Masukนายหญิงเลือด!” วิชัยวิ่งหน้าตาตื่นรีบเข้าไปประคอง แต่กลับถูกนายหัวผลักออกมาเสียก่อน “เมียฉัน ฉันดูแลเขาเอง” อนาคินถลาเข้าไปดูหญิงสาวด้วยความตกใจ “ตะวัน...พี่ขอโทษ” เพียงตะวันถึงกับหน้าซีดเผือด รู้สึกจุกที่หน้าท้องอย่างรุนแรง“ช่วยลูก...เราด้วย” อนาคินตวัดร่างเล็กขึ้นมาอุ้ม พาหญิงสาวลงไปลานจอดรถของโรงแรมทันที โดยมีวิชัยวิ่งตามไปติดๆ คงเหลือแต่เพียงวิญาภาที่ยืนยิ้มออกมาอย่างสะใจและได้ภาวนาให้หญิงสาวแท้งลูก “ตะวันพี่ขอโทษ” หญิงสาวได้แต่น้ำตาไหลพรากออกมาเป็นทาง คำขอโทษของเขากลับไม่มีความหมายอะไรกับเธอเลย
Lihat lebih banyakณ...บ้านเปรมอนันต์ฤา
“ยัยหนูแต่งตัวเสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไม่ทันไปรับพี่เขานะลูก” เพียงตะวันสาวน้อยวัย ยี่สิบเอ็ดปี รีบเร่งวิ่งลงมาจากชั้นบนของบ้านหลังใหญ่ วันนี้เธอสวมเดรสสีชมพูอ่อน ช่างดูขับกับผิวขาวอมชมพูของเธอ ดูงดงามสมส่วนไปทั้งร่าง สวยสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก แพทชยามองบุตรสาวตัวน้อยด้วยความชื่นชม
“ตะวันพร้อมแล้วค่ะคุณแม่ขา” สาวน้อยหน้าแฉล้มส่งยิ้มหวานให้มารดา และเดินเข้าไปสวมกอดอย่างออดอ้อน ราวกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ เมื่อสิบก่อน
“ไปกันเถอะแพท เดี๋ยวรถจะติดเสียก่อน” ธีระวัฒน์ตะโกนเรียกภรรยากับบุตรสาวให้รีบขึ้นรถ
“ค่ะพี่ธี ไปเถอะยัยหนู” แพทชยาจูงมือบุตรสาวคนสวยขึ้นรถเบนซ์คันหรู รถจึงค่อยๆ เคลื่อนออกจากบ้านหลังใหญ่ มุ่งตรงไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปสมทบกับครอบครัวอัครภาค
ต้อนรับการกลับมาของอนาคิน อัครภาค บุตรชายคนเดียวของกานต์ธิดาและภาคี สิบสี่ปีเต็ม ที่ชายหนุ่มจากบ้านเกิด ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ จนจบปริญญาเอก เขาได้ขออนุญาตบิดาสะสมประสบการณ์ ในเชิงธุรกิจ ที่ต่างประเทศต่อ เมื่อประสบผลสำเร็จเมื่อไหร่ เขาถึงยอมเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อรับช่วงดูแลธุรกิจต่อจากบิดา และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ชายหนุ่มรอให้เพียงตะวันเติบโตพอที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเขาได้ ถ้าเขาขืนอยู่ใกล้ๆ เธอ กลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว เพราะน้องน้อยของเขาทั้งน่ารัก น่าทะนุถนอมเหลือเกิน จนเขาอยากรักแทบขาดใจ
“ธิดาเครื่องตาคินลงจอดกี่โมงล่ะ” แพทชยาหันไปถามเพื่อนรัก ที่ได้แต่จ้องมอง ช่องทางเดินของผู้โดยสารขาเข้า แทบจะไม่สนใจคนรอบๆ ข้างเลยด้วยซ้ำ
“สิบเอ็ดโมงครับคุณแพท ตอนนี้ธิดาเขาคงไม่สนใจใครมากกว่าลูกชายตัวดีเขาหรอกครับ” ภาคีอดแซวภรรยาสุดที่รักไม่ได้ แต่ใบหน้าของชายสูงวัยกลับมีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข รู้สึกปลาบปลื้มในความสำเร็จของบุตรชายที่เขาเลี้ยงมากับมือตั้งแต่แบเบาะ
“ก็ธิดาตื่นเต้นที่ได้เจอลูกนี่คะ หรือว่าพี่คีย์ไม่ดีใจที่ลูกของเรากลับมา” กานต์ธิดาสะบัดค้อนใส่สามีของเธอ คนกำลังอารมณ์ดีๆ อยู่ ชอบมาแหย่ทำให้เธออารมณ์เสียเป็นประจำ
“ดีใจสิครับ ลูกพี่ทั้งคน และเขาก็เป็นความภูมิใจของพี่เหมือนกัน” เมื่อเห็นภรรยากำลังชักสีหน้าไม่พอใจใส่ ภาคียิ้มเจื่อนๆ เข้าไปโอบไหล่เธออย่างเอาใจ
“หนูตะวันล่ะลูก ตื่นเต้นหรือเปล่าจ๊ะ” กานต์ธิดาหันไปให้ความสนใจ ว่าที่ลูกสะใภ้ในอนาคต ที่เธอได้จับจองตัว ไว้ให้บุตรชายสุดที่รักของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะมีใครคว้าตัดหน้าไปเสียก่อน
“ตื่นเต้นค่ะคุณป้า” หญิงสาวหันมายิ้มหวานจนตาหยี พร้อมตอบกลับเสียงใส รอยยิ้มยังคงกระจ่างไปทั่วใบหน้าเรียวสวย เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข การรอคอยที่แสนทรมานของเธอใกล้สิ้นสุดลง อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
“เรียกแม่สิจ๊ะ หนูตะวันนี่ แม่สอนกี่ครั้งก็ไม่รู้จักจำ น่าตีจริงๆ เชียวเด็กคนนี้” กานต์ธิดาอดที่จะตำหนิสาวน้อยตรงหน้าเธอไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร น้ำเสียงแฝงด้วยความเอ็นดูเสียมากกว่า
“ค่ะคุณแม่” สองสาวต่างวัยกุมมือกัน จ้องมองช่องทางเดินของผู้โดยสารขาเข้าอย่างไม่ละสายตา
“นั่นตาคินใช่หรือเปล่าธิดา” แพทชยาชี้ไปที่ช่องทางเดินของผู้โดยสารขาเข้าด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะเธอก็รักและเอ็นดูอนาคินเหมือนลูกคนหนึ่ง
การปรากฏตัวของอนาคิน เรียกความสนใจจากกลุ่มบรรดาสาวๆ ที่ยืนบริเวณนั้น ได้เป็นอย่างดี แต่ในสายตาของเขา ไม่มีไว้มองใคร แม้แต่สาวสวยที่กำลังเดินข้างกายเขาอยู่ตอนนี้ก็ตาม
“ตาคินลูกแม่” อนาคินโผเข้ากอดมารดาไว้แน่น และหอมแก้มทั้งสองข้างของท่าน ด้วยความคิดถึง เขากับมารดามีโอกาสเจอกันเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น เพราะบิดาของเขามีงานรัดตัวตลอดเวลา จนแทบไม่มีเวลาว่าง พามารดาบินมาหาเขาที่อังกฤษ เคยมีครั้งหนึ่งที่มารดาขอเดินทางมาเพียงลำพัง แต่บิดากลับยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมท่าเดียว เหตุผลง่ายๆ ที่เขาได้ยินมาตั้งแต่เล็กจนโต นั้นคือขาดมารดาไม่ได้ จนเขากับมารดาต้องยอมจำนนต่อเหตุผล
และตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะมีเวลาว่างบินกลับเมืองไทย เพราะต้องเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มเทศึกษางาน หวังจะกลับไปพัฒนาบริษัท สามารถนำพาบริษัทให้ทัดเทียมกับประเทศมหาอำนาจได้ เพื่อจะได้เปิดสาขาใหม่ที่ต่างประเทศ ให้เป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติ
ชายหนุ่มเริ่มต้นทำงานตั้งแต่พนักงานระดับล่างสุด จนก้าวมาสู่ระดับผู้บริหาร จนได้ตำแหน่งหนุ่มนักธุรกิจไฟแรงมาครอบครองเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
“พอแล้วตาคิน แกกอดเมียพ่อนานไปแล้ว” ภาคีเดินเข้าไปแทรกตรงกลางสองแม่ลูกที่กำลังแสดงความรักต่อกัน และหันไปสวมกอดบุตรชายบ้าง ด้วยความคิดถึง และตบลงบนบ่าของบุตรชายเบาๆ ก่อนขยับร่างถอยออกมาให้คนอื่นเข้ามาทักทายบ้าง
อนาคินหันไปทักทายทุกคนด้วยความคิดถึง และสะกดสายตาไว้ที่น้องน้อยเพียงตะวันแต่เพียงผู้เดียว อยากจะเข้าไปกอดร่างเล็กแทบขาดใจ แต่รู้สึกเกรงใจ บิดามารดาของหญิงสาวที่กำลังยืนจ้องมองอยู่
“นายหญิงไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ แต่คราวหน้าต้องระวังให้มากกว่านี้ เพราะคราวหน้าอาจจะไม่โชคดีแบบนี้ นายหญิงอาจจะมีโอกาสแท้งได้ครับ” ชายหนุ่มโผเข้ากอดคุณหมอด้วยความดีใจ ก่อนจะให้วิชัยจัดการติดต่อเรื่องเอกสาร ส่วนตัวเขารีบตามหญิงสาวไปที่ห้องพักฟื้น เห็นหญิงสาวนอนหลับสนิทอยู่ ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปยืนดูหญิงสาวอยู่ใกล้ๆ และปัดปอยผม ที่ปรกหน้าผากหญิงสาวออก“พี่ขอโทษนะครับตะวัน” ชายหนุ่มก้มจุมพิตที่หน้าผากเนียนได้รูป อย่างอ่อนโยน“นายครับ นาย” อนาคินหันมาสนใจลูกน้องหนุ่มทันที“มีอะไรวิชัย”“ผมขอโทษนาย แทนน้องสาวผมด้วยนะครับ” อนาคินขมวดคิ้วด้วยความงุนงง“นายบอกฉันสิว่าเกิดอะไรขึ้น” วิชัยตัดสินใจเล่าทุกเรื่องอย่าง ให้นายหัวฟัง แม้แต่เรื่องที่น้องสาวเขาพูดกับนายหญิง“ระยำ ฉันไม่ได้อยู่กับน้องนายอย่างที่ตะวันเข้าใจ แล้ววิญาภา เข้าไปอยู่ที่ห้องฉันได้ยังไงกัน”“ผมก็ไม่ทราบครับนาย ผมก็เจอยัยญา พร้อมกับนายหญิง”“นายกลับไปถามน้องสาวนายให้รู้เ
ทั้งสองหนุ่มสาว มุ่งหน้าไปที่คอนโดฯ หรูกลางใจเมืองของมาร์คทันที ปาริสากดกริ่งที่หน้าประตูห้อง อยู่หลายครั้ง แต่ยังไม่มีใครออกมาเปิดประตู ถึงเธอจะมีกุญแจห้องของชายหนุ่มชุดหนึ่ง แต่ก็ไม่กล้าเอาออกมาไข กลัวเควินจะสงสัยได้ ว่าทำไมเธอถึงมีกุญแจห้องของมาร์ค ประตูห้องเปิดออกพร้อมร่างสูงใหญ่ของเจ้าของห้อง มีเพียงผ้าขนหนูพันกายช่วงล่างเท่านั้น มาร์คมองปาริสากับชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความงุนงง“ใครมาคะมาร์ค” วิยะดาโผล่หน้าออกมา ด้วยผ้าขนหนูสีขาวพันกายเช่นเดียวกับเจ้าของห้อง ทำให้ผู้มาใหม่รู้ทันทีว่า เมื่อก่อนหน้าที่จะมาถึง เกิดอะไรขึ้นบ้างภายในห้อง ปาริสาพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้จะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม“ฉันขอคุยเรื่องเพียงตะวันหน่อยสิคะ แต่ถ้าคุณสองคนไม่สะดวก ก็ไม่เป็นไร” ปาริสายื่นมือไปจับมือใหญ่ของเควินทันที ทำให้มาร์คเริ่มรู้สึกไม่ชอบใจ โดยไม่รู้ตัว“สะดวกครับ เชิญเข้าไปนั่งคุยข้างในห้องดีกว่าครับ วิคุณเข้าไปแต่งตัวได้แล้ว” ชายหนุ่มหันไปบอกหญิงสาวข้างกาย ที่ได้แต่เกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อย“ค่ะมาร์ค” เมื่อเจ้าของห้องพร้
“ถ้าจะให้แน่ใจ ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกรอบครับ เดี๋ยวหมอจะจัดยาแก้แพ้ให้ทาน ช่วงแรกๆ นายหญิงอาจจะต้องแพ้มากหน่อยนะครับ แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร” คำพูดของนายแพทย์หนุ่ม เข้าหูซ้ายทะลุงหูขวาของอนาคิน เพราะเขาไม่ยอมรับรู้อะไรอีก ได้เพียงแต่มองหน้าภรรยาสาว ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ อยากจะเข้าไปกระชากเธอให้ขึ้นมาคุยกันให้รู้เรื่อง ว่าลูกในท้อง เป็นลูกของใครกันแน่ วิชัยมองหน้านายหัวหนุ่มด้วยความงุนงง และหันไปตอบคำถามแทนเจ้านายทุกอย่าง พร้อมกับเดินออกไปส่งคุณหมอ ปล่อยให้นายอยู่ตามลำพังกับนายหญิงของเขาอนาคินนั่งจ้องหน้าหญิงสาวไม่ละสายตา มองเธอด้วยสายตาที่เจ็บปวด เขาอยากจะฆ่าเธอให้ตายคามือเขานัก แต่ก็ไม่สามารถทำได้อย่างใจคิด แพรขนตางอนของเพียงตะวันเริ่มขยับ และค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองไปรอบๆ ห้อง แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง พิงที่หัวเตียงนอน เห็นอนาคินจ้องมองเธอด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด จนหญิงสาวเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง“พี่คิน มีอะไรหรือเปล่าคะ”“พี่ควรถามเธอ ว่าปล่อยให้ตัวเองท้องได้ยังไง” หญิงสาวถึงกับเบิกตาโพลง ตกใจชาวาบไปทั้งร่าง เผลอยกมือขึ้นกุ
“ไปเถอะวิญาภา” เด็กสาวแกล้งเซไปซบอกชายหนุ่มที่เธอรัก จนถึงบ้านพัก“เกิดอะไรขึ้นครับนาย” วิชัยเข้าไปรับร่างน้องสาว มาประคองไว้แทน“อุบัติเหตุนิดหน่อย งั้นฉันกลับก่อนนะ”“นายไม่อยู่ทานข้าวก่อนเหรอคะ คุณพ่อคงดีใจ ที่นายมาทานด้วยเย็นนี้”“ไม่ล่ะ ฉันขอตัวก่อนนะวิชัย” อนาคินรีบเดินตรงไปที่บ้านพักทันที เพราะเป็นห่วงภรรยาสาว บ้านเงียบสงัด เห็นอาหารที่หญิงสาวทำไว้ วางไว้บนโต๊ะอาหาร ไม่พร่องลงเลยสักนิด ชายหนุ่มละความสนใจอาหาร และเดินตามภรรยาสาวขึ้นไปที่ห้องนอน“เพียงตะวัน” หญิงสาวสะบัดหน้าหนีด้วยความหมั่นไส้“ทำไมถึงไม่ทานข้าว”“พี่คินจะมาสนใจตะวันอีกทำไม” หญิงสาวหันไปถามด้วยความน้อยใจ จวนเจียนจะร้องไห้ “เดี๋ยวเธอจะไม่มีแรง ทำหน้าที่เป็นนางบำเรอพี่คืนนี้ ถ้าเกิดพี่รู้สึกอารมณ์ค้างขึ้นมา พี่คงเรียกผู้หญิงสวยๆ สักคนมาปลดปล่อย เธอห้ามมาว่าพี่ทีหลังไม่ได้นะ เพราะเธอบกพร่องในห





