Masukธิติจัดแจงเปลี่ยนท่วงท่าร่วมรักไปเรื่อยอย่างเอาแต่ใจ มะปรางแตกซ่านน้ำหวานกระจายไหลนองเปียกเปื้อนเต็มซอกขา กว่าเขาจะดื่มด่ำกับความเสียวจากการถูกเธอบีบรัดจนพอใจ มะปรางก็สุขสมไปไม่รู้กี่ครั้ง จนเธอต้องอ้อนวอนร้องขอเขาทั้งน้ำตา
“คุณติขา ปรางไม่ไหวแล้ว คุณติถึงสักทีสิคะ ฮึก ๆ” มะปรางบอกเสียงกระท่อนกระแท่น ในตอนที่เขาเปลี่ยนท่าจับเธอนอนหงาย ยกสองขาเรียวขึ้นพาดบ่า แล้วสอดใส่ลำกายที่ยังคงแข็งคึกเข้าหาสุดแรงจนร่างสาวสั่นกระเทือน อกอวบกระเพื่อมไหว เธอหอบหายใจถี่กระชั้น อ่อนระโหยโรยแรงเต็มที แต่เขาก็ไม่ยอมหยุด ไม่ยอมพอสักที เธอเจ็บแสบและจุกไปหมดแล้ว
“อีกนิดเดียว...ซี้ด !” ธิติสูดปากเสียว เขากดหัวเข่าลงข้างสะโพกอวบ สองมือรวบจับเอวบางไว้แน่น ก่อนจะเริ่มขยับบั้นเอวกระแทกแก่นกายใส่ร่องอุ่นอ้าวถี่ยิบ เพื่อฉุดกระชากคนโรยแรงไปยังสุดสายปลายทางพร้อมเขาอีกครั้ง มะปรางกรีดร้องดีดดิ้นอย่างเสียวจัด ก่อนจะแตกกระจายพร้อมกับเขาในตอนที่เขาตอกอัดตัวตนสุดโคนสอดสลักปักลึก แล้วปลดปล่อยสายน้ำสีขาวอุ่นในกายเธอ
2 ไร่เดือนเต็ม
รุ่งเช้าวันใหม่ คนที่ตักตวงความหวานจากเมียจนอิ่มเอมรู้สึกตัวตื่นด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ตาคู่คมยังคงปิดอยู่ในขณะที่ยื่นแขนออกไปควานหาร่างเนียนนุ่มเพื่อจะดึงมากอด และคิดในใจว่าจะกลืนกินเธอซ้ำเช้าอีกสักรอบ ทว่าสิ่งที่เขาไขว่คว้าได้กลับมีเพียงความว่างเปล่า คิ้วเข้มจึงขมวดมุ่น ธิติถอนหายใจอย่างฉุนจัด ไม่บอกก็รู้ว่าเธอตื่นก่อนและหนีออกจากห้องไปแล้ว
ธิติลืมตามองเพดานห้องอย่างหัวเสีย เขาหันไปมองที่ว่างข้าง ๆ แล้วคาดโทษเจ้าของที่นอนเอาไว้ในใจ...คืนนี้เขาจะจัดการให้ลุกไม่ขึ้นเลย จะได้ไม่มีแรงหนีออกจากห้องไปก่อนเขาตื่น
คนหงุดหงิดที่ไม่ได้เติมเต็มความหวามหวานดั่งใจเดินหน้าบึ้งเข้าไปในห้องรับประทานอาหารของบ้าน ซึ่งเป็นห้องที่เชื่อมต่อกับระเบียงกว้าง มองเห็นวิวไร่องุ่นและทิวเขาตรงสุดสายตา เมื่อเข้าไปในห้อง เขาก็พบเพียงคุณย่าเดือนเต็ม คุณพ่อติณและคุณแม่ธัญญานั่งรับประทานอาหารเช้าอยู่ที่โต๊ะไม้กลม ส่วนคนที่เขาหมายมาดจะลงทัณฑ์ค่ำคืนนี้ไม่ได้อยู่ด้วย
“ปรางล่ะครับ”
คำถามของคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามชะงัก ย่าเดือนเต็มเหลือบตามองหลานชายคนโตเพียงแวบเดียว ท่านไม่สนใจที่จะตอบคำถามของหลาน
พ่อติณกับแม่ธัญญายิ่งแล้วใหญ่ ทั้งสองไม่มองหน้าลูกชายด้วยซ้ำ ยังคงพากันนั่งรับประทานข้าวต้มปลารสเลิศฝีมือลูกสะใภ้อยู่เงียบ ๆ
พอไม่ได้รับคำตอบจากใครสักคน ธิติก็เดินไปนั่งลงที่เก้าอี้เงียบ ๆ ป้าสมรที่ยืนคอยดูแลคุณ ๆ อยู่มุมห้องรีบยกชามข้าวต้มมาวางตรงหน้าเขา
“ของคุณติค่ะ ไม่ใส่ขิง ไม่ใส่กระเทียมเจียว คุณปรางเตรียมไว้ให้แล้วค่ะ”
“แล้วคุณปรางของป้าไปไหนล่ะครับ” เมื่อถามย่า ถามพ่อ ถามแม่ แล้วไม่มีใครตอบ เขาถามแม่บ้านก็ได้
“คุณปรางเข้าไปในไร่กับคะน้าตั้งแต่เช้าตรู่แล้วค่ะ”
“ไปทำไม” ธิติคนข้าวต้มในชาม เขาถามเหมือนไม่ใส่ใจจะเอาคำตอบ แต่ป้าสมรผู้สังเกตเจ้านายหนุ่มมาสักระยะรู้ว่าเขาอยากรู้คำตอบ
“เข้าไปเตรียมของไว้ให้หมอนัทค่ะ วันนี้หมอนัทจะมาเอากล้าไม้ที่เพาะไว้”
“แล้วไปยุ่งอะไรกับไอ้หมอนัท ของของมันก็ให้มันจัดการเองสิ จุ้นจ้าน วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง” ธิติบ่นพึมพำ ก่อนจะลงมือกินข้าวต้มด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย หนีออกจากห้องมาก่อนแล้วยังจะหนีเข้าไร่อีก เขาจะจัดโทษหนักให้เป็นสองเท่าเลย...คอยดูสิ
“คิดไว้หรือยังว่าจะไปเรียนต่อที่ไหน” มะปรางถามเด็กสาวผมซอยสั้นที่นั่งอยู่ข้างกัน
หลังจากเข้ามาดูคนงานในไร่ขนกล้าไม้ขึ้นหลังรถกระบะเรียบร้อย ทั้งสองก็เดินมานั่งคุยกันที่โต๊ะไม้ตัวยาวใต้ร่มไม้ใหญ่ใกล้เรือนเพาะชำ ที่จริงนี่เป็นหน้าที่ของคะน้าที่ได้รับมอบหมายจากธนัท หรือหมอนัท...น้องชายวัย 28 ปีของธิติ แต่เมื่อเช้าตรู่ตอนที่เตรียมกับข้าวเรียบร้อยแล้ว มะปรางได้ยินคะน้าเข้าไปบอกป้าสมรในครัวว่าจะเข้ามาในไร่ เธอจึงขอตามเข้ามาด้วย เธอแค่อยากหลบหน้าคนเอาแต่ใจเท่านั้น
“คะน้าว่าจะเรียน มสธ. ค่ะ จะได้เรียนอยู่ที่บ้าน คะน้าไม่อยากไปไหนไกล คะน้าอยากอยู่ดูแลป้าค่ะ” เด็กสาววัยสิบแปดตอบนายผู้หญิงแล้วยิ้มกว้างสดใส คะน้าเป็นเด็กกำพร้า ป้าสมรซึ่งเป็นพี่สาวของพ่อรับเธอมาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก เธออยู่บ้านพักคนงานใน ไร่เดือนเต็ม กับป้ามาตั้งแต่จำความได้แล้ว
พี่ ๆ ต่างพากันยืนรายล้อมเตียงทารกด้วยความตื่นเต้น น้องน้อยของพวกเขาถูกห่อตัวไว้ด้วยผ้าสีชมพูราวดักแด้น้อย“น้องปรายแก้มแดง” เจ้าปราณว่าพลางใช้นิ้วชี้เขี่ยแก้มน้องน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่“จมูกน้องปรายนุ้มนุ่ม” เจ้าโปรดแตะจมูกน้องเบา ๆ ราวกับกลัวว่าน้องจะเจ็บ“น้องปรายตัวเล็กนิดเดียว” เจ้าปราชญ์แตะหน้าผากน้องเบา ๆ อย่างทะนุถนอม“อย่ากวนน้อง ให้น้องนอนเยอะ ๆ น้องจะได้แข็งแรง โตเร็ว ๆ พวกเราเป็นพี่ชายต้องคอยดูแล ปกป้องน้อง อย่าให้ใครมารังแกน้องเด็ดขาด” ปริญบอกน้อง ๆ ทั้งสามด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน เจ้าสามคนหันมามองหน้าพี่คนโตแล้วพยักหน้ารับอย่างจริงจังมะปรางนั่งอิงแอบอกสามีอยู่บนเตียง เธอมองลูก ๆ แล้วยิ้มอย่างมีความสุข เป็นวันที่เธออ่อนล้าแต่หัวใจอิ่มเอมเต็มตื้นคุณย่าทวดเดือนเต็ม คุณปู่ติณและคุณย่าธัญญามองดูหลาน ๆ อย่างมีความสุข เจ้าพวกตัวน้อยทั้งห้าคนคือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของไร่เดือนเต็ม ตั้งแต่มีพวกเขา ไร่เดือนเต็มก็ไม่เคยเหงาอีกเลย มีแต่ความปั่นป่วนที่เจือด้วยรอยยิ้มและความสุขเสียงร้องเล็ก ๆ ของน้องปรายทำให้พี่ ๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ปริญตั้งสติได้ก็หันไปบอกคุณพ่อเสียงตกใจ“คุ
“ลูกหลับหมดแล้วเหรอคะ” มะปรางถามสามีเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน สามีของเธอเพิ่งกลับมาจากเล่านิทานให้ลูก ๆ ฟังในห้องนอนของพวกเขา“หลับหมดแล้ว ทำไมปรางยังไม่นอน” ธิติเดินไปนั่งลงริมเตียง เขาแตะหน้าท้องนูนของคนที่นอนตะแคงอยู่“อึดอัดเหรอครับ หายใจสะดวกไหม” คนห่วงเมียถามพลางช่วยจัดหมอนที่เธอหนุนใต้ท้องไว้ให้เข้าที่“เหนื่อยค่ะ” มะปรางบอกแล้วสูดลมหายใจลึก“เดี๋ยวก็คลอดแล้ว หลังคลอดพี่จะไม่ให้ปรางทำอะไรเลย พี่จะเลี้ยงน้องปรายเอง จะทำให้ทุกอย่าง ปรางจะได้ไม่เหนื่อย”มะปรางยิ้มให้คนที่อาสาจะดูแลลูก หญิงสาวยกมือขึ้นแตะแก้มเขา “สามีของปรางน่ารักที่สุด”ธิติยิ้มอบอุ่น เขาก้มลงหอมแก้มนวลอย่างแสนรัก“นอนได้แล้วครับ พี่ขอเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวจะมานอนกอดนะ”“ค่ะ”เมื่อภรรยาหลับตาลง ธิติจูบเปลือกตาสองข้างของเธอเบา ๆ ก่อนจะลุกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำธิติใช้เวลาในห้องน้ำไม่นาน ครู่หนึ่งเขาก็เปิดประตูออกมา คิ้วเข้มขมวดมุ่นทันที เมื่อเห็นว่าคนที่เพิ่งหลับตาไปก่อนเขาจะเข้าห้องน้ำลุกขึ้นนั่ง“ปรางลุกขึ้นมาทำไมครับ เป็นอะไรหรือเปล่า” ธิติรีบเดินเข้าไปหาเธอด้วยความเป็นห่วงมะปรางมองหน้าสามีแล้วยิ้
พอคุณพ่อออกปากอนุญาต เด็กน้อยทั้งสี่ก็ร้องดีใจ และโผเข้ากอดคุณพ่อพร้อมกันทันที เจ้าปราณปีนขึ้นไปนั่งตักคุณพ่อแล้วกอดคอไว้แน่น เจ้าหนูหอมแก้มซ้ายขวาคุณพ่อฟอดใหญ่ไปหลายครั้งมะปรางลืมตาขึ้นมองคุณพ่อตัวโตที่ถูกลูก ๆ รุมกอดรุมหอมอยู่บนโซฟา หญิงสาวยิ้มอ่อนโยน แล้วค่อยขยับตัวลุกขึ้นนั่ง“ปราง” ธิติเห็นเมียตื่นก็รีบอุ้มลูกลงจากตัก แล้วเข้าไปนั่งลงข้างเมีย“ตื่นเร็วจัง นอนต่ออีกนิดไหมครับ” ธิติว่าพลางช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“พอแล้วค่ะ อยากไปดูลูกเล่นว่าวมากกว่า” มะปรางว่ายิ้ม ๆ เธอมองสามีด้วยสายตาล้อเลียนธิติยิ้มแห้งให้ภรรยา แบบนี้เธอก็คงได้ยินที่เขาคุยกับลูกหมดแล้วล่ะสิ“คนหื่น” มะปรางขยับปากว่าให้ได้ยินกันเพียงสองคน“คุณแม่ตื่นแล้ว คุณแม่ไปดูพวกเราเล่นว่าวที่หน้าบ้านนะครับ” ปราชญ์นั่งลงข้างมารดา เขาเอนศีรษะซบต้นแขนผู้เป็นแม่ แล้วยื่นมือไปลูบท้องแม่เบา ๆ “พาน้องปรายไปดูพวกเราเล่นว่าวด้วย”มะปรางยิ้มหวานให้ลูกชายคนรอง เธอลูบศีรษะลูก ๆ เบา ๆ “จ้ะ”เจ้าเด็กอีกสามคน พอได้ยินว่าคุณแม่จะไปดูพวกเขาเล่นว่าวก็พากันกระโดดโลดเต้นดีใจกันใหญ่“น้องปรายคอยดูนะ ว่าวของพี่จะต้องขึ้นสูงที่สุด” ปริญมานั่งคุ
มะปรางยอมให้สามีอุ้มเข้าห้องไปวางลงบนเตียง ยอมให้เขาเริ่มบทรักครั้งที่สองในค่ำคืนนี้ด้วยความเต็มใจ เธอให้ความร่วมมือกับเขาเต็มที่ ทว่าสุดท้ายแล้วมะปรางก็ได้เรียนรู้ว่า ไม่มีสัจจะในหมู่คนหื่น ครั้งเดียวไม่เคยมีอยู่จริงสำหรับสามีของเธอ เขามันคนหื่นที่เอาแต่ใจที่สุดตอนพิเศษคุณพ่อลูกดก “ชู่ว์ ! เงียบ ๆ ครับ คุณแม่หลับอยู่” ธิติยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปาก เพื่อเตือนลูกชายวัยไล่เลี่ยกันทั้งสี่คนที่วิ่งกรูเข้ามาในห้องนั่งเล่นยามบ่าย เพราะตอนนี้คุณแม่ของเด็ก ๆ กำลังนอนกลางวันอยู่บนที่โซฟาเบด ช่วงนี้เธออ่อนเพลียง่ายและนอนกลางวันทุกวัน เพราะในท้องของเธอมีลูกสาวของเขาอยู่ ท้องใหญ่ที่นูนเด่นออกมาบอกให้รู้ว่า อีกไม่กี่วันน้องสาวคนเล็กของพี่ ๆ ก็จะออกมาลืมตาดูโลกแล้ว “ปราชญ์ โปรด ปราณ อย่าเสียงดัง มานั่งตรงนี้” ปริญ...พี่ชายคนโตวัย แปดขวบบอกน้องด้วยสีหน้าขึงขังจริงจัง เขานั่งลงบนโซฟา แล้วตบที่นั่งข้างตัวสองข้าง เพื่อบอกให้น้องมานั่งด้วย ปราชญ์...น้องชายคนรองวัยหกขวบเดินย่องอย่างระมัดระวังไปนั่งข้างพี่ชาย โปรด...น้องชายคนที่สามวัยห้าขวบเดินตามด้วยท่
“ปรางต้องทำยังไง คุณติถึงจะยอมเข้าไปนอนในห้องคะ” สุดท้ายเธอก็ต้องง้อเขา ไม่น่าลงโทษเขาด้วยวิธีแบบนี้เลย แบบนี้เขาต้องได้ใจแน่ ๆ เพราะเขารู้ว่า ถึงยังไงเธอก็ต้องมาง้อเพราะเป็นห่วงเขา “ปรางติดค้างหอมแก้มพี่อีกหนึ่งข้าง” คนอยากหันมากอดเมียแทบตายแต่ก็ยังวางฟอร์มบอก “คุณติหันมาสิคะ ปรางจะหอม” ที่จริงก็อยากเล่นตัวให้นานกว่านี้ แต่กลัวเมียจะเปลี่ยนใจไม่ยอมหอมแก้ม คนตัวใหญ่ขี้ใจน้อยจึงพลิกตัวหันไปหาเธอ “หอมแก้มแล้วต้องแถมจูบด้วย” “แต่ปรางติดหอมแก้มอย่างเดียวนะคะ” “ก็ปรางหอมช้า เลยเวลามาตั้งนานแล้ว มันก็ต้องมีดอกเบี้ยกันบ้าง” มะปรางถอนหายใจบางเบา หญิงสาวยอมทำตามที่เขาบอก เธอหอมแก้มเขาหนึ่งฟอด แล้วแถมด้วยจูบหวาน ๆ ตามใจเขา แต่พอเธอจะถอนจูบ คนที่งอนเธอเมื่อครู่ก็เล่นแง่กับเธอ เขากดท้ายทอยเธอไว้ และจูบอย่างเอาแต่ใจ ทั้งยังแตะต้องสัมผัส ลูบไล้ไปทั่วเนื้อตัวเนียนนุ่ม ปลุกเร้าเธออย่างคนมีแผน “คุณติ...อย่า” มะปรางห้ามเสียงสั่นพร่า เพราะสามีชักจะเตลิดไปกันใหญ่ เขาล้วงมือลงผ่านชายกระโปรงชุดนอน แล้วสอดมือผ่านขอบกางเกงชั้นในเ
“ก่อนจะเหมาทำไมไม่เช็กตังค์ในกระเป๋าก่อนคะ” “ปรางไม่รักพี่” มะปรางถอนหายใจแรง หญิงสาวเปิดกระเป๋าเงินในมือ แล้วหยิบเงินส่งให้คนขายส้ม ก่อนหันมามองค้อนคนที่ยิ้มหน้าบานเพราะเมียตามใจ คนชนะหันไปยิ้มเยาะให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างสะใจ“ส้มหมดแล้ว ไปซื้อร้านอื่นเถอะ” “ขอโทษด้วยนะคะพี่เอื้อ พอดีคุณติเขาอยากซื้อส้มไปแจกคนงานในไร่ค่ะ” “ไม่เป็นไรครับน้องปราง พี่ไปซื้อร้านอื่นก็ได้ครับ พี่ขอตัวก่อนนะครับ” “ค่ะ” แม้จะรู้สึกผิดกับโอบเอื้อ แต่เธอก็เลือกจะตามใจคนเอาแต่ใจ เพราะขืนขัดใจ คนที่งอนเธออยู่แล้วก็จะงอนหนักไปกันใหญ่ “ขอตัวก่อนนะครับคุณติ” “อือ” ธิติพยักหน้า ในใจไล่ส่งอยากให้มันไปเร็ว ๆ พอโอบเอื้อขับรถออกไปแล้ว เขาก็หันมายิ้มให้เมีย “พี่รักปรางที่สุด” “คนนิสัยไม่ดี” มะปรางว่าแล้วหิ้วถุงส้มที่เธอเลือกเดินกลับไปที่รถ ธิติรีบเดินตาม และแย่งเอาถุงส้มมาถือ พอเดินไปถึงรถ เขาก็เปิดประตูรถให้เมีย “คุณติรู้ตัวไหมคะว่า เมื่อกี้คุณติทำตัวได้น่าตีที่สุดเลย” “ก็ช่าง พ







