LOGINบรรยากาศภายในห้องที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายสวาทคละคลุ้งดูจะกลายเป็นนรกบนดินสำหรับนนท์ไปเสียแล้ว เขานั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้พลาสติกตัวเดิม สายตาจับจ้องไปที่ร่างของเมียรักที่เดินงกๆ เงิ่นๆ เก็บข้าวของอย่างอ้อยอิ่ง ร่างกายของพลอยดูทรุดโทรมและอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ผิวเนื้อตามลำคอและแผ่นหลังปรากฏรอยจ้ำแดงกระจายไปทั่ว บ่งบอกถึงบทเพลงกามที่หนักหน่วงตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาเชิดยังคงนั่งหายใจหอบถี่อยู่บนฟูกที่นอนสภาพยับเยิน หยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามร่องอกและกล้ามท้องสะท้อนกับแสงไฟดูเป็นมันวาว เป้ากางเกงบอลของเขาที่ยังคงนูนเด่ขึ้นมานั้น ราวกับเป็นอนุสาวรีย์แห่งความพ่ายแพ้ที่ตั้งตระหง่านทิ่มตาของนนท์อยู่ทุกวินาที“มึงคงจำได้นะ ไอ้นนท์ ที่ได้พูดกับกูไว้” เสียงพร่าแปร่งที่ยังปนอาการหอบดังทำลายความเงียบขึ้นมา เชิดปรายตามองผัวของหญิงสาวด้วยสายตาของผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู“ผมไม่ลืมหรอก คำไหนคำนั้น” นนท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น เขาข่มความเจ็บปวดไว้ลึกสุดใจ ยืนยันในพันธสัญญาอัปยศที่ต้องเอาตัวเมียเข้าแลกกับความลับที่ถูกเชิดกำเอาไว้“ดี... งั้นกูก็จะไม่พูดอะไรอีก” เชิดแค่นหัวเราะในลำค
บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ นั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวของน้ำรักและหยาดเหงื่อที่ไหลโทรมกาย นนท์ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม แต่หัวใจของเขาเหมือนถูกบดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าพลอยพังพาบลงกับพื้นฟูกอย่างหมดสภาพ ร่างกายสั่นระริกจากการถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรงเมื่อครู่ เธอค่อย ๆ ยันกายขยับสะโพกถอนร่องรักออกมาจากแก่นกายขรุขระของเชิด เสียง "บ๊วบ!" ดังสนั่นในความเงียบ พร้อมกับน้ำแห่งความสุขที่แตกซ่านไหลเยิ้มออกมาตามง่ามขาและเปรอะเปื้อนไปทั่วฟูกเชิดยังคงนอนเอนหลังพิงผนังห้องอย่างสบายอารมณ์ เขานั่งเหยียดขาทั้งสองยาวออกไป แก่นกายฝังมุกของเขายังคงแข็งเด่ตั้งผงาด ไม่ยอมลดละความแข็งขืน ลำเนื้อหนาขรุขระนั้นฉ่ำวาวไปด้วยน้ำร่านจากตัวพลอยเมียรักของนนท์เชิดปรายตามองนนท์พลางแสยะยิ้มอย่างเย้ยหยัน มือหนากำรอบควยของตัวเองแล้วรูดขึ้นลงช้า ๆ เพื่อตอกย้ำความเหนือกว่า เขามองหน้านนท์ ัผัวของเด้กสาวคนที่เขากำลังเย็ดอย่างสะใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงแขนพลอยเบา ๆ“... ยังไหวไหมจ๊ะเมียจ๋า?” เชิดถามด้วยน้ำเสียงหื่นกระหายพลอยผงกหัวขึ้น หันมามองเชิดด้วย สายตาที่ร่านร้อน และปรือปรอย แววตาของเธอไม่มีความเขิ
เชิดยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น แววตาที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของมันจ้องมองไปที่นนท์อย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันไปหาพลอยแล้วกวักมือเรียกเบาๆ “พลอย... มานี่สิ”“ขา… ลุง” เธอขานรับเสียงหวานแว่วพลอยปรายตามองมาทางนนท์แวบหนึ่ง แววตาของเธอวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะคลานเข้าไปหาเชิดอย่างว่าง่ายราวกับสุนัขที่ซื่อสัตย์ต่อนายใหม่ เธอนั่งลงข้างกายเชิด พยายามจะจัดเสื้อยืดตัวเล็กรัดรูปที่เพิ่งสวมเข้าไปให้เข้าที่ทาง มือเรียวหยิบกางเกงขาสั้นหมายจะสวมทับอันเดอร์แวร์ตัวจิ๋วที่เพิ่งใส่ แต่เชิดกลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ เชิงห้าม“อย่าเพิ่งใส่มันเลย... วันนี้เรายังต้องต่อกันอีกยาว” เชิดพูดน้ำเสียงแหบพร่าพลางมองไปทางนนท์ที่ยังนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติก มันกระชากกางเกงขาสั้นออกจากมือพลอยแล้วโยนออกไปสุดแรง กางเกงตัวนั้นปลิวไปตกแทบเท้าของนนท์อย่างจงใจ“มันจะดีเหรอคะ?” พลอยถามเสียงออดอ้อน มองเชิดตาปรือปรอย“ดีสิ จะไม่ต้องเสียเวลาถอดอีก” เชิดให้เหตุผลที่ตั้งใจจะให้ไปกระทแทกอารมณ์ของนนท์ให้มากที่สุด ยิ้มให้เธออย่างหวานชื่นเชิดโอบไหล่พลอยรั้งเข้ามาแนบตัว ซึ่งเธอก็โอนอ่อนตามอย่างออดอ้อนเอาใจ พลอยซบหน้าลงกับอกหนาของเชิดเหมื
ภายในห้องเช่าที่อบอวลไปด้วยควันบุหรี่และความกดดันที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก นนท์ยังคงยืนนิ่งราวกับโขดหินกลางพายุ สายตาของเขาจับจ้องไปยังประตูห้องน้ำที่เสียงน้ำไหลเริ่มซาลง แต่แล้วเสียงหนึ่งที่คุ้นเคยที่สุดในชีวิตก็ดังแทรกความเงียบออกมา เป็นเสียงที่ทำให้นนท์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน“ผัวขา... มาอาบด้วยกันมั้ยคะ? ให้เมียอาบให้ก็ได้นะ...”เสียงของพลอยที่ร้องถามออกมานั้นเต็มไปด้วยความออดอ้อนและร่านรักอย่างที่เธอไม่เคยใช้กับเขามานานแสนนาน มันเป็นเสียงของเมียรักที่กำลังเย้ายวนชายอื่นเพราะไม่รู้เลยว่า ผัวตัวจริงกำลังยืนฟังอยู่ห่างไปไม่กี่ก้าวเชิดแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันดำๆ มันจ้องมองหน้าของนนท์อย่างผู้ชนะ แววตาของมันฉายชัดถึงความสะใจที่ได้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนนท์จมดินต่อหน้าต่อตา มันขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นเหงื่อและควันบุหรี่พุ่งเข้าจมูกนนท์ ก่อนจะกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความลำพอง“มึงได้ยินมั้ย... เมียมึงมันหลงกูจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว”พูดจบมันก็หัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่จงใจให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน เชิดเพ่งมองใบหน้าของนนท์อย่างใจจดใจจ่อ มันหวังจะเห็นไฟโ
ร่างของพลอยหายลับเข้าไปหลังประตูกระจกบานใหญ่นานแล้ว แต่นนท์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวกับหุ่นปั้น ลมหายใจของเขาขาดช่วงเป็นระยะ แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงบัดนี้ดูห่อเหี่ยวลงอย่างเห็นได้ชัด ความร้อนระอุของแดดยามบ่ายที่แผดเผาลงมาบนถนนไม่ได้ทำให้เขารู้สึกระคายผิว เพราะข้างในใจของเขามันเย็นเยียบจนชาไปหมดเสียงของพลอยที่บอกว่า "พลอยมีความสุขมาก" ยังคงก้องอยู่ในหูซ้ำๆ มันไม่ใช่แค่คำบอกเล่า แต่มันคือคำพิพากษาที่ตอกย้ำว่าศักดิ์ศรีของเขาไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาเมียรัก นนท์เดินออกจากห้างมาอย่างคนไร้จุดหมาย ฝีเท้าแต่ละก้าวหนักอึ้งราวกับมีโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นฉุดรั้งไว้………………นนท์นั่งนิ่งจ้องมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังป้อมยามอย่างไร้ความหมาย เข็มยาวที่ขยับไปทีละนิดบอกเวลา 21:45 น. แต่มันกลับเป็นเวลาที่เดินไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกินในความรู้สึก ความคิดของเขาล่องลอยไปไกลเกินกว่าขอบเขตของป้อมยามแคบๆ ในหัวมีแต่ภาพของพลอย เมียรักที่ป่านนี้คงกำลังเร่าร้อนร่านรักอยู่กับเชิดเขาจินตนาการไปถึงเสียงครางกระเส่าอย่างสุขสมของเธอในคืนนั้น... วันที่เขาและลุงชูต้องยืนฟังอยู่หน้าห้องเหมือนคนโง่ ป่านนี้ไอ้เชิดมันค
นนท์ยืนกระสับกระส่ายอยู่หน้าประตูทางเข้าส่วนพนักงาน (Back of the House) ของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แผ่นหลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อทั้งที่อากาศรอบตัวเย็นฉ่ำ สายตาที่วูบไหวและร้อนรนจ้องมองลอดผ่านบานกระจกเลื่อนบานใหญ่เข้าไปด้านใน ใจหนึ่งโหยหาอยากเจอหน้าเมียรัก แต่อีกใจกลับหวาดกลัวต่อร่องรอยที่เธออาจพกติดตัวออกมาจากห้องเช่านรกนั่นครืด...ทันทีที่บานกระจกเลื่อนเปิดออก ร่างอ้อนแอ้นในชุดยูนิฟอร์มพนักงานที่คุ้นตาก็ปรากฏขึ้น นนท์รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก“พลอย!...” เสียงของเขาหลุดออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับคนละเมอ เขารีบก้าวเข้าไปหาพลอยทันที ราวกับต้องการสัมผัสให้แน่ใจว่าเธอไม่ใช่ภาพหลอน“ค่ะพี่... พี่เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมหน้าตาดูไม่ค่อยดีเลย?” พลอยทักทายพร้อมกับชะงักฝีเท้า เธอเอียงคอมองใบหน้าของผัวด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสัย มือเรียวบางเอื้อมขึ้นมาลูบไล้ที่ข้างแก้มของนนท์อย่างอ่อนโยน นนท์รู้สึกได้ถึงความห่วงใยนั้น แต่มันกลับเป็นความห่วงใยที่ทำให้เขาจุกอก“พี่ไม่เป็นไร... พี่แค่เป็นห่วงพลอย ตั้งแต่คืนนั้น พี่ไม่ได้ข่าวพลอยเลย...” นนท์ตอบเสียงแหบพร่า เขาคว้ามือของพลอยที่กุมแก้มเขาไว้มาบีบแ







