Share

- 3 - ที่ดินมูลนิธิ

last update Tanggal publikasi: 2026-03-06 14:02:02

เช้าวันเสาร์อากาศปลอดโปร่ง ฟ้าสีอ่อนปกคลุมเมืองอย่างอ่อนโยน แสงแดดยามเช้าสาดผ่านหน้าต่างหอพักของปลายฟ้าอย่างนุ่มนวล ละอองฝุ่นลอยเอื่อยในอากาศ ปลายฟ้าตื่นแต่เช้ากว่าปกติ แม้เมื่อคืนจะนอนดึกเพราะอ่านหนังสือ แต่หัวใจกลับเต้นแรงผิดจังหวะตั้งแต่ลืมตา เหตุผลเดียวก็คือข้อความสั้นๆ ที่เธอได้รับเมื่อคืน

“พรุ่งนี้ว่างไหม พี่จะพากลับไปที่มูลนิธิ” ชื่อผู้ส่งคือทิวเขา เธออ่านข้อความนั้นซ้ำหลายรอบ ก่อนจะพิมพ์ตอบไปสั้น ๆ ว่า “ว่างค่ะ” เธอไม่ได้บอกเพื่อนๆ แม้แต่ข้าวหอม ทั้งที่ปกติจะเล่าให้ฟังทุกเรื่อง แต่ครั้งนี้…เธออยากเก็บมันไว้คนเดียว อยากรู้ว่าการได้กลับไปที่เดิมพร้อมเขาจะรู้สึกอย่างไร

เสียงแตรรถเบาๆ ดังขึ้นหน้าหอพักในเวลาเก้าโมงตรง ปลายฟ้าหยิบกระเป๋าผ้าใบเล็กๆ ก่อนจะเดินลงบันไดอย่างรวดเร็ว รถคันหรูสีดำจอดนิ่งอยู่ข้างทาง กระจกเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เธอเริ่มคุ้นเคย

“ขึ้นมาได้แล้วฟ้า” เสียงทุ้มเรียบเอ่ย เธอพยักหน้าแล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเขาลอยแตะจมูกจนหัวใจเธอไหววูบ

“พี่มารอนานไหมคะ?”

“ไม่นาน เพิ่งถึง” เขาตอบสั้นๆ ตามนิสัยแต่มันไม่ได้แข็งกระด้าง รถเคลื่อนตัวออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าไปยังเขตชานเมืองที่คุ้นเคย เส้นทางนี้เธอเคยนั่งรถเมล์ไปหลายครั้ง แต่การได้นั่งข้างเขาในวันนี้ทำให้ความรู้สึกต่างออกไป ระหว่างทางเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงเบาๆ จากวิทยุ

“ฟ้าไปที่นั่นบ่อยไหม?” เขาถามขึ้นโดยไม่ละสายตาจากถนน

“ไปเรื่อยๆ ค่ะ ถ้าว่างก็จะไปช่วยแม่ครูสอนหนังสือเด็ก ๆ” เขาพยักหน้าเบา ๆ

“ดีแล้ว” คำพูดสั้นๆ แต่แฝงด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอจับต้องไม่ได้ ผ่านไปเกือบชั่วโมง รถก็เลี้ยวเข้าสู่ซอยเล็กๆ ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ก่อนจะหยุดหน้าประตูเหล็กสีขาวที่คุ้นตา

“ฟ้า!” เสียงเรียกนั้นทำให้เธอรีบลงจากรถแล้ววิ่งเข้าไปกอด

“แม่ครูสบายดีไหมคะ?” ปลายฟ้าถามคำถามเดิมอย่างทุกครั้งที่มาถึง สิ่งเดียวที่เธอคาดหวังมาตลอดคือการขอให้แม่ครูสุขภาพแข็งแรงดีในทุกๆ วัน และทุกครั้งที่กลับมาที่มูลนิธิเธอยังอยากเห็นแม่ครูของเธออยู่ที่นี่

“สบายดีจ้ะลูก แล้วนี่มาด้วยกันได้ยังไง?” แม่ครูเงยหน้ามองชายหนุ่มที่เดินตามมา ทิวเขายกมือไหว้อย่างนอบน้อม

“สวัสดีครับแม่ครู”

“พอดีวันนี้หยุดอยากจะมาที่นี่ ผมก็เลยชวนน้องมาด้วยกัน”

เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ เสียงใบไม้เสียดสีกันคล้ายเสียงปรบมือรับการกลับมา แม่ครูน้ำตาคลอยามมองเด็กตรงหน้าทั้งสองคน

“ทิม ฟ้า โตกันหมดแล้วสินะ” ปลายฟ้ายืนเงียบ หัวใจเต้นแรงเมื่อได้ยินชื่อเดิมจากปากแม่ครูอีกครั้ง ทิวเขาเดินเข้าไปกอดแม่ครูเบาๆ

“ขอโทษอีกครั้งนะครับที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยได้กลับมาเลย”

“แค่ได้เห็นว่าเราสบายดี แม่ครูก็ดีใจแล้ว” ทั้งสามคนเดินเข้าไปในบ้านพักของมูลนิธิ บรรยากาศยังคงเรียบง่าย โต๊ะไม้ตัวเก่า ชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือบริจาค และมีภาพถ่ายเด็กๆ รุ่นต่างๆ ติดอยู่เต็มผนัง ปลายฟ้ามองภาพถ่ายหนึ่งที่มีเด็กชายผอมสูงยืนข้างเธอในวัยสิบขวบ

“รูปนี้ยัง…..” เธอพึมพำ

“ของทุกอย่างที่นี่ แม่ครูไม่เคยทิ้ง” แม่ครูตอบ และหลังจากนั่งคุยเรื่องทั่วไปอยู่ครู่หนึ่ง ทิวเขาก็หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋า

“ผมมีอะไรจะให้แม่ครูครับ” แม่ครูมองอย่างสงสัย เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนให้

“สัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรอบมูลนิธิครับ ตอนนี้พื้นที่ทั้งหมดเป็นของมูลนิธิแล้ว” ปลายฟ้าหันมองเขาอย่างตกใจ

“พี่…หมายความว่า…”

“ความจริงพี่ซื้อไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่กระบวนการจัดการและโอนเพิ่งเสร็จสมบูรณ์อาทิตย์ก่อน” แม่ครูมือสั่นขณะเปิดดูเอกสาร ดวงตาไล่อ่านทีละบรรทัดก่อนน้ำตาจะหยดลงบนกระดาษ

“ทำแบบนี้ทำไมลูก มันต้องใช้เงินมากนะ”

“ผมแค่ทำในสิ่งที่ควรทำครับ ที่นี่เลี้ยงดูผมมา ผมไม่อยากให้มันหายไป” คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่หนักแน่นพอจะทำให้หัวใจปลายฟ้าอุ่นวาบ เธอมองเขาด้วยสายตาที่ต่างจากเดิม ไม่ใช่แค่รุ่นพี่ ไม่ใช่แค่เด็กชายในอดีต แต่เป็นคนที่เติบโตขึ้นพร้อมคำสัญญาเงียบๆ

หลังจากช่วงเวลาซาบซึ้งผ่านไป เด็กๆ ในมูลนิธิวิ่งเข้ามาทักทาย เสียงหัวเราะดังทั่วบริเวณ ปลายฟ้าช่วยสอนการบ้าน ส่วนทิวเขานั่งซ่อมจักรยานคันหนึ่งให้เด็กผู้ชายตัวเล็ก และภาพนั้นทำให้เธอเผลอยิ้ม

พอตกบ่ายแสงแดดเริ่มอ่อนลง ทั้งสองคนจึงเดินออกมาที่สวนด้านหลัง สวนเล็กๆ ที่มีชิงช้าไม้เก่าและต้นมะม่วงต้นใหญ่

“จำได้ไหม ตอนเด็กๆ ฟ้าชอบปีนต้นนั้น” เขาพูดพลางชี้ไปที่ต้นไม้ เธอมองแล้วก็หัวเราะเบา ๆ

“แล้วพี่ก็ชอบดุว่าฟ้าซน”

“ก็ซนจริงๆ”

“พี่ต่างหากที่ชอบทำหน้าเข้มใส่เด็กคนอื่น”

“พี่ไม่ได้เข้ม แค่ไม่พูดเยอะ” เขารอบยิ้มมุมปากอย่างขี้เล่น ซึ่งความขี้เล่นนี้เขาไม่เคยได้ใช้กับใครมาก่อน ลมเย็นพัดผ่านพากลิ่นหญ้าและดินหลังฝนเมื่อคืนลอยแตะปลายจมูก ระหว่างนั้นปลายฟ้าเดินชมสวนโดยไม่ทันระวัง ก้าวเท้าพลาดสะดุดก้อนหินเล็กๆ

“ฟ้า!” ร่างเธอเอนไปด้านหน้า แต่แขนแข็งแรงโอบรอบเอวไว้ทัน แรงดึงนั้นทำให้เธอหันกลับมาอยู่ในอ้อมแขนเขาอย่างพอดี ใบหน้าทั้งสองใกล้กันจนได้ยินเสียงลมหายใจ ปลายจมูกโด่งของเขาเฉียดแก้มเนียนเธออย่างแผ่วเบา พานทำให้หัวใจปลายฟ้าเต้นรัวจนแทบหลุดออกมา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่ตั้งใจ ดวงตาคมคู่นั้นอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“ระวังหน่อยสิตัวเล็ก” คำเรียกนั้นทำให้เธอชะงัก เธอชอบที่เขาเรียกอย่างนั้น แต่เพราะไม่ได้ยินมานาน ทุกครั้งที่ได้ยินก็เลยทำเอาใจเธอเต้นแรงทุกที

“พี่…” ทิวเขายังไม่ปล่อยมือทันที แขนที่โอบรอบเอวเธอแน่นพอจะทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่น

“ถ้าพี่ไม่อยู่ จะทำยังไง” เธอก้มหน้า หลบสายตาดุๆ ของเขา

“ฟ้าก็ลุกเองได้ค่ะ”

“ดื้อ” เขาพึมพำเบาๆ บรรยากาศรอบตัวเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมกับเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ก่อนที่ทิวเขาจะค่อยๆ คลายอ้อมแขน แต่ยังยืนใกล้เกินกว่าที่เธอจะตั้งสติได้

“ขอบคุณนะคะ”

“พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณ”

“ขอบคุณอะไรคะ?”

“ที่ยังอยู่ที่นี่ ที่ยังรอ….” คำตอบนั้นทำให้เธอเงยหน้ามองอีกครั้ง แววตาเขาจริงจังเกินกว่าจะเป็นเพียงคำพูดเล่น

“ฟ้าไม่เคยคิดจะไปจากที่นี่ค่ะ แต่ว่า….เรื่องรอพี่ ฟะ ฟ้าอาจจะไม่ได้รอก็ได้นะคะ”

“ปากแข็ง” ทิวเขายื่นมือไปแตะผมที่ปลิวตามลมของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะชะงักเหมือนรู้ตัว แล้วดึงมือกลับมาข้างตัวทันที

“เย็นแล้ว เดี๋ยวพี่พากลับนะ” เธอพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แต่หัวใจยังเต้นแรงไม่หาย ระหว่างทางกลับพระอาทิตย์คล้อยต่ำ แสงสีส้มอาบท้องฟ้า รถเคลื่อนตัวช้าๆ บนถนนเงียบสงบ

“วันนี้ฟ้าดีใจไหมที่ได้กลับไปที่มูลนิธิ?” เขาถาม

“ดีใจมากค่ะ ทุกครั้งที่ไปที่นั่น เหมือนว่าฟ้าได้พลังกลับมาด้วย”

“พี่ก็เหมือนกัน” เธอยิ้มบางๆ มองวิวด้านนอกเพื่อซ่อนความเขิน บางอย่างกำลังค่อยๆ เปลี่ยนไป ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ระหว่างเด็กสองคนที่เคยวิ่งเล่นในสวนเดียวกัน แต่ไม่มีใครพูดถึงมันตรงๆ ไม่นานนักรถก็จอดลงหน้าหอพัก ปลายฟ้าเปิดประตูลงแล้วไม่ลืมที่จะหันกลับมาขอบคุณเขา

“ขอบคุณนะคะ สำหรับวันนี้ แล้วก็เรื่องที่ดินของมูลนิธิ”

“ดูแลตัวเองด้วยนะฟ้า ถ้ามีอะไร…อย่าลังเลที่จะโทรหาพี่” เธอพยักหน้าแล้วเดินเข้าหอไป โดยไม่รู้เลยว่าสายตาของเขายังมองตามจนลับตา

ค่ำวันนั้นปลายฟ้านอนมองเพดานห้อง ใบหน้าของเขาในสวนยังชัดเจนในความทรงจำ ส่วนทิวเขาเองเมื่อขับรถกลับถึงบ้าน เขาก็นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัยครู่ใหญ่ กลิ่นหญ้าในสวน ภาพรอยยิ้มของเธอยังคงวนเวียนไปมาอยู่ในหัวเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมันยิ่งตอกย้ำกับเขาว่าปลายฟ้าไม่เคยหายไปจากใจเขาเลยแม้แต่น้อย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 41 - จบบริบูรณ์

    แสงแดดอ่อนๆ ในยามบ่ายทอแสงผ่านต้นไม้เขียวขจีภายในสวนหย่อมของมูลนิธิเด็กกำพร้าบ้านรักละมุน บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความสดใสและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน วันนี้เป็นวันพิเศษที่ทางมูลนิธิจัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้สนับสนุน และแขกคนสำคัญที่เดินทางมาถึงตั้งแต่เช้าก็คือทิวเขาและปลายฟ้ารถกระบะคันใหญ่สองคันบรรทุกของเล่น อุปกรณ์การเรียน และของใช้จำเป็นมาเต็มพิกัด ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นความตั้งใจของคุณเกริกพลพ่อของทิวเขา ที่ฝากฝังให้ลูกชายและว่าที่สะใภ้เป็นตัวแทนนำมาบริจาค เพื่อเป็นการตอบแทนความดีงามที่ปลายฟ้ามอบให้กับครอบครัวของเขา"พี่ทิวเขาคะ ระวังนะ กล่องนั้นมันหนัก" ปลายฟ้าเอ่ยเตือนพลางรีบเข้าไปช่วยพยุงกล่องหนังสือที่ทิวเขากำลังยกขึ้นจากท้ายรถ"สบายมากครับฟ้า แค่นี้พี่ไหว" ทิวเขาหันมายิ้มกว้าง แผ่นหลังที่เคยดูเคร่งเครียดแบกรับภาระของตระกูล บัดนี้ดูผ่อนคลายและมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด"ดูสิ เด็กๆ วิ่งมารอรับของกันใหญ่แล้ว"หลังจากจัดการมอบของและเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ เสร็จเรียบร้อย ทิวเขาจึงชวนปลายฟ้ามาเดินเล่นพักผ่อนในสวนด้านหลังมูลนิธิ ซึ่งเป็นมุมสงบที่

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   -40- ใครใช้ให้เวลาครางน่ารัก NC

    ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องหรูบนชั้นสูงสุดของคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องล่างส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชรที่ถูกโปรยไว้บนกำมะหยี่สีดำ ผ้าม่านเนื้อดีราคาแพงสะบัดไหวเพียงแผ่วเบาตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ ภายในห้องที่เคยดูอ้างว้างและเย็นชาของ ทิวเขาบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ที่ปลายฟ้ามักจะใช้เป็นเครื่องหอมติดตัวหลังจากผ่านมรสุมชีวิตที่เกือบจะพรากเขาและเธอออกจากกันชั่วนิรันดร์ ทุกวินาทีที่ได้อยู่ร่วมกันจึงกลายเป็นสิ่งล้ำค่า ทิวเขายืนพิงกรอบประตูระเบียง มองดูหญิงสาวร่างบางที่กำลังยืนจัดแจกันดอกไม้อยู่ที่โต๊ะกลางห้อง เธอสวมเพียงเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขาที่ชายเสื้อยาวลงมาปิดถึงต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวยที่ทำให้ลำคอของเขาแห้งผากทุกครั้งที่มอง"ฟ้าครับ... ดึกแล้วนะ ยังไม่พักผ่อนอีกเหรอ?" ทิวเขาเดินเข้าไปหาจากด้านหลัง วงแขนแกร่งโอบรัดเอวบางไว้หลวมๆ พลางเกยคางลงบนไหล่เนียน ปลายฟ้าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มหวาน เธอเอนหลังพิงอกอุ่นของเขาอย่างวางใจ"ฟ้าแค่อยากจัดห้องให้เรียบร้อยค่ะ พี่ทิวเขาเรียนเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปอาบน้ำก่อนไหมคะ?""พี่

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 39 - คลี่คลาย

    สายลมเอื่อยๆ ของต้นฤดูร้อนพัดผ่านลานกิจกรรมคณะ บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความขัดแย้งและหยาดน้ำตา บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขที่หวนคืนมาอีกครั้ง หลังจากพายุลูกใหญ่พัดผ่านไป ท้องฟ้าหลังฝนดูจะสดใสกว่าที่เคยเป็นมา คุณเกริกพลเริ่มเปิดใจและยอมรับในตัวของปลายฟ้ามากขึ้น แม้จะยังไม่สนิทใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การที่เขายอมให้ทิวเขาพาเธอคนนี้เข้าบ้านไปทานข้าวด้วยกันบ่อยครั้ง ก็ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่งดงามที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ ทิวเขากำลังสวมบทบาทเป็นติวเตอร์จำเป็นให้กับสามสาว ปลายฟ้า ข้าวหอม และยี่หวา อย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมตัวสอบกลางภาคที่กำลังจะมาถึง"ข้อนี้ต้องใช้สูตรนี้สิฟ้า... ดูนะ พี่จะทำให้ดูช้าๆ" ทิวเขากระซิบพลางกุมมือเล็กให้เขียนตามอย่างอ่อนโยน"พี่ทิวเขาคะ... ฟ้าว่าฟ้าเริ่มจะเข้าใจแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณนะคะ" ปลายฟ้ายิ้มหวานจนตาปิด ทำเอาทิวเขาแทบไม่มีสมาธิจะติวต่อ"แหม... ติวกันหรือมาจีบกันเนี่ย มดเดินเต็มโต๊ะหมดแล้ว" ยี่หวาแสร้งแซวพลางทำหน้ามุ่ยใส่ในขณะที่ทุกคนกำลังหัวเราะต่อกระซิกกันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงก็ดังใกล้เข้ามา ร่างบางในชุดนักศึกษาที่ตัดเย็

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 38 - นิเข้าใจแล้ว

    ภายในคอนโดมิเนียมหรูของรามิลเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ข้าวหอมนั่งกุมมือยี่หวาไว้แน่นบนโซฟาตัวยาว ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเซียวและเต็มไปด้วยรอยคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิท โดยมีคิมหันต์ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ประตูห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือหนากำโทรศัพท์มือถือไว้แน่นเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หากมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น"เราสองคนรออยู่ที่นี่นะ อย่าออกไปไหนเด็ดขาด ไอ้คิมมึงอยู่กับน้องนะ" รามิลเอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด"พี่รามิล... ระวังตัวด้วยนะ" ข้าวหอมเอ่ยเสียงสั่น"ถ้าฟ้าเป็นอะไรไป ข้าวคงไม่ให้อภัยตัวเองเลย""เชื่อใจพวกพี่นะข้าว พวกพี่จ่วยเพื่อนข้าวกลับมา" รามิลตบบ่าแฟนสาวเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้คิมหันต์"ฝากดูแลสาวๆ ด้วยนะมึง มีอะไรโทรหากูทันที" คิมหันต์พยักหน้าด้วยแววตาแน่วแน่เสียงรถพุ่งทะยานไปตามถนนสายเปลี่ยวที่มุ่งสู่ชายขอบกรุงเทพ ทิวเขานั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยใบหน้าเคร่งขรึมประหนึ่งรูปปั้นหิน แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความแค้นปนความหวาดกลัว... กลัวว่าผู้เป็นพ่อจะทำอะไรที่ร้ายแรงไปกว่าการกักขัง ส่วนริวที่นั่งเบาะหลังกำลังเช็กอุปกรณ์สื่อสารและแผนที่ผังโกดังอย่างละเอียด"ไ

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 37 - ปลายฟ้าถูกจับไป

    ภายในห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพจรที่ดังสม่ำเสมอ ทิวเขานอนพักผ่อนอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยไร้ที่ติบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยรอยเขียวช้ำและพลาสเตอร์ปิดแผลหลายจุด ดวงตาคมหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัดขณะทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมายแกรก... เสียงประตูเปิดออกเบาๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของรามิลที่เดินจูงมือข้าวหอมเข้ามาในห้อง ข้าวหอมมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอเดินตามแรงจูงของแฟนหนุ่มเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียง"เป็นไงบ้างคะพี่ทิวเขา... หนักเอาการเลยนะนั่น" ข้าวหอมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย ทิวเขาแค่นยิ้มฝืนๆ"แค่นี้ยังน้อยไปมั้งเทียบกับสิ่งที่พี่ทำไว้... ขอบใจนะที่มาเยี่ยม""พี่ทิมคะ... ฟ้าเป็นห่วงพี่มากเลยนะ" ข้าวหอมเอ่ยขึ้นพลางมองรอยช้ำบนตัวทิวเขาด้วยความสงสาร"แต่พวกเรายังไม่กล้าให้ฟ้ามาตอนนี้ กลัวจะสวนกับ..."ยังไม่ทันที่ข้าวหอมจะพูดจบ ประตูห้องพักฟื้นก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น คุณเกริกพลเดินเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าที่ทรงอำนาจและใบหน้าที่ถมึงทึง สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดกึกอยู่ที่ร่างของข้าวห

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 36 - ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนิริน

    แสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้าที่ชายหาดหัวหิน ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงดูสวยงามทว่ากลับให้ความรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก เสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่าดูเหมือนจะพยายามชะล้างความตึงเครียดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้จางหายไป แต่มันกลับไม่ระคายผิวความรู้สึกผิดที่เกาะกินใจของคนกลุ่มหนึ่งได้เลยปลายฟ้านั่งกอดเข่าอยู่บนผืนทรายขาวละเอียดที่เริ่มเย็นชื้นตามอุณหภูมิที่ลดลง ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่เลือนลาง น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งไปทิ้งรอยจางๆ ไว้บนแก้มใส ความคำรามในใจของเธอดังกว่าเสียงคลื่นเสียอีก ทุกถ้อยคำที่นิรินสาดใส่เมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในหู ราวกับประกาศนียบัตรแห่งความล้มเหลวในฐานะเพื่อน"ฟ้า..." เสียงเรียกเบาๆ พร้อมสัมผัสอุ่นที่หัวไหล่ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยข้าวหอมกับยี่หวาทรุดตัวลงนั่งลงข้างๆ เพื่อนรัก ทั้งคู่ไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองหรือรำคาญใจที่ทริปพักผ่อนครั้งนี้พังทลายลง ในทางกลับกัน แววตาของพวกเธอเต็มไปด้วยความเข้าใจและความเป็นห่วง"แกโอเคไหมฟ้า...?" ยี่หวาถามพลางลูบหลังเพื่อนเบาๆ"ฟ้า... ฟ้าขอโทษนะทุกคน เพราะฟ้าแท้ๆ เลย เรื่องราวมันถึงได้บานปลายขนาดน

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 29/1 - สัญชาตญาณ

    เช้าวันอาทิตย์ที่อากาศสดใสชวนให้หัวใจเบิกบาน แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวละมุนเข้ามาทักทายสองร่างที่ยังคงกกกอดกันอยู่ภายใต้ผ้านวมผืนหนา ทิวเขาลืมตาขึ้นมาพบกับใบหน้าหวานของปลายฟ้าที่ซบอยู่กับอกแกร่งของเขา แพขนตายาวงอนหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเธอคือท่วงทำนองที่เพราะที่สุดที่เขาเคยได้ย

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 25 - ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ยอม

    ความวุ่นวายในงานเลี้ยงจบลงทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัด ทิวเขาขับรถออกจากโรงแรมหรูด้วยความเร็วที่สะท้อนถึงอารมณ์เบื้องลึก เขาปลดเนกไทที่รัดรึงลำคอออกอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งพยายามกระชากพันธะสัญญาที่พ่อบุญธรรมเพิ่งประกาศกลางงานทิ้งไป แสงไฟจากเสากิ่งข้างทางสาดส่องเข้ามาในรถเป็นระยะ สลับกับความมื

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 19 - ก็แค่เด็กที่เขาเคยรู้จัก

    แสงเทียนเริ่มมอดดับลงภายในแต่ยังคงทิ้งกลิ่นอายอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายแห่งความรักที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ แสงแดดรำไรคืบคลานเข้ามาพาดผ่านร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายกันอยู่เสิ่นลู่ถิงค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความอบอุ่นจากอ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบรัดเอวบางเอาไว้แน่นแต่ก

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 18 - ทำตามหน้าที่

    เช้าวันใหม่บนดอยสูงมาพร้อมกับอากาศที่หนาวเหน็บกว่าทุกวัน ไอหมอกหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณจนมองแทบไม่เห็นทางเดินระหว่างเรือนพัก เสียงไก่ป่าขันระงมรับรุ่งอรุณสลับกับเสียงฝีเท้าของเหล่านักศึกษาอาสาที่เริ่มตื่นมาทำภารกิจส่วนตัวแต่ที่หน้าเรือนพักหญิง กลับมีบรรยากาศตึงเครียดเล็กน้อย เมื่อข้าวหอมที่ได้รับบ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status