LOGINเตชัสกอดอกขยับเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงจ้องคนตัวเล็กกว่าที่มีส่วนสูงระดับอกเขา “ไม่มี
เขาหาเศษหาเลยกับเธอทั้งที่มีคู่หมายแล้ว ทำแบบนี้เธอไม่ชอบเลย มือบางเลยทุบลงไปบนอกแกร่งเพื่อให้เขาหยุดการรุกรานแต่ว่าเขาไม่ยอมหยุด ซ้ำยังเพิ่มแรงบดจูบลงมาราวกับคนขาดสติ เหมือนคนกระหายการจูบแต่ทำไมร่างกายกลับรู้สึกอ่อนไหวต่อสัมผัสของเขา ขวัญดาวไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้ เธอไม่ใช่ดอกไม้ใกล้มือให้เขาเด็ดชมเล่น เมื่อลิ้นร้ายเข้ามาหยอกเอินอย่างย่ามใจ ขวัญดาวเลยอาศัยจังหวะที่เขาเคลิบเคลิ้มกัดลิ้นเขาอย่างจัง“โอ๊ย”ร่างใหญ่ของเตชัสผละออกราวกับเจอของร้อนลวกปาก แต่นี่ไม่ใช่ของร้อน มันเป็นฟันซี่คมๆ ที่กัดลงมาอย่างแรง ใบหน้าหล่อเหลาเขียวคล้ำเพราะเจ็บจี๊ดไปทั้งแผ่นลิ้น“ขิงกะจะฆ่าผมให้ตายเลยหรือไง”ขวัญดาวขึงตาใส่ ดวงหน้าสวยมีรอยแดงซ่าน ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยจูบกับใครมาก่อน “ก็คุณเตอยากจูบขิงก่อนทำไม ใครใช้ให้เอาลิ้นเข้ามาในปากขิงล่ะคะ”เตชัสหอบลมหายใจถี่กระชั้น“ก็ไม่เห็นต้องเล่นแรงขนาดนี้ เกิดลิ้นผมขาดไปจะทำยังไง ต่อไปจะเอาลิ้นที่ไหนไว้ชิมความหวานของขิมล่ะ”“นี่ยังคิดจะมีต่อไ
“นี่ขิง” คนหล่อจัดเดินเข้าไปใกล้ แล้วถามเสียงขรึม “ถ้าผมคิดจะทำอะไรขิงจริงๆ ละก็ ผมทำไปนานแล้ว ไม่รอให้ถึงตอนนี้หรอก อีกอย่างผมมีความอึด เอ้ย อดทนมาก”ขวัญดาวชะงักมองจ้องหน้าเจ้านายผู้มากเสน่ห์ เตชัสมองยิ้มๆ “ผมแค่พูดผิดขิงทำไมต้องมองผมแบบนี้ด้วยครับ ในห้องมีเด็กอ่อนอยู่ด้วยแบบนี้ผมจะปล้ำขิงได้ยังไง จริงไหมเจ้าปลาวาฬ”เตชัสมองหาตัวช่วย ทารกร่างกลมเอียงคอมอง ไม่รู้ว่าเข้าใจที่ผู้ใหญ่คุยกันไหม หรือเป็นจังหวะปลาวาฬแลบลิ้นออกมาพอดี ทำเอาเตชัสหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ“แลบลิ้นแบบนี้หมายความว่าไงเจ้าอ้วน” เตชัสจิ้มนิ้วไปที่เอวกลมๆทารกที่ท่าทางจะรู้มากเกินไวหัวเราะเอิ๊กอ๊ากผิดกับขวัญดาวที่เหลือบมองเตชัสอย่างระแวดระวัง“เชื่อใจผมเถอะนะ ถ้าผมคิดจะทำ ไม่ต้องรอถึงป่านนี้หรอก ปิดประตูห้องทำงานจับขิงปล้ำไปแล้ว เพราะขิงชอบทำโอทีมืดๆ ค่ำๆ” แล้วนั่นก็เป็นเหตุให้เขาต้องทำงานดึกไปด้วย เพราะแอบห่วงความปลอดภัยของเลขานุการสาว ส่วนคืนนี้เขาไม่ได้คิดล่วงเกินเธอสักนิด เพราะต้องน
“เอ่อ ขิงคงมัวแต่ดูน้องปลาวาฬอยู่มั้งคะเลยไม่ทันได้ยินว่าคุณเตมา” ขวัญดาวตอบอึกอัก แล้วรีบเบี่ยงหน้าหนี ลุกขึ้นเดินออกห่าง“นึกว่าขิงคิดว่าเมื่อไหร่พ่อปลาวาฬจะกลับมาสักที” ขวัญดาวอึ้งจนต้องหันกลับมามองเขา เตชัสกลัวว่าจะทำไก่ตื่น เดี๋ยวบินหนีไปจะไล่จับลำบาก เลยเปลี่ยนเรื่องพูด“แล้วนี่เจ้าปลาวาฬหลับนานแล้วหรือขิง ผมว่าจะมาเล่นด้วยเสียหน่อย ว่าแต่ขิงกินข้าวหรือยัง”“ถามหลายประโยคจังค่ะ ขิงกินข้าวแล้ว ส่วนน้องปลาวาฬหลับได้สักครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม” เขาเงยหน้ามองเธอ “ผมสัญญาว่าจะรีบหาพี่เลี้ยงมาเลี้ยงปลาวาฬ ขิงจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่หาพี่เลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องค่าตอบแทนผมจ่ายได้ไม่ใช่ปัญหา แต่ผมต้องการคนที่มีใจรักเด็ก สะอาดสะอ้าน และเข้ากับปลาวาฬได้ดี ที่สำคัญก็ต้องมีพื้นฐานการเลี้ยงเด็กอ่อนด้วย ผมไม่ต้องการพี่เลี้ยงที่อายุมากเกินไป เพราะว่าปลาวาฬตัวใหญ่ ดิ้นทีผมเป็นผู้ชายยังเกือบทำหลุดมือ แล้วก็ไม่อยากได้พี่เลี้ย
“ก็ใช่น่ะสิ คุณเอมอรยังไม่ได้บอกคุณเหรอ เอมอรเขาอาจจะลืม เพราะช่วงนี้ผู้ช่วยเลขาฯ ของผมเขาลา” เตชัสเน้นคำว่าของผมจนวริศเผลอมองหน้าคนที่นั่งหลังยืดตรงอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของท่านประธานหน้าเหวอไป ผิดกับเจ้าของห้องที่ระบายยิ้มทั่วหน้า แต่สายตาเยือกเย็น จนวริศรู้สึกว่าห้องท่านประธานเย็นยะเยือกราวกับนั่งอยู่ที่ขั้วโลกเหนือเตชัสมองตรงจ้องหน้าวริศพลางถามต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“ไม่ทราบว่าคุณวริศติดปัญหาอะไรหรือเปล่า”นี่เป็นการเลื่อนตำแหน่งแบบสายฟ้าแลบที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน แม้แต่เขาที่ทำงานอยู่ในแผนกฝ่ายบุคคลก็ตาม แต่ท่านประธานถามว่ามีปัญหาอะไรไหม ใครจะกล้ามีปัญหากับเจ้าของและท่านประธานใหญ่อย่างเตชัส วราฤทธิ์วริศงุนงงไปหมด แต่ต้องบังคับตัวเองให้ส่ายหน้า “เอ่อ...ไม่มีครับท่านประธาน ผมแค่ตกใจ แล้วยังไม่มีเวลาเตรียมตัว หรือบอกใคร”“เท่าที่ผมทราบคุณไม่มีครอบครัวเหลือแล้วนี่ครับ คุณพ่อกับคุณแม่คุณเสียก่อนเข้ามาทำงานที่บริษัท ส่วนคุณยายของคุณท่านจากไปเมื่อปลายปี ผมจำได้ว่าผมไปงานศพของคุณย
คุณธัญวดีหน้าสลดลง เพราะก็จริงอย่างที่ลูกชายคนโตบอก นางไม่ควรพูดเรื่องแต่งงานตอนนี้ แต่นางเห็นเป็นจังหวะดี ไหนๆ หลานชายก็กำพร้าขาดพ่อ การแต่งงานจึงน่าจะดีกับทุกฝ่าย แต่เมื่อครู่นี้นางหุนหันพลันแล่นรีบพูดไปหน่อย เพราะเกิดไม่ไว้ใจแม่ผู้ช่วยเลขานุการนั่น เพราะฝ่ายนั้นหน้าตาสะสวยมาก อีกทั้งดูจากสายตาของลูกชายนางก็บอกได้ว่าชอบพอมากทีเดียว นางไม่สบายใจที่เห็นแบบนั้น หากไม่ติดว่าอยู่ในช่วงงานศพของฉัตรเทพนางจะต้องคุยเรื่องแต่งงานให้รู้เรื่องให้ได้ ลูกชายนางเหลือคนเดียว แล้วยังเนื้อหอมมีผู้หญิงมาแย่งชิงกันอย่างกับอะไรดี“ตกลง แม่จะยังไม่พูดตอนนี้ ไว้ให้ผ่านงานตาฉัตรไปก่อนก็ได้”คุณธัญวดีเดินนำออกไปด้วยความไม่สบายใจเท่าไรนัก ส่วนคนที่เดินตามหลังนั้นหันมาทางร่างสูงพร้อมกับยกมือไหว้ “รินกลับก่อนนะคะพี่เต” แล้วก็เหมือนเดิม เตชัสไม่เคยมองเธอด้วยสายตาอย่างอื่นเลยนอกจากน้องสาวเท่านั้น“ดูแลคุณแม่ให้ถึงบ้านดีๆ นะริน พี่ฝากด้วย ตอนเย็นเจอกันที่วัด” เตชัสบอกกับคนที่เขามองว่าเป็นน้องเสมอมา เขาไม่มีทางคิดกับปารารินเป็นอย่างอื่นได้เลย เพราะ
“ขิงขอดูน้องหน่อยค่ะ” ขวัญดาวอุ้มปลาวาฬออกมา “น้องคงหิวค่ะ เพราะแกยังกินไม่อิ่ม ให้ขิงอุ้มไปป้อนข้าวก่อนดีกว่านะคะ” ขวัญดาวได้โอกาสเลยรีบหาทางเลี่ยง แต่ไม่คิดว่าจะทำให้คนในวงนั้นหันมามองเธอตาปริบๆ แล้วคุณธัญวดีก็กรีดเสียงสูงขึ้นมา“นี่เธอเลี้ยงหลานฉันยังไง ทำไมปล่อยให้หิวจนร้องไห้แบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหนกัน หลานฉันไม่ใช่เด็กข้างถนนนะจะได้เลี้ยงให้อดได้น่ะ”“ไม่ใช่แบบนั้นครับคุณแม่” เตชัสรีบห้ามเพราะเรื่องบานปลายไปกันใหญ่ “ขิงเขาก็ป้อนซุปให้ปลาวาฬกินอยู่ แต่ว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยตอนที่ป้อน ขิงเลยพาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ก็อย่างที่คุณแม่เห็นตอนเข้ามานั่นแหละครับ ขิงพาไปอาบน้ำมา”“เข้าข้างกันเชียวนะเต”“ผมไม่ได้เข้าข้างครับ แต่ผมพูดความจริง คุณแม่จะให้รินเขาพาไปป้อนอาหารก่อนไหมล่ะครับ จะได้ดูว่าปลาวาฬหิวจริงหรือเปล่า”เตชัสก้มมองเสื้อทำงานตัวเอง “ก่อนคุณแม่มาก็ป้อนซุปไปแล้ว แต่เจ้าปลาวาฬมันกินดุมาก ผมเผลอนิดเดียว เอาช้อนไปตักซุปเอง จนเละไปทั้งตัว ดูเสื้อผมส







