Masukเตชัสยื่นมือมาขอช้อน “เอาช้อนมา เดี๋ยวผมป้อนแกเอง ขิงไปกินซุปเถอะ เดี๋ยวจะหายร้อนแล้วไม่อร่
คุณธัญวดีหน้าสลดลง เพราะก็จริงอย่างที่ลูกชายคนโตบอก นางไม่ควรพูดเรื่องแต่งงานตอนนี้ แต่นางเห็นเป็นจังหวะดี ไหนๆ หลานชายก็กำพร้าขาดพ่อ การแต่งงานจึงน่าจะดีกับทุกฝ่าย แต่เมื่อครู่นี้นางหุนหันพลันแล่นรีบพูดไปหน่อย เพราะเกิดไม่ไว้ใจแม่ผู้ช่วยเลขานุการนั่น เพราะฝ่ายนั้นหน้าตาสะสวยมาก อีกทั้งดูจากสายตาของลูกชายนางก็บอกได้ว่าชอบพอมากทีเดียว นางไม่สบายใจที่เห็นแบบนั้น หากไม่ติดว่าอยู่ในช่วงงานศพของฉัตรเทพนางจะต้องคุยเรื่องแต่งงานให้รู้เรื่องให้ได้ ลูกชายนางเหลือคนเดียว แล้วยังเนื้อหอมมีผู้หญิงมาแย่งชิงกันอย่างกับอะไรดี“ตกลง แม่จะยังไม่พูดตอนนี้ ไว้ให้ผ่านงานตาฉัตรไปก่อนก็ได้”คุณธัญวดีเดินนำออกไปด้วยความไม่สบายใจเท่าไรนัก ส่วนคนที่เดินตามหลังนั้นหันมาทางร่างสูงพร้อมกับยกมือไหว้ “รินกลับก่อนนะคะพี่เต” แล้วก็เหมือนเดิม เตชัสไม่เคยมองเธอด้วยสายตาอย่างอื่นเลยนอกจากน้องสาวเท่านั้น“ดูแลคุณแม่ให้ถึงบ้านดีๆ นะริน พี่ฝากด้วย ตอนเย็นเจอกันที่วัด” เตชัสบอกกับคนที่เขามองว่าเป็นน้องเสมอมา เขาไม่มีทางคิดกับปารารินเป็นอย่างอื่นได้เลย เพราะ
“ขิงขอดูน้องหน่อยค่ะ” ขวัญดาวอุ้มปลาวาฬออกมา “น้องคงหิวค่ะ เพราะแกยังกินไม่อิ่ม ให้ขิงอุ้มไปป้อนข้าวก่อนดีกว่านะคะ” ขวัญดาวได้โอกาสเลยรีบหาทางเลี่ยง แต่ไม่คิดว่าจะทำให้คนในวงนั้นหันมามองเธอตาปริบๆ แล้วคุณธัญวดีก็กรีดเสียงสูงขึ้นมา“นี่เธอเลี้ยงหลานฉันยังไง ทำไมปล่อยให้หิวจนร้องไห้แบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหนกัน หลานฉันไม่ใช่เด็กข้างถนนนะจะได้เลี้ยงให้อดได้น่ะ”“ไม่ใช่แบบนั้นครับคุณแม่” เตชัสรีบห้ามเพราะเรื่องบานปลายไปกันใหญ่ “ขิงเขาก็ป้อนซุปให้ปลาวาฬกินอยู่ แต่ว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยตอนที่ป้อน ขิงเลยพาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ก็อย่างที่คุณแม่เห็นตอนเข้ามานั่นแหละครับ ขิงพาไปอาบน้ำมา”“เข้าข้างกันเชียวนะเต”“ผมไม่ได้เข้าข้างครับ แต่ผมพูดความจริง คุณแม่จะให้รินเขาพาไปป้อนอาหารก่อนไหมล่ะครับ จะได้ดูว่าปลาวาฬหิวจริงหรือเปล่า”เตชัสก้มมองเสื้อทำงานตัวเอง “ก่อนคุณแม่มาก็ป้อนซุปไปแล้ว แต่เจ้าปลาวาฬมันกินดุมาก ผมเผลอนิดเดียว เอาช้อนไปตักซุปเอง จนเละไปทั้งตัว ดูเสื้อผมส
คุณธัญวดีถอนใจ ไม่คิดไม่ฝันว่าเสียลูกชายไปแต่กลับได้หลานมาแทน “อืม ไม่ต้องตรวจก็ได้ แม่ก็คิดแบบนั้น แล้วแม่ของเจ้าหนูเป็นใครกัน เตรู้ไหม”“ผมถามจากลียา เห็นว่าเป็นเพื่อนในกลุ่มที่ฉัตรแอบรักมานาน ผมกำลังติดต่อครอบครัวของแม่ปลาวาฬอยู่ครับ เพื่อทำเรื่องขอรับรองปลาวาฬเป็นลูกผมแทน”“เรื่องใหญ่ทีเดียว ทางนั้นเขารู้หรือยังว่ามีหลานชายอีกคนเข้ามาเป็นสมาชิก”“น่าจะทราบแล้วครับ เพราะแม่ปลาวาฬเสียตั้งแต่ตอนคลอด บ้านทางนู้นคงรู้ แต่ผมไม่รู้ว่าเขาตกลงกับเจ้าฉัตรไว้ยังไงแค่นั้น”“โถ น่าสงสาร” คุณธัญวดีครางออกมา ใจอ่อนยวบ และไม่เพียงแต่พูดเท่านั้น ยังส่งนิ้วไปเกลี่ยแก้มยุ้ยๆ ของปลาวาฬยักษ์เบาๆ “ตัวแค่นี้ก็ต้องเสียพ่อเสียแม่ไปแล้ว ย่ากับลุงจะดูแลหลานเองนะจ๊ะ”เจ้าหนุ่มน้อยพอได้ยินเสียงนุ่มที่เต็มไปด้วยความรักก็ยิ้มร่า และเพราะยังไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนจึงจ้องเขม็งกลายเป็นว่าย่าหลานจ้องตากันอยู่นาน คุณธัญวดีอมยิ้ม เพราะดวงตาใสซื่อที่มองนางช่างน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน แถมยังหัวเราะเอิ๊กอ๊ากใส่ไม่ห
“คุณแม่นั่งพักก่อนดีกว่าครับ มาเหนื่อยๆ ผมจะให้ขิงอุ้มหลานมาให้คุณแม่ดูแน่นอน” เตชัสบอกมารดาที่เดินนำเข้ามายังห้องรับแขก แต่ไม่ยอมนั่งลงเสียที ราวกับต้องการเห็นคนที่อยากเห็นเสียก่อน“ใครกันขิง” คุณธัญวดีถามขึ้นด้วยความสงสัย คิ้วที่วาดมาเป็นอย่างดีย่นยู่เข้าหากัน ละสายตาจากการกวาดมองหาเด็กน้อยที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกฉัตรเทพ ปารารินเองก็เช่นกัน ดวงตาคู่กลมโตหันไปมองคนที่อยู่ในฐานะพี่ชายแต่อีกหน่อยเขาจะเป็นสามีในอนาคตของเธอ มารดาเลี้ยงเปรยกับเธอบ่อยครั้ง ว่าอยากให้เธออยู่ในฐานะลูกสะใภ้ปารารินเอ่ยขึ้นด้วยความอยากรู้ “ขิง ชื่อคุ้นๆ นะคะ”“ขิง ผู้ช่วยเลขานุการที่บริษัท พี่ให้ขิงมาเป็นพี่เลี้ยงของน้องปลาวาฬชั่วคราว เพราะเมื่อวานอย่างที่คุณแม่เห็น ลียาพาปลาวาฬมาแบบกะทันหัน ผมเลยหาคนเลี้ยงไม่ทัน ส่วนผมก็เลี้ยงเด็กไม่เป็น จะหวังให้ป้าอุ่นมาช่วยดูแลปลาวาฬระหว่างที่ผมกำลังหาพี่เลี้ยงให้ ป้าอุ่นแกก็ตกบันไดนอนเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล ผมเลยต้องขอให้ขิงเขามาช่วยดูแลปลาวาฬ”คุณธัญวดีหรี่ตามองลูกชายคนโตที่ตอนนี้เป็นทายาทคนเดียวของนา
เตชัสยื่นมือมาขอช้อน “เอาช้อนมา เดี๋ยวผมป้อนแกเอง ขิงไปกินซุปเถอะ เดี๋ยวจะหายร้อนแล้วไม่อร่อย ถ้าไม่รีบกิน ผมออกไปทำงานแล้วขิงจะกินอะไรลำบาก เพราะปลาวาฬดูติดคุณมาก ส่วนอาหารกลางวันไม่ต้องห่วงนะ ไม่ต้องทำเอง แม่บ้านจะจัดการให้ ผมสั่งเขาไว้แล้ว”“ค่ะคุณเต”กลิ่นซุปหอมฟุ้งเตะจมูก น้องปลาวาฬก็กินน่าอร่อย ในที่สุดขวัญดาวก็ยอมปล่อยให้เตชัสป้อนอาหารให้น้องปลาวาฬเอง แล้วหันกลับไปจัดการซุปอีกถ้วยที่เขาเตรียมไว้ให้เธอ พอตักเข้าปาก รสซุปหอมละมุนกลมกล่อมไหลเข้าปาก อร่อยจนต้องร้องว้าว แทบไม่อยากเชื่อว่าเจ้านายของเธอเป็นคนลงมือปรุงเองจนหลุดปากชมออกมา“ซุปของคุณเตอร่อยมาก ขิงไม่เคยกินซุปอร่อยแบบนี้เลย” เธอชมจากใจ มันอร่อยจนอยากเก็บสูตรไปทำกินเองบ้าง เพราะซุปถ้วยนี้ถ้าไปสั่งตามร้านอาหาร อย่างน้อยๆ ก็ต้องจ่ายหลักร้อยขึ้นไป“ถ้าชอบ ในหม้อมีอีก ผมทำเอาไว้เยอะ น่าจะกินได้อีกสี่ถึงห้าถ้วย” เขาตอบขณะตักซุปคำสุดท้ายป้อนน้องปลาวาฬ แล้วดูท่าว่าแกยังไม่อิ่ม“คุณเตมีเคล็ดลับอะไรในการทำไหมคะ ขิงจะได้จำเอากลับไปทำกินบ้าง&rd
เตชัสกอดอกขยับเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงจ้องคนตัวเล็กกว่าที่มีส่วนสูงระดับอกเขา “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ถ้าพร้อมแล้วก็ออกไปกินข้าว จะได้มีแรงเลี้ยงน้องปลาวาฬ ชดเชยที่ชอบเอาเวลางานไปทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง”ขวัญดาวถูกเขาบังคับด้วยสายตาจนต้องอุ้มน้องปลาวาฬเดินตามเขาเข้าไปดูซุปในครัวด้วยสีหน้าสับสน ริมฝีปากนุ่มขยับบ่นพึมพำ “ทำผิดในงาน แต่ให้มาทำงานชดเชยที่บ้าน มันใช่เหรอ” ทว่าก้มลงมองทารกที่อุ้มกอดแนบอกอยู่ “ถ้าน้องปลาวาฬไม่น่ารักน่าเอ็นดูจนพี่ขิงทิ้งไม่ลงขนาดนี้ พี่ขิงไม่ยอมคุณเตหรอก”ทารกน้อยเบิกตากว้าง แล้วคลี่ยิ้มปากบานเหมือนรู้ว่าถูกชมว่าน่ารัก“แอ้ แอ้”ทว่าคนที่เดินนำไปก่อนนั้นหูดีได้ยินเสียงพึมพำ จึงหันกลับมามองใบหน้าสวยที่มองสบตาเขาเข้าพอดี“คุณบ่นอะไรเมื่อตะกี้ ไม่พอใจ หาว่าผมใช้ความเป็นเจ้านายบังคับคุณให้ช่วยเลี้ยงหลานเหรอ”สาวน้อยพยายามระงับความคิดไม่ให้ไปตอบโต้ “เปล่าค่ะ” แล้วเสมองไปทางอื่น ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดเตชัสหันกลับไป แววตาเจ้าเล่ห์







