เข้าสู่ระบบ
ปี 255x
ไร่หิรัญโชคทรัพย์
ไร่ผลไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงราย เป็นไร่ที่ทำการส่งออกผลไม้ปีละหลายร้อยตันซึ่งสร้างรายได้ให้อย่างมหาศาลและยังสามารถสร้างรายได้ให้จังหวัดจากการเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศเข้ามาเยี่ยมชม มีทั้งไร่ส้ม ไร่สตรอว์เบอร์รี ไร่องุ่น ฯลฯ รวมถึงไร่ชาที่กินพื้นที่ทั้งหมดกว่าพันไร่ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นของ 'พ่อเลี้ยงพันแสง' ที่ผู้คนในพื้นที่ต่างเรียกขานกัน
นอกจากจะมีไร่ผลไม้มากมายหลากหลายชนิดและไร่ชาแล้ว ไร่หิรัญโชคทรัพย์ยังขึ้นชื่อเรื่องไวน์องุ่นอันเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะตัว ด้วยพันธุ์องุ่นสายพันธุ์ดีจากต่างประเทศที่ทำการเพาะปลูกและถูกคัดสรรโดย 'พ่อเลี้ยงพันแสง' ที่ลงมือทำเองเกือบทุกขั้นตอน จึงทำให้ไวน์องุ่นของไร่หิรัญโชคทรัพย์ไม่สามารถหาที่ไหนเปรียบเทียบได้และด้วยเอกลักษณ์เฉพาะนี้ทำให้เป็นไวน์ที่มีราคาสูงมากเช่นกัน
และแน่นอนว่าไร่หิรัญโชคทรัพย์มีโรงบ่มไวน์ขนาดใหญ่กินพื้นที่ร้อยกว่าไร่เป็นของตัวเองที่ได้รับการตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อทำการผลิตและส่งออกไวน์ไปยังต่างประเทศสร้างรายได้ต่อปีเป็นกอบเป็นกำ
'พ่อเลี้ยงพันแสง' เจ้าของไร่คนปัจจุบันผู้สืบทอดกิจการต่อจากบิดาของตนตั้งแต่เรียนจบ ผู้คนในพื้นที่ต่างเรียกเขาว่าพ่อเลี้ยง แม้ว่าเขาจะอายุยังน้อย แต่ด้วยความสามารถที่พ่อเลี้ยงพันแสงพัฒนาไร่หิรัญโชคทรัพย์มาตลอด 6 ปีจนส่งผลให้เป็นไร่ผลไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและสร้างรายได้ให้อย่างมหาศาล เพราะเหตุนี้ทำให้คนงานต่างให้ความเคารพนับถือและตั้งใจทำงานกันอย่างขยันขันแข็งเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ทำให้ครอบครัวของตนมีกินมีใช้ตลอดมา
๐๐๐๐๐๐
ช่วงเที่ยงของวัน
บริเวณไร่ส้มของไร่หิรัญโชคทรัพย์
"พี่พันแสงจ๊ะ หนูอัยย์เอาอาหารเที่ยงมาให้แล้วจ้ะ"
เสียงเล็กดังเจื้อยแจ้วมาแต่ไกลก่อนจะตามมาด้วยร่างของเด็กสาวผมเปียที่กำลังวิ่งตรงเข้ามาหา ผมเปียทั้งสองข้างพลิ้วไหวสะบัดไปมาตามแรงลม รวมถึงชุดกระโปรงตัวยาวสีชมพูที่ลู่ลงแนบต้นขาจากสายลมที่ปะทะเข้ากับตัวยามเรียวขาเล็กทั้งสองนั้นออกแรงวิ่ง มือข้างหนึ่งจับหมวกสานใบโปรดเอาไว้ไม่ให้ปลิวลอยไปตามลม ส่วนมือเล็กอีกข้างก็หิ้วปิ่นโตใบใหญ่เอาไว้
เจ้าของใบหน้าคมชื้นเหงื่อหันมามองตามเสียงเรียกพร้อมกับเอ่ยห้าม
"หนูอัยย์ อย่าวิ่งค่ะ เดี๋ยวล้มอะ... เฮ้ย!"
ทว่ายังไม่ทันจบประโยคดี ก็ต้องเบิกตากว้างร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ เมื่อร่างเล็กของเด็กสาวล้มลงกับพื้นดินอย่างแรงท่ามกลางสายตาของเหล่าคนงาน
โครม!
"โอ๊ย!.."
ปิ่นโตใส่กับข้าวใบใหญ่ที่เด็กสาวได้หอบหิ้วมาจากโรงครัวลอยเคว้งกลางอากาศเพียงครู่เดียวก่อนจะตกลงกระแทกพื้นแตกกระจายเสียงดัง ทำให้เศษอาหารหกออกมาเปื้อนดินจนหมด หลังเจ้าตัวนั้นสะดุดพื้นดินขรุขระล้มคะมำหน้าคว่ำพร้อมกับร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ
"หนูอัยย์ เจ็บตรงไหนไหมคะ?"
น้ำเสียงทุ้มถามอย่างเป็นห่วงหลังจากรีบวิ่งเข้ามาหาร่างเล็กที่กำลังพยายามยันตัวลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล มือใหญ่จึงจับเข้าที่ต้นแขนเล็กของเด็กสาวเพื่อช่วยพยุงให้ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก่อนที่เขาจะย่อตัวลงพลางช่วยปัดเศษดินที่ติดตามตัวออกให้อย่างอ่อนโยน
"งือ หนูอัยย์เจ็บหัวเข่ากับข้อเท้าจ้ะ"
ใบหน้าเล็กก้มลงมองหัวเข่าตัวเองที่กำลังมีเลือดไหลซึมออกมา ก่อนจะเงยหน้าส่งสายตาออดอ้อนให้คนตรงหน้า พลางหันไปมองเศษซากปิ่นโตที่แตกกระจายอยู่ข้างตัว ทันใดนั้นดวงตาคู่สวยก็เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากบางเริ่มเบะปากคล้ายจะร้องไห้
"กะ... กับข้าวของพี่พันแสงหกหมดเลยจ้ะ ทำอย่างไรดี หนูอัยย์ไม่ได้ตั้งใจนะจ๊ะ"
"ค่ะๆ พี่เข้าใจ หนูอัยย์ไม่ต้องร้องไห้นะ เดี๋ยวกลับไปกินที่บ้านก็ได้เนอะ"
"กะ... ก็ได้จ้ะ"
เด็กสาวก้มหน้างุดปล่อยให้น้ำตาสีใสไหลลงพื้นทีละหยด ทั้งเจ็บตัวและยังทำให้ปิ่นโตของพี่พันแสงแตกกระจายอีก มือเรียวกุมประสานกันเอาไว้อย่างคนสำนึกผิดจนไม่กล้ามองหน้าพี่ชายคนสนิท
"ไหน หนูอัยย์เงยหน้ามองพี่พันแสงหน่อยสิคะ" น้ำเสียงทุ้มเจืออบอุ่นเอ่ยบอก
ก่อนที่ปลายนิ้วยาวจะเชยคางเล็กของเด็กสาวที่ก้มหน้าร้องไห้ให้เงยขึ้นสบตากับตน พลางใช้นิ้วหัวแม่มือบรรจงเกลี่ยน้ำตาสีใสตามแก้มขาวกลมออกให้อย่างช้าๆ สายตาคมมองเด็กสาวด้วยความอบอุ่นระคนเอ็นดู
ตึกตัก ตึกตัก
อคิราห์ในวัยสิบห้าปีมองตามร่างเล็กที่วิ่งออกไป ทำไมเขาจะมองไม่ออกว่าอัญรินชอบเขามากกว่าพี่ชายและดูเหมือนว่าเจ้าตัวคงยังไม่รู้ เพราะแม้อายุของเราจะห่างกันแค่สามปี ซ้ำยังเติบโตมาด้วยกันอีกต่างหาก อาจจะทำให้อัญรินคิดว่าทุกวันนี้เธอเพียงแค่ติดพี่ชายข้างไร่แบบเขา ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจเลยที่อีกคนมอบความรักให้ เขาดีใจด้วยซ้ำไป แต่เพราะว่าอัญรินยังเด็ก ทั้งเขาและเธอยังต้องเติบโตอีกเยอะ เขาไม่อยากให้อีกคนยึดติดมากเกินหากว่าวันหนึ่งต้องแยกย้ายกันไปจมอยู่กับความคิดของตัวเองสักพักหนึ่ง แล้วค่อยลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำเพราะไม่อยากให้ร่างเล็กต้องยืนรอนาน ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ อคิราห์ก็จัดการธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนออกแล้วก็พบอัญริน เขาจึงได้เอ่ยเสียงอ่อน“เราลงไปข้างล่างกัน”“จ้ะพี่คิน”ร่างเล็กรีบเดินเข้ามาขนาบข้างกับร่างสูงด้วยรอยยิ้มหวานเหมือนเดิม อคิราห์เหลือบมองเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของคนตัวเล็กกว่า แววตาฉายแววบางอย่างออกมาวูบหนึ่งแล้วก็หายไป“ลงมากันแล้วเหรอลูก น้องอัญทานข้าวเช้ามาหรือยังคะ” เพลงพิณทักขึ้นเมื่อเห็นเด็กทั้งสองเดินลงมาด้านล่า
เด็กสาวตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกน้อย ผมยาวจนถึงกลางหลังอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวกำลังปั่นจักรยานไปตามทางจาก ไร่หิรัญโชคทรัพย์ เพื่อไป ฟาร์มอาคเนย์ ที่อยู่ติดกันพร้อมกับหอบหิ้วผลไม้มากมายไปฝาก ‘พี่ชายข้างไร่’ เหมือนอย่างเคยอัญริน หิรัญโชคทรัพย์ ลูกสาวคนเดียวของพันแสงกับหนูอัยย์ ซ้ำยังเป็นลูกสาวที่พ่อหวงมาก มากชนิดที่ว่าพันแสงแทบจะกันผู้ชายทุกคนที่มาเข้าใกล้ลูกสาวไม่ว่าคนนั้นจะอายุเท่าไหร่ พันแสงก็ไม่สน โดยเฉพาะลูกชายของเพื่อนสนิทอย่างอาคเนย์ พันแสงถึงกลับสั่งห้ามไม่ให้ไอ้เนย์พาลูกมันมาหาเขาที่ไร่เลยละเรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มในตอนที่น้องอัญอายุได้แค่สองเดือนกว่า วันนั้นเพลงพิณพาลูกชายอย่างน้องคินหรือ ‘อคิราห์’ มาเยี่ยมที่บ้าน เด็กชายวัยสามขวบจ้องตากลมแป๋วของเด็กตัวเล็กที่นอนดุ๊กดิ๊กอยู่ในเบาะสำหรับเด็กทารก เจ้าตัวลองยื่นนิ้วชี้เข้าไปใกล้หวังจะจิ้มแก้มกลม แต่แล้วก็ถูกจับเอาไว้พร้อมกำแน่น ปากเล็กแย้มยิ้มโชว์เหงือกแดงของตัวเองให้ดู ทันใดนั้นเส้นด้ายสีแดงก็ปรากฎขึ้นจากปลายนิ้วก้อยของเด็กสองเดือนก่อนจะลากมาพันกับปลายนิ้วก้อยของเด็กวัยสามขวบจนเจ้าตัวสงสัยจึงกระตุกชายเสื้อผู้เป็นแม
ร่างสูงจอดรถพลางวาดขายาวลงจากรถคันโปรด ถอดหมวกกันน็อกออกสะบัดผมสีควันบุหรี่เล็กน้อยก่อนจะเสยขึ้นอย่างลวก ๆ เหล่าเพื่อนพ้องต่างวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ ต่างจากคู่แข่งอย่างการันต์ที่เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าโกรธเคือง“มึงขี้โกงไอ้พันไมล์!!” ผลักไหล่หนาอย่างฉุนเฉียว จ้องเขม็งอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ“เฮ้ย ๆ แพ้แล้วอย่าพาลไอ้รันต์” ขุนพลเพื่อนสนิทในกลุ่มของพันไมล์เข้ามาผลักไหล่การันต์ให้ออกห่างเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะต่อยเพื่อนของเขา“กูก็บอกแล้วว่าคนอย่างมึง ไม่มีวันชนะกูได้ถ้ามึงไม่พยายามฝึกฝนตัวเองให้มากกว่านี้ แล้วอย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่าครั้งนี้มึงใช้วิธีสกปรกอย่างยิงเลเซอร์เข้าตากูตอนเข้าโค้ง” พันไมล์เดินเข้าไปหาการันต์ ดวงตาคมกริบเข้มขึ้นจ้องหน้าอีกฝ่ายพลางยกยิ้มมุมปาก “หวังว่าครั้งหน้ามึงจะเป็นมืออาชีพพอไม่ใช้วิธีแบบคนขี้แพ้ ส่วนแฟนสาวของมึง กูขอรับไปก่อนแล้วกัน”ร่างสูงโปร่งพูดจบก็เดินกระแทกไหล่การันต์ไปคว้าข้อมือหญิงสาวที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ลงมาทันทีแล้วเดินผ่านหน้าการันต์ไปจนอีกฝ่ายได้แต่กำมือแน่น ความโกรธเกรี้ยวปรากฏชัดบนใบหน้า มองตามหลังทั้งสองเขม็งก่อนจะตะโกนร้องออกมาเสียงดัง หมวกกันน็อกในมื
สนามแข่งรถแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เวลาใกล้จะเที่ยงคืน เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณ คลาคล่ำไปด้วยหนุ่มสาวมากหน้าหลายตา แต่ละคนมีเทสในการแต่งตัวที่ดีเยี่ยมเป็นจุดดึงดูดสายตาได้ดี โดยเฉพาะร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา ผมสีควันบุหรี่ นัยน์ตาคมกริบสีน้ำตาล จมูกโด่งเป็นสันคม อีกทั้งยังเจาะหูด้วยตุ้มหูไม้กางเขนที่ติ่งหูข้างซ้ายยิ่งเสริมให้ พันไมล์ ดูดีมากยิ่งขึ้น“ไอ้เวรการันต์มันนัดกูมา แล้วมันหายหัวไปไหนแล้วล่ะ” น้ำเสียงทุ้มเข้มถามขึ้นหลังเดินเข้ามาด้านในห้องหนึ่งของสนามแข่งรถ ร่างสูงหยุดยืนประจันหน้ากับเหล่าวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง“มึงรอก่อนได้ไหมล่ะ ลูกพี่รันต์ของกูกำลังไปเอาของพนันมาอยู่” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกน้องของการันต์บอกกับพันไมล์ “ว่าแต่มึงเถอะ ไหนเงินพนันห้าแสน”“หึ” แค่นหัวเราะในลำคอหนึ่งทีก่อนจะล้วงเอาเช็คเงินสดจากกางเกงยีนของตัวเอง บนเช็คเขียนตัวเลขไว้ถึงแปดแสนบาททำเอาลูกน้องของการันต์ตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ จนกระทั่งมีคนเข้ามาใหม่อีกสองคน คนหนึ่งเป็นผู้ชาย อีกคนเป็นผู้หญิง“กูนึกว่ามึงจะขี้คลาดไม่กล้ามาแล้วเสียอีก ไอ้พันไมล์”“กูไม่ใช่มึงที่แข่งแพ้ไปหลายรอบ แ
สองขาเล็กเดินไปตามทางในโรงเรียนเรื่อย ๆ จนมาถึงห้องอนุบาลสาม ที่มีป้ายห้อยหน้าห้องว่า ‘ห้องเสือน้อย’ สองขาไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปด้านในทันที ภายในห้องมีเพื่อน ๆ มาถึงก่อนแล้วหลายคน พันปีเดินไปถึงโต๊ะของตัวเองพลางถอดกระเป๋าสะพายสีแดงออกแล้วห้อยไว้กับเก้าอี้ ก่อนจะเดินเอาปิ่นโตข้าวกลางวันไปวางไว้บนโต๊ะหลังห้อง“พี่ปีวันนี้เอาอายัยมากินหยอ” เด็กชายคนหนึ่งเดินเข้าหาพันปี พลางชะโงกมองกระเป๋าสีแดงด้วยความสงสัย“วันนี้แม่อัยทามข้าวคูมเฉือฉามฉีกับคายม้วนล่ะ” เอ่ยบอกด้วยความภูมิใจในอาหารของแม่อัยย์ แล้วหันไปมองกระเป๋าของเพื่อน “แย้วของฉยามล่ะ เอาอายัยมา”“วันนี้แม่ของเลาทามข้าวคูมหมีแยะ น่ากิงมาดเยยนะ” เด็กชายชื่อฉลามบอกให้เพื่อนฟังด้วยความภูมิใจเหมือนกัน“หึ ไม่เห็นจาน่ากิงเยย ของเยาน่ากิงกว่าอีก”แต่แล้วก็มีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังทำให้ทั้งพันปีและฉลามหันไปมอง“ทามมายฉิงพูดแบบนี้ ของเยาแม่ทามให้เยยนะต้องน่ากินอยู่แย้ว” ฉลามตัวน้อยเถียงกลับ“พูดจาม่ายเพาะ แม่อัยบอกว่าม่ายน่าลัก” แม่อัยย์บอกพันปีมาแบบนี้ คนพูดจาไม่เพราะเป็นคนไม่น่ารัก พันปีจะเป็นคนน่ารัก ต้องพูดเพราะ ๆ“พี่ปีว่าเยาหยอ เยาน่า
ผ่านมาแล้วหลายปีนับตั้งแต่หนูอัยย์คลอดลูกชายคนโตอย่าง พันปี จนพันปีอายุได้สองขวบงานแต่งงานของทั้งสองก็ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยมีลูกชายเป็นคนจับมือพาหนูอัยย์มาส่งให้พันแสงเหมือนที่เขาคิดภาพเอาไว้ แน่นอนว่าในงานแต่งครั้งนี้เต็มไปด้วยเหล่าเพื่อนพ้องของทั้งสองคนรวมถึงมุกดาด้วยที่บินตรงกลับไทยเพื่อมางานของพันแสงกับหนูอัยย์โดยเฉพาะ นอกจากงานแต่งงานของทั้งสองแล้วข่าวดีอีกเรื่องก็คือ อาคเนย์กับเพลงพิณกำลังจะได้เป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เมื่อเพลงพิณตั้งท้องได้สองเดือนกว่า เรียกได้ว่าวันนั้นเต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะตลอดทั้งงานแล้วหนึ่งปีหลังจากงานแต่งหนูอัยย์ก็ได้ตั้งท้องลูกคนที่สองอย่างพันไมล์ ทำเอาพันแสงดีใจร้องลั่นบ้านหลังทราบเรื่องและแน่นอนว่าทั้งสองมีประสบการณ์มาแล้วทำให้ท้องนี้เป็นเรื่องสบายๆ แต่จะมีแค่หนูอัยย์ที่แพ้ท้องแปลกไปหน่อยเพราะหนูอัยย์มักจะชอบแอบไปดมน้ำมันเครื่อง ใช่ ไม่ผิด ตอนหนูอัยย์ตั้งท้องพันไมล์เธอชอบดมกลิ่นน้ำมันเครื่องอีกทั้งยังชอบดูพวกรายการแข่งรถอีกด้วย ต่างจากตอนท้องพันปีที่เธอจะชอบกินผลไม้จากไร่ ดูท่าแล้วลูกชายทั้งสองจะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเองไว้แล้วตั้งแต่ยั







