INICIAR SESIÓN“แม่มาพอดีเลยครับ น้องอลินดูดนมใกล้จะหมดแล้ว เดี๋ยวผมขอตัวไปดูลูกน้องที่ห้องทำงานแป๊บเดียวนะครับ ฝากแม่เล่นกับหลานไปก่อนนะครับ” รังสิมัณเอ่ยทักทายแม่ยายด้วยความเคารพ ก่อนจะค่อยๆ วางลูกสาวตัวน้อยลงบนเบาะนอนอย่างทะนุถนอมราวกับวางไข่ในหิน“ไปเถอะพ่อคุณ ไปทำงานทำการบ้าง เดี๋ยวบริษัทก็เจ๊งกันพอดี” แม่อนงค์รับช่วงต่ออย่างอารมณ์ดี เมื่อเดินลงมาถึงห้องทำงานชั้นล่าง รังสิมัณก็ต้องกลับมาสวมวิญญาณประธานบริหารผู้เฉียบขาดอีกครั้ง ศิริศักดิ์ยืนรออยู่หน้าโต๊ะทำงานพร้อมกับรายงานสรุปผลประกอบการและการกวาดล้างบุคลากรที่พัวพันกับการทุจริตในอดีต“ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมศักดิ์” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขณะพลิกดูแฟ้มเอกสาร“เรียบร้อยสมบูรณ์แบบครับบอส หุ้นของบริษัทเราพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบสิบปี ศัตรูที่เคยคิดจะแทรกแซงถูกเราตัดหางปล่อยวัดไปหมดแล้วครับ ส่วนไอ้นพตอนนี้โดนฟ้องล้มละลายและยังคงรับโทษอยู่ในเรือนจำครับ ไม่มีใครกล้ามากระตุกหนวดเสือ หรือแตะต้องครอบครัวของบอสอีกแล้วครับ”รังสิมัณพยักหน้าอย่างพึงพอใจ นัยน์ตาคมกริบทอดมองออกไปยังสวนหย่อมหน้าคฤหาสน์ผ่านผนังกระจกใส ภาพของมาริสาที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้ด้วย
“คุณรังสิมัณ... ริสาเจ็บ... โอ๊ย! ลูก... ลูกจะคลอดแล้วค่ะ!” หญิงสาวหน้าซีดเผือด หอบหายใจถี่กระชั้นเมื่อความเจ็บปวดจากการบีบรัดตัวของมดลูกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วสัญญาณเตือนแห่งการถือกำเนิดของพยานรักได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว บอสหนุ่มผู้เคยสุขุมเยือกเย็นบัดนี้ลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก ชายหนุ่มตวัดแขนอุ้มร่างอวบอิ่มของภรรยาขึ้นแนบอกด้วยมือที่สั่นเทา ตะโกนลั่นคฤหาสน์เพื่อเรียกบอดี้การ์ดและแม่บ้านให้เตรียมรถฉุกเฉินให้ไวที่สุด วินาทีแห่งความเป็นความตายและการต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้า!เสียงไซเรนของรถพยาบาลฉุกเฉินดังก้องไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร รถตู้คันหรูของบริษัทที่ถูกดัดแปลงและมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลครบครันพุ่งทะยานแหวกการจราจรด้วยความเร็วสูงสุด ภายในห้องโดยสารด้านหลัง รังสิมัณนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเบาะที่ปรับเอนเป็นเตียงพยาบาล สองมือหนากุมมือเล็กที่ชื้นไปด้วยเหงื่อของภรรยาเอาไว้แน่นจนสั่นสะท้าน ชายหนุ่มผู้เคยวางอำนาจเหนือทุกสิ่ง บัดนี้กลับมีใบหน้าซีดเผือดและดวงตาแดงก่ำด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นมาริสานิ่วหน้ากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด“อดทนไว้นะคน
คำประกาศกร้าวที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มทำให้ทุกคนในบ้านต่างก้มหน้ารับคำอย่างแข็งขัน ทว่าเต็มไปด้วยความยินดี แม่อนงค์ที่เดินตามลงมาก็ถูกต้อนรับอย่างอบอุ่น รังสิมัณได้สั่งให้คนงานจัดการปรับปรุงเรือนกระจกหลังเล็กในสวนหลังบ้าน ให้กลายเป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกและสมุนไพร เพื่อให้แม่ยายของเขาได้ใช้เวลาว่างอย่างเพลิดเพลินโดยไม่ต้องทนเหงาอุดอู้ซึมกระทืออยู่ในห้องแอร์เช้าวันรุ่งขึ้น... ความเซอร์ไพรส์ที่มาริสาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งทานอาหารเช้าอยู่ในชุดคลุมท้องสีพาสเทล ศิริศักดิ์ก็เดินนำเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตสองท่านเข้ามาในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ พร้อมด้วยแฟ้มเอกสารตราครุฑ รังสิมัณในชุดสูทลำลองดูภูมิฐานเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาจากด้านหลัง โน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มใสฟอดใหญ่“คุณรังสิมัณ... นี่มันอะไรกันคะ เจ้าหน้าที่เขตมาทำอะไรที่บ้านเราคะ” หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความงุนงง“ก็มาทำหน้าที่เป็นพยานในการจดทะเบียนสมรสของเรายังไงล่ะจ๊ะ” ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง “ฉันบอกแล้วไง ว่าทันทีที่กลับมาถึงกรุงเทพฯ สิ่งแรกที่ฉันจะทำคือการทำให้เธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน ฉันไม่อยากรอให้ถึงวันแต่งงาน
“ริสา... เรามาคุยกันให้รู้เรื่องเถอะนะ ฉันไม่อยากให้มีอะไรค้างคาใจระหว่างเราอีกแล้ว” มาริสาพยักหน้าช้าๆ ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เตียงมากขึ้น“ฉันพร้อมฟังทุกอย่างแล้วค่ะ” รังสิมัณสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมกำลังเพื่ออธิบายเรื่องราวที่เป็นต้นเหตุของรอยร้าวทั้งหมด“วันนั้น... วันที่ฉันฟิวส์ขาด ฉันยอมรับว่าฉันเครียดเรื่องงานที่บริษัทมาก ปัญหาทุจริตมันลุกลามใหญ่โตจนฉันปวดหัวไปหมด แล้วพอฉันเดินเข้าห้อง ไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเธอสว่างขึ้นมา เป็นข้อความจากไอ้นพ... มันทักมาขอไถเงินเธอหลักแสน บรรยายความรักสี่ปีที่เคยมีให้กัน” ชายหนุ่มหลับตาลงแน่นเมื่อนึกถึงความโง่เขลาของตนเอง“ความหึงหวงมันทำให้ฉันหูหนวกตาบอด ฉันคิดบ้าๆ ไปเองว่าเธอยังแอบติดต่อกับมัน ฉันเลยหลุดปากพูดจาดูถูกเธอออกไป... ฉันขอโทษนะริสา ขอโทษ ที่เอาเรื่องเงินห้าล้านมาพูดทำร้ายจิตใจเธอ ทั้งที่ความจริงแล้ว เงินก้อนนั้นฉันตั้งใจให้เธอเก็บไว้เป็นหลักประกันชีวิต ไม่เคยมองว่ามันเป็นเงินซื้อตัวเธอเลยสักนิด”“แล้วคุณรู้ความจริงเรื่องข้อความนั่นได้ยังไงคะ” เธอถามเสียงแผ่ว“หลังจากที่เธอหนีมา ฉันแทบคลั่ง ฉันให้ลูกน้องไปลากคอไอ้นพมาเค้นความจริง
“คุณมันบ้า... คุณมันคนบ้าที่สุดเลย” เธอสะอื้นไห้“ทำแบบนี้ทำไมคะ ทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อคุณเคยบอกเองว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงหิวเงิน” ประโยคนั้นทำให้รังสิมัณหน้าสลดลง ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ จับมือบางของเธอมากุมเอาไว้แนบแก้มสากของตนเอง “ฉันขอโทษ... ฉันขอโทษจริงๆ ริสา วันนั้นฉันหน้ามืดตามัวเพราะความหึงหวง ฉันเห็นข้อความของไอ้นพแล้วฉันก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ฉันสืบรู้ความจริงหมดแล้ว ว่ามันตั้งใจส่งมาป่วนเพราะมันตกอับ ฉันจัดการลากคอมันเข้าคุกไปแล้ว โทษฐานที่มันกล้ามาแตะต้องความสงบสุขในชีวิตครอบครัวของฉัน” รังสิมัณคุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าเธออีกครั้ง โน้มใบหน้าลงไปแนบกับหน้าท้องที่นูนป่องของหญิงสาวอย่างแสนรัก น้ำตาร้อนๆ ของผู้เป็นพ่อซึมผ่านเนื้อผ้าฝ้ายเข้าไปถึงผิวเนียน“ปะป๊าขอโทษนะครับลูก... ปะป๊ามันโง่ ปะป๊ามันตาบอดที่พูดจาทำร้ายจิตใจ หม่าม้าของหนู ปะป๊าสัญญา ต่อหน้าฟ้าดิน ต่อหน้าคุณยาย ต่อหน้าหนูและหม่ามี๊ ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของปะป๊า ลมหายใจของปะป๊า จะมีไว้เพื่อปกป้องและรักหนูกับหม่ามี๊เท่านั้น จะไม่มีใครหน้าไหน หรืออคติใดๆ มาทำร้ายครอบครัวของเราได้อีกแล้ว” ชายหนุ่มเงยหน้า
ความมืดมิดยามค่ำคืนของอำเภอแม่ริมความหนาวเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจับขั้วหัวใจ ยิ่งดึกลมหนาวของภาคเหนือก็ยิ่งพัดกรรโชกแรงขึ้น เมฆดำทะมึนที่ก่อตัวมาตั้งแต่ช่วงเย็นเริ่มกลั่นตัวเป็นหยาดฝนเม็ดเล็กๆ ก่อนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีและใบไม้ดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณทว่าท่ามกลางพายุฝน ที่โหมกระหน่ำ ร่างสูงใหญ่ของรังสิมัณยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นดินที่ตอนนี้กลายสภาพเป็นโคลนตมเละเทะ ชายหนุ่มไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมราคาแพงระยับเปียกลู่แนบเนื้อ เผยให้เห็นรอยแดงช้ำจากการถูกไม้กวาดทางมะพร้าวฟาด หยาดน้ำฝนไหลชะโลมใบหน้าหล่อเหลาที่ซีดเซียว แต่แววตาของเขายังคงจดจ่ออยู่ที่บานประตูไม้ ที่ปิดสนิทเบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ“บอสครับ! บอส! ลุกขึ้นเถอะครับ!” ศิริศักดิ์พร้อมด้วยบอดี้การ์ดอีกสองคนวิ่งกางร่มฝ่าสายฝนเข้ามาหาเจ้านายด้วยความร้อนรน ลูกน้องคนสนิทพยายามจะดึงแขนรังสิมัณให้ลุกขึ้น “ฝนตกหนักขนาดนี้ บอสจะป่วยเอานะครับ กลับไปตั้งหลักที่รถก่อนเถอะครับ แล้วพรุ่งนี้เช้าเราค่อยมาใหม่”“ปล่อยฉันศักดิ์! ออกไปให้พ้น!” รังสิมัณสะบัดแขนออกอย่างแรงจนลูกน้องเสียหลัก “ฉันบอกแล้วไงว่าฉ







