LOGINชีวิตคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว
“แม่!!” เด็กชายปกป้องเรียกมารดาเสียงดังด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าไปหา
“สวัสดีคุณครูด้วยสิครับลูก” คนเป็นแม่เอ่ยบอกเมื่อลูกวิ่งมาถึง ซึ่งเด็กน้อยก็หันกลับไปกระพุ่มมือไหว้คุณครูที่นั่งอยู่บนรถตามที่แม่บอกทันที กัญญาวีร์เองก็ไหว้เช่นกันพร้อมกับค้อมศีรษะขอบคุณที่อีกฝ่ายดูแลลูกชายให้
ครูหนุ่มรับไหว้พร้อมรอยยิ้ม “เจอกันวันอังคารนะครับหมูป้อง” ก่อนจะโบกมือบ๊ายบายหนุ่มน้อยแล้วปิดประตู ไม่นานรถตู้คันสีขาวก็เคลื่อนตัวออกไปส่งนักเรียนคนอื่น ๆ ต่อ
“เป็นไงบ้างครับ วันนี้ที่โรงเรียนสนุกไหม” กัญญาวีร์เอ่ยถามเจ้าตัวเล็กระหว่างเดินเข้าไปในบ้าน เธอมักจะถามอย่างนี้ทุกวันที่ไปโรงเรียน ด้วยอยากรู้ความรู้สึกและพัฒนาการของลูก
“สนุกมากกก” เด็กชายปกป้องตอบแม่ขณะก้มลงไปดึงสายรัดรองเท้าเพื่อจะถอดออก “วันนี้หนูเล่นกับเมลบี แล้วก็แซมตั้นด้วย”
“เหรอคะ แล้วเล่นอะไรกัน” คนเป็นแม่ถามต่อด้วยความกระตือรือร้นที่อยากจะรู้ สายตามองลูกชายที่หยิบรองเท้าที่ถอดแล้วไปวางบนชั้นด้วยความภูมิใจ แม้เธอจะไม่ใช่แม่ที่เจ้าระเบียบและเรียบร้อยนัก แต่เธอก็พยายามสอนลูกให้มีระเบียบวินัยอยู่เสมอ และอดภูมิใจไม่ได้ที่ลูกทำตามที่เธอคอยพร่ำสอนจนเริ่มจะกลายเป็นนิสัย
“เล่นวิ่งไล่จับฮะ หนูจับได้หมดทุกคนเลย เมลบีวิ่งช้ามาก หนูวิ่งแป๊บเดียวก็แปะได้แล้ว อ้อ แล้ววันนี้คุณพ่อครูก็ให้ต่อจิ๊กซอด้วย ต่อเป็นตัวยีราฟกับม้าลาย ตัวใหญ่มากกก...”
ใบหน้าสวยของผู้เป็นแม่ระบายยิ้มเอ็นดู ก่อนจะอดใจไม่ไหวต้องย่อตัวลงไปฟัดแก้มซาลาเปาของลูกชายด้วยรู้สึกมันเขี้ยวในความช่างพูด กลิ่นแป้งเด็กที่ทาจากโรงเรียนส่งกลิ่นหอมให้แม่ชื่นใจ
จากนั้นสองแม่ลูกก็ต่อบทสนทนากันไปเรื่อย ๆ คนเป็นลูกก็ตั้งใจเล่า ส่วนคนเป็นแม่ก็เป็นผู้ฟังที่ดี คอยถามและคอยตื่นเต้นไปกับการเล่าเรื่องราวของแกอยู่ตลอด กระทั่งหนุ่มน้อยนึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้าแม่บอกว่าจะพาไปเที่ยวสวนสนุก
“แม่ แล้วแม่จะพาหนูไปเที่ยวสวนสนุกตอนไหนอ่า” เด็กน้อยทวงถามเสียงอ้อน ๆ
กัญญาวีร์หอมแก้มนุ่ม ๆ ของลูกชายอีกครั้ง ก่อนจะตอบ “ไปสวนสนุกวันอาทิตย์ครับ อีกสองวัน”
“ทำไมอีกสองวันอะ ไปพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”
“ไม่ได้ครับ พรุ่งนี้เราต้องไปงานแต่งงานอาฝันเพื่อนแม่ไงครับ”
“ไม่ไปไม่ได้เหรอฮะ หนูอยากไปสวนสนุกพรุ่งนี้” เด็กชายออดอ้อน ด้วยตอนนี้จิตใจได้จดจ่ออยู่ที่สวนสนุกเรียบร้อยแล้ว
“ไม่ไปไม่ได้ครับ ก็เดี๋ยวเราไปงานแต่งงานอาฝันก่อน แล้ววันต่อไปเราค่อยไปสวนสนุกไงครับ แม่จะพาไปแต่เช้าเลยดีไหม” คนเป็นพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็น
หนุ่มน้อยยู่ปากขัดใจเล็กน้อย ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หากสุดท้ายก็พยักหน้ายอมแต่โดยดี แต่ก็มิวายต่อลอง “ก็ได้ฮะ หนูอยากกินไอศกรีมด้วย แม่ซื้อไอศกรีมให้หนูด้วยน้า”
“ได้ครับ วันอาทิตย์แม่จะตามใจป้องทุกอย่างเลย” คุณแม่ยังสาวเอ่ยเอาใจ เพราะนาน ๆ ถึงจะมีเวลาว่างพาลูกออกไปเที่ยว ตามใจแกสักวันก็คงไม่เป็นไรหรอกกระมัง “แต่ว่าตอนนี้แม่ว่าเราไปอาบน้ำกันดีกว่า อีกหนึ่งชั่วโมงเราต้องไปกรุงเทพฯ กันแล้ว เดี๋ยวมันจะมืดตึ๊ดตื๋อก่อน”
“กรุงเทพฯ คือที่ไหนฮะแม่” ปกป้องเอียงคอถามระหว่างยืนให้แม่ถอดชุดนักเรียนให้ “มันไกลมากเลยเหรอ ทำไมมันต้องมืดตึ๊ดตื๋อ”
“มันไกลนิดหนึ่งครับ ตอนนี้ก็เย็นมากแล้วด้วย”
“แล้วทำไมเราต้องไปกรุงเทพฯ ด้วย” เด็กน้อยมุ่นคิ้วไม่เข้าใจ
“ก็เพราะอาฝันจัดงานแต่งที่นั่นไงครับ แล้วสวนสนุกที่ป้องอยากไปก็อยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วย”
“จริงเหรอ” ดวงตากลม ๆ เบิกกว้างขึ้นทันทีด้วยความตื่นเต้น
“จริงครับ” กัญญาวีร์พยักหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะชะงักเมื่อนึกอีกเรื่องที่สำคัญขึ้นมาได้ “ลืมเลย ป้องมีการบ้านหรือเปล่าลูก”
“มีครับ”
“งั้นอาบน้ำแล้วมาทำการบ้านให้เสร็จก่อนนะครับ” ถ้าเป็นวันหยุดปกติและไม่ได้เดินทางไปไหน หญิงสาวจะอนุญาตให้ลูกทำการบ้านในวันเสาร์อาทิตย์ได้ แต่ในกรณีนี้ต้องได้เดินทางไกล ซึ่งไม่รู้ว่าจะกลับถึงบ้านกี่โมงหรืออาจจะถึงค่ำ อีกทั้งยังกลัวลูกจะเหน็ดเหนื่อยจากการเที่ยว ดังนั้นเธอจึงอยากให้ลูกทำการบ้านให้เสร็จตั้งแต่วันนี้เสียเลย เพื่อที่แกจะได้เที่ยวเล่นอย่างเต็มที่
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวให้ลูกชายเสร็จเรียบร้อยแล้ว กัญญาวีร์ก็หยิบสมุดการบ้านของเด็กอนุบาลหนึ่งออกมากาง ครั้นเห็นว่าไม่ได้ยากมาก หญิงสาวจึงสอนแบบคร่าว ๆ ก่อนที่เธอจะแยกตัวออกไปจัดการเก็บของ ปล่อยให้ลูกได้ฝึกคิดเอง ทำเอง ระหว่างนั้นก็คอยแวะเวียนมาตรวจเช็กความถูกต้องเรื่อย ๆ ใช้เวลาไม่นานเด็กชายปกป้องก็ทำเสร็จ
“เก่งมากครับ ถูกหมดทุกข้อเลย” คนเป็นแม่ชมเปาะ แล้วหอมแก้มซาลาเปาแรง ๆ ให้ชื่นใจ
พอทำการบ้านเสร็จปกป้องก็นั่งกระดิกเท้าดูการ์ตูนรอแม่เก็บของและอาบน้ำ ปากจิ้มลิ้มดูดน้ำโกโก้ของโปรดจากร้านป้าไก่อย่างเอร็ดอร่อย ราวสามสิบนาทีต่อมาสองแม่ลูกก็ขึ้นมานั่งอยู่บนรถ หญิงสาวเช็กความเรียบร้อยของคาร์ซีตจนมั่นใจ จากนั้นก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงของประเทศทันที
ใช้เวลาขับรถประมาณสองชั่วโมงเศษ รถยนต์อีโคคาร์มือสองขนาดสี่ที่นั่งของกัญญาวีร์ก็เข้าสู่เขตของกรุงเทพมหานคร ขณะนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่ม หญิงสาวกลัวว่ารถจะติด จึงเลือกใช้ทางด่วนเพื่อความรวดเร็วในการเข้าสู่ใจกลางเมือง
เสียงสมาร์ตโฟนที่วางอยู่ในช่องว่างข้างเกียร์ดังขึ้น มือบางหยิบมันขึ้นมาก่อนจะกดรับทันทีเมื่อเห็นชื่อของสหดลซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มที่สนิทกัน
ไม่เป็นที่ต้องการหลังจากเผลอพูดจาไม่ดีใส่แม่ของลูกไปเมื่อช่วงกลางวัน สุดเขตก็ไม่ได้กลับไปที่ห้องพักของลูกอีก พอเธอเดินออกไป เขาก็นั่งต่ออีกสักพักใหญ่ด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าเดิมหลายเท่า เขารู้ตัวว่าผิดที่ไปกล่าวหาเธอแบบนั้น ทว่าอีกความรู้สึกก็คิดว่ามันคือเรื่องจริงการที่เด็กคนหนึ่งโตขึ้นมาแล้วเป็นคนแบบไหน ส่วนมากก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูทั้งนั้น“ก็ไม่เสมอไปหรอก” สุดโปรดว่าขึ้นหลังจากเขาระบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฟัง น้องชายเขาแวะมาเยี่ยมหลานตามปกติ มากับภรรยาและลูกชายทั้งสอง แต่วันนี้มาแล้วไม่เจอเขาอยู่ในห้อง คนเป็นน้องก็เลยโทร. มาถามว่าอยู่ไหน เขาก็เลยบอกให้มาหาที่ห้องทำงานแทน พอมาถึงเขาก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟังเลยทันที “นายก็ไปว่าเขาแรงเกินไปนะ บางทีมันอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้”“แล้วมันมีเหตุผลอื่นหรือไง” แพทย์หนุ่มเถียง ในใจยังคุกรุ่นกับประเด็นที่พูดคุยกับแม่ของลูก หากอีกใจก็รู้สึกผิดที่เผลอสาดอารมณ์ใส่เธอ ทั้งที่การทำแบบนั้นไม่ใช่นิสัยของเขาเลย “ตอนนายอยู่ในห้อง ลูกฉันมีท่าทีว่ากลัวนายหรือเปล่าล่ะ”คนเป็นน้องทำหน้านึก ก่อนหน้านี้เขาไปเยี่ยมหลานมาแล้ว เป็นจังหวะที่
ไม่เป็นที่ต้องการ“มันพูดอะไรบ้าง”“เอากระเช้าดอกไม้มาเยี่ยม เขาขอโทษแล้วก็แสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วก็บอกว่ายินดีจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด” กัญญาวีร์เล่าให้สุดเขตฟัง เพราะเขาเป็นคนประสานกับทีมทนายที่รับหน้าที่ดูแลคดีของเธอกับลูก ส่วนมารดาของเขาเป็นฝ่ายสนับสนุน ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาสองแม่ลูกพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตลอด ไม่เคยปล่อยปละละเลยเลยสักวัน“คงคิดจะหลีกเลี่ยงจริง ๆ สินะ” แพทย์หนุ่มทำสีหน้าครุ่นคิด เขาไม่เชื่อว่าคำขอโทษของธนินธ์ในวันนี้จะออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ ที่ทำไปทั้งหมดก็คงหวังให้ศาลเห็นใจและลดโทษให้“เลี่ยงยังไงคะ” กัญญาวีร์ที่ไม่ค่อยรู้ข้อกฎหมายเอ่ยถามด้วยความสงสัย“จริง ๆ ในทางกฎหมายโทษเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นเกือบถึงแก่ชีวิตมันหนักมากนะ อาจจะถึงขั้นประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต แต่ในทางปฏิบัติคือแทบไม่มีใครติดคุกจริง ๆ เลย ถ้าจำเลยยอมรับผิดและแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ศาลก็จะให้โอกาสแก้ตัว สั่งให้แค่รอลงอาญา และควบคุมความประพฤติ เข้าไปรายงานตัวทุก ๆ สามเดือนหรือหกเดือน”หญิงสาวใจหายแวบเมื่อได้ยินดังนั้น ครั้นลองนึกถึงอีกหลายคดีที่เคยออกข่าวใน
ไม่เป็นที่ต้องการ“มึงคิดว่าเขาจะบอกว่าไง” ศัลยแพทย์หนุ่มย้อนถาม ด้วยความสัมพันธ์ของสุดเขตกับกัญญาวีร์ไม่ใช่ความสัมพันธ์ดั่งคนรักทั่ว ๆ ไป จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอธิบายยากพอสมควร และเขาก็ไม่กล้าคาดเดา เพราะจากที่ได้พูดคุยกับหญิงสาวเกี่ยวกับอาการของเด็กชาย ก็เห็นว่าเธอเป็นคนที่เข้าใจอะไรง่าย ๆ ดูมีเหตุผล และดูเป็นแม่ที่ดี ไม่น่าจะปลูกฝังอะไรแย่ ๆ ให้กับคนเป็นลูก“ไม่รู้”“ไม่รู้ก็ถามสิวะ เก็บมาคิดเองให้เครียดทำไม”สุตเขตตวัดสายตามองค้อนเพื่อน เก่งนักกับเรื่องคนอื่น“ยังไม่มีโอกาสได้คุยกัน” ตั้งแต่คืนที่เขานอนเฝ้าเธอ หลังจากนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันอย่างจริงจัง เพราะมีธุระหลายอย่างที่ต้องจัดการ ทั้งยังมีแขกวนเวียนมาเยี่ยมหลายคน หลัก ๆ ก็คนในครอบครัวเขานั่นแหละ รองลงมาก็เพื่อนของเธอ และตัวเขาเองก็ต้องทำงาน ทำให้เวลาว่างไม่ค่อยตรงกัน“มึงกำลังคิดว่าเขาเป่าหูลูกให้กลัวมึงว่างั้น ?”“กูไม่แน่ใจ...” สุดเขตทำสีหน้าครุ่นคิด ประเด็นนี้เขาไม่แน่ใจเลย หากก็คิดว่ามีส่วนเป็นไปได้ เพราะลูกมีท่าทีกลัวเขามากเกินไป “จะว่ากลัวคนแปลกหน้าก็ไม่น่าใช่ เพราะตอนที่ยังอยู่ไอซียู เห็นหน้ากูวันละสามเวลา
ไม่เป็นที่ต้องการ ธนินธ์หันไปสบตากับทนายของตน ครั้นเห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าเบา ๆ เขาจึงหันกลับมาตอบคำถามของหญิงมากวัย “เปล่าครับ ผมไม่ได้ดื่มมา”โกหก ! กัญญาวีร์ร้องขึ้นในใจ เพราะคืนนั้นเธอได้ยินพยาบาลในรถฉุกเฉินบอกว่าเจ้าของลัมโบกินีคันนั้นเมา เจ้าหน้าที่ได้กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง ชัดเจนว่าเมาแล้วขับ หากเขากลับให้ปากคำกับตำรวจว่าไม่ได้ดื่ม และพยายามทำให้เป็นเพียงแค่อุบัติเหตุทั่วไปเท่านั้นเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าธนินธ์ต้องการปกปิดความผิดของตัวเอง เมาแล้วขับไม่พอ ยังขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอีก“น่าเสียดายนะคะที่กล้องวงจรปิดบนทางด่วนบังเอิญเสียพอดี ไม่อย่างนั้นเราก็คงรู้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร” แก้วมณีเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล หากจงใจเน้นคำว่าบังเอิญให้อีกฝ่ายรู้ว่าพวกตนไม่ใช่คนโง่ที่จะเชื่ออะไรง่าย ๆ แต่ที่ไม่พูดออกไปตรง ๆ ก็เพราะกลัวมันจะไปกระทบกับรูปคดี อีกฝ่ายมีทนายมาด้วย หากฝั่งของตนนั้นไม่มี หล่อนไม่แม่นในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงอยากระมัดระวังคำพูดเอาไว้ก่อน “แต่ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้ทนายของดิฉันกำลังรวบรวมหลักฐาน คิดว่าไม่นานก็คงได้ครบ เผื่อจะช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้คุณธนินธ์ได้”
ไม่เป็นที่ต้องการ“หลับหรือนั่น” แก้วมณีถามพร้อมบุ้ยใบไปยังหลานชายที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะพยักหน้าบอกให้ป้าสมัยแม่บ้านคนสนิทเอาอาหารที่เตรียมมาไปไว้หลังห้องกัญญาวีร์ยกมือไหว้สตรีทั้งสองคน “เพิ่งหลับไปเมื่อกี้เองค่ะ”“เสียดายจัง แม่มาไม่ทันเลย” ผู้มากวัยรู้สึกเสียดายเพราะตั้งแต่เจอหน้ากัน หล่อนยังไม่ได้คุยกับหลานเลยสักคำ ความสงสัยที่ว่าใช่หลานตนจริงหรือไม่หายไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบหน้า ต่อให้สุดเขตไม่บอกว่ามีผลตรวจ DNA ยืนยัน หล่อนก็เชื่ออย่างไม่มีข้อกังขาว่าปกป้องคือหลานแท้ ๆ เพราะมีแค่ตาและปากที่เหมือนผู้เป็นแม่ ส่วนอื่น ๆ บนใบหน้านั้นถอดแบบมาจากลูกชายหล่อนทุกอย่าง ราวกับโขลกออกมาจากพิมพ์เดียวกันหากเอารูปสุดเขตตอนเด็ก ๆ มาเทียบแล้วเอาไปให้คนอื่นดู เขาก็คงคิดว่าคือคนคนเดียวกันอย่างแน่นอนพ่อกับลูกเหมือนกันอย่างกับแกะ“ช่วงเย็นก็น่าจะตื่นค่ะ”“ร้องไห้หรือ” คนเป็นย่าถามด้วยความสงสัย เมื่อเดินมาส่องหลานแล้วเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้า แม้ผู้เป็นแม่จะเช็ดออกไปบ้างแล้ว หากแพขนตาที่เปียกชื้นนั้นบอกได้เป็นอย่างดีว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มา“ค่ะ แกงอแงนิดหน่อย” กัญญาวีร์ตอบแบบเลี่ยง ๆ เธอยังไม่พร
บทที่ 7ไม่เป็นที่ต้องการผ่านมาสามวันอาการของเด็กชายปกป้องค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ แพทย์เจ้าของไข้สั่งถอดเครื่องช่วยหายใจและอนุญาตให้ย้ายออกจาก ICU มาพักฟื้นที่ห้องธรรมดาได้ โดยไม่ลืมกำชับให้ระวัง พยายามอย่าเพิ่งให้เด็กขยับตัวมากเพราะกลัวว่าจะกระทบแผลภายใน“...แม่จ๋า” เสียงเรียกแผ่วเบาจากเจ้าหนูน้อยซึ่งนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยทำให้คนเป็นแม่ต้องรีบขยับเข้าไปชิด แล้วขานรับเสียงหวาน“จ๋าลูก ว่าไงครับ ป้องอยากได้อะไรเอ่ย”“หนูเจ็บ” ปกป้องไม่มีแม้แต่แรงที่จะขยับตัว แม้ปากจะพูดได้ทว่าเสียงที่เปล่งออกมานั้นยังอ่อนแรงอยู่มาก คงต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกสักระยะหนึ่งถึงจะกลับมาพูดได้เป็นปกติ“เจ็บมากไหม” เจ้าของร่างสูงที่ยังไม่ยอมกลับไปทำงานเอ่ยถาม เขาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็กชายถูกย้ายเข้ามา โชคดีที่เมื่อเช้าราวน์วอร์ดเสร็จและตรวจผู้ป่วยไปบางส่วนแล้ว ช่วงบ่ายจึงส่งต่อให้เพื่อนดูแลเคสที่เหลือแทน เพราะตนอยากอยู่เฝ้าลูกมากกว่า “เจ็บ...” เด็กชายตอบ หางตามีหยดน้ำใสรินไหล เพียงเท่านั้นสุดเขตก็รีบกดปุ่มเรียกพยาบาลเพื่อขอยาแก้ปวดมาบรรเทาความเจ็บให้ลูกทันที“ให้ดื่มน้ำได้ไหมคะ” กัญญาวีร์ถามคนที่เป็นหมออย่างไม่ค่อย







