LOGIN@เวลาต่อมา
เมื่อมาถึงคอนโด หมอศรันย์จัดการอุ้มร่างที่สั่นเทาของพระพายเข้าไปในห้องนอนทันที เขาลงกลอนประตูอย่างแน่นหนา ก่อนจะวางเธอลงบนเตียงกว้างอย่างไม่เบามือนัก ความหึงหวงที่ยังตกค้างอยู่ในอกทำให้เขาไม่สามารถทำตัวเป็นหมอที่ใจดีได้เลย "ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด" เขาออกคำสั่งเสียงเฉียบขณะเดินไปหยิบกะละมังน้ำและผ้าขนหนู "ไม่ค่ะ... พายหนาว พายไม่อยากเช็ดตัว" "ทีเมื่อกี้ตอนมันป้อนยาเธอไม่เห็นจะดื้อแบบนี้เลยนิ" "พี่หมอ" "อย่ามาสำออยนะพระพาย ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันเจียดเวลาไปหาเธอ เรียกร้องความสนใจเก่งนักนิ อย่ามาทำตัวปัญญาอ่อน อย่าทำตัวเรื่องมากต่อหน้าฉัน" "พายแค่จะบอกว่าพายปวดหัว ไม่ได้คิดจะเรียกร้องความสนใจอย่างที่พี่พูด" พระพายพยายามขดตัวหนีภายใต้ผ้าห่มผืนหนาแต่หมอศรันย์กลับกระชากมันทิ้งอย่างรวดเร็ว "ฉันบอกให้ถอด! หรือจะให้ฉันฉีกมันทิ้งเหมือนตัวเมื่อกี้?" สายตาที่ดุดันทำให้พระพายจำต้องยอมให้เขาจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอออกจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยแดงช้ำจากศึกเมื่อคืน หมอศรันย์ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นร่องรอยเหล่านั้น แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายเขาให้พลุ่งพล่านขึ้นมากกว่าเดิม เขาใช้ผ้าชุบน้ำเย็นจัดลูบไล้ไปตามผิวกายที่ร้อนระอุของเธอ พระพายครางเสียงสั่นเครือด้วยความหนาวสั่น แต่ละสัมผัสของเขามันช่างรุนแรงและเต็มไปด้วยความหงุดหงิด "อื้อ... เบาๆ ค่ะพายเจ็บ" "เจ็บก็ดี จะได้จำใส่หัวว่าอย่าไปเที่ยวเรียกผู้ชายคนไหนมาดูแลถึงบนเตียงอีก" หลังจากเช็ดตัวเสร็จ หมอศรันย์หยิบยาเม็ดและแก้วน้ำขึ้นมา เขาจ้องมองริมฝีปากบางที่แห้งผากของเธอ ก่อนจะเปลี่ยนใจวางแก้วน้ำลง แล้วหยิบยาใส่ปากตัวเอง... ก่อนจะตามด้วยน้ำอึกใหญ่ "พี่หมอ... จะทำอะไรคะ..!..." "อึก!!" คำพูดของพายถูกกลืนหายไปเมื่อริมฝีปากหนาประกบปิดลงมาอย่างรวดเร็ว หมอศรันย์ใช้ลิ้นร้อนดันยาเม็ดรสขมเข้าไปในโพรงปากของเธอ พายพยายามจะขัดขืนแต่เขากลับบดจูบอย่างหนักหน่วงบังคับให้เธอต้องกลืนมันลงไปพร้อมกับน้ำที่เขาป้อนผ่านริมฝีปาก "อึก... แค่กๆ" พระพายสำลักน้ำจนน้ำตาเล็ดแต่หมอศรันย์กลับไม่ยอมถอนจูบออก เขาซุกไซ้ปลายลิ้นตักตวงความหวานที่ปนไปด้วยรสขมของยาอย่างเอาแต่ใจ "ยาขมใช่ไหม? งั้นฉันจะล้างปากให้เอง..." "อ๊ะ!!" เขาผลักร่างเล็กลงกับหมอนก่อนจะตามลงไปทาบทับ มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามจุดอ่อนไหวที่เขาเพิ่งจะ 'ฉีดยา' เข้าไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ด้านพระพายพยายามดันอกแกร่งไว้ด้วยแรงอันน้อยนิด "พายป่วยอยู่นะคะ... พี่หมอ... อ๊ะ!" "ก็เพราะป่วยไง ถึงต้องได้รับยาดีอีกขนาน" เขาพูดเสียงแหยพร่าชิดใบหู "ไอ้วิศวะนั่นมันใช้มือป้อนยาเธอที่ปาก... แต่สำหรับฉัน ฉันจะป้อนเธอด้วยวิธีของฉันเอง" "พะ..พี่หมอ!!" หมอศรันย์จัดการแยกขาเรียวของเธอออกกว้าง ก่อนจะแทรกตัวตนที่ตื่นตัวเต็มที่เข้าไปในช่องทางรักที่ยังบวมช้ำรวดเดียวจนมิดลำ พระพายเบิกตากว้าง หวีดร้องออกมาด้วยความจุกเสียวที่แล่นริ้วไปทั่วโสตประสาท "อ๊าาาาา! พี่หมอ... พายไม่ไหว... ฮึก" "ไม่ไหวก็ต้องทน... นี่คือบทลงโทษที่เธอชอบเรียกร้องความสนใจจากคนอื่น" "อื้ออ จะ..เจ็บ" "เจ็บก็ทน!" "ตับ ตับ ตับ!!" เขาเริ่มขยับกายอย่างดุดัน จังหวะที่หนักหน่วงทำให้หัวเตียงกระแทกกับผนังห้องดังสนั่น พระพายรู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ความร้อนจากพิษไข้ผสมปนเปไปกับความซาบซ่านที่เขามอบให้จนสมองของเธอขาวโพลน สองขาเรียวถูกเขาจับแยกออกจากกันกว้าง หน้าอกอวบอิ่มถูกริมฝีปากหนาดูดกินอยากหื่นกระหาย ร่างกายถูกกระแทกเป็นจังหวะขึ้นลงสม่ำเสมอ นิ้วมือเรียวจับยึดขอบเตียงเอาไว้แน่น ร่างเล็กที่ถูกท่อนเอ็นถาโถมเข้าใส่ไม่หยั่งบิดเร้าไปมาด้วยความทรมาน ความเจ็บแสบมันโลดแล่นไปทั่วร่าง ปลายถันที่ถูกดูดดึงจนเกิดเป็นลิ่มเลือด ชูช่อแข็งเป็นไต ลานนมที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำลายร้อนของคุณหมอหนุ่ม แรงกระแทกที่ขยับแก่นกายเข้าออกไม่ยั้ง ตอกแน่นทุกดอก ทำเอาร่างทั้งร่างของเธอแทบแตกสลาย พิษไข้ที่ยังไม่ส่างยังไม่ทำให้ร่างกายร้อนเป็นไฟเท่ากามอารมณ์ของคนเอาแต่ใจเลยสัดนิด "พี่หมอ..บะ..เบา พายเจ็บ อื้ออ~~" "เธอมันดื้อ..พระพาย..ดื้อขนาดนี้ ถ้าไม่ถูกลงโทษ คงไม่หลาบไม่จำ อ่าส์" เขากระแทกกระทั้นเข้าใส่เธออย่างคนบ้าคลั่ง มือหนาบีบเค้นก้อนเนื้อนุ่มจนขึ้นสีแดงตามรอยมือ อีกข้างสลับดูดกินราวกับอาหารจานโปรดที่หยุดกินไม่ได้ พระพายได้แต่ครวญครางและโอบรัดเขาไว้แน่น น้ำตาที่ไหลออกมาไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเจ็บ ความเสียว หรือความเสียใจที่เขาเห็นเธอเป็นเพียงที่ระบายอารมณ์หึงหวงกันแน่ "ครางชื่อฉัน... บอกมาสิว่าใครเป็นผัวเธอ!" "ฮึก... พี่หมอ... พะ..พายเป็นของพี่หมอคนเดียว... อ๊ะ! อาาา" "ดี..พูดแล้วต้องจำ เพราะถ้าไม่จำจะโดนหนักกว่านี้" "ตับ ตับ ตับ!!" "อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ! อื้อ พี่ศรันย์~" "อร้ายย!!" หมอศรันย์เร่งจังหวะสุดท้ายอย่างรุนแรงจนร่างเล็กสั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์ ก่อนจะปลดปล่อยลาวาร้อนระอุเข้าไปในกายเธออีกครั้ง เขาฟุบหน้าลงกับซอกคอขาว หอบหายใจอย่างหนักหน่วงท่ามกลางกลิ่นเหงื่อและกลิ่นอายแห่งความต้องการที่ยังคงไม่ลดเลือนลง เขามองดูเด็กสาวที่นอนสลบคาอกเขาไปด้วยความเหนื่อยอ่อน แววตาของหมอหนุ่มวูบไหวเพียงครู่เดียวเขาก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น... "เธอมันน่ารำคาญที่สุดเลยพาย... แต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปหาคนอื่น นอกจากฉัน"@เช้าวันต่อมาแสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันหยุดสาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามาในห้องนอนใหญ่ แต่เจ้าของห้องอย่าง พระพาย กลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวได้ง่ายๆ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายถูกถอดออกเป็นชิ้นๆ โดยเฉพาะช่วงล่างที่ระบมจนแค่จะพลิกตัวยังต้องนิ่วหน้า ระบมไปทั้งตัว"อื้อ..." หญิงสาวครางแผ่วขยับกายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่ศรันย์ห่มให้ไว้อย่างเรียบร้อยรัดกุม"แกรก..."ประตูห้องนอนค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอศรันย์ที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในชุดกาวน์ แต่อยู่ในชุดลำลองสบายๆ ที่มี "ผ้าอ้อม" พาดบ่าข้างหนึ่ง และมืออีกข้างหนึ่งกำลังอุ้ม น้องพรีม ที่กำลังดูดจุกหลอกจ๊อบๆ อย่างอารมณ์ดี โดยมี น้องพร้อม เดินเกาะชายเสื้อคุณพ่อต้อยๆ เข้ามาด้วย"ชู่ววว... น้องพร้อมครับ เบาๆ ลูก..มามี้ยังนอนหลับอยู่" ศรันย์กระซิบกระซาบกับลูกชายตัวแสบ"มัมมี้เป็นอะไรครับปาป๊า? เมื่อคืนพร้อมตื่นมาได้ยินมามี้ร้องเสียงดังเหมือนโดนไดโนเสาร์กัดเลย" น้องพร้อมถามตาใสแป๋วทำเอาพระพายที่แกล้งหลับอยู่ถึงกับหน้าแดงแป๊ดจนต้องมุดหน้าลงกับหมอนศรันย์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางปรายตาไปทางก้อนผ้าห่มบนเตียง "อ๋อ... มามี้ไม่ได้โดนไดโนเสาร์กัดครับ มามี้
ศรันย์ไม่ปล่อยให้พระพายได้พักนานนัก หลังจากบทเพลงรักริมกระจกจบลง เขาก็ช้อนอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของภรรยาขึ้นแนบอกอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายคือเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่รอคอยพวกเขาทั้งคู่ ทันทีที่แผ่นหลังเนียนสัมผัสกับที่นอนนุ่ม ศรันย์ก็โน้มตัวลงทาบทับ กักขังเธอไว้ภายใต้อ้อมแขนและร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม"พี่หมอ... พอแล้วค่ะ พายไม่มีแรงแล้วจริงๆ" พระพายประท้วงเสียงแผ่วแต่ดวงตาคู่สวยกลับฉ่ำเยิ้ม ยามมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีที่ดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจเมื่อผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีเหงื่อซึมตามไรผม"รอบที่สาม... พี่ขอแบบจัดเต็มนะครับคนเก่ง..นะครับ" ศรันย์ไม่อ้อนเปล่าแต่เขาใช้มือหนาแยกเรียวขาสวยออกกว้างกว่าเดิม จนพระพายต้องหน้าร้อนผ่าว "พะ..พี่หมอ แต่เมื่อกี้พี่ทำไปแล้วนะคะ""เมื่อกี้ริมกระจกพี่เน้นท่าทาง แต่บนเตียง... พี่จะเน้นความลึกซึ้งให้ถึงใจพาย พายจะได้ไม่ลืม ว่าเราทำอะไรกันที่ไหนยังไง ท่าอะไร""พะ..พี่ อื้ออ~"ศรันย์ก้มลงครอบครองยอดปทุมถันอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เพียงแค่ดูดดึง แต่ใช้นิ้วเรียวบีบเค้นเต้าอวบทั้งสองข้างสู้มืออย่างหนักหน่วง เสียงครางหวานลั่นห้องเมื่อลิ้นร้อนตวัดรัวที่ยอดอกสลับกับกา
"อ๊ะ!! พี่หมอ"บทรักบนโซฟาเป็นเพียงบทเพลงอุ่นเครื่องเท่านั้น เพราะเมื่อศรันย์ได้ลิ้มรสหวานจากน้ำผึ้งที่เขาโหยหามานานแรมปี ไฟราคะในตัวศัลยแพทย์หนุ่มก็ลุกโชนจนยากจะดับลง"พี่หมอ... พอแล้วมั้งคะ พายจะละลายหมดแล้วนะ" พระพายเอ่ยเสียงระทดระทวย ร่างกายอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ แต่ดวงตากลมโตกลับหวานเยิ้มสะท้อนความต้องการที่ไม่ต่างกัน"ยังครับ... บนโซฟามันแค่น้ำจิ้ม" หมอศรันย์พึมพำชิดใบหูหอมกรุ่น ก่อนจะช้อนอุ้มร่างเปลือยเปล่าของเมียเด็กขึ้นแนบอก "พี่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ... พายจำได้ไหม ตรงกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนหลังบ้านน่ะ พี่แอบมองพายตรงนั้นบ่อยๆ เวลาพายยืนกล่อมลูก""พี่หมอ! ตรงนั้นมัน... มันโล่งไปไหมคะ" พระพายหน้าแดงซ่านด้วยความตกใจ ทว่ากลับมีความตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย"ไม่มีใครเห็นหรอกครับ มืดขนาดนี้... มีแต่พี่ที่จะเห็นพายชัดๆ""แต่ว่า...?""ตอบช้าถือว่าตกลงนะคะ""หมับ!!""พี่หมอ!!"ศรันย์อุ้มเมียสุดที่รักขึ้น ก่อรจะรีบสาวเท้าเดินไปยังเป้าหมาย เขาวางร่างบางลงให้ยืนพิงกับกระจกใสบานยักษ์ ความเย็นของกระจกที่สัมผัสแผ่นหลังทำเอาพระพายสะดุ้งโหยง แต่ความร้อนจากแผ่นอกแกร่งของศรันย
"อ่าห์ พี่หมอ~"ความเงียบสงัดภายในห้องนอนกว้างถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของพระพาย ร่างระหงนอนหมดแรงอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ผิวพรรณแดงระเรื่อจากการถูกกระตุ้นด้วยลิ้นร้อนของคุณหมอหนุ่มเมื่อครู่จนถึงฝั่งฝันไปรอบหนึ่ง แต่ดูเหมือนคนตัวโตจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้"พายครับ""คะ"ศรันย์ขยับกายลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างเรียวขาสวย สายตาคมกริบจ้องมองเมียรักที่กำลังนอนหายใจรินรดไหล่ตัวเองด้วยความหลงใหล เขาจัดการถอดกางเกงนอนของตัวเองออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็น "เจ้ามังกร" ยักษ์ที่ตื่นตัวเต็มที่จนเส้นเลือดปูดโป่ง มันขยายขนาดจนน่ากลัวสะท้อนถึงความอัดอั้นที่เก็บกดมานานหลายเดือน"พี่หมอ... พายเหนื่อยแล้วนะคะ" พระพายพยายามประท้วงเสียงเบาหวิวเมื่อเห็นความยิ่งใหญ่ของสามี นี่มันเกินมาตรฐานชายไทยไปมาก เมื่อก่อนไม่เห็นจะใหญ่ขนาดนี้ แต่ทำไมตอนนี้มันถึงได้ทั้งใหญ่ทั้งยาวจนแค่มองก็ม้สนท้องน้อยไปหมด"พายเสร็จไปแล้ว... แต่พี่ยังไม่ได้เริ่มเลยนะ" ศรันย์อ้อนเสียงนุ่มเขาโน้มตัวลงไปกอดเอวบางแล้วซุกหน้าลงที่ซอกคอ "พายครับ... ช่วยพี่หน่อยนะ พี่ปวดไปหมดแล้ว ดูสิ... มันคิดถึงพายจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ"มือหนาจั
@ 1 ปีต่อมา"ปาป๊า! ดูสิ พร้อมระบายสีไดโนเสาร์สวยไหมฮะ!"เสียงเล็กๆ ของ น้องพร้อม เด็กชายวัยเกือบ 4 ขวบที่ถอดแบบหน้าตามาจากพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ตะโกนก้องห้องโถงพร้อมกับชูกระดาษที่เต็มไปด้วยสีเทียนหลากสี ศรันย์ที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าบ้านมาด้วยความอ่อนล้าจากการผ่าตัด 3 เคสติดกัน ต้องรีบปั้นหน้ายิ้มแล้วย่อตัวลงรับแรงกระแทกจากลูกชายที่กระโจนเข้าใส่"เก่งมากครับลูก... ไหนดูซิ ไดโนเสาร์ตัวนี้ชื่ออะไรครับ?""ชื่อรันย์ครับ! ชื่อเหมือนปาป๊าเลย เพราะมันตัวใหญ่และใจดี"ศรันย์หัวเราะหึๆ ในลำคอ พลางลูบหัวลูกชาย "โอเคครับ ปาป๊าเป็นไดโนเสาร์ก็ได้ แต่ตอนนี้ป๊าขอไปอาบน้ำก่อนนะครับ...""แง้!!!!!!!!!"ยังไม่ทันขาดคำ เสียงร้องไห้จ้าที่ทรงพลังยิ่งกว่าหวอรถพยาบาลก็ดังมาจากชั้นบน เป็นสัญญาณว่า น้องพรีม สมาชิกใหม่วัย 3 เดือนได้ตื่นจากการนอนกลางวันรอบเย็นแล้ว และเธอกำลัง "หิว" ระดับวิกฤต"พี่หมอ! มาพอดีเลยค่ะ ช่วยดูน้องพร้อมหน่อยนะคะ พายต้องพาน้องพรีมไปให้นม!" พระพายตะโกนลงมาจากบันไดมือหนึ่งถือเครื่องปั๊มนม อีกมือหนึ่งกำลังพยายามปลอบลูกสาวที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน ผมทรงนักธุรกิจสาวที่เคยเรียบกริบบัดนี้ฟูฟ่องแ
@2 เดือนต่อมาบรรยากาศที่แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อในวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ต่างพากันอมยิ้มเมื่อเห็นร่างสูงสง่าของ นพ. ศรันย์ กลับมาสวมเสื้อกาวน์สีขาวปักชื่อตำแหน่งเดิมอย่างภาคภูมิใจ แม้เขาจะหายไปนานถึงสามปี แต่ฝีมือและการวางตัวที่สุขุมขึ้นกลับทำให้เขามีเสน่ห์จนใครๆ ก็ต่างพากันชื่นชมแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนที่สุด คือสายตาของหมอศรันย์ที่ไม่ได้มองแค่คนไข้... แต่เขามักจะชะเง้อมองไปทางโถงทางเดินชั้นผู้บริหารอยู่บ่อยครั้ง"เลิกชะเง้อได้แล้วมั้งไอ้หมอ... เขาไม่หายไปไหนหรอก เมียมึงน่ะ" หมอภีม เดินเข้ามากอดคอเพื่อนพลางแซวเสียงดัง บัดนี้กลายเป็นศัลยแพทย์อาวุโสที่ขึ้นแท่น "หมอโสดที่กวนประสาทที่สุดในโรงพยาบาล" เขาไม่ได้ไร้คู่เพราะหน้าตา หรือหน้าที่การงาน แต่เป็นเพราะความแสบสันของฝีปากที่ยากจะหาผู้หญิงคนไหนมาต่อกรได้"กูก็แค่อยากดูให้แน่ใจว่าพายทานข้าวกลางวันหรือยัง ช่วงนี้เขายิ่งแพ้ท้องหนักอยู่" ศรันย์ตอบพลางปรับปกเสื้อกาวน์ให้เนี้ยบ"แหม่... ตั้งแต่ฟื้นจากความตายมานี่ มึงเปลี่ยนจากคุณหมอผู้สูงส่ง กลายเป็นทาสเมียเต็มตัวเลยนะ" หมแภีมส่ายหัวขำๆ "ไม่ต้องแสดงอาการขนาดนั้น
@1 สัปดาห์ต่อมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา นพ. ศรันย์ วรโชติเมธี ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้เข้าเวรผ่าตัดตามปกติ และไม่เหลือคราบศัลยแพทย์ผู้สูงส่งที่ใครๆ ต่างเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้ม ดวงตาแดงก่ำจากการไม่ได้นอนและเอาแต่จ้องมองหน้าต่างห้องพักฟื้นจากม้านั่งข้างล่างราวกับคนเสียสติเ
@วันต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น ณ แผนกศัลยกรรมกระดูก บรรยากาศรอบตัวของ หมอศรันย์ ดูเปลี่ยนไปจนพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์แอบซุบซิบ ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมเย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก บัดนี้กลับมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอยในหัวของเขาตอนนี้มีเพียงภาพเหตุการณ์เมื่อ
@วันต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องพักฟื้นวีไอพีดูจะคึกคักเป็นพิเศษ แต่กลับเป็นความคึกคักที่ทำให้คนที่แอบยืนมองผ่านช่องกระจกประตูอย่าง หมอศรันย์ แทบจะกระอักเลือดตายรอมร่อเขายืนกำชาร์ตคนไข้ในมือแน่นจนนิ้วขาวซีด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนไม่ให้พุ่งเข้าไปกระชากทุกคนออกไปจากผู้หญิงของเขา... ค
ตลอดทั้งวันในโรงพยาบาล หมอศรันย์ไม่มีสมาธิทำงานเลยแม้แต่น้อย ภาพรอยยิ้มของพระพายที่ส่งให้หมอภีมมันตามหลอกหลอนเขาจนอยากจะขว้างแฟ้มประวัติคนไข้ทิ้ง ยิ่งเห็นหมอภีมเดินเข้าออกห้องพักฟื้นพร้อมขนมนมเนย เส้นประสาทของเขาก็แทบจะระเบิดจนกระทั่งช่วงเย็น หลังจากหมอนลินขอตัวกลับไปก่อน ศรันย์ก็ไม่รอช้าที่จะพุ่ง







