Se connecterแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างบานใหญ่ในห้องตรวจของโรงพยาบาล มีเสียงฝีเท้าของพยาบาลและผู้มาใช้บริการคนอื่นเดินเข้าออกภายในห้องตรวจ ในตอนนี้คุณหมอเจย์ริวกำลังดูแลคนไข้ที่มาใช้บริการ เขายังไม่ได้เรียนต่อแพทย์เฉพาะทางก็จะสามารถวินิจฉัยได้เพียงเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนถ้าเป็นอะไรหนักก็อาจจะต้องส่งไปเฉพาะทางเพื่อให้คุณหมอคนอื่นดูแลต่อ
"สวัสดีครับคุณหมอ"
เจย์ริวเงยหน้าขึ้นมองสบตากับคุณลุงที่เดินเข้ามาใหม่ ชายหนุ่มผายมือเชิญให้คนไข้นั่งลงที่เก้าอี้ก่อนจะเอ่ยถามทันที
"สวัสดีครับคุณลุง วันนี้เป็นอะไรมาครับไหนบอกอาการหมอหน่อยซิ"
เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและมองผู้ป่วยด้วยสายตาเต็มไปด้วยความใส่ใจเป็นพิเศษ คุณลุงเงยหน้าขึ้นมองสบตากับคุณหมอจากนั้นก็เริ่มบอกอาการเบื้องต้นของตัวเอง
"คุณหมอลุงรู้สึกอึดอัดในท้องมาหลายวันแล้ว แล้วก็รู้สึกเหมือนมีกรดขึ้นมาจากกระเพาะด้วย"
"มีอาการแสบร้อนตรงหน้าอกหรือเปล่าครับ"
"มีสิลุงรู้สึกแสบคอแล้วก็จุกหน้าอกตลอดเวลา"
คุณลุงเอ่ยออกมาพร้อมกับหยุดกระแอมไปพักหนึ่งเพราะรู้สึกแสบร้อนตรงกลางหน้าอก
"บางครั้งก็คอแห้งแล้วก็เหมือนอาหารไม่ย่อย"
"คุณลุงมีอาการอย่างอื่นอีกไหม"
หมอเจย์ริวเริ่มวิเคราะห์อาการเบื้องต้นของคนไข้ซึ่งจากที่ตรวจดูน่าจะเป็นอาการเกี่ยวกับโรคกรดไหลย้อน
"รู้สึกแน่นหน้าอกด้วย"
"จากที่ดูอาการเบื้องต้นคุณลุงน่าจะเป็นโรคกรดไหลย้อน โรคนี้เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาสู่หลอดอาหารทำให้รู้สึกแสบร้อนหรือบางครั้งอาจจะมีอาการจุกเสียดแล้วก็แน่นหน้าอกได้"
เขาอธิบายเกี่ยวกับโรคเบื้องต้นซึ่งคุณลุงเองก็รู้สึกว่าตัวเองมีอาการคล้ายประมาณนี้ คุณหมอหันไปพิมพ์รายละเอียดลงไปในคอมพิวเตอร์ตรงหน้าจากนั้นก็หยิบสเต็ทโตสโคปมาตรวจคนไข้เบื้องต้นก่อนจะยิ้มออกมา
"โดยปกติแล้วโรคกรดไหลย้อนจะมีปัจจัยกระตุ้นหลายอย่าง อาจจะเป็นอาหารการกินที่เรากินเข้าไป หรือกินข้าวเสร็จเราอาจจะนอนทันที ความเครียดที่สูงเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดโรคแบบนี้ได้"
"ลุงรู้สึกไม่โอเคเลยตอนนี้ ลุงจะต้องทำยังไงบ้างครับคุณหมอ"
"ถ้าคุณลุงปล่อยไว้นานอาจจะเกิดอาการเรื้อรังและทำให้หลอดอาหารเกิดการอักเสบได้ เอาเป็นว่าเดี๋ยวหมอจะจ่ายยาลดกรดให้คุณลุงไปกินและแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีการกระตุ้นอาการก่อน อย่างเช่นพวกอาหารเผ็ดของมันหรือพวกที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน หลังจากที่คุณลุงกินข้าวเสร็จเดินย่อยอาหารซักแป๊บนึงก่อนนะครับอย่าเพิ่งนั่งหรือว่านอนพักไม่อย่างนั้นอาการจะกำเริบอีก"
คุณลุงได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาทันทีก่อนจะเอ่ยขอบคุณคุณหมอ เขารู้สึกไม่ดีแบบนี้มาหลายวันแล้วโชคดีที่มาโรงพยาบาลทันไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าจะเป็นหนักกว่านี้หรือเปล่า
"ขอบคุณมากเลยนะครับคุณหมอ ลุงจะหลีกเลี่ยงอาหารพวกนั้นไม่กินแน่นอน"
"ดีมากเลยครับคุณลุงยังไงขอให้หายไวๆ นะครับ ถ้าเกิดว่าทานยาครบที่หมอกำหนดให้แล้วยังรู้สึกไม่ดีขึ้นหรือระหว่างกินยามีอาการแปลกอะไรรีบกลับมาที่โรงพยาบาลนะครับ"
"ได้เลยครับคุณหมอ"
"เดี๋ยวเอาเอกสารนี้ไปให้พยาบาลที่หน้าห้องนะครับ รอรับยาแล้วก็กลับบ้านได้เลย"
"ขอบคุณครับคุณหมอ"
คุณลุงรับกระดาษจากมือของคุณหมอก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องตรวจทันที หมอเจย์ริวบิดขี้เกียจอยู่ในห้องตรวจก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นจากนั้นก็ถอดชุดกาวน์พาดไว้ตรงเก้าอี้ เพราะนี่ได้เวลาพักเที่ยงแล้วเขาจะไปหาอะไรกินสักหน่อย ช่วงบ่ายจะไปราวน์วอร์ดต่อ
"หาอะไรกินดีกว่า"
ชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องตรวจยังไม่ทันได้ออกไปไหนก็ได้ยินเสียงของคุณหมอธิชาเรียกไว้เสียก่อน
"เจย์ริวจะไปกินข้าวเหรอ"
"อืม"
เขาหันไปมองคุณหมอธิชาก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย หมอธิชาได้ยินแบบนั้นก็รีบขอไปกินข้าวกลางวันด้วยทันที
"ถ้าอย่างนั้นเราไปด้วยได้ไหม ไปกินด้วยกันหลายคนสนุกนะ"
"อืม ไปสิ"
เขาไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะเมื่อคืนค่อนข้างเสียมารยาทกับเธอไม่น้อย วันนี้ก็เลยจะยอมไปกินข้าวด้วยเป็นการชดเชยถือว่าเขาขอโทษกับเรื่องเมื่อคืนก็แล้วกัน
ทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องตรวจตรงไปยังร้านอาหารที่อยู่ด้านข้างโรงพยาบาล และเมื่อมาถึงทั้งสองคนก็สั่งของอร่อยมากินคนละ 2-3 อย่าง
"เมื่อคืนเมาหนักมากเลยนะรู้สึกดีขึ้นหรือยัง เอายาแก้แฮงหรือเปล่า"
"ไม่ต้องหรอกเราดีขึ้นแล้ว"
"ถ้างั้นรอแป๊บหนึ่งนะเดี๋ยวเราจะไปเอาชาร้อนมาให้ จะได้รู้สึกดีขึ้น"
"มะ...ไม่ต้อง"
เขากำลังจะร้องห้ามแต่ทว่าหญิงสาวเดินออกไปจากโต๊ะเสียก่อน หมอเจย์ริวถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะยกน้ำเย็นขึ้นดื่ม เอาจริงเขาก็รู้สึกรำคาญเหมือนกันแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะยังไงเราสองคนยังต้องทำงานร่วมกันอีกนาน ถ้าจะหักหน้าไปเลยก็กลัวจะเป็นเรื่องราว
และในระหว่างที่หมอธิชาเดินเข้ามาที่โต๊ะก็วางแก้วชาร้อนไว้ให้เขาตรงหน้า
"มาแล้ว"
"ขอบคุณมากนะคราวหลังไม่ต้องหรอกเราเกรงใจ"
"ไม่เป็นไรเลยเรายินดีอยู่แล้ว"
ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังนั่งคุยกันก็มีผู้หญิงอีกคนเปิดประตูเดินเข้ามาพอดี วันนี้เธอพาลูกชายมาตรวจร่างกายเพราะเมื่อคืนเจ้าตัวเล็กมีไข้ไม่ยอมลดช่วงเช้าเธอจึงรีบพามาหาคุณหมอทันที
"เดี๋ยวแม่ซื้อน้ำให้นะ"
หญิงสาวเอื้อมมือไปลูบผมลูกชายด้วยความเอ็นดูก่อนจะหันไปซื้อน้ำที่อยู่ในตู้แช่จากนั้นก็ชำระเงินให้กับเจ้าของร้าน
เธออุ้มเจ้าตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนกำลังจะสั่งของอร่อยกลับไปกินที่ห้องแต่ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อสายตาบังเอิญไปเห็นใครคนหนึ่งที่คุ้นตา และแน่นอนว่าเมื่อเธอเห็นใบหน้าของเขาความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวก็คืออยากจะเข้าไปบีบคอเขาให้ตายเสียตรงนั้น
"ไอ้ผู้ชายเลวนี่นา...! ทำคนอื่นท้องแล้วไม่รับผิดชอบยังมายิ้มหน้าระรื่นกับผู้หญิงคนอื่นอีก สาระเลวที่สุด...! กลับมาไม่บอกกล่าวคงเพราะเจอผู้หญิงคนใหม่สินะ
ชาตินี้ฉันไม่ให้อภัยนายหรอกไอ้บ้าเจย์ริว..!"
หญิงสาวอุ้มลูกชายวางไว้ที่เก้าอี้ก่อนจะเดินไปซื้อน้ำให้เจ้าตัวเล็กและเมื่อชำระเงินเสร็จก็เดินกลับมาทันที ตอนแรกเธอกะจะซื้อของอร่อยติดมือไปกินที่บ้านแต่เนื่องจากบังเอิญไปเจอกับผู้ชายเฮงซวยก็เลยหมดอารมณ์ไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น"ซวยชะมัดเลยทำไมจะต้องมาเจอด้วยก็ไม่รู้ 3 ปีที่ผ่านมาหายหัวไปเลยไม่คิดว่าจะบังเอิญมาเจอซะได้ ตัวเล็กของแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ แม่จะปกป้องหนูด้วยชีวิตและไม่ให้คนเลวแบบนั้นมาเป็นพ่อของลูกเด็ดขาด"ขนมหวานเอ่ยออกมาก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดจากนั้นก็พากันเดินออกจากร้านอาหารทันที คนเจ้าชู้ไม่รู้จักพอแบบนั้นปล่อยให้ไปมีชีวิตของตัวเองเถอะ ส่วนเธอก็จะมีชีวิตของตัวเองเช่นกันและชาตินี้อย่าได้มาพบเจอกันอีกเลย"เสียอารมณ์ชะมัด เฮ้อ...!"หญิงสาวถอนหายใจออกมาก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นไปนั่งบนรถ เธอกลับมาประเทศไทยได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว และคิดว่าถ้าลูกชายหายดีก็จะลองสมัครงานดู ตัวเธอเรียนจบปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยดังในประเทศอังกฤษ แน่นอนว่าสามารถทำงานบริษัทใหญ่โตเงินเดือนหลักแสนได้สบาย แต่เนื่องจากเธอไม่อยากเป็นจุดสนใจก็เลยคิดว่าอาจจะสมัครงานในตำแหน่งทั่วไป เรื่องเงินไม
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างบานใหญ่ในห้องตรวจของโรงพยาบาล มีเสียงฝีเท้าของพยาบาลและผู้มาใช้บริการคนอื่นเดินเข้าออกภายในห้องตรวจ ในตอนนี้คุณหมอเจย์ริวกำลังดูแลคนไข้ที่มาใช้บริการ เขายังไม่ได้เรียนต่อแพทย์เฉพาะทางก็จะสามารถวินิจฉัยได้เพียงเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนถ้าเป็นอะไรหนักก็อาจจะต้องส่งไปเฉพาะทางเพื่อให้คุณหมอคนอื่นดูแลต่อ"สวัสดีครับคุณหมอ"เจย์ริวเงยหน้าขึ้นมองสบตากับคุณลุงที่เดินเข้ามาใหม่ ชายหนุ่มผายมือเชิญให้คนไข้นั่งลงที่เก้าอี้ก่อนจะเอ่ยถามทันที"สวัสดีครับคุณลุง วันนี้เป็นอะไรมาครับไหนบอกอาการหมอหน่อยซิ"เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและมองผู้ป่วยด้วยสายตาเต็มไปด้วยความใส่ใจเป็นพิเศษ คุณลุงเงยหน้าขึ้นมองสบตากับคุณหมอจากนั้นก็เริ่มบอกอาการเบื้องต้นของตัวเอง"คุณหมอลุงรู้สึกอึดอัดในท้องมาหลายวันแล้ว แล้วก็รู้สึกเหมือนมีกรดขึ้นมาจากกระเพาะด้วย""มีอาการแสบร้อนตรงหน้าอกหรือเปล่าครับ""มีสิลุงรู้สึกแสบคอแล้วก็จุกหน้าอกตลอดเวลา"คุณลุงเอ่ยออกมาพร้อมกับหยุดกระแอมไปพักหนึ่งเพราะรู้สึกแสบร้อนตรงกลางหน้าอก"บางครั้งก็คอแห้งแล้วก็เหมือนอาหารไม่ย่อย""คุณลุงมีอาการอย่างอื่นอีกไห
หลังจากที่ทุกคนปาร์ตี้กันอยู่ที่ผับอีกสักพักก็แยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านของตัวเอง เจย์ริวเดินออกมาด้วยใบหน้ามึนเมาซึ่งน่าจะขับรถต่อไม่ได้ เขาจึงเรียกน้องชายฝาแฝดให้มารับกลับบ้าน และเมื่อเดินออกมาถึงก็เจอกับหมอเจอริคยืนพิงรถกอดอกจ้องมองมาทางเขาอยู่"ไงพี่ชายเมาหัวราน้ำถึงขั้นกลับบ้านไม่ได้เลยหรือไง""มึงจะพูดทำไมเยอะเนี่ย มาก็ดีแล้วพากลับบ้านหน่อยดิ"หมอเจย์ริวกวักมือเรียกน้องชายให้เข้ามาพยุงหน่อย หมอเจอริคได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามาประคองพี่ชายเอาไว้"ดื่มตั้งแต่หัววันแล้วยังจะมาต่อกับเพื่อนอีก แม่ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องออกมาก็ไม่ฟัง พรุ่งนี้จะไปทำงานได้ไหมเนี่ย เฮ้อ...""กูมีความรับผิดชอบพอเว้ย พากลับบ้านเถอะง่วงนอนละ อ้อใช่สิ...ของขวัญแล้วไม่ได้แกะเลยนี่นา ตอนเช้าได้ของขวัญจากคุณย่า คุณยาย คุณตา คุณลุงเยอะแยะไปหมด ต้องกลับไปแกะของขวัญก่อน"สภาพของหมอเจย์ริวในตอนนี้เริ่มจะพูดไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงดื่มหนักขนาดนี้ เมื่อช่วงเช้าคุณพ่อกับคุณแม่จัดงานวันเกิดให้กับพี่ชาย ญาติพี่น้องมาร่วมงานกันหลายสิบชีวิต ตอนแรกนึกว่าจะพักผ่อนซะอีกกลับนัดเพื่อนออกมาปา
ชายหนุ่มอาเจียนอยู่ในห้องน้ำเป็นเวลานานพอสมควร นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามีอาการเหม็นกลิ่นผู้หญิง ตั้งแต่ที่ขาดการติดต่อกับขนมหวานเขาไม่เคยแตะต้องผู้หญิงคนไหนได้อีก ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองไปหลงกลิ่นยัยเด็กนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีเขาใกล้ผู้หญิงคนอื่นไม่ได้เลย เคยมีความพยายามลองแล้วหลายครั้ง ทั้งเรียกเด็กมานั่งด้วยหรือแม้กระทั่งไซด์ไลน์เพื่อนหามาให้แทบทุกคืน บอกตามตรงว่าเขาไม่มีอารมณ์แถมยังรู้สึกเหม็นกลิ่นน้ำหอมตามตัวพวกเธออีก กลับกันพอเป็นผู้หญิงที่เคยเลี้ยงดูเธอมีกลิ่นเฉพาะของตัวเองซึ่งมันหอมชวนให้หลงใหล ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้างเขาพลาดเองแหละชะล่าใจไปหน่อยก็เลยทำให้เราสองคนหายออกจากชีวิตกันและกันนานขนาดนี้"แฮก...!"เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินออกมาบ้วนปากล้างหน้าล้างตาตรงอ่างล้างมือ จากนั้นก็เดินออกมาจากห้องน้ำตรงไปยังโซน VIP ซึ่งตอนนี้เพื่อนสนิทของเขาทั้งสองคนรวมถึงคุณหมอธิชานั่งรออยู่แล้ว"เป็นยังไงบ้างวะอาการดีขึ้นไหม""กูว่ามึงควรไปรักษานะ เหม็นกลิ่นผู้หญิงไม่ใช่เรื่องตลกนะเว้ย พ่อกับแม่มึงต้องการทายาทมาสืบสกุลนะ ถ้าเข้าใกล้ผู้หญิงไม่ได้แบบนี้จะมีลูกได้ยังไง"เพื่อน
@Nebula Loungeเสียงเพลงคลอเบาๆ ดังขึ้นภายในผับสุดหรูหราที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและผู้คนที่แต่งตัวดูมีสไตล์ ทุกโต๊ะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ มีเสียงแก้วกระทบกันพร้อมกับเสียงพูดคุย มีทั้งเหล่านักธุรกิจ นักท่องราตรียามค่ำคืนที่มาเพลิดเพลินปลดปล่อยความเหนื่อยจากงานกันอย่างเต็มที่"สุขสันต์วันเกิดนะเว้ยเพื่อนรัก"เสียงของหมอเจมส์เพื่อนสนิทของเจย์ริวดังขึ้น เอ่ยอวยพรให้กับเพื่อนรักที่วันนี้อายุครบ 26 ปีบริบูรณ์แล้ว "ขอบใจมากเลยนะเว้ยที่มางานวันเกิดกูในวันนี้ เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกันนะ กลับจากต่างประเทศมาแล้ว 3 ปีรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่กี่วันเอง"หมอเจย์ริวยิ้มพลางยกแก้วขึ้นดื่ม เวลาหลายปีที่ผ่านมานี้มีอะไรมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา ผู้คนผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป แต่ในหัวใจของเขายังคงไม่ลืมผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นคนที่ทำให้เขาไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นได้ อาจจะเพราะว่าความเร่าร้อนของเธอมันทำให้เขาลืมไม่ลงไม่ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีก็ยังลืมไม่ได้"ยิ้มหน่อยสิวันนี้วันเกิดมึงไม่ใช่หรือไง""นั่นดิวะทำหน้าอมทุกข์ไปได้ หรือว่าคิดถึง...""เดี๋ยวกูต่อยแม่งเลย ไม่ต้องพูดถึงเลยนะ"เขาพ่น







