홈 / โรแมนติก / เมียรอวันหย่า / บทที่ 2 สามีภรรยาทางนิตินัย

공유

บทที่ 2 สามีภรรยาทางนิตินัย

last update 게시일: 2026-05-01 17:10:35

         แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาว กระทบกับใบหน้านวลที่ล่องลอยอยู่ในห้องนิทรา เปลือกตากะพริบถี่ ๆ เมื่อมีแสงแยงเข้ามา เจ้าของร่างลืมตาขึ้นมาเต็มดวง ตรงหน้าคือเพดานสีขาวที่เธอรู้สึกคุ้นเคย

         เพียงตะวันกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง จนสายตาไปสะดุดกับข้อความที่เขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงิน แม้เวลาจะผ่านมานานหลายปี แต่ข้อความที่เขียนไว้ยังคงติดตรึงในความทรงจำ ‘ตะวันรักพ่อกับแม่ที่สุดในโลก’ ตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือของเด็กหญิงวัยแปดขวบเด่นหราอยู่บนผนังห้อง

         ความทรงจำพรั่งพรูเข้ามาในหัว เธอจำได้ว่าตอนเป็นเด็กนั้นมีความสุขมากขนาดไหน ครอบครัวที่มีพ่อแม่ และลูกเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข จนกระทั่งแม่ได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เหลือเพียงเธอกับพ่อที่ใช้ชีวิตสองคน ผ่านมรสุมชีวิตมากมาย เมื่อคิดมาถึงจุดนี้เพียงตะวันก็สลัดความคิดทั้งหมดออกจากหัวเพื่อไม่ให้รู้สึกทุกข์ใจอีกครั้ง อย่างไรเสียชีวิตต้องดำเนินต่อไป

         วันนี้เป็นฤกษ์จดทะเบียนสมรส แต่เจ้าบ่าวของเธอได้หายตัวไปจากเรือนหอตั้งแต่เมื่อคืนโดยไม่บอกไม่กล่าว เป็นการเข้าหอที่ไร้การพูดคุย ต่างคนต่างแยกย้ายไปพักผ่อน เธอเองก็ไม่กล้าถามอะไร เพราะสามีหมาด ๆ ของเธอมีอาการหงุดหงิดมากเป็นพิเศษ

         เพียงตะวันไม่เคยเห็นพี่ปราชญ์ของเธอเป็นแบบนี้มาก่อน จากที่รู้จักกันมา ปราชญ์ไม่เคยแสดงท่าทางที่ดูเหมือนโกรธแค้นปนกับเสียใจ มันเป็นความรู้สึกที่เธอเองก็เดาไม่ได้ ซึ่งสาเหตุของการหงุดหงิดของเขาในทุกครั้งก็มาจากเธอเป็นส่วนมาก

         เพียงตะวันรีบอาบน้ำชำระร่างกายเพื่อที่จะไปจดทะเบียนสมรสพร้อมกับครอบครัวของปราชญ์ เธอเลือกสวมเดรสแขนยาวสีขาวคลุมเข่า หากพี่ปราชญ์เห็นจะบอกว่าสร้างภาพให้ดูเป็นคนดี มารยา สารพัดที่จะหาคำมาประชดประชัน จนเธอเองก็เริ่มทำใจให้ชินกับคำพูดร้ายกาจเหล่านั้น หญิงสาวยิ้มให้กับภาพสะท้อนในกระจก เธอได้แต่ภาวนาให้การตัดสินใจในครั้งนี้นำพาให้พบเจอความสุข

         ภายในห้องรับแขกคฤหาสน์ใหญ่โตของตระกูล

‘ศิริรัตนกุล’ ชายหนุ่มในชุดลำลองนั่งกอดอกอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อผู้เป็นแม่บ่นยาวเหยียด เพราะลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทิ้งเจ้าสาวให้นอนอยู่เรือนหอในคืนแต่งงานเพียงคนเดียว ส่วนตัวเองหนีกลับมานอนที่บ้านอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

         “ผมยอมแต่งงานด้วยก็บุญเท่าไหร่แล้ว”

         เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หญิงสาวเดินเข้ามาพอดี คำพูดที่รุนแรงต่อความรู้สึกของเธอถูกพ่นออกมาจากปากของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี เพียงตะวันชะงักไปหลายวินาที ทั้งที่ตั้งใจว่าจะชิน แต่ลึก ๆ ภายในใจกลับไม่ชินเลยสักครั้ง

         “สวัสดีค่ะคุณแม่”

         เพียงตะวันทักทายหญิงวัยกลางคนที่บ่นลูกชายตัวเองแต่เช้า

         “เป็นยังไงบ้างลูก เมื่อคืนหลับสบายดีไหมจ๊ะ”

         ผู้ที่เป็นแม่สามีปรี่เข้ามาหาลูกสะใภ้ ในใจก็รู้สึกผิดต่อเพียงตะวันไม่ใช่น้อยที่ถูกลูกชายตัวดีของเธอทิ้งให้ต้องอยู่คนเดียวในคืนเข้าเรือนหอ แถมยังทำร้ายจิตใจด้วยคำพูดต่าง ๆ นานา คนเป็นแม่ได้แต่ห้ามปราม แต่ก็ไม่เป็นผล

         แม้จะรู้ว่าปราชญ์ไม่เคยมีใจให้เพียงตะวัน แต่เธอกับสามีก็จับทั้งสองคลุมถุงชนเพราะอยากช่วยเหลือเพียงตะวัน และเป็นการรักษาสัญญาที่ปรเมษฐ์ให้ไว้กับเพื่อนรักอย่างสุริยันต์

         “ตะวันนอนหลับสบายเลยค่ะ”

         “ดีแล้วลูก แม่ดีใจที่หนูชอบเรือนหอที่ทางเราเตรียมไว้ให้”

         “คุณมากค่ะคุณแม่”

         “ไม่รู้อะไรบังตา คุณแม่ถึงเห็นกงจักรเป็นดอกบัวไปได้”

         คนนั่งอยู่ก่อนอดที่จะพูดแขวะไม่ได้ ตั้งแต่ผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัวในชีวิต ครอบครัวของเขาก็ชอบเธอเป็นพิเศษ จนลูกชายคนเดียวอย่างเขาแทบไม่อยู่ในสายตา

         “จะพูดอะไรก็เกรงใจแม่บ้าง ไม่รู้ว่าลับหลังแม่ปราชญ์พูดอะไรไม่ดีกับน้องบ้าง แต่ต่อหน้าแม่ให้พูดกับน้องดี ๆ เห็นหัวคนแก่คนนี้บ้างเถอะ”

         เยาวเรศบ่นอีกรอบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอกลายเป็นคนปากร้ายตั้งแต่ที่มีเพียงตะวันเข้ามาในครอบครัว ซึ่งเป็นภาพที่เธอไม่คิดว่าจะเห็นมันจากลูกชายด้วยซ้ำ

         “ผมขอคุยกับเพียงตะวันสักครู่นะครับ”

         ปราชญ์ไม่รอให้ผู้เป็นแม่อนุญาต เขาเดินนำเพียงตะวันออกไปที่สวนหย่อมข้างบ้าน ปราศจากสายตาของคนในบ้าน ก่อนจะพูดถึงข้อเสนอก่อนแต่งงานที่ทั้งสองได้แอบตกลงกันไว้โดยไม่มีใครรู้

         “อย่าลืมสิ่งที่พูดไว้”

         “ได้ค่ะ ครบหนึ่งปีตะวันจะหย่าให้”

         ก่อนแต่งงานเพียงตะวันได้รับข้อเสนอของปราชญ์ เพื่อให้มีงานแต่งงานเกิดขึ้น เพราะอยากให้ผู้เป็นพ่อที่จากไปไม่ต้องห่วง คำสั่งเสียก่อนตายของพ่อยังก้องอยู่ในหัว

พ่ออยากให้ตะวันแต่งงานกับคุณปราชญ์ ตะวันจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา พ่อจะได้หมดห่วงสักที

         “เธอคงไม่ลืมเงื่อนไขอีกข้อใช่ไหม”

         เพียงตะวันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำไมเธอจะจำไม่ได้ อีกข้อก็คือไม่เรียกร้องอะไร จากไปแบบเงียบ ๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าเข้ากันไม่ได้ และเราทั้งสองจบกันด้วยดี

         “ตะวันจะไม่เรียกร้องอะไรค่ะ”

         “ดีมาก”

         “เมื่อคืนพี่ปราชญ์ไปไหนมาคะ”

         เธอถามด้วยความเป็นห่วง อาการที่ปราชญ์แสดงออกมันชัดเจนชนิดที่ว่ามองจากนอกโลกยังรู้ว่าหัวใจของเขาเป็นของอิงดาวเพียงคนเดียวเท่านั้น

         “เรื่องของฉัน ไม่ต้องมายุ่ง”

         “ตามใจพี่ปราชญ์ค่ะ ตะวันถามด้วยความเป็นห่วง”

         “บอกแล้วไงว่าไม่ต้องเรียกพี่ ฉันไม่เคยมีน้อง”

         “งั้นตะวันจะเรียกว่าคุณสามีแล้วกันนะคะ”

         “กล้าดียังไงถึงเรียกแบบนั้น”

         “เราแต่งงานกันแล้วนะคะ เผื่อคุณลืม”

         “แค่ละครฉากหนึ่ง อย่าอินให้มาก”

         พูดจบเขาก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้เพียงตะวันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

         งานแต่งจอมปลอมที่เป็นเพียงละครฉากหนึ่ง ไม่ได้มีผลต่อความรู้สึกของเขาแม้แต่น้อย มีเพียงแต่เธอที่รู้สึกไปเองคนเดียว ในส่วนลึกของความรู้สึก เพียงตะวันมีความสุขที่ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักมานานหลายปี

        

         หลังจากที่จรดปากกาเซ็นชื่อในใบสำคัญสมรส

มีอำนาจให้สองคนเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย คนเป็นสามีทำหน้าบอกบุญไม่รับ ส่วนภรรยาก็นิ่งจนอีกฝ่ายเดาใจไม่ออก

         ปราชญ์คิดว่าเพียงตะวันจะยิ้มจนหน้าบานไปอีกเป็นเดือน แต่ดันผิดคาด เพียงตะวันไม่ได้แสดงท่าทีดีใจ

มีเพียงความโล่งใจที่แสดงออกมาผ่านแววตาคู่สวย

         คนที่ดีใจจนออกนอกหน้าก็คงจะเป็นพยานอย่างเยาวเรศเท่านั้น ในที่สุดลูกชายของเธอก็มีภรรยาสักที ความฝันของคนเป็นแม่ก็คงไม่พ้นเรื่องที่อยากอุ้มหลานแน่นอน

         รถหรูเคลื่อนตัวออกจากที่ว่าการอำเภอหลังจากที่เสร็จธุระ ลุงชัยเป็นคนขับรถประจำตระกูลที่เชี่ยวชาญด้านการขับรถเป็นอย่างมาก

         เบาะหลังคนขับมีเยาวเรศนั่งยิ้มอย่างมีความสุข ส่วนเบาะหลังสุดมีคู่ข้าวใหม่ปลามันที่ผู้เป็นสามีนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับ

         “ปราชญ์วางแผนจะมีลูกช่วงไหนจ๊ะ”

         คำถามของผู้เป็นแม่ทำเอาลูกชายแทบสำลัก เขาไม่คิดจะมีอะไรกับเพียงตะวันด้วยซ้ำ

         “ให้เป็นเรื่องของอนาคตเถอะครับ”

         การที่สามีไม่ปฏิเสธคำถามนั้น ทำให้เพียงตะวันแอบมีความหวัง ว่าสักวันเขาจะมีความรู้สึกที่ดีให้เธอบ้าง ไม่ใช่มีเพียงเธอที่รักเขาอยู่ฝ่ายเดียว  

         เพียงตะวันคิดว่าการที่ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักคงจะมีความสุขมากแน่ ๆ จนมาถึงวันนี้ วันที่เธอได้เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาแล้ว แต่กลับไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิดเอาไว้

         เพียงตะวันรู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่พบหน้าครั้งแรก ตั้งแต่สิบแปดปีก่อน ที่เธอได้เจอกับเด็กชายปราชญ์วัยสิบขวบ เขายิ้มให้เธออย่างอบอุ่น และชมว่าเธอน่ารัก รอยยิ้มอ่อนโยนของเด็กชายยังติดตรึงในความทรงจำของเธอ

         “หนูตะวันอยากมีลูกกี่คนจ๊ะ”

         เยาวเรศถามลูกสะใภ้บ้าง เพียงตะวันไม่ทันตั้งตัวจนเผลอทำหน้าตาเหลอหลาออกมา เธอนึกภาพไม่ออกว่าคนอย่างปราชญ์จะพิศวาสเธอได้อย่างไร เขาไม่ชอบหน้าเธอขนาดนี้ เรื่องมีลูกคงจะไกลเกินฝัน

         “ให้เป็นเรื่องของอนาคตดีกว่าค่ะ”

         เพียงตะวันตอบเหมือนที่ปราชญ์ตอบไปก่อนหน้านี้ อนาคตเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน บางทีเธอกับเขาอาจจะมีลูกสักคนไว้เป็นโซ่ทองคล้องใจก็เป็นได้

         “ตอบเหมือนกันแบบนี้แสดงว่าต้องมีข่าวดีแน่นอน”

         เยาวเรศผู้อยากมีหลานพูดด้วยความดีใจ เธอเชื่อว่าความดีและความน่ารักและความเป็นเพียงตะวันสามารถทำให้เจ้าลูกชายของเธอหลงรักได้ในไม่ช้า

         “เธอหวังอะไรอยู่กันแน่”

         ปราชญ์กระซิบลอดไรฟันเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน ภายในสายตาของเขา เพียงตะวันไม่ใช่คนดีนัก คนปกติที่ไหนจะมาแต่งงานกับผู้ชายที่รู้จักกันไม่ถึงปี นอกจากหวังสมบัติก็คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้ว

         “ถ้าตะวันบอกไปแล้วคุณจะทำให้ไหมคะ”

         เพียงตะวันถามกลับบ้าง ทำเอาคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยกมุมปากขึ้นเป็นเชิงเยาะเย้ย คงไม่พ้นเรื่องเงินสินะ ปราชญ์คิดในใจ

         “ถ้าไม่มากเกินไปฉันจ่ายให้เธอได้เสมอ เพื่อแลกกับการมีอิสระเร็วขึ้น”

         “งั้นก็เสียใจด้วยนะคะ ตะวันไม่ได้ต้องการเงินของคุณ”

         เพราะสิ่งที่เพียงตะวันต้องการมากที่สุดจากผู้ชายคนนี้ก็คือความรัก แม้เพียงเศษเสี้ยวก็เพียงพอแล้ว

         “คิดดี ๆ นะเพียงตะวัน เธอจะเอาเงินก้อนนี้ไปตั้งตัว หรือจะออกไปโดยไม่ได้อะไรเลย”

         “ตะวันเป็นคนรักษาสัญญาค่ะ”

         “ก็ดี อดทนให้ได้ครบปีล่ะ เพราะฉันจะทำให้เธอทนไม่ไหวจนรีบวิ่งไปหย่าโดยที่ฉันไม่ได้ร้องขอเลยทีเดียว”

         บรรยากาศภายในรถค่อนข้างอึดอัดจากการปะทะคารมของสองสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน ผู้เป็นแม่เห็นว่าทั้งสองกระซิบกระซาบกันโดยที่สีหน้าบ่งบอกได้ชัดเจนว่าทะเลาะกันอยู่ แม้จะฟังไม่ได้ศัพท์แต่ก็รับรู้ได้ว่าเป็นการสนทนาที่มีการกระทบกระทั่งกันไม่ใช่น้อย

         ดูจากสีหน้าหงุดหงิดของลูกชายแล้วคงไม่พ้นเรื่องหย่าแน่นอน เพราะเธอได้ยินคำว่าหย่าแว่ว ๆ

         “พ่ออนุมัติให้ปราชญ์ลาเจ็ดวันนะลูก พาหนูตะวันไปฮันนีมูนที่ไหนดีจ๊ะ”

         “พักผ่อนอยู่บ้านก็ดีอยู่แล้วครับ ผมไม่อยากไปไหน”

         “แล้วตะวันอยากไปไหนจ๊ะ”

         เยาวเรศถามผู้เป็นลูกสะใภ้ เมื่อเห็นว่าลูกชายปฏิเสธทันควัน จากที่สังเกตพฤติกรรมของทั้งสองแล้ว

เพียงตะวันเป็นฝ่ายที่ยอมให้ปราชญ์ตลอด จะด้วยความเกรงใจ ให้เกียรติ หรือเป็นความกลัวก็ไม่อาจทราบได้

         “ตะวันตามใจคุณปราชญ์ค่ะ”

         “ตายแล้ว หนูตะวันใช้คำดูห่างเหินจังเลย แต่งงานกันแล้วแท้ ๆ”

         ผู้เป็นแม่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน อย่างไรทั้งสองก็เป็นสามีภรรยากันแล้วก็ควรที่จะสนิทกันไว้

         “ตะวันตามใจพี่ปราชญ์ค่ะ”

         “หึ! งั้นก็อยู่บ้านนั่นแหละ ฉันไม่อยากไปไหนกับเธอทั้งนั้น”

         “หวังว่าพี่ปราชญ์จะอยู่บ้านเหมือนที่บอกนะคะ”

         “ตอนที่เจอกันครั้งแรกฉันคิดว่าเธอเป็นคนใสซื่อเสียอีก”

         “พี่ปราชญ์คงมองตะวันผิดไปค่ะ”

         “ก็คงใช่”

         เขาคงมองผิดไปจริง ๆ ตอนแรกคิดว่าจะอยู่เงียบ ๆ ไร้ปากไร้เสียง ไม่สู้คน แต่ตอนนี้คงต้องคิดใหม่แล้ว เพราะผู้หญิงคนนี้ตอกกลับเขาได้เจ็บแสบทุกบทสนทนา

         “อะ...อื้ม แม่ยังอยู่ตรงนี้ วัยรุ่นไม่ทะเลาะกันนะจ๊ะ”

         สงครามขนาดย่อมถูกขัดจังหวะจากผู้เป็นแม่อีกรอบ

         “ประจบแม่ฉันยังไงล่ะ ถึงเข้าข้างเธอได้ขนาดนี้”

         ปราชญ์กระซิบลอดไรฟัน เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าแม่รักใครมากกว่ากัน ระหว่างเขาที่เป็นลูกชายแท้ ๆ กับผู้หญิงคนนี้ที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน

         “คุณแม่ท่านเป็นผู้ใหญ่แล้วค่ะ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ตะวันเชื่อว่าท่านต้องมองคนออกอยู่แล้ว”

         “ทำเป็นเก่งไปเถอะ ฉันจะทำให้เธอไม่มีความสุขจนต้องขอหย่าสามเวลาหลังอาหาร”

         “พี่ปราชญ์ไม่ต้องสนใจตะวันหรอกค่ะ ยังไงก็จะหย่าให้อยู่แล้ว”

         “ฉันไม่เคยสนใจเธอ และไม่คิดจะสนใจด้วย”

         “แผลที่มือ...กลับถึงบ้านเดี๋ยวตะวันทายาให้ค่ะ”

         แววตาของปราชญ์เปลี่ยนไปเล็กน้อย แผลถลอกที่หลังมือและตามข้อนิ้วนิดเดียวกลับสะดุดตาผู้เป็นภรรยาเพียงในนาม เห็นได้ชัดว่าเธอมีความใส่ใจเขาอยู่ไม่น้อย

         การที่ได้รับความใส่ใจจากคนที่เขาใจร้ายใส่บ่อย ๆ ทำให้ปราชญ์ทำตัวไม่ถูก แต่อย่างไรก็ตามคนที่อยู่ข้างเขาในตอนนี้ไม่ควรเป็นเพียงตะวัน ไม่ควรเลยจริง ๆ

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เมียรอวันหย่า   บทที่ 16 ใครจะหย่า

    “พี่ปราชญ์...ข้อตกลงของเรายังต้องทำอยู่ไหมคะ” เพียงตะวันพลิกตัวออกจากอ้อมกอดของผู้เป็นสามี หลังจากผ่านเหตุการณ์ในสัปดาห์ที่แล้วเขาก็ตัวติดกับเธอเป็นพิเศษ “ไม่หย่า” “แบบนี้เรียกว่าผิดสัญญาหรือเปล่าคะ” เพียงตะวันแกล้งถามผู้เป็นสามี เธอรู้สึกว่าสัญญาในตอนแรกไม่มีผลมาสักพักแล้ว ความรู้สึกของเธอกับเขามาไกลเกินกว่าที่จะเป็นการแต่งงานเพียงเพื่อรอวันหย่าเท่านั้น “พี่ผิดเองที่เคยทำให้ตะวันเสียใจ อดีตเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว พี่กลับไปแก้ไขไม่ได้ ขอแค่ตะวันให้โอกาสพี่อีกสักครั้ง พี่จะไม่ทำให้ตะวันเสียใจอีก” วงแขนแกร่งดึงเธอเข้ามากอด เพียงตะวันไม่รู้หรอก ว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เธอมั่นใจว่าการตัดสินใจแต่งงานกับเขาเป็นเรื่องที่เธอเลือกถูกที่สุดแล้ว “ตะวันระ...” ริมฝีปากหยักทาบทับลงมากลืนประโยคที่เธอกำลังจะเอื้อนเอ่ยให้หายไปพร้อมกับรสจูบอันแสนนุ่มนวลของเขา ปากหยักบดคลึงหยอกเย้าอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะถอนออกช้า ๆ มือหนาประคองใบหน้าสวยไว้อย่างเบามือ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดก็สั

  • เมียรอวันหย่า   บทที่ 15 รักแรก

    เพียงตะวันไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด เธอทุบประตูจนความแดงกลืนกินไปทั่วฝ่ามือ ทั้งยังตะโกนขอความช่วยเหลือจนลำคอแห้งผาก แต่กลับไม่มีใครได้ยิน ราวกับว่าเธอส่งเสียงในห้วงอวกาศอันไกลโพ้น ความกลัวเกาะกุมหัวใจเมื่อดวงอาทิตย์คล้อยลงต่ำ ความมืดกำลังคืบคลานเข้ามา หากยังติดอยู่ที่นี่เธอคงต้องนอนในห้องน้ำที่ไร้แสงไฟ เธอเลือกที่จะนั่งลงบนชักโครกเพื่อรอความช่วยเหลือ เดรสสีขาวที่เคยเปียกจนแนบลำตัว บัดนี้ได้แห้งจนเกือบสนิทแล้ว แต่ความเหน็บหนาวยังไม่หายไป เพียงตะวันกอดตัวเองไว้แน่น น้ำตาที่แห้งเหือดไหลออกมาอีกครั้งไม่ต่างกับฉากหนึ่งในนิยายน้ำเน่า ปราชญ์ถอนหายใจออกมาเมื่อแฟ้มเอกสารฉบับสุดท้ายถูกปิดลง สายตาสะดุดกับนาฬิกาข้างผนังเข็มสั้นเลยเลขหกมาเล็กน้อย แต่โทรศัพท์ของเขากลับเงียบสนิทไร้วี่แววการตอบกลับจากภรรยาตัวน้อย เขาส่งข้อความหาเธอหลายครั้งแต่อีกฝ่ายกลับหายเงียบไปเสียดื้อ ๆ ก่อนที่เขาจะออกมาทำงานเธอมีอาการเหมือนจะไม่สบาย ซึ่งนั่นก็สร้างความกังวลใจให้เขาไม่น้อย “เพียงตะวันล่ะ” ประตูถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับคำถามจากผู้หญิงที่ชอบทำให้เขารู้สึกหงุดหง

  • เมียรอวันหย่า   บทที่ 14 กำจัดให้พ้นทาง

    เพียงตะวันรู้สึกว่าร่างกายของเธออ่อนเพลียอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คงเป็นเพราะว่ารอบเดือนของเธอใกล้จะมาแล้ว “ตะวันพักผ่อนอยู่บ้านนะครับ พี่จะรีบกลับ” มือหนาลูบหัวของคนที่กำลังนอนพักอยู่บนเตียงความสัมพันธ์ของเขากับเธอดีขึ้นตามลำดับ รู้ตัวอีกทีก็อยู่ในสถานะสามีภรรยากันเข้าเดือนที่สามแล้ว “เย็นนี้พี่ปราชญ์อยากทานอะไรคะ ตะวันจะทำไว้รอ” “ตอบได้หรอครับ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปาก ปราชญ์รู้สึกว่าช่วงนี้เขามีความสุขที่ได้แกล้งให้อีกฝ่ายหน้าแดง พอได้เห็นท่าทางเขินอายของเธอแล้วมันก็อดเอ็นดูไม่ได้ “ตะวันทำให้ได้ทุกอย่างค่ะ ขอแค่พี่ปราชญ์บอก” “ตะวัน” ดวงตาคมมองเธออย่างลึกซึ้ง ไม่รู้ว่าเพียงตะวันทำอะไรกับเขากันแน่ ปราชญ์รู้สึกอยากอยู่ใกล้เธอเป็นพิเศษ “พี่ปราชญ์มีอะไรหรือเปล่าคะ” “พี่อยากกินตะวันครับ” คำตอบที่ออกมาจากปากเขาทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ปราชญ์เองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาพูดออกไปแบบนั้น คงจะเป็นอาการของคนที่แพ้เสียงในหัวก็เป็นได้ “ตะวันไม่คุยด้วยแล้ว พี่ปราชญ์ตั้งใจทำงาน

  • เมียรอวันหย่า   บทที่ 13 ใช่แฟนเก่าหรือเปล่า

    หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เพียงตะวันก็ไม่ได้รับคำอธิบายเพิ่มเติมจากผู้เป็นสามี เธอไม่กล้าแม้แต่จะถามออกไปว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันแน่ “ดาวชวนดูหนัง จะไปดีไหมครับ” เพียงตะวันหยุดมือที่กำลังหั่นหัวหอมก่อนจะหันไปที่ต้นทางของเสียง ปราชญ์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกรินน้ำใส่แก้ว มือหนายกแก้วขึ้นดื่มจนของเหลวไร้สีพร่องไปครึ่งแก้ว สายตาจับจ้องมาที่ภรรยาตัวน้อยที่สวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูลายกระต่าย “พี่ปราชญ์ไปได้เลยค่ะ ไม่ต้องถามตะวันก็ได้” เธอตอบออกไปเสียงเรียบ มือบางยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ “พี่ชวนครับ” รู้ตัวอีกทีใบหน้าของเธอก็อยู่ภายใต้มือของเขา ปราชญ์ใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดน้ำตาของผู้เป็นภรรยา มืออีกข้างกุมข้างแก้มเอาไว้ ความร้อนจากฝ่ามือทำเอาก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของคนตัวเล็กเต้นไม่เป็นจังหวะ “ตะวันตามใจพี่ปราชญ์ค่ะ” การที่เรารักใครบางคนเพียงข้างเดียวมานานหลายปีทำให้ต้องสูญเสียความเป็นตัวเองไปขนาดนี้เชียวหรือ การตัดสินใจของเธอล้วนขึ้นอยู่กับเขาทั้งสิ้น เพียงตะวันพยายามทำทุกอย่างใ

  • เมียรอวันหย่า   บทที่ 12 ไม่เหมาะสมกัน

    สถานะของเธอกับเขาก็คือสามีภรรยา ส่วนเรื่องของความสัมพันธ์ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่ชัดเจน เขาไม่เคยบอกว่าชอบหรือรักเธอเลยสักครั้ง แม้ว่าความสัมพันธ์ทางกายจะไปถึงขั้นนั้นแล้วก็ตาม หลังจากวันที่ทั้งสองมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน เขาก็ปฏิบัติกับเธอดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน ทุกวันเขาจะกลับไปทานข้าวมื้อกลางวันกับเธอเสมอ “คนนอกเข้าไม่ได้นะครับ” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตึกเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนไม่ใช่พนักงานที่เข้าออกเป็นประจำ “ขอโทษค่ะ ตะวันมาพบคุณปราชญ์ ไม่ทราบว่าต้องไปชั้นไหนคะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยท่าทางที่นอบน้อม เป็นครั้งแรกที่เธอได้ย่างกรายเข้ามาในตึกนี้ หลังจากที่แต่งงานกับปราชญ์ เพียงตะวันก็ไม่เคยถูกแนะนำให้ใครต่อใครรู้จักในฐานะภรรยาของเขาเลยสักครั้ง ซึ่งเธอก็เข้าใจดีว่าเขาแต่งงานกับเธอเพราะถูกบังคับ ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นภรรยาเชิดหน้าชูตาอยู่แล้ว “ได้นัดไว้ไหมครับ” ชายวัยกลางคนถามอย่างสุภาพ ดูจากการแต่งตัว ผิวพรรณ และกิริยาท่าทางสามารถเดาได้ว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ใช่มิจฉาชีพอย่างแน่นอน “ขอโทษค่ะ ตะวันไม่ได้นัดไว

  • เมียรอวันหย่า   บทที่ 11 สามีภรรยาทางพฤตินัย

    ห้องนอนขนาดใหญ่ในบ้านสีขาวแสนอบอุ่น ตกแต่งสไตล์มินิมอล เน้นโทนสีขาวครีม เตียงนอนขนาดคิงไซซ์ปูด้วยผ้าสีครีมสะอาดตา หลายคืนที่ผ่านมามีแค่เพียงตะวันผู้เป็นภรรยาที่นอนคนเดียว แต่วันนี้กลับมีสามีของเธอย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน “นอนด้วยกันไหมคะ” เพียงตะวันเอ่ยถามคนตัวสูงที่เพิ่งเสร็จจากการอาบน้ำ ท่อนบนไร้อาภรณ์ปกปิด หยดน้ำบางส่วนยังเกาะอยู่ตามแผ่นอกกว้าง ไหลลงมาตามร่องของแนวกล้ามเนื้อที่ปรากฏบนหน้าท้องขาวเนียน ผ้าเช็ดตัวสีขาวพันรอบเอวปกปิดส่วนสงวน ช่างเป็นภาพที่ชวนให้หลงใหลราวกับประติมากรรมของศิลปินชั้นเอก ทำเอาคนที่นั่งรออยู่อีกฝั่งของเตียงใจเต้นไม่เป็นจังหวะ “จ้องขนาดนี้พี่ก็อายเป็นนะ” คนตัวโตยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกอันเปลือยเปล่า ท่าทางที่ทำเป็นเหนียมอายทำให้เพียงตะวันขำพรืดออกมา เธอไม่คิดว่าจะเห็นเขาในมุมนี้ด้วยซ้ำ “ก็พี่ปราชญ์หล่อนี่คะ” เพียงตะวันชมเขาจากใจ เป็นหุ่นในฝันของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ กล้ามหน้าท้องที่ไม่ชัดมากเหมือนนักกีฬาเพาะกายเรียงตัวกันอย่างสวยงามราวกับจับวาง หากไม่มีวินัยคงรักษาหุ่นแบบนี้ไว้ไม่ได้แน่

  • เมียรอวันหย่า   บทที่ 10 ไปหย่าสิ

    หลังจากที่เพียงตะวันบอกกับเขาว่าอยากอยู่คนเดียวสักพัก เขาก็ไม่ได้เจอหน้าเธอมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นอย่างไร หายโกรธเขาหรือยัง เลิกงานเขาต้องแวะไปดูเสียหน่อยแล้ว ครืด...ครืด...ครืด...โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานกำลังสั่นจากแจ้งเตือนข้อความเข้า รองประธานละสายตาจากแฟ้มเอกสาร

  • เมียรอวันหย่า   บทที่ 4 ความรู้สึกที่อยู่ภายในใจ

    เสียงเพลงจากลำโพงขนาดเล็ก บรรเลงเพลงฮิตในยุคปัจจุบันที่ฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลาย น้ำสีอำพันในแก้วทรงสูงพร่องลงเกือบครึ่งจากฝีมือของปราชญ์ “มึงเร่งอะไร เดี๋ยวก็เมาจนเมียด่า” ปลื้มเอ่ยแซวลูกพี่ลูกน้องที่เพิ่งแต่งงานใหม่ เสียงดังจากลำโพงทำให้มีเพียงเจ้าตัวที่ได้ยินประโยคนี้

  • เมียรอวันหย่า   บทที่ 3 คนอกหัก

    เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทำให้ปราชญ์โกรธจัดจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ทำให้เผลอชกหน้าลูกพี่ลูกน้องคนสนิทไม่หนึ่งหมัด แต่ฝ่ายนั้นไม่ได้ตอบโต้อะไร เพียงแค่ยกมือขึ้นปาดเลือดที่เลอะมุมปากเท่านั้น มีเพียงอิงดาวที่ส่งข้อความมาหาเขาเมื่อเห็นว่า ‘แฟน’ มีรอยช้ำที่มุมปาก เรื่องที่เกิ

  • เมียรอวันหย่า   บทที่ 1 วันแต่งงาน

    บรรยากาศรอบตัวที่แสนอบอุ่นทำให้ ‘เพียงตะวัน’ในชุดเจ้าสาวสีขาวระบายยิ้มออกมา วันนี้ถือว่าเป็นวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้ หลายคนใฝ่ฝันที่จะเข้าพิธีแต่งงานกับชายหนุ่มที่ตัวเองรัก เพียงตะวันเองก็เช่นกัน การที่เธอได้แต่งงานกับชายที่เธอรักก็เป็นหนึ่งในความฝันของหญิงสาว

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status