป็นสาเหตุของเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น จนตอนนี้เธอมานั่งอยู่ในห้องนอนเขา ระพีพัฒน์รู้ว่าหญิงสาวกำลังงอน ก็คงงอนเรื่องไปฉีดยาคุมนั่นแหละ ไม่ฉีดได้ไง เพราะเขาก็ไม่คิดจะอดใจ เธอน่ากินขนาดนี้
เออ แปลกดี ไม่กี่วันก็ได้เมียมาหนึ่งคน แถมเมียตีทะเบียนอีก คิดแล้วก็ตลกดี
“น้อง...เฮียหิว ทำกับข้าวให้กินหน่อยนะ” ระพีพัฒน์ทำเสียงอ้อนเรียกเมียในนามทำกับข้าวให้กิน ด้วยคนบ้านนี้รู้ดีว่าเธอทำอาหารอร่อย เรียกว่าไปแข่งรายการทำอาหารชื่อดังได้เลย
“น้องง่วงนอน”
“หรือว่าเฮียจะกินน้องแทนข้าวดี”
“เฮีย!” คนที่บอกว่าง่วงนอนรีบเด้งตัวจากที่นอนทันที พร้อมมองมาทางเขาท่าทางหาเรื่อง
เถื่อน...สมเป็นเด็กวิศวะ แต่เขาไม่กลัว ตลกดี น่ารักอีกต่างหาก ยัยเด็กข้างบ้าน
“ทำให้กินหน่อย หิวแล้วครับ” ระพีพัฒน์ทำเสียงอ้อน ๆ นิดหนึ่ง เขาดูออกนะว่าคนบางคนแอบหน้าแดง
“แล้วเฮียอยากกินอะไรคะ”
“กินเมีย”
“เฮีย!”
“ข้าวผัดไข่ก็ได้ ง่าย ๆ” เขารีบตอบก่อนที่จะโดนเด็กแถวนี้กระทืบ
ไม่นานข้าวผัดไข่หน้าตาน่ากินก็วางอยู่ตรงหน้า จานของคนเป็นสามีเยอะกว่าภรรยาหลายเท่าตัวเพราะระพีพัฒน์เป็นคนกินเยอะ เรื่องนี้รินลณีรู้ดี ส่วนเธอไม่ได้กินน้อยเหมือนคนรักษารูปร่าง แต่ค่อนข้างเลือกอาหารและออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
“อร่อย” ฝ่ายสามีพูดขึ้น ไม่ได้จะเอาใจเธอ แต่เพราะมันอร่อยจริง ๆ ไม่รู้ว่าเธอทำยังไงถึงอร่อยกว่าที่เขาเคยทำ ทั้ง ๆ ที่ก็ใส่เครื่องปรุงเหมือนกัน เธอยิ้มให้เขานิดหนึ่งแล้วก้มหน้าก้มตากิน
“ขอบคุณนะครับ ที่ยอมเป็นเมียเฮีย ถึงจะได้มาแบบบังเอิญ ๆ แต่ก็รักจนหมดใจนะครับ” คำพูดที่ฉันฟังทุกครั้งและรู้สึกขอบคุณเขาเสมอ เขาคือผู้ชายแสนดี ชีวิตนี้จะหาใครดีเท่าเขาได้ “เฮีย น้องก็ขอบคุณที่เฮียรักน้อง น้องเป็นคนโชคดีมาก โชคดีที่เฮียรักน้อง” ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริง เพราะตั้งแต่จดทะเบียนสมรสกับเขา ทุกอย่างก็ดีมาก “แล้วน้องรักเฮียไหมคะ” คำถามที่เขาชอบถาม แล้วฉันก็อายทุกครั้งที่จะตอบ ทำไมการบอกรักนี่เราต้องเขินทุกครั้งด้วย ก็ไม่รู้ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน “รักค่ะ น้องรักเฮียที่สุด” ว่าแล้วฉันก็ขึ้นไปนั่งบนตักของเขา กินข้าวกันไปเยอะแล้ว ต้องออกกำลังกายตอนเข้าหอหน่อยดีไหม นี่ก็เป็นอีกอย่างที่ฉันอยากบอกทุกคน ว่าสามีฉันงานดีมาก กล้ามท้องแน่นมาก ไม่รู้เอาเวลาไหนไปออกกำลังกาย อ๋อ คงเวลาที่ฉันนอนอยู่สินะ นอกจากกล้ามท้องแน่นแล้ว อย่างอื่นเฮียพัฒน์ก็แน่นนะเออ “คิดอะไรลามกอยู่ละสิ”ฉันโดนคนรู้ทันทักเข้า ที่คิดลามกนี่ก็ใครล่ะ มาจากเขาทั้งนั้น “แล้วคิดได้ไหมล่ะคะ” ฉันใช้น้ำเสียงที่คิดว่ายั่วยวนที่สุด แหม คืนเข้าหอก็อยากจัดอะไรเด็ด ๆ ให้เ
ตอนพิเศษ 4 ฉันคือรินลณี หรือรินณีทั้งสองบ้านกำลังดีใจกันยกใหญ่ เพราะพี่พัฒน์ หรือระพีพัฒน์สอบติดแพทยศาสตรบัณฑิตตามที่เขาตั้งใจ ฉันก็ดีใจกับพี่พัฒน์เหมือนกัน คนอะไรทั้งหล่อทั้งเก่ง แต่คงเพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ถ้าถามความรู้สึกฉัน เขาก็เหมือนพี่ชายนะ ไม่ได้มีความรู้สึกอื่นใดเจือปน วันนี้ฉันต้องมาเดินซื้อของขวัญให้เขา ของขวัญที่เขาสอบติด แอบดีใจนะที่เขาจะได้เป็นคุณหมอในอนาคต แค่คิดว่าพี่ชายข้างบ้านต้องใส่เสื้อกาวน์ ใจฉันก็เต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ซื้ออะไรให้เขาดีนะ ฉันอยากรู้ว่าแต่ละวันเขาทำอะไรบ้าง เรียนหนักไหม เรียนอะไรบ้าง ซื้อสมุดไดอารี่ให้เขาก็แล้วกัน น่าจะพอได้ ไว้ให้เขาเขียน อีกหน่อยจะได้แอบไปอ่าน แล้วพอเขาเรียนมหาวิทยาลัย เราก็เจอกันแค่วันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น แต่ส่วนมากก็ไม่ได้พูดคุยกันมากมาย เขาเหมือนพวกคุณชายผู้สูงส่ง แต่ฉันยังเป็นเด็กกะโปโลเท่านั้น เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แล้วฉันก็เข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่งตามที่ตัวเองอยากเรียน เข้ามาเรียนก็สนุกดี ถึงคณะนี้จะมีผู้หญิงน้อย แต่ก็มีคู่แฝดคนสวยเรียนสาขาเดียวกับฉัน “สวัสดี เราชื่อเอกพ
แล้ววันที่เธอเป็นสาวเต็มตัวก็มาถึง วันที่เธอเรียนปีหนึ่งระดับอุดมศึกษา ผมอยากหาโอกาสบอกเธอ แต่เนื่องด้วยผมขึ้นปีห้าและเรียนหนักมาก ต้องเข้าไปทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลกับอาจารย์ตลอด ทำให้ช่วงเทอมแรกแทบไม่มีเวลากลับบ้าน “กลับมาแล้วเหรอคะ” เสียงหวานที่ผมไม่คิดว่าจะเจออยู่ที่คอนโดของผม...ไม่สิ มันเป็นของน้องสาวผมด้วย “พี่พัฒน์ วันนี้หนูกับรินณีทำข้าวผัดกิมจิ พี่มาชิมเร็ว” เพราะอย่างนี้นี่เองที่ทำให้ทั้งสองมาอยู่ที่นี่ “แล้วก็มีหมูสามชั้นย่างด้วยนะ น้ำจิ้มน้องก็ทำเองนะคะ” รินณีรีบเสนอตัวบอกผมทันที ผมยิ้มด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าความเหนื่อยมันจะหายไปทันทีที่มองหน้าเธอ “พี่ไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวลงมากินนะ” ผมบอกทั้งสองสาว จากนั้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็ลงมาจากห้องชั้นสอง “ทำอะไร...” ผมเดินเข้าไปข้างหลังคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาถ่ายรูปอาหารที่ตัวเองทำ “ว้าย!” ไม่คิดว่าเธอจะตกใจขนาดนี้ ทั้งสะดุดขาตัวเองและกำลังจะล้ม...ตอนนั้นเองที่ผมรีบคว้าตัวเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ตาของเราประสานกันอยู่นาน ใจของผมแทบจะเต้นออกมาจากร่าง ความนุ่มนิ่มของเธอทำให้ผมคิดดีไม่ได้เ
เมื่อผมได้ยินบทสนทนาของทั้งณิกาและรินณีเกี่ยวกับเพื่อนใหม่ที่อยู่ชั้นมอสี่ด้วยกัน “แก ว่าไหม ยูโคตรหล่ออะ” น้องสาวตัวดีของผมพูดขึ้น ส่วนผมก็เหมือนโรคจิตที่แอบฟังเสียงทั้งสองคุยกันอยู่ตรงมุมหนึ่งของบ้าน “เออ...หล่อจริง คนนี้แหละจะเป็นแฟนคนแรกของฉัน” รินณีที่ตอนนี้เป็นสาวเกือบเต็มตัวแล้ว ผมไม่เคยรู้เลยว่าเธอไปโตตอนไหน เพราะผมเจอเธอทุกวัน พอเห็นสายตาเป็นประกายนั้น ผมรู้สึกหวงตำแหน่งแฟนคนแรกนั่นทันที “ซัน...แกรู้จักคนชื่อยูเพื่อนน้องกูไหม” ผมยกมือถือโทร.หารุ่นน้องที่ตอนนี้น่าจะเรียนอยู่มอหก ซึ่งไอ้ซันนี่แหละที่คอยส่งข่าวให้ผมตลอดมาเรื่องของรินณีและณิกา “รู้ ๆ พี่พัฒน์ ไอ้นี่มันโคตรหล่อ เพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนอื่น สาวติดมันตรึม” ผมฟังแค่นั้น ลมก็ออกหูแล้ว “มันมีแฟนรึยัง” ผมถามออกไป เพราะถ้ามันมีแฟนแล้วก็ไม่น่าห่วงอะไร แต่คำตอบที่ได้กลับมายิ่งทำให้ผมเครียดหนักกว่าเดิม “ยังไม่มีพี่...แต่เด็กผมบอกว่ามันน่าจะชอบรินณี เด็กข้างบ้านพี่น่ะ เพราะมันชอบหาเรื่องคุยกับน้องเขาบ่อย ๆ” “พี่พัฒน์...พี่พัฒน์ยังอยู่ไหม” “เออ ยังอยู่ เท่
“พี่พัฒน์ จะไปเรียนต่ออะไรคะ” หนึ่งในเพื่อนของน้องสาวผมถามขึ้น ซึ่งผมก็อดทน เพราะสิ่งที่เธอถามไม่ได้เกี่ยวกับการติวเลย ผมละเบื่อจริง ๆ พวกผู้หญิงพูดมาก เรื่องเยอะ แต่ก็ต้องยิ้มออกไปเพราะไม่อยากให้สาวน้อยพวกนี้ย้ายไปติวบ้านไอ้ชิน “พี่ตั้งใจจะเรียนหมอ” “ว้าว...เรียนหมอ อย่างนี้อีกหน่อยต้องเรียกพี่หมอพัฒน์ใช่ไหมคะ”ผมยิ้มออกไป ตาก็มองยัยเด็กข้างบ้านที่ตั้งหน้าตั้งตากิน ไม่ได้สนใจในสิ่งที่พวกเขาพูดกันเลย...เฮ้อ หลังจากติวหนังสือเสร็จ ผมก็ต้องสั่งอาหารมาเลี้ยงยัยเด็กพวกนี้อีก...มีแต่เสียกับเสีย แต่เมื่อมองไปยังยัยเด็กข้างบ้านแล้วก็พอเบาใจ เพราะเห็นกินและคุยกับเพื่อนอย่างมีความสุข เพียงไม่นานเพื่อน ๆ ของณิกาก็ขอตัวกลับบ้าน เหลือเพียงน้องสาวผมกับยัยเด็กข้างบ้าน “ทำอะไรกัน” ผมเอ่ยถามทั้งสองคนที่นั่งสุมหัวกันอยู่ “เปล่าค่ะ น้องไม่ได้ทำอะไรนะคะ” รินณีรีบตอบอย่างมีพิรุธ หน้าแบบนี้บอกไม่มีอะไร ไม่สงสัยก็บ้าแล้ว อย่าบอกนะว่าแอบดูคลิปโป๊ “เอามาให้พี่ดู” ผมขอดูมือถือของยัยเด็กดื้อทันที “ไม่เอา ไม่ให้” “รินณี!” “พี่พัฒน์
ผมยืนมองเด็กหญิงข้างบ้านที่เข้ามาเล่นกับน้องสาวตัวเอง ตอนนี้เธออยู่ในวัยสิบขวบ ห่างจากผมถึงสี่ปี ผมยาวถักเปียสองข้าง หน้าขาว ๆ ตัวสูงเท่าอกของผม ตาโต ขนตาและคิ้วดกดำ“รินณี นี่พี่เราเอง พี่พัฒน์ นี่เพื่อนหนู”“สวัสดีค่ะ พี่พัฒน์” เธอยิ้มให้ผม ดูจากแววตาแล้วคงแสบน่าดู เรื่องราวในชีวิตของผมก็ดำเนินไปเรื่อยเปื่อย ตอนนี้การเรียนระดับมัธยมของผมก็ยังถือว่าหนักอยู่เหมือนกัน เพราะความตั้งใจที่อยากจะเป็นหมอเหมือนพ่อทำให้ต้องพยายามมากกว่าปกติ ครอบครัวของเราทั้งสองคนสนิทกันเร็วมาก ด้วยเหตุที่ทั้งแม่ผมและแม่ของน้องสาวข้างบ้านชอบอะไรเหมือน ๆ กัน เลยกลายเป็นเหมือนพี่น้องกัน อย่างเช่นวันนี้เป็นวันเกิดของรณภพ น้องชายของริณลณี และเป็นครั้งแรกที่เราได้ถ่ายรูปคู่ด้วยกันสี่คน เราทั้งสี่คนยิ้มให้กล้อง นั่นก็เป็นภาพถ่ายที่ผมเก็บไว้ที่หัวเตียงในห้องนอนตลอดมา...ส่วนยัยเด็กขี้เซาบ้านโน้นก็มาหลับที่บ้านผมบ่อย ๆ ส่วนมากก็มาเล่นกันกับน้องสาวของผมและหลับทั้งพี่ทั้งน้อง ทั้งรินลณีและรณภพหลับเป็นตายทุกครั้ง สุดท้ายภาระก็ตกมาที่ผม เพราะผมต้องแบกทั้งสองคนพี่น้องไปส่งที่บ้าน รณภพน่ะพออุ้มไหวไม่หนักเลย แต่ยัย