Beranda / โรแมนติก / เมียสารวัตร NC-20 / บทที่ ๓ ครอบครัว

Share

บทที่ ๓ ครอบครัว

Penulis: C
last update Terakhir Diperbarui: 2024-11-22 13:26:50

หนูนาเดินตัวลีบตามหลังแม่ต้อย ๆ ดวงหน้างดงามที่ใครเห็นเป็นต้องตกหลุมเสน่ห์ในยามนี้ดูเจี๊ยมเจี้ยมไร้ความดื้อด้านเหมือนเคย

“แม่จ๋า อย่าตีน้องเลยนะ”

“พ่อช้างไม่ต้องขอร้องแทนน้อง อย่างไรวันนี้หนูนาก็ต้องถูกทำโทษ”

“แต่ว่า..”

“พี่ช้าง ไม่เป็นไร หนูนาทำผิด คนทำผิดก็ต้องถูกตี”

ราชันเบือนหน้าหนี ตัวเขานั้นไม่ใจกล้าพอให้ลงไม้ลงมือกับลูก หากทำผิดอย่างมากก็แค่ตักเตือน แต่ใบบัวนั้นไม่ใช่ ถ้าเป็นความผิดเพียงเล็กน้อยเหมือนเคย อย่างมากก็แค่ให้อดข้าวเย็นหรือไม่ก็กักบริเวณสักวันสองวัน แต่ครานี้ความผิดของหนูนาใหญ่หลวงเกินไป ใบบัวไม่อาจปล่อยให้เลยตามเลยได้

“ปื๊ด ไปหยิบหวายมาให้แม่”

หนุ่มน้อยเจ้าของชื่อปื๊ดน้ำตาไหลพราก ๆ ทั้งกลัวแม่ใบบัว ทั้งสงสารพี่หนูนาจับใจ โทษครั้งนี้ปื๊ดโดนกักบริเวณ และหนูนาต้องถูกตี แต่แม่ใบบัวไม่เคยลงโทษพวกเราหนักแบบนี้มาก่อน ต่อให้ดื้อด้านแค่ไหนก็ไม่เคยตีลูกสักแปะ

“ตะ แต่ว่า แม่ใบบัวจ๋า”

“ปื๊ด แม่บอกให้ไปหยิบหวายมาให้แม่”

“แม่ใบบัว..”

“ไปเถอะปื๊ด”

หนูนาพยักหน้าเบา ๆ หนุ่มน้อยยกมือขึ้นปาดน้ำตาป้อย ๆ ก่อนจะคลานไปที่ห้องเก็บของ หยิบเอาหวายที่ไม่เคยถูกใช้งานเลยสักครั้งออกมา ปื๊ดยื่นหวายให้แม่ใบบัวทั้งน้ำตาที่นองเต็มหน้า

“ใบบัว พี่ว่า..”

“พี่ราชันไม่ต้องเข้าข้างลูก” เสียงหวานเฉียบขาดจนคนเป็นทนายรีบหุบปากฉับ “หากวันนี้ใบบัวไม่ทำโทษ หนูนาก็จะไม่สำนึก ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดร้ายแรงแค่ไหน พวกเราตามใจเด็กคนนี้มากเกินไป.. เกินไปจริง ๆ”

“แม่จ๋า แต่เรื่องนี้น้องไม่ผิดนะ น้องถูกคนชั่ววางยา”

“หากไม่ซุกซนหนีเที่ยวโดยไม่บอกพ่อกับแม่ก่อนจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรือ? พ่อช้างตอบแม่ที”

“หนู.. หนู” ช้างอึกอัก เรื่องนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะแก้ตัวให้น้องยังไงดี ในเมื่อสิ่งที่แม่พูดมามันถูกทุกคำ

แต่ถึงอย่างนั้นหัวใจคนเป็นพี่มันก็ทนไม่ได้อยู่ดี ช้างทนเห็นน้องรักถูกทำโทษด้วยการเฆี่ยนตีไม่ได้ เพราะตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีใครถูกแม่ตีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นช้างเอง หนูนา หรือแม้แต่ปื๊ด ถูกพ่อราชันตียิ่งไม่เคย ใบบัวและราชันเลี้ยงลูกด้วยเหตุผลมากกว่ากำลัง ให้ลูก ๆ ได้เรียนรู้กันเองว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก จนบางครั้งก็กลายเป็นการตามใจจนเคยตัว

พ่อกับแม่ไม่เคยต่อว่าแม้ช้างจะเป็นนักเลง ไม่เคยต่อว่าแม้หนูนาจะแก่นแก้วเกินหญิง ไม่เคยรังเกียจที่ปื๊ดอ้อนแอ้นไม่สมชาย ขอเพียงอย่างเดียว อย่าทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนก็เป็นพอ

ครั้งนี้มันเกินไป เกินไปจริง ๆ

มือที่ถือหวายสั่นระริก ใบบัวไม่อยากคิดเลยว่าถ้าหากหนูนาเจอคนไม่ดี ถูกรังแกทำร้ายจนย่อยยับจนเสียผู้เสียคน หากเป็นเช่นนั้นเธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร

“ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ตีหนูด้วยเถอะจ้ะ”

“พ่อช้าง!”

ใบบัวเบิกตากว้าง เมื่อลูกชายคนโตทรุดตัวลงข้างน้องสาว เอ่ยร้องขอให้แม่ตีด้วยดวงตาเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

ถ้าจะเจ็บก็ต้องเจ็บด้วยกัน ช้างไม่อยากให้น้องต้องเจ็บคนเดียว และเขาหวังเหลือเกินว่าถ้าแม่ตีเขาด้วยแล้ว น้องจะได้รับโทษน้อยลง

หนูนาตัวแค่นี้เอง ถึงภายนอกจะดูเข้มแข็ง ทว่าร่างกายยังคงเป็นหญิง ผิวพรรณอ่อนใสและบอบบางเหมือนแก้ว โดนตีเพียงครั้งเดียวคงแตกจนได้เลือด ช้างทนไม่ได้หรอก เขาทนเห็นน้องเป็นแบบนั้นโดยที่ตนเองได้แต่ยืนมองไม่ได้

“ฮึก แม่ใบบัวตีหนูด้วยนะจ๊ะ”

“ปื๊ด!”

ไม่ใช่แค่ช้าง แต่เด็กหนุ่มรูปร่างอ้อนแอ้นก็ทิ้งตัวลงข้างหนูนา แม้จะร้องไห้จนตัวโยนแต่กลับไม่มีท่าทีจะเปลี่ยนใจ

“พี่ช้าง! ปื๊ด! ไม่เอา อย่าทำแบบนี้ ลุกออกไปให้หมดเลย ไปสิ” หนูนาส่ายหน้า เรื่องนี้เธอผิด เธอยอมถูกตีคนเดียว พี่และน้องไม่ควรถูกตีด้วยแบบนี้

“ไม่! ถ้าแม่จะตีน้อง แม่ก็ต้องตีพี่ด้วย”

“ปื๊ดเองก็ผิด ปื๊ดไม่ได้ห้ามพี่หนูนาให้ดี ทั้งยังปล่อยให้พี่อยู่ในห้องน้ำคนเดียวอีก หากพี่หนูนาจะถูกตีปื๊ดก็ต้องถูกตีด้วย”

“พี่ช้าง.. ปิ๊ด”

จากที่ตอนแรกไม่มีน้ำตาสักหยด ในตอนนี้คนที่ทำผิดมหันต์เริ่มร้องไห้ออกมา หนูนาโอบกอดทั้งพี่และน้องเอาไว้ พากันร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็ก ๆ

ใบบัวมองภาพสามพี่น้องที่กอดกันกลมด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ถูก จะว่าดีใจที่เห็นพี่น้องรักกันก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะยังโกรธเคืองที่ลูกดื้อด้านจนเกิดเรื่องขึ้น ทั้งยังมีพี่น้องคอยให้ท้ายแบบนี้อีก

“ใบบัว”

“มีอะไรพี่ราชัน” ใบบัวไม่รู้เลยว่าตัวเองเสียงแข็งจนอดีตจอมโจรสะดุ้งโหยง “อยากถูกใบบัวตีด้วยหรือ ถ้าอยากก็นั่งลง ใบบัวจะตีทั้งพ่อทั้งลูกนี่แหละ”

ราชันหน้าเสีย เขารักลูกก็จริง แต่ถ้าต้องถูกเมียตี..

ไม่เอาดีกว่า

“พี่แค่อยากเตือนใบบัวว่าอย่าตีลูกแรงเลยนะ เดี๋ยวจะปวดแขนเอาได้”

พ่อช่วยได้เท่านี้แหละลูกเอ้ย..

ใบบัวเลิกสนใจผัว เธอหันกลับไปมองลูกทั้งสามที่ยังกอดกันกลม แม้ว่าเด็ก ๆ จะพากันนั่งคุกเข่าร้องไห้ใบบัวก็ไม่ใจอ่อน อยากโดนตีกันนักเธอก็จะจัดให้อย่างเท่าเทียม

“ใครอยากโดนก่อน”

“หนูจ้ะ” พี่คนโตเสียสละทันที ช้างลุกขึ้นยืนทั้ง ๆ ที่น้อง ๆ พากันฉุดแขนให้นั่งลง

“พี่ช้าง ให้หนูนาก่อน หนูนาคือคนผิดนะ”

“ให้แม่ตีพี่ก่อน ตีพี่แล้วแม่จะได้มีแรงน้อยลง หนูนากับปื๊ดจะได้ไม่เจ็บมาก”

“โธ่.. พี่ช้าง”

ร่างสูงเหมือนยักษ์เดินออกมาตรงหน้า ช้างหันข้างให้ใบบัว กอดอก หลับตาลงรอรับความเจ็บปวดที่ก้น..

เพียะ!

“อึก!”

“ต่อไปใคร”

ช้างเดินกลับไปนั่ง ส่วนหนูนาลุกขึ้นมาแทนที่ ใบบัวมองลูกสาวที่แสนดื้อดึง ก่อนจะฟาดหวายลงบนก้นเต็มแรง

เพียะ!

“ต่อไป”

ปื๊ดลุกขึ้นมาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ดูจากพี่ ๆ แล้วแม่ใบบัวคงไม่ได้ออมแรงสักนิด เพราะขนาดช้างยังนั่งไม่ติดพื้น ส่วนหนูนาน้ำตาซึมออกมาอีกระลอกใหญ่

“หันมาปื๊ด”

“แม่ใบบัวจ๋า”

“มีอะไร”

“หนูรักแม่ใบบัวนะ”

หัวใจของคนเป็นแม่อ่อนยวบ ใบบัวจ้องมองหน้าตาหมดจดของเด็กหนุ่มนิ่ง ๆ ปื๊ดมีหน้าตาน่ารัก ผิวขาวน่าถนอม ตัวพอ ๆ กันกับหนูนาแต่นิสัยอ่อนหวานกว่า เธอรู้ว่าลูกคนเล็กที่รับมาเลี้ยงชอบพอผู้ชายหาใช่ผู้หญิง แต่แล้วอย่างไร ในเมื่อไม่ได้ฆ่าใครตายก็ไม่ใช่เรื่องผิด

“แม่ก็รักลูกทุก ๆ คน เพราะรัก.. ถึงได้สั่งสอน”

เพียะ!

ช้างประคองปื๊ดกลับไปนั่งเพราะเด็กหนุ่มเจ็บจนถึงขั้นทรุดฮวบ เมื่อทำโทษลูก ๆ เสร็จใบบัวก็รีบโยนไม้หวายออกไปไกล ๆ ก่อนจะทรุดตัวนั่งโอบกอดลูก ๆ ทั้งสามแล้วร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจ

ตีลูกที่รักกว่าชีวิต มันเจ็บยิ่งกว่าตีตัวเองไม่รู้กี่เท่า คล้ายกับฟาดหวายลงกลางหัวใจซ้ำ ๆ ใบบัวไม่ได้อยากทำแบบนี้เลยสักนิด ตีลูกไม่ใช่ความสุขของคนเป็นแม่ ลูกเจ็บ แม่เจ็บยิ่งกว่าพันหมื่นล้านเท่า แต่ถ้าไม่ทำ ลูกก็จะทำให้ตัวเองต้องอยู่ในอันตรายอีก

หวายนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจเด็ก ๆ ว่าเมื่อใดที่คิดจะทำผิดอีก ให้รู้ไว้ว่าแม่คนนี้จะเจ็บปวดยิ่งกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า

“แม่ขอโทษนะลูก ฮึก”

“แม่ไม่ผิดเลย หนูนาดื้อเอง”

“แม่ตีเพราะแม่รัก หนูรู้”

“หนูไม่เจ็บเลยแม่ใบบัว ไม่เจ็บเลย ฮึก”

ราชันมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ทนายคนเก่งลอบเช็ดน้ำตาที่หางตาเงียบ ๆ เขารู้ดีว่าใบบัวรักลูกสุดหัวฝจ ลูกเองก็รักใบบัวมาก และพี่น้องทั้งสามนั้นรักกันเพียงใด ไม่มีใครโกรธที่ถูกใบบัวตี และใบบัวเองก็โกรธลูก ๆ ได้ไม่นาน อีกเดี๋ยวก็คงรีบลงไปที่ครัว เตรียมอาหารที่ลูกชอบมาง้อ

สุดท้ายแล้วไม่ว่าอย่างไรครอบครัวก็คือครอบครัว ราชันนึกขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ส่งใบบัวมาให้เขา ส่งลูกทั้งสามมาเพิ่มสีสันให้บ้านหลังนี้ เกือบสามสิบปีก่อนเขาไม่เคยนึกอยากมีครอบครัวเลย ไม่คิดจะรักตัวเองด้วยซ้ำ แต่ในวันนี้เขาต้องการจะมีชีวิตที่ยืนยาว เฝ้ามองลูกเมียแบบนี้ไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ

.

.

(ศิลาล้อแม่เล่นหรือ แหม.. ล้อกันแบบนี้แม่ไม่ตลกเลยนะจ๊ะ)

“คุณแม่ครับ ผมไม่ได้ล้อเล่น”

(ยังอีก แม่บอกแล้วว่า..)

“ผมกำลังจะแต่งงานครับ อาทิตย์หน้า”

(ศิลา!)

ปลายสายเริ่มเสียงแข็ง ศิลาได้ยินเสียงลมหายใจฟืดฟาด คล้ายกับกำลังระงับความโกรธของแม่บังเกิดเกล้า

คนที่ศิลากำลังพูดสายด้วยคือคุณหญิงแจ่มจันทร์ แม่แท้ ๆ ของสารวัตรศิลา ภรรยาหลวงของพลตำรวจเอกศักดิ์ พ่อแท้ ๆ ของเขา

(แม่ไม่ตลกนะ) คุณหญิงแจ่มจันทร์พยายามบังคับเสียงให้มั่นคง (ลูกเต้าเหล่าใคร ตระกูลไหน พ่อเป็นข้าราชการชั้นไหน แม่เป็นคุณหญิงหรือเปล่า หรือว่า..)

“คุณแม่ครับ หนูนาเป็นลูกของทนายอาสาและหมอสมุนไพรพื้นบ้านที่เก่งที่สุดในอำเภอครับ”

(แค่นี้?)

“แค่นี้ครับ”

(ศิลาต้องล้อแม่เล่นแน่ ๆ) คุณหญิงแจ่มจันทร์ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องที่ได้ยินจะเป็นเรื่องจริง (ลูกกำลังจะบอกแม่ว่า.. ลูกไม่ยอมหมั้นกับหนูพราวฟ้า ลูกสาวคนเดียวของท่านรัฐมนตรีพิสุทธิ์ แต่กลับจะแต่งงานกับเด็กที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ชื่ออะไรนะ หนูนาอย่างนั้นหรือ? แค่ชื่อก็ไม่น่าฟังแล้ว)

“เธอชื่อจริงว่าคะนึงนิจครับ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ คุณแม่ครับ หนูนาเธอไม่ได้ไร้หัวนอนปลายเท้า เธอมีพ่อมีแม่ คุณพ่อเธอเป็นทนายที่เก่งกาจ คุณแม่ก็เป็นหมอยาที่เชี่ยวชาญสมุนไพรไม่มีใครเทียบได้ แค่นี้มันยังไม่พออีกหรือครับ”

(ไม่พอ ทนายแล้วอย่างไร หมอสมุนไพรแล้วอย่างไร มีอะไรสู้ลูกสาวคนเดียวของรัฐมนตรีได้)

“คุณแม่..”

(ผู้หญิงคนนั้นเกื้อหนุนอะไรลูกได้บ้างศิลา หน้าที่การงาน ฐานะทางสังคม แค่แม่ฟังที่ลูกพูดแม่ก็รู้แล้วว่าเทียบไม่ได้เลยกับหนูพราวฟ้า หนูพราวฟ้าทำให้ลูกเป็นพลตำรวจเอกเหมือนพ่อได้ ความฝันของลูกไม่ใช่หรือ ศิลาคิดให้ดี ๆ นะลูก)

“ไม่ครับ ผมไม่อยากเป็นเหมือนคุณพ่อแล้ว ผมอยากไต่เต้าด้วยความสามารถของตัวเอง ไม่ใช่ยอมรับลูกสาวลับ ๆ ของรัฐมนตรีมาเป็นบ้านน้อย แลกกับตำแหน่งใหญ่โตที่ทำให้คุณแม่ต้องเสียใจ”

(ศิลา!!)

“ที่ผมโทรมาบอกเพราะผมไม่ต้องการทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาคุณแม่ ถ้าคุณแม่อยากมางานอาทิตย์หน้าผมก็ยินดีครับ แต่ถ้าไม่มาก็ไม่เป็นไร ไว้ผมจะพาภรรยาไปแนะนำตัวกับคุณแม่เอง”

(ไม่ต้องพามา ที่นี่ไม่ต้อนรับสะใภ้ที่แม่ไม่ยอมรับ)

“คุณแม่..” ศิลาถอนหายใจ รู้อยู่แล้วว่าไม่ง่าย แต่เขาก็อดเหนื่อยไม่ได้อยู่ดี

(แล้วลูกจะต้องเสียใจที่ตัดสินใจแบบนี้)

ปลายสายวางไปแล้ว สารวัตรหนุ่มถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะวางโทรศัพท์ลงบ้าง ไม่ผิดจากที่คิดไว้เลยสักนิด แม่ไม่ยอมรับภรรยาของเขา อ้างแต่เรื่องเดิม ๆ ที่ศิลาไม่อยากฟัง

ตั้งแต่เล็กจนโตศิลามีความฝันว่าอยากเป็นตำรวจมาตลอด เพราะเขาเกิดมาในครอบครัวตำรวจ ปู่ พ่อ ลุง ทุกคนล้วนเป็นตำรวจทั้งนั้น เขามีความฝันที่ยิ่งใหญ่ว่าอยากรับใช้ประชาชน ช่วยเหลือทุกคนอย่างเท่าเทียม ทั้งชีวิตเอาแต่วิ่งตามความฝันจนไม่เคยสนใจอาชีพอื่น เขามุ่งมั่นจนสอบติด ทำผลงานต่าง ๆ มากมายจนเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นสารวัตรได้ด้วยตัวเอง

เมื่อก่อน ความฝันสูงสุดของศิลาคือการได้เป็นพลตำรวจเอกเหมือนพ่อ แต่นั่นมันก็แค่อดีต หลังจากรู้ว่าตำแหน่งที่พ่อได้มานั้นต้องแลกกับอะไรบ้าง เขาก็ไม่สนใจมันอีก

ในช่วงที่เขาได้รู้ความลับเน่าเฟะนั้น แม่ก็เริ่มพาหญิงสาวคนหนึ่งมาให้ศิลารู้จัก คอยย้ำเตือนว่าผู้หญิงคนนี้จะช่วยทำให้เป้าหมายของเขาเป็นจริงได้ นั่นทำให้ศิลายิ่งรู้สึกสะอิดสะเอียนเหลือเกิน เขารีบทำเรื่องขอย้ายตัวเองจากเมืองหลวงมาที่นี่โดยไม่บอกใครจนกว่าจะได้รับอนุมัติ เมื่อมีคำสั่งลงมาแล้วแม่ก็ไม่สามารถขัดขวางเขาได้อีกต่อไป อำเภอเล็ก ๆ ที่ไม่ได้เจริญมากเป็นสถานที่ที่ศิลาเลือก

ใครจะไปคิด ว่าที่นี่จะกลายเป็นที่ ๆ เขาได้มีภรรยาเป็นตัวเป็นตนโดยไม่ได้ตั้งใจ..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียสารวัตร NC-20   ปัจฉิมบท

    “ไม่เปลี่ยนใจแน่หรือ สารวัตร”ปฐพีถามด้วยความเสียดายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยหวังว่าคำตอบของคนตรงหน้าจะเปลี่ยนไป“ไม่ครับ”แต่ไม่เลย...ผู้กำกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาคงเปลี่ยนใจศิลาไม่ได้อีกแล้ว ได้แต่ยอมรับความจริงว่ากำลังจะสูญเสียลูกน้องฝีมือดีไปอีกคนความรักฉันท์ชู้สาวไม่หลงเหลืออยู่แล้ว แต่ปฐพียอมรับโดยไม่อายว่ามีศิลาอยู่เขาทำงานได้ง่ายขึ้น ตลอดเวลากว่าแปดปีที่ผ่านมาศิลาสร้างผลงานเอาไว้มากมาย ถ้าหากอีกฝ่ายยอมรับ คงเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งได้ไม่ยากแต่ศิลาปฏิเสธเสียงแข็งเสมอมา ชายหนุ่มไม่ได้ต้องการตำแหน่งอะไรทั้งนั้น เขาแค่อยากทำงานตรงนี้ให้เต็มที่ ช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดกำลัง ก่อนที่จะอำลาวงการตำรวจในสักวันหนึ่งแล้ววันนี้ก็มาถึงจนได้ปฐพีมองซองสีขาวตรงหน้า เขาไม่อยากหยิบมันขึ้นมาดูเลย เพราะรู้ดีว่าด้านในคืออะไร“ผู้กำกับอนุมัติเถอะครับ”“สารวัตรศิลา”“ผมไม่ได้ไปไหนนี่ครับ เมื่อไหร่ที่ผู้กำกับต้องการตัว ขอแค่บอก...ผมพร้อมจะช่วยเหลือเสมอ”ปฐพีเริ่มยิ้มออกมาได้ จริงอย่างที่ศิลาพูด ชายหนุ่มไม่ได้หายไปไหน เพราะอย่างไรสิ่งที่ศิลารักก็คือการได้ช่วยเหลือประชาชน เพียงแค่หลังจากนี้จะไม่ได้ทำมันในฐ

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๔๐ โชคดี NC-20

    “ลูกหลับแล้วเหรอศาลาวัด”“อืม” ศิลารับคำสั้น ๆ ระหว่างที่แทรกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับภรรยา “คุณก็รีบนอนได้แล้ว วันนี้เลี้ยงลูกทั้งวันคงเหนื่อยน่าดู”“ไม่เลย ไม่เหนื่อยสักนิด”ไม่พูดเปล่า หนูนายังยืนยันว่าตัวเองไม่เหนื่อยด้วยการไต่มือเข้าไปในกางเกงนอนอีกฝ่าย ดวงตากวางแพรวพราวอย่างคนแสนเจ้าเล่ห์“หนูนา”“หืม”“คุณ อืม”ศิลาหลุดครางออกมาแผ่วเบา ร่างกายเขาตื่นตัวทันทีที่ถูกมือนุ่มนวดคลึงอย่างชำนาญ หนูนารู้ดีว่าแตะต้องส่วนไหนแล้วจะทำให้เขาทนไม่ไหว มือน้อย ๆ ขยับอย่างเอาใจจนกระทั่งความเป็นชายเหยียดขยายใหญ่เต็มมือ“ศาลาวัด เราไม่ได้ทำมาสักพักแล้วนะ”“คุณเลี้ยงลูก ผมกลัวว่าคุณจะเหนื่อยเกินไป”“ฉันพูดตอนไหนว่าเหนื่อย” หนูนาเลิกคิ้วขึ้นสูง ในขณะที่มือนุ่มคอยปลุกปั้นสิ่งที่อยู่ในมือไม่หยุด“อา ปละ เปล่า ไม่ได้พูด อืม”“ไม่ได้พูดก็แปลว่าไม่เหนื่อย ลูก ๆ ไม่ได้เลี้ยงยากเลย แถมปื๊ดกับแม่ก็คอยช่วยตลอด ฉันสบายจะตายไป”“แต่ยังไงมันก็ยังหนักเกินไปอยู่ดี” ศิลาแย้ง “เรามีลูกตั้งสี่คน ผมรู้ว่าคุณเหนื่อย คุณแค่ไม่ยอมรับความจริง”ศิลาอยากกอดหนูนาจะแย่ เขาเพิ่งอายุแค่สามสิบห้าปี ร่างกายยังแข็งแรงและมีควา

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๓๙ สมาชิกใหม่

    ศิลาเหมือนกลายเป็นคนละคน จากที่เคยสุขุมกลายเป็นหนูติดจั่นที่เอาแต่เดินไปเดินมาอย่างร้อนรน หนูนาถูกส่งเข้าห้องคลอดทันทีที่มาถึงโรงพยาบาล เพราะหมอบอกว่าเธอพร้อมคลอดแล้วปากมดลูกเปิดพร้อมสำหรับให้กำเนิด ทว่าเข้าไปเป็นชั่วโมงแล้วประตูบานนั้นก็ยังปิดสนิท ศิลาไม่รู้ว่าการทำคลอดต้องใช้เวลานานแค่ไหน แต่เพราะไม่รู้เขาถึงได้จิตตกแบบนี้“หนูนา คุณจะต้องปลอดภัย”ตอนที่นั่งรถมาท่าทางของเธอดูเจ็บปวดมาก เสียงกรีดร้องทรมานน่าสงสารจับใจ หนูนาที่ปกติร้องไห้ยากร่ำไห้ออกมาเพราะเจ็บจนแทบทนไม่ไหว ศิลาแทบขาดใจ หากเลือกได้เขาอยากเป็นคนที่เจ็บเอง“ศิลา ศิลาลูก”คุณหญิงแจ่มจันทร์ที่เพิ่งมาถึงรีบวิ่งเข้าไปหาลูกชาย หัวใจหล่นวูบไปกองที่ปลายเท้าเมื่อเห็นว่าศิลากำลังร้องไห้“ศิลา! เกิดอะไรขึ้น ร้องไห้ทำไม หนูนาเป็นอะไร!”“หนูนาเป็นอะไรหรือพ่อศิลา”ใบบัวที่ตามมาติด ๆ ร้องถามย้ำ ท่าทางไม่สู้ดีของลูกเขยทำให้หัวใจคนเป็นแม่แทบขาดรอน ๆ แม้ว่าสมัยนี้การคลอดจะปลอดภัยว่าสมัยเธอมาก แต่คนที่เคยผ่านความเจ็บปวดมาก่อนย่อมรู้ดีว่ามันทรมานเพียงใด“ผม ฮึก ผม” ศิลาสะอื้น เขารีบรวบรวมสติ ก่อนที่เรื่องราวมันจะไปกันใหญ่ “หนูนาไม่ได้เป็

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๓๘ บทสรุป

    ศิลานั่งฟังคำตัดสินของศาลอย่างเงียบสงบ วันนี้เป็นวันนัดตัดสินคดีค้ายาเสพติดของนายเจตน์ หลังจากผ่านมาเกือบปี คดีที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอก็ถึงเวลาถูกพิพากษานายเจตน์ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และซัดทอดไปถึงตัวการใหญ่ที่กรุงเทพฯ ทำให้ตำรวจทำงานได้ง่ายขึ้น และจับพ่อค้ารายใหญ่ได้ในที่สุด เพราะเหตุผลนี้ทำให้โทษของนายเจตน์ลดน้อยลง จากประหารชีวิตเป็นติดคุกตลอดชีวิต ก่อนจะถูกลดให้เหลือจำคุกสี่สิบปี แต่ถึงอย่างนั้นระยะเวลาสี่สิบปีในคุก ก็แทบไม่ต่างจากทั้งชีวิตที่เหลืออยู่“นายเจตน์”หลังคำตัดสินสิ้นสุดลง นายเจตน์ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์และยินดีรับโทษที่ศาลชั้นต้นตัดสิน อดีตมือขวาของพ่อค้ายาจึงถูกกุมตัวอย่างแน่นหนา เพื่อเตรียมรับโทษทัณฑ์จากสิ่งที่ตัวเองได้กระทำ นายเจตน์มีสีหน้าไม่ยินดียินร้าย ดวงตาเหม่อลอยอย่างคนที่ปลงตกกับทุกอย่าง“นายเจตน์”เจตน์ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเรียกใกล้ ๆ ศิลามองหน้าหนูนา คนเป็นสามีเห็นความกังวลในดวงตากวางคู่นั้น“นายเจตน์” หนูนาส่งเสียงเรียกอีกครั้ง ครั้งนี้นายเจตน์ยอมหันมาสบสายตา ทว่าดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าไร้แววจนน่าใจหายหนูนากลัวเหลือเกินว่านายเจตน์จะหาทางจบชีวิตตัวเองสักวัน เพร

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๓๗ บ้านใหม่

    “ศาลาวัด!”“หนูนา ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าวิ่ง” คิ้วเข้มขมวดฉับ เมื่อเห็นร่างที่เริ่มอวบอิ่มของภรรยาวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา “ไหนคุณบอกว่าจะไม่ดื้อกับผมเรื่องนี้”“ก็ฉันลืมตัว มันไม่ชินนี่นา”“คุณท้องห้าเดือนแล้วนะ ถึงไม่ชินก็ต้องชิน ถ้าล้มขึ้นมาทั้งคุณและลูกจะเป็นอันตราย” ศิลาดุเสียงเข้ม เรื่องอื่นเขายอมได้เสมอ ยกเว้นเรื่องนี้หนูนาเป็นคนที่อยู่ไม่นิ่ง เธอชอบทำนู่นทำนี่ไปเรื่อย ศิลาไม่เคยบังคับหรือทำเหมือนหนูนาเป็นคนพิการ เขาขอแค่ต้องระวัง แต่ดูเหมือนว่าหนูนาจะรับปากไปอย่างนั้น เพราะเกือบทุกวันเขาต้องมานั่งปวดหัวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมือนคนท้องของภรรยายิ่งท้องใหญ่กว่าปกติแบบนี้เขายิ่งเป็นกังวล“นายทำอะไรอยู่” หนูนาแสร้งเปลี่ยนเรื่องเนียน ๆ ชะโงกหน้ามองบ้านหลังใหม่ที่มีคนเดินไปมาพลุกพล่าน“คุมคนงานให้เอาของเข้าบ้าน”“อีกไม่นานก็จะได้ย้ายเข้าบ้านใหม่แล้วสินะ”ทั้งคู่มองบ้านใหม่หลังใหญ่ด้วยความพึงพอใจ นับว่าผู้รับเหมาทำงานได้ดีทีเดียว บ้านหลังนี้เป็นบ้านแนวผสมสผานระหว่างไทยและยุโรปอย่างลงตัว เพราะศิลาเคยไปเรียนที่แถบนั้น เขาชื่นชอบบ้านแนวยุโรปมาก ส่วนหนูนาแม้จะไม่เคยไป แต่เธอก็ชอบดูรูปภาพของต

  • เมียสารวัตร NC-20   บทที่ ๓๖ ปรับความเข้าใจ

    “ฉันอยากอยู่คนเดียว”พูดแค่นั้นก็ทิ้งตัวลงนอน แล้วหันหลังให้คนที่ไม่ยอมออกไปเหมือนคนอื่นทันทีอยากอยู่ก็อยู่ไป เธอไม่สนใจเสียอย่าง“ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ”“.....”“ฉันรู้ว่าเธอได้ยิน ดังนั้นฉันจะพูดต่อไป” คุณหญิงแจ่มจันทร์กระแอมไอเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มพูดเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจมาเนิ่นนาน “สามีฉัน พ่อของศิลาเขามีภรรยาน้อย”หนูนาที่ตอนแรกไม่คิดสนใจหูผึ่งทันที แต่ยังคงรักษาท่าทางเมินเฉยเอาไว้ คุณหญิงที่ผ่านโลกมามากพอจะมองออกว่าเด็กคนนี้กำลังตั้งใจฟัง จึงค่อย ๆ ถ่ายทอดเรื่องราวที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อนอย่างหมดเปลือก“แต่ก่อนฉันเป็นแค่ลูกของแม่ค้าธรรมดา คุณศักดิ์ พ่อของศิลาเขาเป็นลูกค้าประจำ เขาเกี้ยวฉัน ตามเทียวไล้เทียวขื่อจนฉันใจอ่อนและตกหลุมรักเขา พวกเรารักกันมาก ไม่เคยทะเลาะบอกแว้ง เป็นคู่รักที่ใคร ๆ ต่างก็พากันอิจฉา และในที่สุดพวกเราก็ตกลงปลงใจแต่งงานกัน ฉันคาดหวังว่าการแต่งงานจะเป็นเหมือนในนิยาย ที่พวกเราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป”คุณหญิงเงียบไปสักพัก ก่อนจะเริ่มพูดต่อ“แต่ชีวิตจริงมันไม่ใช่นิยาย คุณศักดิ์เติบโตมาในตระกูลตำรวจ พ่อของเขา พี่น้องของเขาล้วนเป็นตำ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status