เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก

เมื่อมาเฟียร้ายตกหลุมรัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-21
Oleh:  อิงวราOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
34Bab
124Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

'พรนับพัน' นางแบบเบอร์ต้นระดับประเทศ ต้องถูกพักงานเนื่องจากข่าวฉาวอีกทั้งยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัดต้องกลายเป็นลูกหนี้ของมาเฟียร้ายในคราบนักธุรกิจนามว่า 'เซบาสเตียน'

Lihat lebih banyak

Bab 1

Prologue

ปัง~ปัง~ปัง~

          เสียงปืนดังสนั่นท่ามกลางพายุฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าวิ่งฝ่าสายฝนเพื่อหนีเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชที่ใกล้เข้ามาถึงทุกที

          “แม่งเอ๊ย ไม่น่าประมาทเลย”

          ร่างสูงหยุดพักหายใจภายใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งไทยอเมริกันนั้นซีดขาวราวกับกระดาษ เขายกฝ่ามือหนาข้างหนึ่งที่กุมท้องเอาไว้ขึ้นมา เผยให้เห็นคราบเลือดสีแดงฉานเต็มฝ่ามือ

          เมื่อเห็นแบบนั้นเขาจึงรีบนำมือข้างนั้นกลับไปกดปากแผลไว้ดังเดิม เพื่อยื้อเวลาเอาไว้ไม่ให้ตนเองเสียเลือดจนหมดสติ เพราะอีกไม่นานเหล่าบอดีการ์ดของเขาก็จะตามมาช่วย

          ทว่าเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้ชายหนุ่มต้องกัดฟันออกวิ่งไปข้างหน้าอีกครั้ง โชคดีที่ได้สายฝนช่วยชะล้างคราบเลือดที่ไหลเป็นทางให้เจือจางหายไป มิเช่นนั้นพวกมันคงตามตัวเขาเจอได้ไม่ยาก

          สองเท้าของหนุ่มลูกครึ่งเริ่มอ่อนแรงลงเต็มที พร้อมสติสัมปชัญญะที่ใกล้จะหมดลง

          “โอ๊ย!/โอ๊ย!”

          ร่างสูงพุ่งชนเข้ากับเด็กสาวในชุดนักศึกษาที่กำลังเดินกางร่มฝ่าสายฝนเข้าอย่างจัง ทำเอาทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้น

          “อื้อ...เจ็บ...” เด็กสาวร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ทว่าเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นสภาพของหนุ่มลูกครึ่งก็ทำเอาเธอตกใจแทบสิ้นสติ

          ใบหน้าหล่อเหลาขาวจัดราวกับไร้เลือดสูบฉีดในร่างกาย ริมฝีปากก็ซีดเซียวไม่ต่างกัน หนำซ้ำเสื้อเชิ้ตสีขาวนั้นเต็มไปด้วยของเหลวสีแดงสด

          “คุณ คุณไปโดนอะไรมาคะ ตายแล้วเลือดไหลเต็มเลย เดี๋ยวหนูเรียกรถพยาบาลให้นะคะ” เธอกล่าวเสียงสั่น ก่อนจะหันไปเปิดกระเป๋าสะพายคู่ใจเพื่อจะหยิบโทรศัพท์มือถือ ทว่าถูกมือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น

          “อย่า เดี๋ยวพวกมันรู้”

          “มัน พวกมันไหน อย่าบอกนะว่าคุณมีเรื่องกับสถาบันคู่อริน่ะ”

          “...” ชายหนุ่มเพียงแค่ส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนกลั้นใจกัดฟันพูดออกมา “เธอรีบหนีไป เดี๋ยวพวกมันตามมาทัน เธอจะเดือดร้อนไปด้วย”

          “...” เด็กสาวหน้าตาตื่น ลังเลว่าจะทำอย่างไรดี

          “ไปสิยัยโง่!” เสียงเข้มตวาดออกมาด้วยความหงุดหงิด

          “อื้อ”

          คนตัวเล็กผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ พลางมองฝ่าสายฝนรอบกายด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะก้มลงมองหนุ่มลูกครึ่งตรงหน้าที่กำลังร่อแร่เต็มที

          ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังแว่วมาแต่ไกล

          และในวินาทีนั้น เด็กสาวก็ตัดสินใจย่อตัวลงไป ก่อนรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีประคองคนตัวโตขึ้นมา

          “นี่เธอจะทำอะไร”

          “ก็ช่วยคุณอยู่นี่ไง”

          “เธอจะบ้าเหรอ ไม่กลัวตายหรือไง”

          “กลัวสิ ใครไม่กลัวเล่า ถ้ายังไม่อยากตายก็ช่วยให้ความร่วมมือหน่อยได้ไหม” เสียงหวานเจือสั่นเครือออกคำสั่ง ทำให้ชายหนุ่มค่อย ๆ พยุงร่างกายเดินไปตามทางที่เด็กสาวก้าวนำไป

          สุดท้ายเธอก็พาเขาเข้ามาหลบในห้องน้ำสาธารณะที่อยู่ไม่ไกล

          ร่างสูงทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนเอนกายนอนราบบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ

          “คุณ ๆ อย่าเพิ่งหลับนะ ห้ามหลับเด็ดขาด”

          เพี้ยะ~

          นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกโพลงด้วยความตกใจ เมื่อฝ่ามือเล็กฟาดลงบนแก้มสากเข้าอย่างจัง

          “ห้ามหลับ” เด็กสาวยกมือขึ้นชี้หน้าชายหนุ่มราวกับคาดโทษ ก่อนจะก้มลงไปควานหาข้าวของในกระเป๋าสะพายคู่ใจ โชคดีเหลือเกินที่ยังเปียกฝนไม่มากเท่าไร ทำให้สัมภาระที่อยู่ด้านในยังคงปลอดภัย

          “คุณ ให้หนูโทรตามรถพยาบาลดีไหม” เธอเอ่ยถามพร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมตัวกดโทรออก

          “ไม่” เขาปฏิเสธทันควันก่อนคว้าอุปกรณ์สื่อสารออกไปจากมือเล็ก และกดหมายเลขต่อสายหาใครบางคน

          “นี่ฉันเอง หายหัวไปอยู่ไหนกัน จะรอให้ฉันตายห่าไปก่อนหรือไง ฉันอยู่ในห้องน้ำในสวนสาธารณะ”

          กล่าวจบชายหนุ่มก็กดตัดสาย และยื่น

สมาร์ตโฟนคืนให้เธอ

          เด็กสาวรับคืนมาได้ก็ยัดใส่กระเป๋า จากนั้นเธอก็หยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพู ซึ่งตรงมุมข้างหนึ่งของผืนผ้าถูกปักด้วยด้ายสีขาวเป็นตัวอักษร ‘G’ ขึ้นมา ก่อนที่เธอจะใช้มือข้างหนึ่งเลิกชายเสื้อเชิ้ตของ

ชายหนุ่มขึ้น

          เมื่อได้เห็นบาดแผลที่เกิดจากกระสุนปืนบนกล้ามเนื้อหน้าท้องแน่นหนั่นที่มีเลือดไหลซึมออกมา มือบางพลันชะงักไปชั่วขณะ ก่อนตัดสินใจวางผ้าเช็ดหน้าสีสวยลงบนบาดแผล พร้อมออกแรงช่วยกดห้ามเลือดเอาไว้

          ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นจากทางด้านนอก ตามมาด้วยเสียงคนต่อสู้กัน ชายหนุ่มจึงรีบลุกขึ้นด้วยสัญชาตญาณ และคว้าร่างบางเข้ามากอดไว้ราวกับต้องการปกป้อง คนตัวเล็กในอ้อมแขนเนื้อตัวสั่นเทา ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความหวาดกลัว เขาทำได้เพียงลูบแผ่นหลังบอบบางเพื่อปลอบโยนเธอ

          ไม่นานนักความเงียบสงบก็บังเกิดขึ้น พร้อมกับเม็ดฝนที่ค่อย ๆ ซาลง

          มีเพียงเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งดังใกล้เข้ามาทุกขณะ อ้อมแขนแข็งแรงกระชับกอดร่างบางแน่นขึ้นจนเธอแทบจมหายเข้าไปในกายแกร่ง

          ทันทีที่เจ้าของเสียงฝีเท้าปริศนาก้าวเข้ามาด้านใน หนุ่มลูกครึ่งก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

          “เฮ้อ รุต ขอบใจที่มาทัน” ชายหนุ่มกล่าวออกมาเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาคือบอดีการ์ดคู่ใจ

          “นายน้อยครับ รีบไปโรงพยาบาลเถอะ”

          “อืม เดี๋ยวนายพาเด็กคนนี้ไปส่งด้วย”

บอดีการ์ดหนุ่มจ้องมองเด็กสาวด้วยความสงสัย

          “แต่ว่า...”

          “ฉันไว้ใจนายนะรุต ดูแลเธอด้วยชีวิต เข้าใจไหม”

          “ครับ”

          เมื่อบอดีการ์ดหนุ่มก้มหัวรับคำสั่ง หนุ่มลูกครึ่งก็หันมาหาเด็กสาวข้างกาย

          “ไปกับรุต แล้วเธอจะปลอดภัย”

          “ค่ะ...ว่าแต่คุณต้องรีบไปโรงพยาบาลนะคะ”

          “อืม” เขาว่าพลางยกมือข้างหนึ่งวางลงบนศีรษะเล็ก จ้องมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน

          เด็กสาวคลี่ยิ้มบางออกมา ก่อนเดินตาม

บอดีการ์ดหนุ่มออกไป

          พลันนัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบไปเห็นผ้าเช็ดหน้าสีชมพูเปื้อนเลือด และบัตรประจำตัวนักศึกษาวางอยู่ข้างกันบนพื้น

          เขาโน้มตัวลงไปหยิบของสองสิ่งขึ้นมา ก่อนพลิกบัตรประจำตัวนักศึกษาขึ้นมาดู

          “พรนับพัน ดารารัศมิ์”

          เสียงทุ้มอ่านชื่อเด็กสาวบนบัตรประจำตัว ก่อนนำผ้าเช็ดหน้าและบัตรใบนั้นยัดใส่กระเป๋ากางเกง และก้าวเดินออกไป

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
34 Bab
Prologue
ปัง~ปัง~ปัง~ เสียงปืนดังสนั่นท่ามกลางพายุฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าวิ่งฝ่าสายฝนเพื่อหนีเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชที่ใกล้เข้ามาถึงทุกที “แม่งเอ๊ย ไม่น่าประมาทเลย” ร่างสูงหยุดพักหายใจภายใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งไทยอเมริกันนั้นซีดขาวราวกับกระดาษ เขายกฝ่ามือหนาข้างหนึ่งที่กุมท้องเอาไว้ขึ้นมา เผยให้เห็นคราบเลือดสีแดงฉานเต็มฝ่ามือ เมื่อเห็นแบบนั้นเขาจึงรีบนำมือข้างนั้นกลับไปกดปากแผลไว้ดังเดิม เพื่อยื้อเวลาเอาไว้ไม่ให้ตนเองเสียเลือดจนหมดสติ เพราะอีกไม่นานเหล่าบอดีการ์ดของเขาก็จะตามมาช่วย ทว่าเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้ชายหนุ่มต้องกัดฟันออกวิ่งไปข้างหน้าอีกครั้ง โชคดีที่ได้สายฝนช่วยชะล้างคราบเลือดที่ไหลเป็นทางให้เจือจางหายไป มิเช่นนั้นพวกมันคงตามตัวเขาเจอได้ไม่ยาก สองเท้าของหนุ่มลูกครึ่งเริ่มอ่อนแรงลงเต็มที พร้อมสติสัมปชัญญะที่ใกล้จะหมดลง “โอ๊ย!/โอ๊ย!” ร่างสูงพุ่งชนเข้ากับเด็กสาวในชุดนักศึกษาที่กำลังเดินกางร่มฝ่าสายฝนเข้าอย่างจัง
Baca selengkapnya
Chapter 1
5 ปีต่อมา ณ ห้องประชุมใหญ่ของ Queen Agency พรนับพันในวัย 23 ปี นั่งเผชิญหน้ากับผู้บริหารสูงสุดของสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพ อีกทั้งยังเป็นเอเจนซีชื่อดังที่ปั้นนายแบบและนางแบบขึ้นมาประดับวงการ นางแบบแถวหน้าของประเทศล้วนแล้วแต่เติบโตขึ้นมาจากสถาบันแห่งนี้ ซึ่งเธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ทว่าชื่อเสียงที่เธออุตส่าห์สั่งสมมาอย่างยากลำบากกำลังจะถูกทำลายลงในพริบตา เนื่องจากเมื่อสองวันก่อนเธอดันไปมีเรื่องกับนางแบบสังกัดเดียวกัน ศกุนตลา นางแบบเด็กเส้นในสังกัด เกิดไม่พอใจที่พรนับพันทำงานใกล้ชิดสนิทสนมกับภัทรพลแฟนหนุ่มของหล่อน ศกุนตลาเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของนายพลระดับสูง นั่นจึงทำให้เธอไม่เคยกลัวและเกรงใจใคร แม้กระทั่งบรรดาผู้บริหารสถาบันก็ยังต้องยอม เนื่องจากหวั่นเกรงต่ออิทธิพลของบิดาของหล่อน แรก ๆ หล่อนก็เพียงแค่พูดจาเหน็บแนมลอย ๆ ให้เธอได้ยิน ซึ่งพรนับพันก็ไม่เคยนำมาใส่ใจ และเธอก็พยายามวางตัวโดยรักษาระยะห่างกับภัทรพลมาโดยตลอด หากไม่ใช่เรื่องงานเธอก็ไม่เคยพูดคุยกับภัทรพลเป็นการส่วนตัว แต่ถึงกระนั้นศกุนตลาก็ยังคงระรานหาเรื่องเธอไม่เว
Baca selengkapnya
Chapter 2
รถตู้สีดำคันหรูขับเคลื่อนมาจอดนอกรั้วของบ้านเดี่ยวใจกลางกรุง พรนับพันเปิดประตูลงจากห้องโดยสารด้านหลังโดยไม่ลืมหันมาขอบคุณพลขับของบริษัทที่อุตส่าห์พาเธอมายังที่หมายโดยสวัสดิภาพ หญิงสาวควานหากุญแจบ้านภายในกระเป๋าสะพายใบหรูขึ้นมาไขประตูเหล็กบานเล็กที่อยู่ข้างประตูรั้วขนาดมหึมาเข้ามายังอาณาบริเวณของบ้านเดี่ยวสไตล์วินเทจซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า แม้หน้าตาจะดูเป็นบ้านแบบล้าสมัย และค่อนข้างทรุดโทรมเต็มที ทว่าบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความทรงจำอันแสนล้ำค่า เมื่อก่อนบ้านหลังนี้เคยเป็นครอบครัวใหญ่มีคุณปู่คุณย่าเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ท่านมีลูกชายสองคน ผู้เป็นพี่ชายคือคุณพฤกษ์ มีศักดิ์เป็นลุงแท้ ๆ ของพรนับพัน ส่วนผู้เป็นน้องชายคือคุณพร้อม ผู้เป็นบิดาของเธอ ทว่าเมื่อราว 7 ปีก่อน ตอนที่พรนับพันยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา ก็เกิดอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด คุณปู่ คุณย่า และพ่อ ของเธอจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ ทำให้เธอเติบโตมาภายใต้การดูแลของคุณลุง และคุณป้าสะใภ้ ซึ่งทั้งสองท่านก็ไม่มีทายาทสืบสกุล เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพของคุณรัตนาผู้เป็นป้าสะใภ้ ท่านทั้งสองจึงเลี้ยง
Baca selengkapnya
Chapter 3
พรนับพันลงมายังชั้นล่าง ทว่าบ้านทั้งหลังนั้นเงียบสงัด เมื่อเดินเข้าไปภายในห้องอาหารก็พบสำรับอาหารมากมาย และจานข้าวซึ่งควรจะมีสามที่ แต่ก็เหลือเพียงหนึ่งที่เท่านั้น “คุณลุงคุณป้าล่ะ” พรนับพันหันมาถามเด็กรับใช้ขณะที่เธอกำลังนั่งลงบนเก้าอี้ “คุณผู้ชายออกไปข้างนอกค่ะ เห็นบอกว่าวันนี้จะไม่กลับ ส่วนคุณผู้หญิงอยู่บนห้องค่ะ” “แล้วทำไมไม่ไปเรียกคุณป้าด้วยล่ะ” “เอ่อ” เด็กรับใช้สาวมีสีหน้าลำบากใจ “หนูเรียกแล้วค่ะ แต่ท่านไม่ตอบ หนูก็ไม่กล้าเข้าไปเพราะท่านสั่งห้ามใครรบกวน” พรนับพันได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมา ดูจากสถานการณ์แล้วเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายคงไม่ได้จบลงด้วยดีอย่างที่เธอหวังไว้ “งั้นจัดสำรับอีกชุด เดี๋ยวเกรซทานข้าวเสร็จจะยกขึ้นไปให้คุณป้าเอง” “ค่ะ” เด็กรับใช้รับคำสั่งก่อนเดินออกไปจากห้องอาหาร พรนับพันใช้เวลารับประทานอาหารเย็นเพียงไม่นาน เธอก็รีบขึ้นมาดูอาการของคุณรัตนาด้วยความเป็นห่วง โดยมีเด็กรับใช้ยกถาดสำรับตามขึ้นมาด้วย หญิงสาวเคาะประตูอยู่หลายครั้ง ทว่าก็ไร้เสียงตอบรับจากคนด้านใน เธอจึงลองหมุนลูกบิ
Baca selengkapnya
Chapter 4
พรนับพันใช้เวลาทั้งคืนในการค้นหาเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ภายในห้องทำงานของคุณพฤกษ์ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นความโชคดีได้หรือไม่ หญิงสาวได้พบแล็ปท็อปอีกเครื่องที่คุณพฤกษ์เก็บเอาไว้ในตู้หลังโต๊ะทำงาน โดยปกติแล้วตู้หลังนี้จะถูกล็อกกุญแจเอาไว้เสมอ ทว่าวันนี้คุณพฤกษ์คงจะรีบร้อนออกไป จนลืมล็อก ซึ่งนั่นทำให้เธอได้พบกับความลับมากมายที่ผู้เป็นลุงแท้ ๆ ได้ซุกซ่อนเอาไว้ เงินส่วนใหญ่ที่กู้ยืมมาไหลออกไปยังอีกครอบครัวเกือบทั้งหมดนอกจากนี้เธอยังเจอเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกอันของคุณพฤกษ์ที่ใช้ติดต่อกับครอบครัวนั้น ภาพถ่ายครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาเดินทางไปเที่ยวประเทศต่าง ๆ มากมาย ขณะที่คุณรัตนาต้องช่วยทำงานหลังขดหลังแข็ง เห็นแบบนี้เธอยิ่งสงสารป้าสะใภ้ขึ้นมาจับใจพรนับพันเห็นแล้วก็นึกถึงดราม่าเรื่องโลกสองใบที่มักเป็นข่าวในช่วงนี้ เธอไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกับตัวหญิงสาวรวบรวมข้อมูลที่พอจะค้นหาได้ และในที่สุดเธอก็ได้เจอกับข้อความที่คุณพฤกษ์ติดต่อกับเจ้าหนี้ ทว่าคนที่คุยกับคุณพฤกษ์เป็นเพียงผู้ช่วยเท่านั้น ในบทสนทนาบนหน้าจอมีการกล่าวถึงชายคนหนึ่งนามว่า เซบาสเตียน ซึ่งเธอคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นผ่านตาไปเมื่อสักครู่พรนับพ
Baca selengkapnya
Chapter 5
เมื่อรถจอดนิ่งสนิท พลขับหนุ่มก็รีบลงมาเปิดประตูให้นางแบบสาว ทันทีที่รองเท้าส้นสูงสามนิ้วสีน้ำเงินเข้มสัมผัสลงบนพื้น ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มผิวสีแทนในชุดสูทสีดำก็เดินออกมาต้อนรับ“สวัสดีครับคุณพรนับพัน ผมวิศรุตครับ”“สวัสดีค่ะ” เธอกล่าวทักทายพร้อมยกมือไหว้ตามมารยาท ทว่าเมื่อได้มองหน้าผู้ช่วยหนุ่มเต็มสองตา เธอก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาราวกับว่าเคยเจอกันมาก่อน“เชิญด้านในครับ ท่านรออยู่” คำกล่าวของวิศรุตดึงความสนใจของเธอให้กลับมาโฟกัสที่ประตูทางเข้าคฤหาสน์“...” และที่สำคัญคำว่าท่านที่ออกมาจากปากของชายหนุ่มทำเอาเธอเริ่มใจคอไม่ดีพลันหางตาเหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวบริเวณสนามหญ้ารอบคฤหาสน์ และเมื่อหันไปมองเธอก็ต้องตกใจชายฉกรรจ์หลายคนในชุดสูทสีดำสนิททั้งชุด ทุกคนล้วนมีอาวุธปืนเหน็บอยู่ข้างกาย บรรยากาศที่เห็นทำให้เธอรู้สึกเข้าใกล้กับคำว่ามาเฟียเข้าไปทุกที คงไม่มีคนธรรมดาที่ไหนจะมีบอดีการ์ดเป็นโขยงอยู่รอบบ้าน“เชิญครับคุณพรนับพัน”“ค่ะ ค่ะ”หญิงสาวรีบสาวเท้าก้าวตามวิศรุตเข้าไปด้านใน ซึ่งก็ยังไม่วายมีบอดีการ์ดอาวุธครบมือยืนอยู่ตามจุดต่าง ๆ และทุกคนต่างโค้งคำนับเมื่อเธอเดินผ่านจวบจนชายหนุ่มตรงหน้าพา
Baca selengkapnya
Chapter 6
หลังจากพรนับพันกลับมาถึงบ้าน เธอก็ได้มาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับคุณรัตนาได้รับรู้ รวมถึงข้อตกลงในการชดใช้หนี้เป็นเวลาหนึ่งปี เมื่อผู้เป็นป้าสะใภ้ได้รับฟังจนจบก็แทบจะเป็นลมล้มพับ นั่งร้องห่มร้องไห้ด้วยความสงสารหลานสาวจับใจ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นป้าหลานร่วมสายเลือด ทว่าท่านก็รักพรนับพันราวกับเป็นลูกในไส้ หัวอกคนที่เปรียบเสมือนแม่อีกคนแทบจะขาดรอน ๆ “เกรซ ป้าจะขายที่ดินมรดกของป้าเอามาใช้หนี้ให้เอง หนูไม่ต้องไปทำงานกับเขาหรอก” คุณรัตนากล่าวเสียงสะอื้น “ไม่ได้นะคะคุณป้า” พรนับพันตกใจรีบปฏิเสธทันที เพราะที่ดินเหล่านั้นเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษของคุณรัตนา ซึ่งเธอรู้ดีว่าท่านรักและหวงแหนมันมากแค่ไหน แม้ว่าจะมีมูลค่ามหาศาล ทว่าก็มีคุณค่าทางจิตใจเกินกว่าจะตีเป็นราคาค่างวดได้ “ทำไมล่ะลูก หืม” “เกรซไม่อยากให้คุณป้าต้องมาเดือดร้อนเพราะคุณลุงอีกแล้ว แค่นี้คุณป้าก็ต้องทุกข์ใจมากพอแล้ว เกรซอยากจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองค่ะ” “เกรซ...รู้ใช่ไหมว่าป้ารักเกรซมาก เกรซคือครอบครัวที่เหลืออยู่ของป้านะ” คำกล่าวของคุณรัตนาทำเอาหญิงสาวน้ำตารื้นด้วยความตื้นตัน เธอ
Baca selengkapnya
Chapter 7
ทันทีที่ล้อทั้งสี่จอดนิ่งสนิท วิศรุตที่ยืนรออยู่หน้าคฤหาสน์ก็รีบเดินมาเปิดประตูให้เธอ “เชิญครับ คุณพรนับพัน” “ขอบคุณค่ะ คุณวิศรุต เอ่อ คุณเรียกฉันว่าเกรซเฉย ๆ ก็ได้นะคะ ต่อไปนี้เราคงต้องร่วมงานกันอีกนาน” “ครับคุณเกรซ” วิศรุตตอบรับพร้อมเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางสองใบที่บอดีการ์ดหนุ่มขนลงมาจากรถก็เกิดความข้องใจ “ของคุณเกรซมีแค่นี้เหรอครับ”พรนับพันได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มแห้งออกมา“เกรซเอาพวกของแบรนด์เนมราคาแพงไปขายหมดแล้วค่ะ” วิศรุตพยักหน้ารับ ก่อนผินหน้าไปยังประตูทางเข้าคฤหาสน์ พร้อมผายมือออกมา“งั้นเชิญด้านในดีกว่าครับคุณเซบาสเตียนรออยู่” นางแบบสาวยิ้มรับ ก่อนเดินตามวิศรุตไปตามทางเดินทอดยาว ผ่านห้องโถงรับรองแขกหรูหราขนาดใหญ่ที่บรรดาสาวใช้ในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง บางคนเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ เมื่อเธอพยายามส่งยิ้มทักทาย กลับทำให้สาวใช้เหล่านั้นตกใจรีบก้มหน้าหลบตา เมื่อวิศรุตพาเธอมาถึงห้องทำงานของเซบาสเตียน ชายหนุ่มก็ผลักประตูเข้าไปด้านใน ภายในห้องทำงานไม่ได้มีเพียงเจ้าของเคหสถานเท่านั้น ทว่ามีสาวสวยสอ
Baca selengkapnya
Chapter 8
พรนับพันเดินตามสองพี่น้องขึ้นมายังชั้นสามของคฤหาสน์ ทันทีที่เหยียบย่างขึ้นมาเธอก็สัมผัสได้ถึงความเงียบสงบ ไม่มีคนรับใช้และบอดีการ์ดเดินพลุกพล่านเช่นสองชั้นล่าง หญิงสาวหยุดยืนมองโถงกว้างซึ่งตรงหน้าเป็นทางเดินทอดยาวกั้นกลางระหว่างประตูห้องสองบานที่หันเข้าหากัน และตรงสุดทางเดินเป็นทางออกสู่ระเบียง “ห้องคุณเกรซอยู่ทางด้านซ้ายนะครับ ส่วนห้องฝั่งตรงข้ามคือห้องของคุณเซบาสเตียน” “คะ!” พรนับพันอุทานออกมาตาโต พร้อมหันมามองสองพี่น้องที่ยังคงสีหน้าเรียบเฉย “ครับ เชิญตามสบายนะครับ ถ้าต้องการอะไรบอกยัยวิว เอ่อ วิภาวีได้เลย ผมต้องขอตัวก่อน” “ค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณวิศรุต” วิศรุตโค้งศีรษะรับ ก่อนเดินจากไป พรนับพันจึงหันมาส่งยิ้มสดใสให้กับวิภาวี “ชื่อวิวใช่ไหมคะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” “ค่ะ คุณเกรซ” วิภาวีกล่าวพร้อมยิ้มเขินดูน่ารักน่าเอ็นดู ทำเอานางแบบสาวอดยิ้มตามไม่ได้ “ไม่ต้องเรียกคุณก็ได้ค่ะ เรียกเกรซเฉย ๆ ก็พอ เราน่าจะอายุห่างกันไม่เท่าไหร่” “ไม่ได้ค่ะ” วิภาวีส่ายหน้าปฏิเสธ “คุณเกรซอายุมากกว่าวิว จะให้ว
Baca selengkapnya
Chapter 9
ตลอดช่วงบ่าย พรนับพันใช้เวลาร่วมกับวิภาวี พูดคุยสัพเพเหระกันอย่างสนุกสนานราวกับรู้จักกันมาอย่างยาวนาน หรืออาจเป็นเพราะเด็กสาวเป็นแฟนคลับตัวยงของเธอก็เป็นได้ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนถึงสองทุ่ม เธอจึงให้วิภาวีกลับไปพักผ่อน จากนั้นหญิงสาวก็เข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน ทว่าพอหัวถึงหมอนกลับนอนไม่หลับกระสับกระส่าย คงเป็นเพราะแปลกที่แปลกทาง สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจออกจากห้องนอน เพื่อมาเดินเล่นรับลมที่ระเบียงด้านนอก ระเบียงฝั่งนี้หันหน้าไปทางสนามหญ้าข้างบ้าน หญิงสาวมองฝ่าความมืดลงไปก็เห็นบอดีการ์ดหลายคนกำลังเดินตรวจตรารอบบ้านพร้อมอาวุธครบมือ “ถ้าขืนลงไปเดินเพ่นพ่านมีหวังโดนยิงแน่ ๆ” พรนับพันส่ายหน้าระรัว ก่อนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามราตรี “อุ๊ย ตรงนี้เห็นดาวด้วย สวยจัง” หญิงสาวว่าพลางยกแขนขึ้นวางบนราวระเบียง มือข้างหนึ่งยกขึ้นเท้าคาง เหม่อมองขึ้นไปยังท้องนภาด้วยความเพลิดเพลิน ทว่าจู่ ๆ ก็มีลมเย็นพัดมาทำเอากายสาวที่มีเพียงชุดนอนเดรสเนื้อผ้าบางเบาสะท้านเล็กน้อย เธอลดสองมือลงมากอดอกบรรเทาความหนาว และทันใดนั้นก็มีสัมผัสนุ่มละมุนของ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status