《เมียรอวันหย่า》全部章節:第 1 章 - 第 10 章

16 章節

บทที่ 1 วันแต่งงาน

บรรยากาศรอบตัวที่แสนอบอุ่นทำให้ ‘เพียงตะวัน’ในชุดเจ้าสาวสีขาวระบายยิ้มออกมา วันนี้ถือว่าเป็นวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้ หลายคนใฝ่ฝันที่จะเข้าพิธีแต่งงานกับชายหนุ่มที่ตัวเองรัก เพียงตะวันเองก็เช่นกัน การที่เธอได้แต่งงานกับชายที่เธอรักก็เป็นหนึ่งในความฝันของหญิงสาว เพียงตะวันรู้สึกราวกับว่ากำลังอยู่ในความฝัน ความฝันที่เป็นจริงมันช่างงดงามและมีความสุขจนไม่อยากให้เวลาผ่านไป เธออยากซึมซับความสุขนี้ไว้และเก็บมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ “ยิ้มอะไรขนาดนั้น” เสียงชายในชุดสูทสีขาวที่ยืนเคียงข้างเธอถามขึ้นด้วยความหงุดหงิด เขาคือ ‘ปราชญ์’ ว่าที่สามีของเธอ “ก็ตะวันมีความสุขนี่คะ” เพียงตะวันตอบด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความสุข คนเราควรจะมีความสุขในวันแต่งงานไม่ใช่หรือ “หึ! เชิญเธอดื่มด่ำกับความสุขจอมปลอมให้สมใจ แล้วจะรู้ว่านรกมีจริง” เขากล่าวทิ้งท้ายก่อนจะยกแขนขึ้นมาเพื่อให้เธอควง ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของเจ้าบ่าวทำให้แขกที่มาร่วมงานต่างซุบซิบกัน ซึ่งมันก็คงไม่พ้นเรื่องของการแต่งงานโดยไม่ได้เต็มใจทั
閱讀更多

บทที่ 2 สามีภรรยาทางนิตินัย

แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาว กระทบกับใบหน้านวลที่ล่องลอยอยู่ในห้องนิทรา เปลือกตากะพริบถี่ ๆ เมื่อมีแสงแยงเข้ามา เจ้าของร่างลืมตาขึ้นมาเต็มดวง ตรงหน้าคือเพดานสีขาวที่เธอรู้สึกคุ้นเคย เพียงตะวันกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง จนสายตาไปสะดุดกับข้อความที่เขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงิน แม้เวลาจะผ่านมานานหลายปี แต่ข้อความที่เขียนไว้ยังคงติดตรึงในความทรงจำ ‘ตะวันรักพ่อกับแม่ที่สุดในโลก’ ตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือของเด็กหญิงวัยแปดขวบเด่นหราอยู่บนผนังห้อง ความทรงจำพรั่งพรูเข้ามาในหัว เธอจำได้ว่าตอนเป็นเด็กนั้นมีความสุขมากขนาดไหน ครอบครัวที่มีพ่อแม่ และลูกเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข จนกระทั่งแม่ได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เหลือเพียงเธอกับพ่อที่ใช้ชีวิตสองคน ผ่านมรสุมชีวิตมากมาย เมื่อคิดมาถึงจุดนี้เพียงตะวันก็สลัดความคิดทั้งหมดออกจากหัวเพื่อไม่ให้รู้สึกทุกข์ใจอีกครั้ง อย่างไรเสียชีวิตต้องดำเนินต่อไป วันนี้เป็นฤกษ์จดทะเบียนสมรส แต่เจ้าบ่าวของเธอได้หายตัวไปจากเรือนหอตั้งแต่เมื่อคืนโดยไม่บอกไม่กล่าว เป็นการเข้าหอที่ไร้การพูดคุย ต่างคนต่างแยกย้ายไปพักผ่อน เธอเองก็ไม่กล
閱讀更多

บทที่ 3 คนอกหัก

เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทำให้ปราชญ์โกรธจัดจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ทำให้เผลอชกหน้าลูกพี่ลูกน้องคนสนิทไม่หนึ่งหมัด แต่ฝ่ายนั้นไม่ได้ตอบโต้อะไร เพียงแค่ยกมือขึ้นปาดเลือดที่เลอะมุมปากเท่านั้น มีเพียงอิงดาวที่ส่งข้อความมาหาเขาเมื่อเห็นว่า ‘แฟน’ มีรอยช้ำที่มุมปาก เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นความผิดของเพียงตะวันคนเดียว หากไม่มีเธอชีวิตของเขาควรมีความสุขกับคนที่ตัวเองรักโดยไม่ต้องรอเวลาให้คนอื่นชิงตัดหน้าไปก่อน เขาควรได้แต่งงานกับอิงดาวและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนถึงบั้นปลายของชีวิต เรื่องราวระหว่างเขา อิงดาว และปลื้ม เกิดขึ้นมานานตั้งแต่จำความได้ เขากับอิงดาวเป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา ส่วนปลื้มที่เป็นลูกชายของลุงปรมัตถ์พี่ชายพองพ่อเขา ปลื้มอายุมากกว่าเขากับอิงดาวสองปี แต่ปราชญ์ไม่เคยเรียกว่าพี่ เพราะเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เกิด จึงสนิทกันในรูปแบบเพื่อนมากกว่า ทั้งสามคนสนิทกันมานานมาก ทุกช่วงเวลาของชีวิตล้วนมีกันและกัน และในความคิดของปราชญ์ อิงดาวสนิทกับเขามากกว่าปลื้มอยู่แล้ว ปราชญ์ตั้ง
閱讀更多

บทที่ 4 ความรู้สึกที่อยู่ภายในใจ

เสียงเพลงจากลำโพงขนาดเล็ก บรรเลงเพลงฮิตในยุคปัจจุบันที่ฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลาย น้ำสีอำพันในแก้วทรงสูงพร่องลงเกือบครึ่งจากฝีมือของปราชญ์ “มึงเร่งอะไร เดี๋ยวก็เมาจนเมียด่า” ปลื้มเอ่ยแซวลูกพี่ลูกน้องที่เพิ่งแต่งงานใหม่ เสียงดังจากลำโพงทำให้มีเพียงเจ้าตัวที่ได้ยินประโยคนี้ “ตัวเล็กอย่างกับลูกแมว จะว่าอะไรกูได้” “ระวังจะหอนเป็นหมา” “ไม่มีทาง!” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลยสักนิด แค่แต่งงานให้มันจบ ๆ ไป พอครบหนึ่งปีก็แยกย้ายกันไปตามทางที่ต้องการ “เออ กูจะรอดูครับน้อง” คนอย่างเขานี่หรือจะต้องหอนเป็นหมาเพราะผู้หญิงคนเดียว แค่ในความคิดก็เป็นไปไม่ได้แล้ว มือหนาคว้าแก้วมาเพื่อกระดกแอลกอฮอล์ลงคอ แต่ถูกรั้งไว้โดยคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “พี่ปราชญ์เมาแล้วนะคะ” เพียงตะวันกระซิบบอกผู้เป็นสามี เพราะเห็นว่าปราชญ์เริ่มทรงตัวไม่อยู่จนต้องเอาหัวมาซบตรงไหล่ของเธอ ลมหายใจที่รดต้นคอของเธอคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นของแอลกอฮอล์ “ฉันไม่ได้เมา” คนที่มีอาการเมาปฏิ
閱讀更多

บทที่ 5 ความรู้สึกแปลกใหม่

เพียงตะวันตื่นขึ้นมาในห้องที่ตัวเองไม่คุ้นเคย ก่อนที่สมองจะประมวลผลได้ว่านี่เป็นห้องนอนของปราชญ์ สามีเพียงในนามที่แต่งงานกันมาหลายวัน แต่ยังไม่ได้ร่วมเตียงกันเลยสักครั้ง “เห้ยยยย!” คนที่กำลังงัวเงียสะดุ้งโหยงเมื่อมีเสียงปริศนาออกมาจากที่ไหนสักแห่ง เธอหันซ้ายหันขวาอยู่หลายครั้ง แต่ยังไม่เห็นคนที่เป็นต้นเสียงเลย พลันสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ประตูห้องน้ำ “พี่ปราชญ์คะ” เพียงตะวันตะโกนเรียกผู้เป็นสามี เสียงร้องเมื่อครู่ทำให้เธออดเป็นห่วงเขาไม่ได้ “ออกไปสิวะ!” ขาที่กำลังจะก้าวลงจากเตียงต้องชะงักกลางอากาศ เมื่อได้ยินเจ้าของห้องตะโกนไล่ ความน้อยใจก่อตัวขึ้นชัดเจนในความรู้สึก แค่เธอไม่สบายจนต้องนอนพักบนเตียงของเขาทั้งคืนมันร้ายแรงถึงกับต้องไล่กันเลยหรือ ตะ...ตะ...ตะ...ตุ๊กแก! ตุ๊กแก! “อ๊ากกกก ออกไปสิวะ!” เสียงร้องของสัตว์เลื้อยคลานที่เปรียบเสมือนสัตว์สามัญประจำบ้านดังขึ้น ผสานกับเสียงร้องอย่างตื่นตระหนกของผู้ชายมาดขรึม ทำเอาเพียงตะวันเกือบหลุดขำออกมา เธอรีบพุงตัวไปที่ประตูห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ก๊อก! ก๊
閱讀更多

บทที่ 6 แอบตามใจ

หลังจากที่ปราชญ์ถามว่าเธออยากไปไหน เขาก็พาเธอไปสถานที่แห่งนั้นจริง ๆ รถหรูแล่นบนทางด่วนมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกที่อยู่ติดกับทะเล “กลัวไหม” ใบหน้าเรียบเฉยทอดสายตามองถนนที่ทอดยาวออกไป สองข้างทางมีรั้วกั้นไว้ตลอดทั้งสาย “หมายถึงกลัวพี่ปราชญ์หรอคะ” เพียงตะวันตอบเรียงแผ่ว เธอไม่เข้าใจความหมายของคำถามที่อยู่ ๆ ก็พูดขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย หากตอบไม่ถูกใจจะโดนเขาดุหรือเปล่า ดวงตาคู่สวยหม่นลง เธอกลัวเหลือเกินว่าทริปนี้จะล่มกลางคัน “ทำไม ฉันน่ากลัวงั้นหรอ” คิ้วเข้มขมวดเมื่อได้ยินคำถามของคนที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ เขานึกไม่ถึงว่าคนที่พยายามทุกอย่างเพื่อแต่งงานกับเขาจะถามกลับมาด้วยประโยคนี้ แถมยังทำตัวเหมือนเขาเป็นยักษ์เป็นมาร “นิดหน่อยค่ะ พี่ปราชญ์ชอบทำหน้าดุ” เพียงตะวันรู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่กับเขาเพียงลำพัง อาจเป็นเพราะปราชญ์ชอบทำหน้าไร้อารมณ์หรือไม่ก็ตีหน้ายักษ์ใส่เธอเป็นประจำ “กลัวก็ดีแล้ว จะได้ไม่ต้องคิดอะไรเกินตัว” ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน แรกเริ่มเดิมทีเขาก็ไม่คิดจะรักเพียงตะวันอยู่แล้ว การ
閱讀更多

บทที่ 7 จริงหรือกล้า

หลังจากมื้ออาหารเย็นผ่านไป ทั้งสองก็ผลัดกันทำธุระส่วนตัว เพียงตะวันรู้สึกว่าเขาและเธอเหมือนเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ แต่ก็เป็นเพียงสิ่งที่เธอคิดไปเองฝ่ายเดียวอยู่ดี ปราชญ์พูดเอาไว้ชัดว่าเขาไม่มีวันคิดอะไรกับเธอ “แน่ใจนะคะ ว่าจะนอนตรงนี้ เราขอเตียงเสริมไม่ได้หรอคะ” “แม่ด่าฉันพอดี แล้วก็ล้มเลิกความคิดที่จะเปิดห้องใหม่ไปได้เลย” ห้องสวีทสุดหรูกับเตียงขนาดคิงไซซ์ พร้อมด้วยการตกแต่งที่ไปในโทนอบอุ่น เหมาะสำหรับลูกค้าที่เป็นคู่รัก หากเป็นคู่อื่น ค่ำคืนอันแสนวิเศษนี้ก็คงทำให้รู้สึกประทับใจจนลืมไม่ลง “พี่ปราชญ์นอนบนเตียงเลยค่ะ เดี๋ยวตะวันจะนอนโซฟาเอง” คิ้วหนาขมวดทันทีที่ประโยคเมื่อครู่จบลง สุภาพบุรุษอย่างเขาต้องให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเสียสละเตียงนุ่ม ๆ ให้อย่างนั้นหรือ เพียงตะวันคิดอะไรอยู่กันแน่ ถ้าเขาเป็นฝ่ายที่เสียสละให้เธอเอง เพียงตะวันอาจจะคิดว่าเขามีใจให้เธอแน่นอน “งั้นมาเล่นเกมกัน ใครแพ้นอนโซฟา” ปราชญ์เลือกที่จะชวนเธอเล่นเกม หากเป็นเมื่อก่อนคงมีประโยคที่ไม่น่าฟังออกจากปากเขาเป็นแน่ แต่ตอนนี้ความรู้สึกที่มีต่อเพียงต
閱讀更多

บทที่ 8 เพลงขวัญ

แสงแดดของยามเช้าค่อย ๆ ลอดผ่านผ้าม่านกระทบกับใบหน้าคมคาย ชายหนุ่มสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาพร้อมสัมผัสอบอุ่นในอ้อมแขน ร่างเล็กในอ้อมกอดยังหลับสนิท ลมหายใจแผ่วเบาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เธอขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะซุกหน้าเข้าหาไออุ่นจากแผ่นอกกว้างจนผู้เป็นสามีเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ครืด...ครืด...แรงสั่นจากสมาร์ตโฟนฉุดให้เขาหลุดจากภวังค์ มือหนาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนตู้เก็บของเล็ก ๆ ข้างเตียง แขนอีกข้างยังโอบกอดภรรยาจอมขี้เซาไว้แนบกาย เมื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงแล้วเขาก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นข้อความที่เด่นหราอยู่หน้าจอ อิงดาว : พี่ปลื้มนอกใจดาว อิงดาว : เจ็บจังเลยปราชญ์ อิงดาว : ทำยังไงดี อิงดาว : ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย อิงดาว : ดาวผิดอะไร นิ้วเรียวกดเข้าไปในช่องสนทนาอย่างร้อนรน ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ ๆ เขารู้จักปลื้มดีกว่าใครพี่ชายของเขาไม่มีวันทำให้อิงดาวต้องเสียใจแน่นอน ปราชญ์ : ใจเย็น ๆ อิงดาว : เย็นไม่ไหว ไม่ใช่ว่าคิดไปเอง แต่ดาวเห็นกับตาตัวเอง ปราชญ์ : ปลื้มไม่ใช่คนแบบนั้น ต้
閱讀更多

บทที่ 9 ตัดใจใช้เวลานานแค่ไหน

“คุยกันหน่อย” สองขายังไม่ก้าวพ้นธรณีประตู เสียงอันทรงพลังก็ทำให้ให้เขาต้องชะงัก เบื้องหน้าเขาเป็นมารดาที่นั่งไขว่ห้าง สองมือกอดอกสายตาที่มองเขาเจือไปด้วยความโกรธปนผิดหวัง “แม่มีอะไรหรือเปล่าครับ” เขาถามออกไป หากพูดยืดยาวกว่านี้คงต้องวิ่งหลบฝ่ามืออรหันต์เป็นแน่ “ไปไหนมา” “บ้านดาวครับ” ปราชญ์ตอบออกไปตามความเป็นจริง แม่เขารู้ทันทุกอย่างการพูดความจริงจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด “ไปรับเพียงตะวันเดี๋ยวนี้!” เสียงประกาศิตออกคำสั่งเจ้าลูกชายตัวดี เธอไม่คิดมาก่อนว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะเป็นคนที่ไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้ แม้เพียงตะวันจะบอกว่าตนเองเป็นฝ่ายขออยู่เที่ยวต่อคนเดียว แต่เยาวเรศรู้ดีว่าเด็กคนนี้พูดออกมาเพื่อปกป้องสามี “...” เหมือนร่างกายถูกกระแทกด้วยของแข็งจนแน่นิ่งไปเป็นหลายวินาที ปราชญ์ลืมไปแล้วว่าตัวเองรีบออกมาจากโรงแรมโดยไม่ได้บอกอีกฝ่าย ความรู้สึกผิดก่อตัวในจิตใจของเขา ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง “ผมขอโทษ” “ทำผิดต่อใครก็ไปขอโทษคนนั้น” “เข้าใจแล้วครับ”
閱讀更多

บทที่ 10 ไปหย่าสิ

หลังจากที่เพียงตะวันบอกกับเขาว่าอยากอยู่คนเดียวสักพัก เขาก็ไม่ได้เจอหน้าเธอมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นอย่างไร หายโกรธเขาหรือยัง เลิกงานเขาต้องแวะไปดูเสียหน่อยแล้ว ครืด...ครืด...ครืด...โทรศัพท์บนโต๊ะทำงานกำลังสั่นจากแจ้งเตือนข้อความเข้า รองประธานละสายตาจากแฟ้มเอกสาร หางตาเหลือบมองไปที่โทรศัพท์มือถือ เพลงขวัญ : ออกมาเจอกันหน่อยคนดี เพลงขวัญ : ฉันกลับมาแล้ว เพลงขวัญ : ที่รักคิดถึงฉันไหม นิ้วเรียวกดเลื่อนหน้าจอปลดล็อก ช่องสนทนาล่าสุดปรากฏชื่อคนที่เข้าใจผิดว่าเขาเป็นพี่ชายจนทำให้อิงดาวเกือบจะเลิกกับปลื้ม ปราชญ์ถอนหายใจยาว มีเพลงขวัญเข้ามาในชีวิต เขาคงปวดหัวเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ปราชญ์ : ฉันไปเป็นที่รักเธอตอนไหน เพลงขวัญ : เมื่อวานเรายังกอดกันอยู่เลย ปราชญ์ : ผิดคนแล้ว นั่นมันปลื้ม เพลงขวัญ : ใครใช้ให้พวกนายหน้าตาคล้ายกัน ปราชญ์ : เธอเกือบทำให้ไอ้ปลื้มบ้านแตก เพลงขวัญ : แล้วแตกหรือยัง ปราชญ์ : ทำไม จะทำอะไร เพลงขวัญไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร สำหรับเขาแล้วเธอเ
閱讀更多
上一章
12
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status