LOGINหลังจากเดินเข้าที่พักพร้อมกัน ปภาวรินทร์ก็ถึงกับต้องแปลกใจ เมื่อพบว่านรภัฏได้สั่งให้คนของมิสเตอร์ลีจองห้องพักไว้เพียงห้องเดียว หัวใจของเธอเต้นระรัว ทั้งประหม่า หวั่นไหว แต่ก็ยังแอบมีความหวังเล็กๆ ซ่อนอยู่
“พี่ภัฏคิดไม่ซื่อกับฝ้ายหรือเปล่าคะ ถึงได้จองห้องเอาไว้แค่ห้องเดียว” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาอย่างไม่แน่ใจ นรภัฏก้าวเข้ามาใกล้ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียข้างแก้มเนียน ก่อนจะกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู
“ก็ตอนที่ฝ้ายนั่งมาบนเครื่องอาการของฝ้ายดูแปลกๆ หน้าซีดมือสั่น พี่กลัวคืนนี้ฝ้ายจะไม่สบายแบบนั้นอีกนะสิ แล้ววันนี้ก็เสนองานเครียดมาทั้งวันแล้ว พี่ขอดูแลฝ้ายนะครับ” เขาอ้างด้วยเหตุผลที่ฟังดูเป็นห่วง แต่แววตาแพรวพราวกลับบ่งบอกถึงความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่
“แล้วพี่สัญญาได้มั้ยคะ ว่าคืนนี้จะไม่ทำอะไรฝ้าย” เธอถามย้ำ พยายามรวบรวมความกล้าเพื่อปกป้องตัวเองจากเสน่ห์อันร้ายกาจของเขา
“อื้ม...พี่อยากดูแลฝ้าย อย่าคิดมากสิครับ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น มือใหญ่เอื้อมมาลูบศีรษะเธออย่างรักใคร่ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ปภาวรินทร์รู้สึกวาบหวามไปทั้งร่าง
ระหว่างที่เขาอาบน้ำ หญิงสาวก็แอบลงไปที่ล็อบบี้เพื่อจะจองห้องพักของเธอ แต่ปรากฏว่าโรงแรมก็เต็มทุกห้อง!
“จะเป็นไปได้อย่างไร จะบ้าไปแล้ว โรงแรมออกใหญ่โตอย่างนี้ บอกเต็มทุกห้อง!” ปภาวรินทร์บ่นอุบด้วยความหัวเสีย แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงรีบกลับมาที่ห้องของตัวเองอย่างเร่งรีบ ความรู้สึกผิดหวังและคับข้องใจถาโถมเข้ามา
เลขาฯ สาวไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเดินมานั่งนิ่งๆ อยู่มุมห้อง ไม่นานนรภัฏก็เดินออกจากห้องน้ำมาด้วยผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวที่พันกาย เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและหยดน้ำยังคงเกาะพราวบนแผงอกกว้าง ทำให้เธอรู้สึกกลัวและเป็นกังวล
“ทำไมยังไม่จัดกระเป๋าอีกล่ะ” เขาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ก็...จะให้จัดยังไงล่ะ เธอกำลังจะย้ายออกไปนอนที่อื่นนี่น่า หญิงสาวแอบคิดในใจ
“ขอโทษค่ะ คือฝ้าย...” เธอไม่กล้าบอกความจริงกับเขา ดวงตาหลุบต่ำลงมองพื้น
“เมื่อกี้ไปไหนมา” หญิงสาวใจหายแวบ เมื่อนรภัฏยิงคำถามนี้ เหมือนเขารู้แล้วทุกอย่าง
“เอ่อ คือว่า!!!” เธอไม่ได้เตรียมคำตอบเอาไว้เลย มัวแต่อ้ำอึ้ง
“บอกพี่มา!!!!” เขาขู่จนเธอตกใจ น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจนเธอไม่กล้าขัดขืน
“ก็ลงไปดูห้องพักค่ะ เผื่อว่ามีห้องว่าง” หญิงสาวตัดสินใจบอกความจริงอย่างจำนน
“พี่บอกอะไร วันหลังก็หัดเชื่อกันบ้างสิ คนที่จะมาโรงแรมนี้เขาต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นแหละ ไม่จองไว้ก่อนเค้าก็บอกเต็มทั้งนั้นแหละ ที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น” เขาบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน แต่แววตาของเขากลับแฝงไปด้วยความเอ็นดู
“ค่ะ ฝ้ายจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว” ปภาวรินทร์ผ่อนลมหายใจหลังพูดจบ รู้สึกโล่งใจที่เขาไม่ได้โกรธเธอมากนัก
หลังจากนั้นเธอก็รีบเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าและจัดเรียงใส่ตู้จนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเดินออกมารับลมที่ระเบียง นรภัฏเดินเลขาฯสาว ออกมาแล้วกอดเธอเอาไว้จากทางด้านหลัง แขนแกร่งโอบรัดเอวบางอย่างแผ่วเบา เขารู้ว่าเธองอนที่ถูกเขาดุเมื่อสักครู่นี้ จึงตั้งใจมาง้อ
“ทำไมไม่ไปอาบน้ำ โกรธพี่เหรอ” เขายังไม่ได้แต่งตัว หยดน้ำยังเกาะอยู่เต็มแขน มัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งเสียดสีกับแผ่นหลังของเธอ ทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง
“เอ่อ คือ...” เธอพยายามหาคำพูด แต่กลับพูดไม่ออก
“พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะดุฝ้ายนะครับ หรือว่าฝ้ายจะให้พี่อาบให้เป็นการขอโทษดีล่ะ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดข้างหู ทำให้ปภาวรินทร์สะท้านไปทั้งตัว
“พี่ภัฏ อื้ย!! อย่าค่ะ” หญิงสาวพยายามดิ้นหนีจากการถูกกอดรัด แต่เขากลับยิ่งกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น
“ทำไม พี่แค่หอมแก้มนิดเดียวเองนะ” สิ้นเสียงเขาก็ฉวยโอกาสหอมแก้มเนียนๆ ของเธอไปฟอดใหญ่ กลิ่นกายหอมกรุ่นของเขาทำให้เธอแทบจะละลายในอ้อมแขน
“พี่ภัฏ แต่เราไม่ได้เป็นเหมือนเดิมแล้วนี่คะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
“เหมือนเดิมสิ ทำไมจะไม่เหมือนละครับ” เขาตอบกลับอย่างมั่นใจ
“ก็ฝ้ายเคยได้ยินพี่เคยบอกตลอดเลยว่า เราแค่อยู่ในสถานะเจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น” เธอแย้ง
“ใครว่า พี่ไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย” เขาพูดพร้อมกับพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
“จริงเหรอคะ” เธอถามด้วยความไม่แน่ใจ แต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความหวัง
“จริงสิครับ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง
“ฝ้ายจ๋า” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา เต็มไปด้วยความเสน่หา
“ทำไมคะ” เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
“ฝ้ายยังรักพี่อยู่มั้ย” คำถามของเขาทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ
“ฝ้ายก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสับสน
“ฝ้ายยังไม่มีใครใช่มั้ย” เขาถามต่อด้วยความหวัง
“ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ
“งั้นเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกันได้มั้ย” ปภาวรินทร์ยังไม่ทันได้ตอบ ร่างบางก็ถูกโอบกอดเอาไว้แน่นอีกครั้ง หัวใจของเธอเต้นรัวจนเขาได้ยิน สัมผัสจากอ้อมแขนของเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและปรารถนาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“แล้วพี่ภัฏจะหนีไปเมืองนอกอีกมั้ยคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ แววตาเต็มไปด้วยความกังวล
“ไม่แล้วล่ะ พี่จะไม่วู่วามแบบเมื่อก่อนอีกแล้ว” เขาพูดเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนจะแนบปากหยักประทับลงบนริมฝีปากบางของเธออย่างอ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อน ปภาวรินทร์สั่นสะท้านอย่างร้อนรนเพราะจุมพิตของเขา นรภัฏส่งลิ้นร้อนควานหาความหวานจากโพรงปากนุ่มอย่างคลั่งไคล้ รสจูบที่ห่างหายไปนานกลับมาปลุกเร้าทุกอณูในร่างกายของเธอ
“พี่คิดถึงฝ้ายตลอดเลยรู้มั้ย” ริมฝีปากของเขาแนบลงมาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยรอยจูบอันเร่าร้อน มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนอย่างแผ่วเบา ปลุกเร้าความปรารถนาที่ซ่อนเร้นมานาน
เขาซบใบหน้าลงกับเส้นผมของหญิงสาว และเกาะกุมเธอไว้ราวกับนักโทษขณะที่ปากของเขารุกรานเธอ ทั้งรับและให้ความยินดีอันไม่มีที่สิ้นสุด หญิงสาวตอบสนองเขาได้อย่างคลั่งไคล้และเต็มที่ ร่างกายของเธออ่อนระทวยในอ้อมแขนของเขา
“เข้าไปข้างในกันเถอะ” เขาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนา
“แต่ฝ้ายยังไม่ได้อาบน้ำเลย...พี่ภัฏ!!!” เธอตอบด้วยความเขินอาย
“เดี๋ยวพี่อาบให้” เขาตอบกลับพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
สิ้นเสียงเขาก็อุ้มร่างเธอมาที่เตียงนอน ก่อนจะสลัดผ้าเช็ดตัวสีขาวของโรงแรมที่พันร่างเขาเอาไว้ทิ้งไป ร่างกายกำยำเปลือยเปล่าของเขาทาบทับลงมาบนร่างบางจนรู้สึกว่าร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง มือของเขาทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว ปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ปกปิดเรือนร่างของเธอออกไปทีละชิ้น
กระดุมเสื้อของเธอถูกเขาปลดออกทีละเม็ดจนสาบเสื้อแยกออกจากกัน นรภัฏเลื่อนเสื้อเชิ้ตของหญิงสาวออกจากแขนของเธอให้ร่วงสู่พื้น เขาหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมดื่มด่ำลึกซึ้งไปที่ยอดอกอวบอันเต่งตึงภายใต้บราเซียร์ตัวเก่งของเธอ ความปรารถนาอันแรงกล้าฉายชัดในแววตาของเขา
“พี่ขอชิมหน่อยได้มั้ย..ที่รัก” เขาเอื้อมมือไปปลดตะขอเสื้อชั้นในของเธอออก ก่อนจะก้มศีรษะลงไปอย่างช้าๆ แล้วดูดดุนปลายยอดถันชูชันที่กำลังตื่นตัวแข็งเป็นไต จนเธอร้องครางออกมาด้วยความปรารถนาแทบขาดใจ ก่อนจะรับรู้ได้ถึงความแข็งขึงที่ดุนดันอยู่ทางด้านล่าง สัมผัสร้อนผ่าวจากริมฝีปากของเขาทำให้เธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
ปภาวรินทร์สูดหายใจลึกๆ จนเต้านมอวบของเธอสั่นไหว เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอันเร่าร้อนของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆ จูบเบาๆ ไปที่เนินอกอวบของเธออย่างแผ่วเบา
“ฝ้ายจ๋า ฝ้ายเป็นของพี่นะ” เขาครางบอก ส่วนมือก็ยังทำงานอย่างลุกลี้ลุกลนอยู่ที่ซิปกางเกงของหญิงสาว เธออึ้งไปเนิ่นนาน แล้วค่อยๆ กวาดวงแขนโอบรอบคอเขาไว้ด้วยความยินยอมพร้อมใจ
“ค่ะ ถ้านั่นเป็นสิ่งที่พี่ภัฏต้องการ” เธอพูดเสียงสะท้าน สายตาสบตาเขาด้วยความไว้วางใจ
สายตาร้อนเร่าของเขาเผยให้เห็นความต้องการที่สุดแสนทรมาน และแล้วประกายวับชวนใจหวาม ก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากดวงตาคมของเขา มือหนาเอื้อมมาประคองทรวงอกอวบอิ่มของเธอไว้อย่างอ่อนโยน และพร้อมที่จะทะนุถนอมสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต
หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากพิธีวิวาห์ที่แสนหวาน ปภาวรินทร์และนรภัฏก็เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยการเดินทางไปฮันนีมูนไกลถึงประเทศฟินแลนด์ ดินแดนแห่งหิมะและแสงเหนือที่ทั้งคู่ใฝ่ฝัน“เราจะไปดูแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ด้วยเหรอคะ ดีใจจังเลยค่ะพี่ภัฏ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขณะเช็กอินที่สนามบิน“ออโรรา... แสงเหนือที่สวยที่สุด ฝ้ายเคยเห็นของจริงหรือยังครับ” นรภัฏถามพลางโอบไหล่ภรรยาสาวอย่างทะนุถนอม“ยังไม่เคยเห็นของจริงเลยค่ะ เคยเห็นแต่ในรูป” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มสดใสทั้งสองมีเวลาแวะพักที่สนามบินเฮลซิงกิเพียงชั่วโมงเศษ ก่อนจะต่อเครื่องไปยังเมืองอิวาโลทางตอนเหนือสุด ขณะเดินผ่านร้านสะดวกซื้อ ปภาวรินทร์หยุดชะงักแล้วหันไปถามสามีหนุ่ม“พี่ภัฏมีของใช้ส่วนตัวอะไรต้องซื้อเพิ่มไหมคะ”“พี่เตรียมพร้อมมาหมดแล้วครับ เพราะเราจะต้องไปกางเต็นท์นอนกันกลางป่า” นรภัฏแกล้งทำหน้าจริงจังปภาวรินทร์หน้าเสียทันที เธอเป็นคนกลัวที่แคบและกังวลกับการนอนกลางป่า“พี่ภัฏ! ไม่ล้อเล่นสิคะ ฝ้ายกลัวจริงๆ นะ” นรภัฏหัวเราะร่วนที่แกล้งภรรยาได้สำเร็จ เขาประคองใบหน้าสวยเข้ามาจูบซับที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบาโดยไม่สนใจสายตาใครรอบข้าง“ฝ้ายยังกลัวท
ภาณุวัฒน์พลิกร่างแกร่งเพื่อปลดตะขอกางเกงยีนสีเข้มของเขาออกอย่างเชื่องช้า ราวกับจงใจยืดเวลาแห่งการรอคอยให้ยาวนานยิ่งขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ดึงมันออกไปให้พ้นจากเรียวขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ตามด้วยเสื้อเชิ้ตที่ถูกถอดออกอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา เผยให้เห็นเรือนกายกำยำที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ดิบเถื่อนแม้แก่นกายกลางลำตัวจะยังมีประการขวางกั้นอยู่ แต่เขาก็สามารถใช้มันดุนดันร่องสวาทของเธอจนมันชื้นแฉะได้ด้วยความช่ำชอง“อ๊ะ... ถอดออกสิคะ มันจะเลอะกางเกงชั้นในคุณนะ” อะเล็กซานดราเอ่ยบอกเสียงพร่า เมื่อไม่อาจอดทนต่อแรงกระตุ้นของชายหนุ่มได้อีกต่อไป ร่างกายของเธอร้อนรุ่มราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟปรารถนาภาณุวัฒน์ก้มลงไปยกเรียวขางามของเธอให้ตั้งขึ้นเป็นรูปตัวเอ็ม เผยให้เห็นความงดงามเบื้องล่างที่ประจักษ์ต่อสายตา น้ำเมือกใสไหลนองด้วยความเสียวซ่าน ร่างกายของเธอสั่นกระตุกอยู่ตลอดเวลา แม้จะยังไม่ถูกกระตุ้นอย่างเต็มที่ ภาพร่องสวาทขาวเนียนเกลี้ยงเกลาทำให้เขาแทบอดใจไม่ไหว ก่อนที่สมองจะเริ่มจินตนาการเอาไว้ว่าเธอต้องฟิตมากๆ อย่างไม่ต้องสงสัย สีข้างในแดงสดตามแบบฉบับของสาวลูกครึ่ง ไรขนอ่อนตามร่างกายลุกชูชัน จากนั้นปลายลิ้นร้อนก
ลูกครึ่งสาวถูกโลมเลียไปทั่วร่างจนรู้สึกเคลิบเคลิ้มและลืมเลือนการต่อต้านเขาไปเสียสนิท ดวงตากลมโตหลับพริ้ม ริมฝีปากห่อเปล่งเสียงครวญครางออกมา ปทุมถันคู่งามสัมผัสความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเพียงครู่เดียวก็ต้องอุ่นจนร้อนเมื่อยอดปทุมสีชมพูอ่อนถูกดูดกลืนเข้าอุ้งปากร้อน หญิงสาวผวาเฮือกเมื่อชายหนุ่มแกล้งดูดเม้มแรงๆ“เสียวเหรอคนสวย รับประกันว่าจะได้เจอความเสียวจากผมอีกเยอะ” ภาณุวัฒน์ปลดเข็มขัดที่รัดข้อมือของเธอออก เพราะรู้ว่าเธอไม่กล้าขัดขืน“อ๊ะ อย่าค่ะ ปล่อยซานดร้าเดี๋ยวนี้” เสียงเธอแหบแห้งแผ่วเบาจนไม่หลงเหลือที่ห้ามอะไรคนที่ล่วงเกินเธอได้เลยสักนิด ภาณุวัฒน์ค่อยๆ ผละออกจากเต้านมอวบเต่งตึงของหญิงสาว“ทำไมครับ ทนไม่ได้เหรอ อยากครางก็ครางออกมาสิผมไม่ว่าหรอก เสียวก็บอกกันตรง ๆ” เขาบอกเธออย่างท้าทาย เรียวปากสวยที่ตอนนี้มันสวยน่าจูบมากในสายตาเขา ในเมื่อมันทั้งอิ่มเอิบและแดงจนเขาอดไม่ได้ที่จะต้องประทับริมฝีปากแนบสนิทลงไปอีกครั้งด้วยความเร่าร้อนหญิงสาวเม้มปากสนิทแน่น แต่ขณะที่เธอกำลังจะขาดอากาศเธอก็เผยอริมฝีปากออกมา จนทำให้ลิ้นสากพุ่งเข้าไปภายใน“อื้มมมมม!!!!” เสียงที่ดังในลำคอ เรียวลิ้นที่ถูกไล่ตอ
หลังจบงานเลี้ยง โลกทั้งใบของเธอกลับหมุนคว้างด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และความผิดหวังที่สลักลึก ร่างระหงในชุดเดรสสีชมพูเข้ารูปโอนเอนไปมาจน เอกรินทร์ต้องรีบเข้าไปประคองไว้“คุณเมามากแล้วครับซานดร้า อย่าขับรถกลับเองเลย เดี๋ยวให้น้องผมขับรถไปส่งคุณดีกว่า” เอกรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทั้งสงสารและสมเพชที่ผู้หญิงเพียบพร้อมอย่างเธอต้องมาเสียศูนย์เพียงเพราะรักข้างเดียว“เฮ่ย!..แกขับรถคุณซานดร้าได้มั้ย ไอ้นุ”“ได้อยู่ครับพี่”“งั้นฝากขับไปส่งเธอที่คอนโดหน่อยสิ ส่วนรถแกเดี๋ยวฉันจะให้สาเป็นคนขับตามไปเอง”“สาฝากเพื่อนด้วยนะคะคุณนุ” นิสารัตน์เอ่ยฝากฝังเพื่อนสนิท ก่อนที่เอกรินทร์จะช่วยพยุงร่างที่อ่อนปวกเปียกของอะเล็กซานดรามาที่รถหรูของเธอ“ขับดีๆ นะไอ้นุ” เอกรินทร์ย้ำรุ่นน้องด้วยทีเล่นทีจริง“ครับพี่ ไม่ต้องห่วง” ภาณุวัฒน์รับคำสั้นๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับทันทีที่ประตูรถปิดลง ความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุม ภาณุวัฒน์โน้มตัวข้ามร่างระหงเพื่อดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้คนเมาที่นั่งคอพับคออ่อน จังหวะนั้นเอง กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนผสมกับกลิ่นกายสาวที่ร้อนผ่าวจากฤทธิ์เหล้าพุ่งเข้าปะทะจมูกอย่างจัง สายตาของเขาเ
ภายในห้องทำงาน วันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษเมื่อร่างสูงกำยำของ เอกรินทร์ หรือ พี่ต๊อบ รุ่นพี่ศิษย์เก่าคนสนิทและอดีตหัวหน้างานที่นรภัฏให้ความเคารพรักก้าวเข้ามาทักทายถึงถิ่น นรภัฏรีบละมือจากกองเอกสารตรงหน้าแล้วลุกขึ้นต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนัก“สวัสดีครับพี่ต๊อบ! โห... ไม่เจอกันตั้งนาน พี่สบายดีนะครับ” นรภัฏเอ่ยทักทายน้ำเสียงยินดี แม้ภาณุวัฒน์จะแอบมากระซิบเรื่องนัดหมายสังสรรค์ไว้ล่วงหน้าบ้างแล้วก็ตาม“สบายดีไอ้เสือ... พี่ล่ะคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าคนอย่างแกจะยอมสละโสด ทิ้งลายเสือมาแต่งงานแต่งการกับเขาด้วย” เอกรินทร์ตบไหล่รุ่นน้องเบาๆ ด้วยความเอ็นดู“โธ่พี่... ถ้าเจอคนที่ ใช่ จริงๆ ผมก็ไม่อยากจะรออะไรแล้วครับ ยังไงงานแต่งของผม พี่ต้องมาร่วมงานให้ได้นะครับ”“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ว่าแต่เจ้าสาวของแกไปไหนเสียละ”“วันนี้พริมพาฝ้ายออกไปลองชุดแต่งงานน่ะครับ เดี๋ยวช่วงบ่ายๆ ก็คงจะกลับเข้ามา” นรภัฏตอบพลางนึกถึงใบหน้าหวานของปภาวรินทร์ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ แค่เพียงจินตนาการหัวใจของเขาก็พองโตด้วยความโหยหา“พี่ไม่คิดเลยนะว่ายัยฝ้ายจะปราบเสืออย่างแกจนอยู่หมัดได้แบบนี้” เอกริ
หลายวันต่อมาบรรยากาศในออฟฟิศวันนี้ดูจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรักจนพนักงานหลายคนสัมผัสได้ เมื่อร่างสูงสง่าของท่านรองจูงมือเลขาฯ สาว ก้าวเข้ามาในบริษัทอย่างเปิดเผย สายตาคมกริบที่เคยดูดุดัน บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนยามที่เขาก้มลงมองหญิงสาวข้างกาย พนักงานหลายคนต่างพากันอมยิ้มและส่งเสียงทักทายเธออย่างเป็นกันเองทั่วหน้าความรักที่เปิดเผยอย่างสง่างามของนรภัฏและปภาวรินทร์ กลายเป็นกระแสวิจารณ์ในทางบวกที่ช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนในออฟฟิศได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีเสียงซุบซิบหนาหูว่าคนอย่างนรภัฏชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ คงไม่มีทางที่จะลดตัวมาลงเอยกับเลขาฯ สาวฐานะธรรมดาๆ ได้ เพราะดูอย่างไรก็ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงหลังเลิกงานปภาวรินทร์ตรวจเช็กความเรียบร้อยของตัวเองในกระจกอีกครั้งด้วยความประหม่า หัวใจดวงน้อยเต็นรัวเมื่อนึกถึงนัดสำคัญในเย็นนี้ นรภัฏขับรถพาเธอออกจากบริษัท มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หลังโตที่มีรั้วรอบขอบชิด ทันทีที่รถหรูชะลอตัวลงหน้าบ้าน เด็กรับใช้รีบกุลีกุจอมากดรีโมทเปิดประตูบานใหญ่ขานรับการมาเยือนของเจ้านายหนุ่มทันทีปภาวรินทร์มองไปรอบๆ บริเวณบ้านด้วยค
ตอนที่ 22 สอนรักเลขาฯ NC“ฝ้ายครับ พี่มีความสุขมากเหลือเกิน”“ฝ้ายก็มีความสุขค่ะ ถึงแม้จะเจ็บปวดบ้างก็ตาม แต่ฝ้ายก็เต็มใจ”“พี่ขอโทษ ที่ทำรุนแรงกับฝ้าย แต่พี่อดใจไม่ไหวทุกครั้งเลย”“ไม่เป็นไรค่ะ ฝ้ายอยากให้พี่มีความสุข” ประโยคเดียวกันแต่ดูเหมือนว่าจะเข้าใจกันคนละความหมายเพราะตอนนี้นรภัฏเริ่มขยับสะโ
ตอนที่ 24 หึงดีมั้ย“คุณนรภัฏคะ คุณอะเล็กซานดรามาขอพบค่ะ” วิชชุดากดอินเตอร์คอมเพื่อบอกเจ้านาย“เชิญครับ” อะเล็กซานดราสวมชุดเดรสเกาะอกกระโปรงผ่าหน้าสูงลิบเกือบถึงโคนขาอ่อน โชว์ความเซ็กซี่ยั่วยวน หญิงสาวยิ้มกว้างเมื่อเดินเข้ามาในห้อง“สวัสดีค่ะคุณภัฏ วันนี้ซาซ่าผ่านมาทางนี้เลยแวะมาเยี่ยม กะว่าจะมาชวน
ตอนที่ 23 ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหวเช้านี้ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นบนหัวนอน ปลุกให้ชายหนุ่มตื่นมารับสาย จากน้องสาวที่โทรมาถามเขาด้วยความเป็นห่วง เพราะเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วที่พี่ชายเดินทางมาดูงานกับบริษัทคู่ค้าพร้อมเลขาฯ ของเธอ“สวัสดีค่ะ พี่ภัฏ เป็นไงบ้างคะ งานราบรื่นดีมั้ย”“ก็โอเคนะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร
ตอนที่ 19 เลียให้ล้ม แล้วเขย่มแท่งรัก NCปภาวรินทร์นั้นสุขจนล้น เมื่อเขาขยับกายเข้าออกทุกจังหวะสอดประสาน เรียกเสียงครางกระเส่า ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วเธอก็กรีดร้องอย่างสุขสมอีกครั้ง“พี่ภัฏขา ฝ้ายขออยู่บ้างบนบ้างสิ” สิ้นคำขอหญิงสาวก็รีบพลิกร่างตัวเองขึ้นไปอยู่บนร่างของชายหนุ่มในท่าคาวเกิร์ล นรภัฏนอ







