LOGINหญิงสาวอุ้มลูกชายวางไว้ที่เก้าอี้ก่อนจะเดินไปซื้อน้ำให้เจ้าตัวเล็กและเมื่อชำระเงินเสร็จก็เดินกลับมาทันที ตอนแรกเธอกะจะซื้อของอร่อยติดมือไปกินที่บ้านแต่เนื่องจากบังเอิญไปเจอกับผู้ชายเฮงซวยก็เลยหมดอารมณ์ไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น
"ซวยชะมัดเลยทำไมจะต้องมาเจอด้วยก็ไม่รู้ 3 ปีที่ผ่านมาหายหัวไปเลยไม่คิดว่าจะบังเอิญมาเจอซะได้ ตัวเล็กของแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ แม่จะปกป้องหนูด้วยชีวิตและไม่ให้คนเลวแบบนั้นมาเป็นพ่อของลูกเด็ดขาด"
ขนมหวานเอ่ยออกมาก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดจากนั้นก็พากันเดินออกจากร้านอาหารทันที คนเจ้าชู้ไม่รู้จักพอแบบนั้นปล่อยให้ไปมีชีวิตของตัวเองเถอะ ส่วนเธอก็จะมีชีวิตของตัวเองเช่นกันและชาตินี้อย่าได้มาพบเจอกันอีกเลย
"เสียอารมณ์ชะมัด เฮ้อ...!"
หญิงสาวถอนหายใจออกมาก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นไปนั่งบนรถ เธอกลับมาประเทศไทยได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว และคิดว่าถ้าลูกชายหายดีก็จะลองสมัครงานดู ตัวเธอเรียนจบปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยดังในประเทศอังกฤษ แน่นอนว่าสามารถทำงานบริษัทใหญ่โตเงินเดือนหลักแสนได้สบาย แต่เนื่องจากเธอไม่อยากเป็นจุดสนใจก็เลยคิดว่าอาจจะสมัครงานในตำแหน่งทั่วไป เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอหรอกแต่ถ้าปล่อยให้ตัวเองว่างเกินไปก็จะคิดฟุ้งซ่านถึงไอ้ผู้ชายเลวคนนั้น
"สมัครงานที่ไหนดีนะ"
เธอถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพาน้องเรย์ริวไปนั่งบนคาร์ซีทจากนั้นก็ทำการคาดเข็มขัดให้เรียบร้อย เธอเร่งความเร็วรถออกมาจากโรงพยาบาลและในระหว่างทางก็บังเอิญเจอป้ายรับสมัครงานขนาดใหญ่
"รับสมัครงานแผนกการตลาดเงินเดือน 25,000 บาท คลินิกอะไรเนี่ย"
เธอเปิดไฟเลี้ยวก่อนจะจอดรถใกล้กับป้ายรถเมล์จากนั้นก็เหลือบสายตาหันไปมองใบสมัครงาน เป็นตำแหน่งงานที่น่าสนใจดีนะแผนกการตลาดเพราะเธอเองจบบริหารธุรกิจมา ปริญญาตรีและปริญญาโทมีครบทุกอย่าง แต่ถ้าจะไปสมัครงานในตำแหน่งเงินเดือนเท่านี้ใช้วุฒิการศึกษาปริญญาตรีก็แล้วกัน
"Lumina Clinic งั้นเหรอ... น่าสนใจดีนะเป็นคลินิกเสริมความงามที่โด่งดังระดับประเทศ มีสาขาทั่วประเทศไทยน่าสนใจดี"
เธอหยิบโทรศัพท์มากดถ่ายภาพใบสมัครงานไว้ก่อนจะเปิดไฟเลี้ยวและขับรถออกไปทันที
"หม่ามี้หิว"
เจ้าตัวเล็กเริ่มร้องงอแงเพราะรู้สึกแสบท้องอยากจะหาอะไรกิน เพราะนี่เกินเวลาที่จะต้องกินข้าวของน้องเรย์ริวแล้ว และเธอเองมัวแต่หงุดหงิดกับไอ้ผู้ชายเลวก็เลยไม่ได้ซื้อของกินกลับมา
"เดี๋ยวแม่ทำกับข้าวให้กินนะคะ หนูอย่าเพิ่งงอแงนะใกล้ถึงคอนโดแล้ว"
"หม่ำๆ"
"โอเครอแม่แป๊บนะคะ"
เธอรีบเร่งความเร็วให้กลับไปถึงคอนโด กลับไปทำข้าวผัดให้กินก่อนก็ได้เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ลูกชายน่าจะอดทนไม่ไหวแล้ว ใช้เวลาในการเดินทางกลับมาถึงคอนโดเพียงไม่กี่นาทีเธอก็รีบอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นไปในห้อง วางเจ้าแสบไว้ตรงโซฟาก่อนจะรีบเข้าครัวไปทำอาหารทันที
"รอหม่ามี้สิบนาทีนะคะ หนูกดโทรศัพท์เล่นไปก่อนก็ได้เดี๋ยวแม่ไปทำกับข้าวให้"
"โอเคค้าบ"
เด็กน้อยยิ้มออกมาก่อนจะหันไปหยิบไอแพดมากดเล่นในระหว่างที่รอคุณแม่ทำของอร่อยให้กิน ชีวิตของเธอเลี้ยงลูกคนเดียวมาโดยตลอดไม่มีใครคอยช่วยเหลือ ตอนที่เรียนต่างประเทศเธอจ้างพี่เลี้ยงให้ช่วยเลี้ยงน้องเรย์ริวส่วนตัวเองก็ต้องกลับไปตั้งใจเรียนปริญญาโทให้จบ ไม่อย่างนั้นคุณพ่อกับคุณแม่ได้ผิดหวังในตัวเธอแน่
หลังจากนั้นไม่เกิน 10 นาทีเธอก็ผัดข้าวผัดเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ตักใส่จานจากนั้นก็เดินมานั่งลงตรงโซฟาซึ่งตอนนี้ลูกชายตัวแสบกำลังเล่นไอแพดดูการ์ตูนอยู่
"ตัวแสบของแม่มากินข้าวกัน"
เธอใช้ช้อนตักข้าวผัดจากนั้นก็ป้อนเจ้าตัวแสบที่ตอนนี้กำลังอ้าปากงับเคี้ยวแก้มตุ่ยด้วยความเอร็ดอร่อย
"อาย่อยจังเยยหม่ามี้"
"ใช่ไหมล่ะ หม่ามี้ทำอะไรก็อร่อยไม่อย่างนั้นตัวแสบของแม่จะอ้วนจ้ำม่ำแบบนี้หรือไง"
หญิงสาวเอื้อมมือไปบีบแก้มเจ้าตัวเล็กก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี เธอเลี้ยงมาตั้งแต่คลอดจนตอนนี้ก็อายุอานามได้สองขวบกับอีกหกเดือน พูดเก่งมากเหมือนไม่ใช่เด็กอายุสองขวบครึ่ง
"อ้วน ใครอ้วน...!"
เด็กน้อยทำหน้างอใส่ผู้เป็นแม่ไม่ยอมรับว่าตัวเองอ้วนจ้ำม่ำ ขนมหวานเห็นแบบนั้นก็หลุดขำออกมาก่อนจะเอื้อมมือไปบีบแก้มด้วยความมันเขี้ยว
"ไม่มีใครอ้วนหรอกบ้านหลังนี้มีแต่คนหุ่นดี เนาะ"
"ช่าย คิกคิก"
สองแม่ลูกคุยกันด้วยความหยอกล้อนั่งกินข้าวด้วยกันดูการ์ตูนไปด้วยดูมีความสุขอย่างถึงที่สุด ถึงแม้ว่าพ่อของลูกจะไม่มีแต่เธอก็สามารถเติมเต็มทุกอย่างให้กับลูกไม่ขาด ตั้งแต่เธอกลับมาที่ประเทศไทยจำเป็นจะต้องเคลียร์หลายอย่าง ทั้งเรื่องที่อยู่แล้วก็เริ่มประกันชีวิตของเจ้าตัวแสบ ไหนจะเอกสารอย่างอื่นอีกหลายอย่าง น้องเรย์ริวเกิดที่ประเทศอังกฤษโชคดีที่เธอถือสองสัญชาติก็เลยสะดวกในการทำเอกสาร ตอนนี้ลูกชายสามารถเข้าออกประเทศอังกฤษแล้วก็ประเทศไทยได้อย่างง่ายดายเพราะเจ้าแสบก็ถือสองสัญชาติเหมือนกัน
"อิ่มไหมคะหนูอยากกินอะไรอีกไหม"
"อิ่มมาก"
เด็กน้อยจ้ำม่ำลูบท้องตัวเองป้อยๆ ก่อนจะหันไปหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดื่ม เธอเอื้อมมือไปลูบผมของเจ้าตัวเล็กเอาไว้ก่อนจะหยิบจานเข้าไปในครัวเพื่อทำความสะอาด
"ให้นมช่วยล้างไหมคะ"
ป้านมที่คุณแม่ส่งมาคอยช่วยเธอเลี้ยงเจ้าตัวเล็กเอ่ยถาม หญิงสาวเห็นแบบนั้นก็ส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา
"ไม่เป็นไรค่ะป้านมไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้หนูจัดการเอง"
"ตามใจก็แล้วกันค่ะ"
ป้านมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นทันทีและเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหญิงสาวก็เดินออกมานั่งเล่นเป็นเพื่อนลูกชาย แต่ทว่ายังไม่ทันได้ทำอะไรเธอก็ได้ยินเสียงออดดังขึ้น
"ใครมา"ทำ
หญิงสาวเลิกคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะเดินออกไปเปิดประตูเพื่อดูว่าใครที่มาหาในช่วงเวลาแบบนี้ ตั้งแต่เธอกลับมาที่ประเทศไทยเป็นเวลา 1 เดือนแล้วไม่ได้ติดต่อใครเลยแม้แต่สักคนเดียว หรือว่าจะเป็นคนดูแลคอนโดหรือว่าแม่บ้าน
แอ๊ด...~~
"ใครคะ... หือ"
"ยินดีต้อนรับกลับประเทศไทยครับคุณหนู คุณท่านให้พวกเรามารับคุณหนูกลับคฤหาสน์"
ขนมหวานถอนหายใจออกมาทันทีด้วยความเซ็ง เธอไม่ได้บอกใครเลยแม้แต่คนเดียวว่ากลับมาที่ประเทศไทยทำไมทุกคนถึงรู้กันหมดล่ะ
"ฉันไม่ได้บอกใครเลยนะพวกนายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่"
บอดี้การ์ดของคุณพ่อโค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมา
"คุณหนูเดินทางกลับมาด้วยสายการบิน Flyraze Airways ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของครอบครัว คุณท่านบอกว่าคุณหนูเที่ยวเล่นนานพอสมควรแล้วควรจะกลับบ้านสักที"
"ไม่กลับ...! ฉันไม่อยากแต่งงานกับใครก็ไม่รู้เพราะฉะนั้นฉันจะใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกเองไม่ขอความช่วยเหลือจากท่านหรอก"
"แต่ว่า..."
บอดี้การ์ดดูลำบากใจไม่น้อยกว่าที่พวกเขาจะทำใจเดินทางมาที่นี่ได้ใช้เวลาพอสมควร และคำตอบก็ไม่ได้ผิดแปลกไปจากที่คิดคุณหนูไม่มีทางกลับบ้านแน่นอน เธอไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่อายุ 18 ปี ส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรีโดยไม่ใช้เงินของที่บ้านเลยแม้แต่บาทเดียว คุณท่านก็เลยไม่สามารถออกคำสั่งกับลูกสาวคนนี้ได้
"กลับไปได้แล้ว อ้อ...แล้วก็ไม่ต้องมาอีกนะเข้าใจหรือเปล่า"
"คุณท่านบอกว่าอยากเจอคุณหนูน้อยครับ"
"วุ่นวายชะมัดเลย เอาไว้มีเวลาว่างจะพาไปหาเอง ไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปเถอะรบกวนการพักผ่อน"
หญิงสาวพูดจบก็ปิดประตูทันทีก่อนจะเดินกลับเข้าไปยังห้องรับแขกซึ่งตอนนี้ลูกชายตัวแสบกำลังวิ่งเล่นอยู่ เธอถูกคุณพ่อจับไปหมั้นหมายกับลูกชายเพื่อนตั้งแต่เด็ก ถ้าเธอยังอยู่ที่บ้านก็จะต้องถูกบังคับก็เลยต้องหนีออกบ้านตั้งแต่อายุยังน้อย ตอนที่ได้เจอกับพี่เจย์ริวเราสองคนเข้ากันได้ดีมากและเธอคิดว่าความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่น่าจะลงเอยกันในที่สุด แต่
สุดท้ายเขาก็ทำให้เธอผิดหวัง
"น่าเบื่อชะมัด เฮ้อ...!"
หญิงสาวอุ้มลูกชายวางไว้ที่เก้าอี้ก่อนจะเดินไปซื้อน้ำให้เจ้าตัวเล็กและเมื่อชำระเงินเสร็จก็เดินกลับมาทันที ตอนแรกเธอกะจะซื้อของอร่อยติดมือไปกินที่บ้านแต่เนื่องจากบังเอิญไปเจอกับผู้ชายเฮงซวยก็เลยหมดอารมณ์ไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น"ซวยชะมัดเลยทำไมจะต้องมาเจอด้วยก็ไม่รู้ 3 ปีที่ผ่านมาหายหัวไปเลยไม่คิดว่าจะบังเอิญมาเจอซะได้ ตัวเล็กของแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ แม่จะปกป้องหนูด้วยชีวิตและไม่ให้คนเลวแบบนั้นมาเป็นพ่อของลูกเด็ดขาด"ขนมหวานเอ่ยออกมาก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นมาไว้ในอ้อมกอดจากนั้นก็พากันเดินออกจากร้านอาหารทันที คนเจ้าชู้ไม่รู้จักพอแบบนั้นปล่อยให้ไปมีชีวิตของตัวเองเถอะ ส่วนเธอก็จะมีชีวิตของตัวเองเช่นกันและชาตินี้อย่าได้มาพบเจอกันอีกเลย"เสียอารมณ์ชะมัด เฮ้อ...!"หญิงสาวถอนหายใจออกมาก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นไปนั่งบนรถ เธอกลับมาประเทศไทยได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว และคิดว่าถ้าลูกชายหายดีก็จะลองสมัครงานดู ตัวเธอเรียนจบปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยดังในประเทศอังกฤษ แน่นอนว่าสามารถทำงานบริษัทใหญ่โตเงินเดือนหลักแสนได้สบาย แต่เนื่องจากเธอไม่อยากเป็นจุดสนใจก็เลยคิดว่าอาจจะสมัครงานในตำแหน่งทั่วไป เรื่องเงินไม
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างบานใหญ่ในห้องตรวจของโรงพยาบาล มีเสียงฝีเท้าของพยาบาลและผู้มาใช้บริการคนอื่นเดินเข้าออกภายในห้องตรวจ ในตอนนี้คุณหมอเจย์ริวกำลังดูแลคนไข้ที่มาใช้บริการ เขายังไม่ได้เรียนต่อแพทย์เฉพาะทางก็จะสามารถวินิจฉัยได้เพียงเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนถ้าเป็นอะไรหนักก็อาจจะต้องส่งไปเฉพาะทางเพื่อให้คุณหมอคนอื่นดูแลต่อ"สวัสดีครับคุณหมอ"เจย์ริวเงยหน้าขึ้นมองสบตากับคุณลุงที่เดินเข้ามาใหม่ ชายหนุ่มผายมือเชิญให้คนไข้นั่งลงที่เก้าอี้ก่อนจะเอ่ยถามทันที"สวัสดีครับคุณลุง วันนี้เป็นอะไรมาครับไหนบอกอาการหมอหน่อยซิ"เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและมองผู้ป่วยด้วยสายตาเต็มไปด้วยความใส่ใจเป็นพิเศษ คุณลุงเงยหน้าขึ้นมองสบตากับคุณหมอจากนั้นก็เริ่มบอกอาการเบื้องต้นของตัวเอง"คุณหมอลุงรู้สึกอึดอัดในท้องมาหลายวันแล้ว แล้วก็รู้สึกเหมือนมีกรดขึ้นมาจากกระเพาะด้วย""มีอาการแสบร้อนตรงหน้าอกหรือเปล่าครับ""มีสิลุงรู้สึกแสบคอแล้วก็จุกหน้าอกตลอดเวลา"คุณลุงเอ่ยออกมาพร้อมกับหยุดกระแอมไปพักหนึ่งเพราะรู้สึกแสบร้อนตรงกลางหน้าอก"บางครั้งก็คอแห้งแล้วก็เหมือนอาหารไม่ย่อย""คุณลุงมีอาการอย่างอื่นอีกไห
หลังจากที่ทุกคนปาร์ตี้กันอยู่ที่ผับอีกสักพักก็แยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านของตัวเอง เจย์ริวเดินออกมาด้วยใบหน้ามึนเมาซึ่งน่าจะขับรถต่อไม่ได้ เขาจึงเรียกน้องชายฝาแฝดให้มารับกลับบ้าน และเมื่อเดินออกมาถึงก็เจอกับหมอเจอริคยืนพิงรถกอดอกจ้องมองมาทางเขาอยู่"ไงพี่ชายเมาหัวราน้ำถึงขั้นกลับบ้านไม่ได้เลยหรือไง""มึงจะพูดทำไมเยอะเนี่ย มาก็ดีแล้วพากลับบ้านหน่อยดิ"หมอเจย์ริวกวักมือเรียกน้องชายให้เข้ามาพยุงหน่อย หมอเจอริคได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามาประคองพี่ชายเอาไว้"ดื่มตั้งแต่หัววันแล้วยังจะมาต่อกับเพื่อนอีก แม่ก็บอกแล้วว่าไม่ต้องออกมาก็ไม่ฟัง พรุ่งนี้จะไปทำงานได้ไหมเนี่ย เฮ้อ...""กูมีความรับผิดชอบพอเว้ย พากลับบ้านเถอะง่วงนอนละ อ้อใช่สิ...ของขวัญแล้วไม่ได้แกะเลยนี่นา ตอนเช้าได้ของขวัญจากคุณย่า คุณยาย คุณตา คุณลุงเยอะแยะไปหมด ต้องกลับไปแกะของขวัญก่อน"สภาพของหมอเจย์ริวในตอนนี้เริ่มจะพูดไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงดื่มหนักขนาดนี้ เมื่อช่วงเช้าคุณพ่อกับคุณแม่จัดงานวันเกิดให้กับพี่ชาย ญาติพี่น้องมาร่วมงานกันหลายสิบชีวิต ตอนแรกนึกว่าจะพักผ่อนซะอีกกลับนัดเพื่อนออกมาปา
ชายหนุ่มอาเจียนอยู่ในห้องน้ำเป็นเวลานานพอสมควร นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามีอาการเหม็นกลิ่นผู้หญิง ตั้งแต่ที่ขาดการติดต่อกับขนมหวานเขาไม่เคยแตะต้องผู้หญิงคนไหนได้อีก ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองไปหลงกลิ่นยัยเด็กนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีเขาใกล้ผู้หญิงคนอื่นไม่ได้เลย เคยมีความพยายามลองแล้วหลายครั้ง ทั้งเรียกเด็กมานั่งด้วยหรือแม้กระทั่งไซด์ไลน์เพื่อนหามาให้แทบทุกคืน บอกตามตรงว่าเขาไม่มีอารมณ์แถมยังรู้สึกเหม็นกลิ่นน้ำหอมตามตัวพวกเธออีก กลับกันพอเป็นผู้หญิงที่เคยเลี้ยงดูเธอมีกลิ่นเฉพาะของตัวเองซึ่งมันหอมชวนให้หลงใหล ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้างเขาพลาดเองแหละชะล่าใจไปหน่อยก็เลยทำให้เราสองคนหายออกจากชีวิตกันและกันนานขนาดนี้"แฮก...!"เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินออกมาบ้วนปากล้างหน้าล้างตาตรงอ่างล้างมือ จากนั้นก็เดินออกมาจากห้องน้ำตรงไปยังโซน VIP ซึ่งตอนนี้เพื่อนสนิทของเขาทั้งสองคนรวมถึงคุณหมอธิชานั่งรออยู่แล้ว"เป็นยังไงบ้างวะอาการดีขึ้นไหม""กูว่ามึงควรไปรักษานะ เหม็นกลิ่นผู้หญิงไม่ใช่เรื่องตลกนะเว้ย พ่อกับแม่มึงต้องการทายาทมาสืบสกุลนะ ถ้าเข้าใกล้ผู้หญิงไม่ได้แบบนี้จะมีลูกได้ยังไง"เพื่อน
@Nebula Loungeเสียงเพลงคลอเบาๆ ดังขึ้นภายในผับสุดหรูหราที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและผู้คนที่แต่งตัวดูมีสไตล์ ทุกโต๊ะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ มีเสียงแก้วกระทบกันพร้อมกับเสียงพูดคุย มีทั้งเหล่านักธุรกิจ นักท่องราตรียามค่ำคืนที่มาเพลิดเพลินปลดปล่อยความเหนื่อยจากงานกันอย่างเต็มที่"สุขสันต์วันเกิดนะเว้ยเพื่อนรัก"เสียงของหมอเจมส์เพื่อนสนิทของเจย์ริวดังขึ้น เอ่ยอวยพรให้กับเพื่อนรักที่วันนี้อายุครบ 26 ปีบริบูรณ์แล้ว "ขอบใจมากเลยนะเว้ยที่มางานวันเกิดกูในวันนี้ เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกันนะ กลับจากต่างประเทศมาแล้ว 3 ปีรู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่กี่วันเอง"หมอเจย์ริวยิ้มพลางยกแก้วขึ้นดื่ม เวลาหลายปีที่ผ่านมานี้มีอะไรมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา ผู้คนผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป แต่ในหัวใจของเขายังคงไม่ลืมผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นคนที่ทำให้เขาไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นได้ อาจจะเพราะว่าความเร่าร้อนของเธอมันทำให้เขาลืมไม่ลงไม่ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีก็ยังลืมไม่ได้"ยิ้มหน่อยสิวันนี้วันเกิดมึงไม่ใช่หรือไง""นั่นดิวะทำหน้าอมทุกข์ไปได้ หรือว่าคิดถึง...""เดี๋ยวกูต่อยแม่งเลย ไม่ต้องพูดถึงเลยนะ"เขาพ่น







