LOGINเสียงหัวใจของคนถูกมองเต้นแรงขึ้นจนเกิดเสียงดังตึกตักเมื่อได้สบตากับพี่ชายคนสนิท ความอบอุ่นที่ได้รับจากสายตาคมคู่นั้น รวมถึงความอุ่นร้อนจากปลายนิ้วยามเช็ดน้ำตาออกจากแก้มของตัวเองอย่างเบามือส่งผลให้ความเห่อร้อนลามขึ้นไปทั่วทั้งหน้าจนแก้มกลมสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่อ
"หือ? หนูอัยย์ร้อนเหรอคะ? นี่ก็ตอนเที่ยงแล้วด้วยหนิ แดดมันแรง" คนเป็นพี่ชายเมื่อเห็นเด็กสาวแก้มแดงก็คิดไปเองว่าคงเป็นเพราะแสงแดดในตอนเที่ยงจึงรีบหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ ตัวเพื่อหาสิ่งที่ตนต้องการ แล้วก็พบกับหมวกสานใบเดิมเลยเอื้อมมือไปหยิบมาสะบัดๆ เอาเศษดินออกให้จนหมดแล้วสวมมันลงบนศีรษะเล็กอีกครั้ง
"หนูอัยย์มาขึ้นหลังพี่เดี๋ยวพี่พากลับบ้านไปทำแผลกัน จะได้ทานข้าวด้วยเลยเนอะ"
หลังจากนั้นร่างสูงของพี่ชายที่ย่อตัวอยู่ก็หันหลังให้เด็กสาว ฝ่ามือหนากวักมือเร่งให้ขึ้นมาบนแผ่นหลังกว้าง ร่างเล็กจึงโน้มตัวลงยกแขนเล็กโอบรอบลำคอแกร่งเอาไว้ ก่อนที่มือหนาจะคว้าขาเรียวเล็กให้โอบรอบเอวสอบของตัวเอง แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"ตรงนี้ผมฝากเก็บและทำความสะอาดให้ด้วยนะครับ แล้วแยกย้ายกันไปพักทานข้าวได้ครับ ค่อยกลับมาทำงานต่อ"
น้ำเสียงทุ้มของพ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยบอกกับคนงานในไร่ของตนด้วยความสุภาพแม้ว่าเขาจะเป็นเจ้านาย แต่เพราะคนตรงหน้านั้นมีอายุมากกว่า เขาคิดว่าการให้ความเคารพซึ่งกันและกันนั้นเป็นเรื่องที่ดี
"ได้ครับพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงรีบพาหนูอัยย์ไปทำแผลเถอะครับ แกคงจะเจ็บน่าดู"
ชายวัยสามสิบต้นๆ รับคำพ่อเลี้ยง โดยสายตามองไปยังร่างเล็กที่เกาะหลังอยู่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยและยิ่งเห็นบาดแผลบริเวณหัวเข่าที่มีเลือดไหลก็ยิ่งเป็นห่วงมากขึ้น
"ลุงชัยจ๊ะ หนูอัยย์ขอโทษนะจ๊ะ หนูอัยย์ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ลุงชัยลำบากเลยจ้ะ"
เสียงหวานติดสั่นเครือบอกกับลุงชัย ก่อนจะประกบมือเป็นกระพุ่มสวยยกไหว้แม้ว่าจะคล้องคอพี่ชายคนสนิทของตัวเองอยู่ก็ตาม แล้วก้มหัวเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้ทุกคนต้องมาลำบากเพราะตัวเอง
"ไม่เป็นไรเลยหนูอัยย์ แค่นี้เองพวกลุงช่วยๆ กันก็เสร็จแล้ว ไม่ต้องร้องไห้ๆ”
ลุงชัยเอ่ยอย่างยิ้มๆ เอ็นดูเด็กสาวตรงหน้า เห็นมาก็ตั้งหลายปีแล้ว ก็เอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง ลุงอย่างเขาไม่คิดโกรธเลยสักนิด มันเป็นอุบัติเหตุนี่น่า
"หนูอัยย์ขอบคุณลุงชัยจ้ะ" เสียงหวานตอบกลับพร้อมส่งยิ้มให้
"งั้นผมไปก่อนนะครับ" พ่อเลี้ยงหนุ่มเอ่ยลา
"ครับพ่อเลี้ยง"
เมื่อสั่งงานเสร็จเรียบร้อย พันแสงก็หันหลังกลับเดินไปตามทางอย่างระมัดระวัง มือหนาทั้งสองข้างประคองข้อพับใต้หัวเข่าเล็กเอาไว้แน่นพลางยกตัวเด็กสาวให้ขึ้นเกาะหลังอีกนิดก่อนจะกระชับให้แน่นกันตกลงไปที่พื้น
"พี่พันแสงหนักไหมจ๊ะ"
น้ำเสียงติดสะอื้นเล็กน้อยถามขึ้นที่ข้างหูพร้อมเอียงใบหน้าเล็กที่ยังคงมีคราบน้ำตามองอย่างต้องการคำตอบ จนคนโดนถามหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู
"หนักมาก หนูอัยย์กินอะไรเข้าไปหรือเปล่าน้าา" พันแสงนึกอยากแกล้งร่างเล็กจึงเอ่ยเย้าแหย่
"จริงเหรอจ๊ะ!? หนูอัยย์แค่กินข้าวไปสองจานกับขนมอีกสองชิ้นก่อนมาหาพี่พันแสงเองนะจ๊ะ หนูอัยย์ตัวหนักขนาดนั้นเลยเหรอ?"
ดวงตากลมเบิกโตด้วยความตกใจ ปากเล็กก็พูดเจื้อยแจ้ว นิ้วเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นมาสองนิ้วเท่ากันตามคำพูดของตัวเอง คิ้วดำเล็กๆ ขมวดเข้ามากันอย่างเคร่งเครียด
"ฮ่าๆ กินเยอะขนาดนั้นเชียว ตัวเล็กนิดเดียวเอาไปไว้ไหนหมดหือ?"
"แหะๆ กระเพาะของหนูอัยย์เป็นเหมือนหลุมดำจ้ะ กินทุกอย่างได้หมดเลย"
เด็กสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสๆ พลางหัวเราะอย่างชอบใจ แขนเรียวเล็กโอบลำคอแน่นขึ้นเล็กน้อยพร้อมวางคางบนไหล่กว้าง
"อย่างนี้หนูอัยย์จะกินพี่เข้าไปด้วยไหมนะ"
"โอ้โห พี่พันแสงตัวใหญ่อย่างนี้ หนูอัยย์กินไม่ได้หรอกจ้ะ" ไม่ว่าเปล่า กางแขนออกประกอบเพื่อให้ภาพไปอีกหนึ่งแมทช์จนเรียกเสียงหัวเราะจากพ่อเลี้ยงหนุ่มได้
"โอเคค่ะ งั้นพี่สบายใจแล้วไม่ถูกหนูอัยย์กิน แล้วนี่เจ็บแผลอยู่ไหมคะ?" ใบหน้าคมก้มมองหัวเข่าเล็กที่ยังคงมีเลือดไหลออกมาอยู่
"เจ็บนิดๆ จ้ะ แต่ตอนล้างแผลต้องเจ็บกว่านี้แน่เลยจ้ะ" แววตาคู่สวยหม่นแสงลงเล็กน้อยเมื่อเหลือบมองแผลที่หัวเข่าตัวเอง ซ้ำยังรู้สึกปวดตุบๆ ที่ข้อเท้าอีกด้วย
"เจ็บนิดเดียวเอง ไม่ต้องกลัวนะคะ" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยปลอบประโลม
"ขอบคุณนะจ๊ะ พี่พันแสง"
น้ำเสียงหวานใสของเด็กสาวเอ่ยขอบคุณอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าเล็กแนบแก้มกลมซบลงไหล่กว้าง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกแม้จะบางเบาแต่กลับส่งผลให้หัวใจดวงน้อยเกิดสั่นไหว เต้นดังตึกตักขึ้นมาอีกครั้ง
นาทีนั้นหนูอัยย์รู้แล้วว่าตัวเองในวัย 15 ปีหลงรักพี่พันแสงเข้าให้แล้ว
เวลาผ่านไปหลายนาทีภายในห้องครัวมีร่างบางของหนูอัยย์ที่กำลังสาละวนอยู่กับการทำอาหารให้พันแสงทาน โดยมีเจ้าตัวนั่งมองอยู่ตลอดเวลา มองทุกการเคลื่อนไหวจนเธอรับรู้ได้ กลิ่นหอมของอาหารลอยไปทั่วบริเวณเมื่อหนูอัยย์ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วยกมาวางไว้ตรงหน้าของพันแสง"กลิ่นหอมมากเลยค่ะ" พันแสงสูดดมกลิ่นอาหารเข้าปอด และครั้งนี้เขาก็ไม่ได้รู้สึกเหม็นสักนิด กลิ่นอาหารมันกลับหอมหวนจนเขาเริ่มน้ำลายไหลพร้อมกับเสียงท้องที่เริ่มร้องประท้วงขึ้นมาด้วยความหิว"ออกไปทานข้างนอกกันเถอะค่ะ"ว่าจบพันแสงก็รีบคว้าจานทั้งสองใบมาถือไว้ด้วยตัวเองทันที แต่เขาไม่ได้เดินออกไปเลย ร่างสูงหยุดยืนรอหนูอัยย์ที่กำลังล้างมือและถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วส่งมันให้หัวหน้าเชฟเก็บไป"ขอบคุณมากนะคะ" หนูอัยย์โค้งตัวขอบคุณเหล่าเชฟที่อยู่ภายในห้องครัวอย่างนอบน้อมก่อนจะเดินเข้ามาหาพันแสงที่ยืนรออยู่"ครับ ทานให้อร่อยนะครับ""ขอบคุณค่ะ""ขอบคุณครับ"ทั้งพันแสงและหนูอัยย์กล่าวขอบคุณให้เล็กน้อยก่อนจะพากันเดินออกมาจากห้องครัวแล้วมานั่งที่โต๊ะอาหารท่ามกลางพนักงานที่นั่งกันอยู่ไม่ไปไหนเพราะต้องการที่จะรู้เรื่องของทั้งคู่มากกว่านี้ พูดง่าย ๆ เลยก็คือร
ภายในห้องอาหารของเดอะซันรีสอร์ตที่เป็นในส่วนของสำหรับเหล่าพนักงานโดยเฉพาะ ขณะนี้จุดดึงดูดสายตาของเหล่าพนักงานที่กำลังนั่งทานอาหารเที่ยงหรือบางส่วนที่กำลังทำหน้าที่ของตนอยู่นั้น กลับเป็นร่างสูงกำยำของพ่อเลี้ยงพันแสงกับหญิงสาวร่างบางตัวเล็กที่ได้เดินเข้ามาด้านในแบบที่ทุกคนไม่ทันได้ตั้งตัว"อะ เอ่อ.. สวัสดีครับพ่อเลี้ยง ผมไม่ทราบว่าพ่อเลี้ยงจะเข้ามาตรวจสอบตอนนี้ ผมต้องขอโทษด้วยครับที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับ" หัวหน้าเชฟประจำห้องครัวรีบเอ่ยขอโทษอย่างลนลาน เหงื่อแตกพลั่กยามสบตากับพ่อเลี้ยงพันแสง โดยมีเหล่าลูกมือยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลัง"ผมแค่อยากจะมาใช้ห้องครัวสักหน่อยครับ ไม่ต้องกังวลกันหรอก" พันแสงบอกเสียงเรียบนิ่งพลางโอบเอวคอดของหนูอัยย์ไม่ห่างกาย แม้ว่าหนูอัยย์จะพยายามขยับตัวหนีแล้วก็ตาม"ครับ ๆ" หัวหน้าเชฟพยักหน้ารัว ดวงตาแอบชำเลืองมองหญิงสาวข้างกายพ่อเลี้ยงพันแสงด้วยความสงสัยเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะถามต่ออย่างกล้า ๆ กลัว ๆ "เอ่อ.. แล้วพ่อเลี้ยงอยากให้ผมช่วยอะไรครับ""หนูอัยย์ขา บอกคุณเวฟได้เลยนะคะว่าอยากได้อะไรบ้าง" พันแสงไม่ตอบหัวหน้าเชฟแต่กลับหันมาบอกหนูอัยย์แทนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล บนใบหน้าหล
"เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ" หนูอัยย์รีบถามด้วยความเป็นห่วงพลางขยับตัวเป็นนั่งหันข้างแทนการนั่งหันหลัง "พี่พันแสงไม่สบายเหรอจ๊ะ""พี่แค่รู้สึกมึน ๆ หัวน่ะค่ะ แต่พอได้กลิ่นหนูอัยย์พี่ก็รู้สึกดีขึ้น""กลิ่นหนูอัยย์?""ใช่ค่ะ หรือพี่จะติดกลิ่นหนูอัยย์จริงๆ คะเนี่ย""ติดกลิ่นอะไรกันล่ะจ๊ะ พี่พันแสงหมกมุ่นเองต่างหาก"สิ้นเสียงพูดของหนูอัยย์ พันแสงก็อมยิ้มขำเอ็นดูกับใบหน้าสวยที่เง้างอดของอีกฝ่ายจนต้องหอมแก้มกลม ๆ นั่นด้วยความมันเขี้ยว ก่อนที่เขาจะเบนสายตามองไปยังอาหารบนโต๊ะ ทันใดนั้นใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นตึงเครียดและไม่สบอารมณ์อย่างแรง"หนูอัยย์รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวพี่โทรไปให้เชฟทำอาหารมาใหม่ก่อน ไม่รู้ทำไมถึงเอาอาหารเสียมาทำให้ เหม็นขนาดนี้" พันแสงพูดด้วยน้ำเสียงเข้มอย่างไม่พอใจ หรือเห็นทีเขาต้องลงไปตรวจที่ห้องอาหารหน่อยแล้ว ขืนเอาอาหารหมดอายุมาทำให้ลูกค้ากินจะเสียหายไปถึงรีสอร์ตขนาดไหนกัน"จ๊ะ?"ใครไม่งง แต่หนูอัยย์งงมากเลยตอนนี้ รู้แล้วทำไมแอมถึงบอกว่าวันนี้พ่อเลี้ยงพันแสงดูอารมณ์ไม่ดี จนเธอมาเห็นเองกับตา อารมณ์ของเขาเปลี่ยนเร็วมากจนเธอตามไม่ทัน เมื่อกี้ยังหัวเราะอยู่เลยแต่จู่ ๆ ก็ไม่พ
ร่างสูงของพันแสงเดินเข้ามาในเดอะซันรีสอร์ตตอนช่วงใกล้เที่ยงเหมือนทุก ๆ วัน นัยน์ตาคมกวาดตามองหาร่างบางที่มักจะอยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ทว่าตอนนี้เขากลับไม่เห็นอีกฝ่าย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันพร้อมกับความรู้สึกหงุดหงิดในใจที่ไม่รู้ทำไมมันถึงก่อตัวขึ้นมา"อัยย์ลดาไปไหน""หนูอัยย์ไปเข้าห้องน้ำค่ะพ่อเลี้ยง"แอมรีบตอบพ่อเลี้ยงพันแสงทันทีหลังจากได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูแล้วเหมือนจะเริ่มอารมณ์ไม่ดี ไหนจะใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังแสดงอาการหงุดหงิดพร้อมเหวี่ยงวีนได้ทุกเมื่อไม่ต่างจากเวลาผู้หญิงตอนเมนส์มา อีกทั้งพนักงานบางคนที่มาสับเปลี่ยนเวลาพักกันก็ได้แต่ยืนตัวลีบไม่กล้าเงยหน้ามองพ่อเลี้ยงเลยสักคน"อืม ถ้าเธอออกมาแล้วก็ให้ไปหาผมที่ห้องทำงานด้วย""ได้ค่ะพ่อเลี้ยง"หลังแอมรับคำ ร่างสูงก็รีบสาวเท้าเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ตอนนี้พันแสงรู้สึกพะอืดพะอมอีกแล้ว กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงที่อยู่บริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ลอยตบตีกันไปทั่วจนเขารู้สึกเหม็นจนอยากจะอาเจียนออกมา แล้วถ้ายังยืนอยู่นานกว่านี้มีหวังเขาได้อ้วกพุ่งออกมาอย่างแน่นอน"มองหาอะไรอยู่เหรอแอม" หนูอัยย์ที่กลับมาจากไปเข้าห้องน้ำ พอมาถึงก
"พี่พันแสงเป็นอะไรจ๊ะ"หนูอัยย์เอียงคอมองด้วยความสงสัยหลังจากที่พันแสงพาออกมาจากห้องอาหารโดยไม่พูดไม่จา สีหน้าบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์อย่างมาก"ทำไมหนูอัยย์ถึงไปยืนคุยกับผู้ชายคนอื่นแบบนั้นได้คะ แล้วถ้าพี่ไม่เข้าไปขัดหนูอัยย์ก็จะปล่อยให้มันจีบหรือเปล่า" น้ำเสียงทุ้มถามรัวออกมาอย่างคนอัดอั้นทันทีพร้อมกับหยุดเดินแล้วหันมาประจันหน้ากับร่างบาง"พี่พันแสงใจเย็น ๆ ก่อนนะจ๊ะ มันเป็นอุบัติเหตุจ้ะ แล้วหนูอัยย์เองก็กำลังจะบอกปฏิเสธเขาไปด้วย แต่พี่พันแสงก็เข้ามาก่อน""แล้วหนูอัยย์จะบอกว่ามากับใครล่ะคะ""หนูอัยย์ก็ต้องบอกว่ามากับสามีอยู่แล้วสิจ๊ะ""จริงนะคะ?""จริง ๆ จ้ะ พี่พันแสงไม่ทำหน้าบึ้งแล้วได้ไหมจ๊ะ หนูอัยย์อยากให้พี่พันแสงมีความสุขกับฮันนีมูนของเรา" ดวงหน้าสวยพยักหน้ารัวเพื่อยืนยันในสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปพร้อมกับสวมกอดเอวสอบของพันแสงเอาไว้หลวม ๆ พลางวางคางเรียวบนแผ่นอกแกร่งแล้วส่งสายตาออดอ้อนให้"เฮ้อ พี่ขอโทษนะคะหนูอัยย์" เสียงถอนหายใจเพื่อระบายความรู้สึกภายในใจของพันแสงดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ท่อนแขนแกร่งจะโอบรัดรอบเอวคอดอีกครั้งพร้อมกับก้มลงหอมกระหม่อมเล็ก"ไม่เป็นไรเลยจ้ะ หนูอัยย์ดีใจเสียอีกที
ทั้งพันแสงและหนูอัยย์ต่างนั่งทานอาหารเช้าด้วยกันอย่างมีความสุขแม้ว่าทั้งสองคนจะออกมาจากห้องก็ใกล้จะเที่ยงวันไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งสองหมดสนุก แพลนเที่ยวในวันนี้คือไปพิพิธภัณฑ์แห่งชาติมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งของมีค่ามากมายและประวัติศาสตร์เรื่องราวต่าง ๆ ของประเทศนี้เอาไว้"หนูอัยย์คะ เดี๋ยวพี่ขอไปคุยธุระกับไอ้วัตสักครู่นะคะ หนูอัยย์นั่งรอพี่ก่อนนะ พี่จะรีบกลับมาค่ะ""จ้ะ พี่พันแสงไม่ต้องรีบนะจ๊ะ หนูอัยย์รอได้จ้ะ""ค่ะ งั้นเดี๋ยวพี่มานะคะ""จ้ะ"พันแสงก้มลงหอมเรือนผมนุ่มของหนูอัยย์อย่างเอ็นดู ก่อนจะรีบเดินออกไปยังด้านนอกของห้องอาหารที่ยังคงสามารถมองเห็นหนูอัยย์ที่นั่งอยู่ด้านในได้อย่างชัดเจน ซึ่งภวัตนั้นได้โทรมาคุยเรื่องการขนส่งผลไม้กับลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียรวมถึงผลแล็บการวิจัยเมล็ดสายพันธุ์ใหม่แบบคร่าว ๆ โดนที่สายตาเรียวคมยังคงจับจ้องไปยังร่างบางของหนูอัยย์เป็นระยะ ๆทางด้านหนูอัยย์หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังนั่งรอพันแสงคุยงาน ดวงตากลมสวยมองไปด้านนอกห้องอาหารที่ติดกับน้ำทะเลสีใสและหาดทรายสีขาวจนอดไม่ได้ที่จะต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภา







