LOGIN@1 ชั่วโมงต่อมา
สายตาที่เย็นชาของหมอศรันย์จ้องมองร่างเล็กที่นอนอ่อนแรงอยู่บนเตียง หลังจากบทเพลงรักที่รุนแรงสิ้นสุดลง เธอสลบคาอกไป และตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเวลาสองทุ่มครึ่ง เขาไม่ได้โอบกอดหรือปลอบโยน แต่กลับลุกขึ้นจัดการเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “พรุ่งนี้ลินจะมาที่นี่...” น้ำเสียงราบเรียบนั้นเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของพระพาย เขาเอ่ยเรียกชื่อนั้น น้ำเสียงช่างแตกต่างกันกับเวลาเรียกชื่อเธอ “ฉันมีธุระต้องคุยกับเขา และเธอ... ห้ามออกมาจากห้องนอนนี้เด็ดขาด ไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไร ห้ามส่งเสียง ห้ามทำให้ลินรู้ว่าเธออยู่ที่นี่” “พี่หมอจะให้พายซ่อนตัวเหมือนเป็นหนูในรูเหรอคะ?” พระพายถามเสียงสั่นพร่า เธอเป็นแค่คนในความลับ เขาปกปิดเธอไว้ในห้องนอนนี้ ในขณะเดียวกันเขาจะอยู่กับผู้หญิงอีกคนในพื้นที่เดียวกัน ความสำคัญมันต่าง หนึ่งคนอยู่ในความลับ อีกคนเขาพร้อมจะเปิดเผยตัวตน “ก็แล้วเธออยู่ในฐานะอะไรที่ฉันต้องเปิดเผยล่ะ?” เขาปรายตามองอย่างเหยียดหยาม “อย่าลืมเงื่อนไขของเราพระพาย... เธอเป็นแค่คนในความลับ และความลับมันไม่ควรมีตัวตนต่อหน้าผู้หญิงที่ฉันกำลังจะเลือกเข้ามาในชีวิตจริงๆ” "หึ...พี่เลือกเธอสินะ" "ฉันพูดชัดเจนทุกคำ เธอมีการศึกษาพอที่จะเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด" เหมือนถูกแทงด้วยมีดคมๆนับสิบเล่ม คำพูดของเขามันช่างทำร้ายหัวใจเธอให้ช้ำเลือดช้ำหนองเสียจริง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากมีใคร แค่คนที่เขาเลือกมันไม่ใช่เธอ @เช้าวันรุ่งขึ้น พระพายถูกกักขังอยู่ในห้องนอนกว้างภายใต้ความเงียบงันที่น่าอึดอัด เธอได้ยินเสียงกริ่งหน้าห้อง และเสียงฝีเท้าของคนที่เธอจำได้ดี... "หมอนลิน" "รอนานไหมคะศรันย์ เห็นโทรหาลินหลายสาย มีอะไรด่วนหรือเปล่าคะ พอดีรถติดมากเลย" "ไม่นานครับ แค่ใจร้อนอยากเจอ" "อืม..วันนี้มาแปลกนะคะ มีอะไรหรือเปล่า" "ขอโทษนะลิน" "อื้ออ" พระพายแอบแง้มประตูห้องนอนออกเพียงนิดเดียวด้วยหัวใจที่สลาย ภาพที่เห็นตรงหน้าคือหมอศรันย์ที่ยืนอยู่กลางห้องรับแขกกับหมอนลิน ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก แต่สิ่งที่ทำให้พายแทบหยุดหายใจ คือจังหวะที่หมอศรันย์โน้มตัวลงไป... เขาบรรจงจูบที่ริมฝีปากของหมอนลินอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอม... จูบที่เขาไม่เคยหยิบยื่นให้พระพายเลยแม้แต่ครั้งเดียว "อึก อึก ทำไม..ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย" พระพายทรุดตัวลงพิงบานประตู น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไร้เสียง เธอเข้าใจแล้ว... รักที่เธอเพียรพยายามตามจีบเขามาหลายปี ความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เกิดขึ้นในห้องนี้ มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยสำหรับเขา มันเป็นเพียงความใคร่และการแสดงอำนาจ แต่กับผู้หญิงอีกคน... เขาพร้อมจะให้เกียรติและมอบหัวใจให้ ภาพทุกอย่างตอกย้ำคำตอบที่ชัดเจนว่าคนที่เขารักคนนั้นมันไม่มีทางเป็นเธอ @หลังจากหมอนลินกลับไป หมอศรันย์เปิดประตูห้องนอนเข้ามาด้วยท่าทีเรียบเฉย เขาเห็นพระพายนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นห้อง ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก “ทำไมทำหน้าแบบนั้น? ไม่พอใจเหรอ ที่ฉันขังเธอไว้ในห้องนี้” เขาถามเสียงนิ่ง พระพายเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ความสดใสที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น “พายเห็นหมดแล้วค่ะ... เห็นทุกอย่างที่พี่หมอทำกับเขา” “เห็นแล้วก็ดี จะได้รู้ฐานะตัวเองไว้ ว่าใครคือตัวจริง ใครคือตัวสำรอง” "ระหว่างเราคืออะไรคะ ที่พี่ทำกับพายมันคืออะไร" "ความผิดพลาด..." เขาตอบอย่างไม่ลังเล "คำตอบนี้ฉันย้ำกับเธอหลายต่อหลายครั้งเธอลืมไปแล้วหรือไง" “ไม่ลืมค่ะ พายจำได้ดี" "จำได้ก็ดีจะได้ไม่ต้องล้ำเส้นอีก" "พายขอถามอะไรเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ..” พระพายสูดหายใจเข้าลึกๆคำถามที่ไม่ได้อยากรู้คำตอบ เพราะคำตอบนั้นมันอาจจะทำให้เธอเจ็บสาหัสราวกับคนที่กำลังจะสิ้นใจก็เป็นได้ “ถ้าสำหรับพาย... มันคือเรื่องผิดพลาดที่พี่หมอไม่อยากจดจำ แล้วกับหมอนลินล่ะคะ พี่หมอรู้สึกไปมากแค่ไหน?” หมอศรันย์นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ฆ่าพระพายให้ตายทั้งเป็น “ลินคือคนที่มีค่าพอที่ฉันจะปกป้อง... แต่เธอคือคนที่ฉันต้องปกปิด พาย... ความรู้สึกมันต่างกัน..ฉันบอกเธอได้แค่นี้แหละ”. ประโยคเดียว.. ที่ทำให้พระพายยกธงขาวขอยอมแพ้ให้กับทุกอย่าง "ขอบคุณนะคะที่พูดตรงๆ" เธอไม่ร้องไห้ออกมาให้เขาเห็นอีกต่อไป พระพายลุกขึ้นช้าๆ รวบรวมแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเดินไปหยิบกระเป๋าผ้าของตัวเอง เธอไม่ได้พูดอะไรต่อแม้แต่คำเดียว ไม่มีการตัดพ้อ ไม่มีคำลา เธอเดินผ่านหน้าหมอศรันย์ไปราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ สายตาที่เคยมองเขาด้วยความรักจนสุดหัวใจ บัดนี้มันเหลือเพียงความว่างเปล่าที่แสนเย็นชา “จะไปไหน?” เขาคว้าแขนเธอไว้ตามสัญชาตญาณ พระพายสะบัดแขนออกเบาๆ โดยไม่หันไปมอง “ไปอยู่ในที่ที่พายไม่เป็นความผิดพลาด ของใคร... ขอบคุณสำหรับยาของพี่หมอนะคะ แต่มันไม่ได้รักษาไข้พายเลย... มันแค่ทำให้พายรู้ว่า พายควรจะตายไปจากชีวิตพี่จริงๆเสียที” "เธอหมายความว่ายังไง" พระพายไม่ตอบอะไร เธอเพียงเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้หมอศรันย์ยืนนิ่งอยู่ในความเงียบ ความรู้สึกวูบโหวงอย่างรุนแรงพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจของเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในเมื่อเธอพาผู้ชายขึ้นห้อง เขาเองก็ไม่ผิดอะไรหากจะพาผู้หญิงอีกคนเข้ามา ทุกสิ่งที่ทำไปก็เพื่อตอกย้ำให้เธอรู้ว่าที่เธอทำมันทำให้เขาไม่พอใจขนาดไหน แต่ชัยชนะที่เขาได้ขยี้หัวใจเธอจนแหลกละเอียด... ทำไมมันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เสียเอง@เช้าวันต่อมาแสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันหยุดสาดส่องผ่านผ้าม่านลูกไม้เข้ามาในห้องนอนใหญ่ แต่เจ้าของห้องอย่าง พระพาย กลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวได้ง่ายๆ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายถูกถอดออกเป็นชิ้นๆ โดยเฉพาะช่วงล่างที่ระบมจนแค่จะพลิกตัวยังต้องนิ่วหน้า ระบมไปทั้งตัว"อื้อ..." หญิงสาวครางแผ่วขยับกายใต้ผ้าห่มผืนหนาที่ศรันย์ห่มให้ไว้อย่างเรียบร้อยรัดกุม"แกรก..."ประตูห้องนอนค่อยๆ เปิดออก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอศรันย์ที่วันนี้ไม่ได้อยู่ในชุดกาวน์ แต่อยู่ในชุดลำลองสบายๆ ที่มี "ผ้าอ้อม" พาดบ่าข้างหนึ่ง และมืออีกข้างหนึ่งกำลังอุ้ม น้องพรีม ที่กำลังดูดจุกหลอกจ๊อบๆ อย่างอารมณ์ดี โดยมี น้องพร้อม เดินเกาะชายเสื้อคุณพ่อต้อยๆ เข้ามาด้วย"ชู่ววว... น้องพร้อมครับ เบาๆ ลูก..มามี้ยังนอนหลับอยู่" ศรันย์กระซิบกระซาบกับลูกชายตัวแสบ"มัมมี้เป็นอะไรครับปาป๊า? เมื่อคืนพร้อมตื่นมาได้ยินมามี้ร้องเสียงดังเหมือนโดนไดโนเสาร์กัดเลย" น้องพร้อมถามตาใสแป๋วทำเอาพระพายที่แกล้งหลับอยู่ถึงกับหน้าแดงแป๊ดจนต้องมุดหน้าลงกับหมอนศรันย์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางปรายตาไปทางก้อนผ้าห่มบนเตียง "อ๋อ... มามี้ไม่ได้โดนไดโนเสาร์กัดครับ มามี้
ศรันย์ไม่ปล่อยให้พระพายได้พักนานนัก หลังจากบทเพลงรักริมกระจกจบลง เขาก็ช้อนอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของภรรยาขึ้นแนบอกอีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายคือเตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่รอคอยพวกเขาทั้งคู่ ทันทีที่แผ่นหลังเนียนสัมผัสกับที่นอนนุ่ม ศรันย์ก็โน้มตัวลงทาบทับ กักขังเธอไว้ภายใต้อ้อมแขนและร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม"พี่หมอ... พอแล้วค่ะ พายไม่มีแรงแล้วจริงๆ" พระพายประท้วงเสียงแผ่วแต่ดวงตาคู่สวยกลับฉ่ำเยิ้ม ยามมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีที่ดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจเมื่อผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีเหงื่อซึมตามไรผม"รอบที่สาม... พี่ขอแบบจัดเต็มนะครับคนเก่ง..นะครับ" ศรันย์ไม่อ้อนเปล่าแต่เขาใช้มือหนาแยกเรียวขาสวยออกกว้างกว่าเดิม จนพระพายต้องหน้าร้อนผ่าว "พะ..พี่หมอ แต่เมื่อกี้พี่ทำไปแล้วนะคะ""เมื่อกี้ริมกระจกพี่เน้นท่าทาง แต่บนเตียง... พี่จะเน้นความลึกซึ้งให้ถึงใจพาย พายจะได้ไม่ลืม ว่าเราทำอะไรกันที่ไหนยังไง ท่าอะไร""พะ..พี่ อื้ออ~"ศรันย์ก้มลงครอบครองยอดปทุมถันอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เพียงแค่ดูดดึง แต่ใช้นิ้วเรียวบีบเค้นเต้าอวบทั้งสองข้างสู้มืออย่างหนักหน่วง เสียงครางหวานลั่นห้องเมื่อลิ้นร้อนตวัดรัวที่ยอดอกสลับกับกา
"อ๊ะ!! พี่หมอ"บทรักบนโซฟาเป็นเพียงบทเพลงอุ่นเครื่องเท่านั้น เพราะเมื่อศรันย์ได้ลิ้มรสหวานจากน้ำผึ้งที่เขาโหยหามานานแรมปี ไฟราคะในตัวศัลยแพทย์หนุ่มก็ลุกโชนจนยากจะดับลง"พี่หมอ... พอแล้วมั้งคะ พายจะละลายหมดแล้วนะ" พระพายเอ่ยเสียงระทดระทวย ร่างกายอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ แต่ดวงตากลมโตกลับหวานเยิ้มสะท้อนความต้องการที่ไม่ต่างกัน"ยังครับ... บนโซฟามันแค่น้ำจิ้ม" หมอศรันย์พึมพำชิดใบหูหอมกรุ่น ก่อนจะช้อนอุ้มร่างเปลือยเปล่าของเมียเด็กขึ้นแนบอก "พี่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ... พายจำได้ไหม ตรงกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนหลังบ้านน่ะ พี่แอบมองพายตรงนั้นบ่อยๆ เวลาพายยืนกล่อมลูก""พี่หมอ! ตรงนั้นมัน... มันโล่งไปไหมคะ" พระพายหน้าแดงซ่านด้วยความตกใจ ทว่ากลับมีความตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย"ไม่มีใครเห็นหรอกครับ มืดขนาดนี้... มีแต่พี่ที่จะเห็นพายชัดๆ""แต่ว่า...?""ตอบช้าถือว่าตกลงนะคะ""หมับ!!""พี่หมอ!!"ศรันย์อุ้มเมียสุดที่รักขึ้น ก่อรจะรีบสาวเท้าเดินไปยังเป้าหมาย เขาวางร่างบางลงให้ยืนพิงกับกระจกใสบานยักษ์ ความเย็นของกระจกที่สัมผัสแผ่นหลังทำเอาพระพายสะดุ้งโหยง แต่ความร้อนจากแผ่นอกแกร่งของศรันย
"อ่าห์ พี่หมอ~"ความเงียบสงัดภายในห้องนอนกว้างถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของพระพาย ร่างระหงนอนหมดแรงอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ผิวพรรณแดงระเรื่อจากการถูกกระตุ้นด้วยลิ้นร้อนของคุณหมอหนุ่มเมื่อครู่จนถึงฝั่งฝันไปรอบหนึ่ง แต่ดูเหมือนคนตัวโตจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้"พายครับ""คะ"ศรันย์ขยับกายลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างเรียวขาสวย สายตาคมกริบจ้องมองเมียรักที่กำลังนอนหายใจรินรดไหล่ตัวเองด้วยความหลงใหล เขาจัดการถอดกางเกงนอนของตัวเองออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็น "เจ้ามังกร" ยักษ์ที่ตื่นตัวเต็มที่จนเส้นเลือดปูดโป่ง มันขยายขนาดจนน่ากลัวสะท้อนถึงความอัดอั้นที่เก็บกดมานานหลายเดือน"พี่หมอ... พายเหนื่อยแล้วนะคะ" พระพายพยายามประท้วงเสียงเบาหวิวเมื่อเห็นความยิ่งใหญ่ของสามี นี่มันเกินมาตรฐานชายไทยไปมาก เมื่อก่อนไม่เห็นจะใหญ่ขนาดนี้ แต่ทำไมตอนนี้มันถึงได้ทั้งใหญ่ทั้งยาวจนแค่มองก็ม้สนท้องน้อยไปหมด"พายเสร็จไปแล้ว... แต่พี่ยังไม่ได้เริ่มเลยนะ" ศรันย์อ้อนเสียงนุ่มเขาโน้มตัวลงไปกอดเอวบางแล้วซุกหน้าลงที่ซอกคอ "พายครับ... ช่วยพี่หน่อยนะ พี่ปวดไปหมดแล้ว ดูสิ... มันคิดถึงพายจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ"มือหนาจั
@ 1 ปีต่อมา"ปาป๊า! ดูสิ พร้อมระบายสีไดโนเสาร์สวยไหมฮะ!"เสียงเล็กๆ ของ น้องพร้อม เด็กชายวัยเกือบ 4 ขวบที่ถอดแบบหน้าตามาจากพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ตะโกนก้องห้องโถงพร้อมกับชูกระดาษที่เต็มไปด้วยสีเทียนหลากสี ศรันย์ที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าบ้านมาด้วยความอ่อนล้าจากการผ่าตัด 3 เคสติดกัน ต้องรีบปั้นหน้ายิ้มแล้วย่อตัวลงรับแรงกระแทกจากลูกชายที่กระโจนเข้าใส่"เก่งมากครับลูก... ไหนดูซิ ไดโนเสาร์ตัวนี้ชื่ออะไรครับ?""ชื่อรันย์ครับ! ชื่อเหมือนปาป๊าเลย เพราะมันตัวใหญ่และใจดี"ศรันย์หัวเราะหึๆ ในลำคอ พลางลูบหัวลูกชาย "โอเคครับ ปาป๊าเป็นไดโนเสาร์ก็ได้ แต่ตอนนี้ป๊าขอไปอาบน้ำก่อนนะครับ...""แง้!!!!!!!!!"ยังไม่ทันขาดคำ เสียงร้องไห้จ้าที่ทรงพลังยิ่งกว่าหวอรถพยาบาลก็ดังมาจากชั้นบน เป็นสัญญาณว่า น้องพรีม สมาชิกใหม่วัย 3 เดือนได้ตื่นจากการนอนกลางวันรอบเย็นแล้ว และเธอกำลัง "หิว" ระดับวิกฤต"พี่หมอ! มาพอดีเลยค่ะ ช่วยดูน้องพร้อมหน่อยนะคะ พายต้องพาน้องพรีมไปให้นม!" พระพายตะโกนลงมาจากบันไดมือหนึ่งถือเครื่องปั๊มนม อีกมือหนึ่งกำลังพยายามปลอบลูกสาวที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน ผมทรงนักธุรกิจสาวที่เคยเรียบกริบบัดนี้ฟูฟ่องแ
@2 เดือนต่อมาบรรยากาศที่แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อในวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ต่างพากันอมยิ้มเมื่อเห็นร่างสูงสง่าของ นพ. ศรันย์ กลับมาสวมเสื้อกาวน์สีขาวปักชื่อตำแหน่งเดิมอย่างภาคภูมิใจ แม้เขาจะหายไปนานถึงสามปี แต่ฝีมือและการวางตัวที่สุขุมขึ้นกลับทำให้เขามีเสน่ห์จนใครๆ ก็ต่างพากันชื่นชมแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนที่สุด คือสายตาของหมอศรันย์ที่ไม่ได้มองแค่คนไข้... แต่เขามักจะชะเง้อมองไปทางโถงทางเดินชั้นผู้บริหารอยู่บ่อยครั้ง"เลิกชะเง้อได้แล้วมั้งไอ้หมอ... เขาไม่หายไปไหนหรอก เมียมึงน่ะ" หมอภีม เดินเข้ามากอดคอเพื่อนพลางแซวเสียงดัง บัดนี้กลายเป็นศัลยแพทย์อาวุโสที่ขึ้นแท่น "หมอโสดที่กวนประสาทที่สุดในโรงพยาบาล" เขาไม่ได้ไร้คู่เพราะหน้าตา หรือหน้าที่การงาน แต่เป็นเพราะความแสบสันของฝีปากที่ยากจะหาผู้หญิงคนไหนมาต่อกรได้"กูก็แค่อยากดูให้แน่ใจว่าพายทานข้าวกลางวันหรือยัง ช่วงนี้เขายิ่งแพ้ท้องหนักอยู่" ศรันย์ตอบพลางปรับปกเสื้อกาวน์ให้เนี้ยบ"แหม่... ตั้งแต่ฟื้นจากความตายมานี่ มึงเปลี่ยนจากคุณหมอผู้สูงส่ง กลายเป็นทาสเมียเต็มตัวเลยนะ" หมแภีมส่ายหัวขำๆ "ไม่ต้องแสดงอาการขนาดนั้น
ตลอดทั้งวันในโรงพยาบาล หมอศรันย์ไม่มีสมาธิทำงานเลยแม้แต่น้อย ภาพรอยยิ้มของพระพายที่ส่งให้หมอภีมมันตามหลอกหลอนเขาจนอยากจะขว้างแฟ้มประวัติคนไข้ทิ้ง ยิ่งเห็นหมอภีมเดินเข้าออกห้องพักฟื้นพร้อมขนมนมเนย เส้นประสาทของเขาก็แทบจะระเบิดจนกระทั่งช่วงเย็น หลังจากหมอนลินขอตัวกลับไปก่อน ศรันย์ก็ไม่รอช้าที่จะพุ่ง
@หนึ่งเดือนผ่านไป...สำหรับ นพ. ศรันย์ วรโชติเมธี ชีวิตที่เคยถูกขีดเส้นไว้อย่างแม่นยำดุจไม้บรรทัดบัดนี้กลับบิดเบี้ยวจนมองไม่ออก เขาเริ่มไม่มีสมาธิในการผ่าตัด มือที่เคยนิ่งสนิทกลับสั่นเพียงเล็กน้อยเมื่อเห็นนักศึกษาหญิงในชุดนักศึกษาปีหนึ่งเดินผ่านวอร์ด ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันบัดนี้กลายเป็นกร
@1 สัปดาห์ต่อมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา นพ. ศรันย์ วรโชติเมธี ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้เข้าเวรผ่าตัดตามปกติ และไม่เหลือคราบศัลยแพทย์ผู้สูงส่งที่ใครๆ ต่างเกรงขาม ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เต็มไปด้วยหนวดเคราครึ้ม ดวงตาแดงก่ำจากการไม่ได้นอนและเอาแต่จ้องมองหน้าต่างห้องพักฟื้นจากม้านั่งข้างล่างราวกับคนเสียสติเ
@วันต่อมาเช้าวันรุ่งขึ้น ณ แผนกศัลยกรรมกระดูก บรรยากาศรอบตัวของ หมอศรันย์ ดูเปลี่ยนไปจนพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์แอบซุบซิบ ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมเย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก บัดนี้กลับมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอยในหัวของเขาตอนนี้มีเพียงภาพเหตุการณ์เมื่อ







