Home / โรแมนติก / เมียอ้วนในความลับ / หนี้ที่ไม่ได้ก่อ(2)

Share

หนี้ที่ไม่ได้ก่อ(2)

ฟาริศาเงยหน้าขึ้น สีหน้าซีดเผือด “นี่มันอะไรคะ บ้านเราไปกู้เงินกับธนาคารตอนไหน”

อินตาพยายามกลั้นสะอื้น มืออ่อนแรงขยำกระดาษอีกแผ่นในมือจนยับยู่ยี่ ก่อนจะหันไปสบตากับลูกสาวคนโตทั้งน้ำตา

“แม่ก็เพิ่งรู้วันนี้เหมือนกันลูก ... ตอนพ่อยังอยู่ เขาแอบเอาโฉนดบ้านไปจำนองไว้กับธนาคารเพื่อกู้เงิน...”

“แล้วพ่อกู้เงินไปทำไมคะ?” ฟาริศาเริ่มเสียงสั่น

“แม่คิดว่า...” อินตานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ

“การพนัน ... ช่วงหลัง ๆ เขาติดพนันมวยหนักมาก แต่แม่ไม่คิดว่าเขาจะเอาบ้านเราไปทำอะไรแบบนี้”

ฟาริศานิ่งงันไปชั่วขณะ สมองพร่าเบลอ มองจดหมายทวงหนี้ด้วย

สีหน้าเคร่งเครียด เวลาผ่านมาตั้งหลายปีเธอเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้

“แม่เพิ่งผ่อนหนี้นอกระบบที่เขาทิ้งไว้หมดไปไม่ถึงปีเลย...” มือเหี่ยวย่นยกขึ้นปิดหน้า ร่างผอมสั่นสะท้าน

“แม่ไม่เหลืออะไรแล้วลูก ถ้าโดนฟ้อง ... บ้านเราก็จะถูกยึด”

ฟาริศามองหน้าผู้เป็นแม่ด้วยความสงสาร ในวัยขนาดนี้ทำไมยังต้องมาแบกรับหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แล้วหลายปีที่ผ่านมาแม่ไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้ฟังเลย เก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียว พ่อที่เธอมองว่าเป็นผู้นำของครอบครัว แต่กลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่เห็น ... เพราะแบบนี้เองสินะ แม่ถึงเกลียดมวย

หญิงสาวนิ่งไปสักพัก ก่อนจะรวบเอกสารทั้งหมดมารวมกัน แม้จะมีสีหน้าเคร่งเครียดทว่าแววตาเธอกลับเต็มไปด้วยความหวัง ว่ามันจะต้องมีทางออก

“ไม่เป็นไรนะแม่ เราจะหาทางออกด้วยกัน ที่ผ่านมาแม่แบกรับทุกอย่างมามากพอแล้ว ต่อไปฟาจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง เราจะไม่ยอมเสียบ้านนี้ไปเด็ดขาด...”

แขนอวบรวบร่างของผู้เป็นแม่ เข้ามากอดไว้แน่น ซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้ข้างใน ถึงแม้ว่าจะรู้สึกมืดแปดด้าน แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นอกจากคำว่าต้องสู้เท่านั้น

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เธอปล่อยวงแขนออกเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบา

“แม่คะ ... ตอนนี้แม่มีเงินเก็บอยู่เท่าไร?”

อินตาเงียบไปสักพัก ก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดลิ้นชักตู้ในห้องนอน ดึงสมุดฝากเล่มเล็กสีเขียวออกมายื่นให้ลูกสาว

“ของแม่มีอยู่แสนหน้า...”

ฟาริศาพยักหน้ารับ ก่อนจะล้วงกระเป๋าเอกสารแล้วหยิบสมุดบัญชีของตัวเองออกมา “ของฟามีประมาณแสนหกค่ะ รวมกันก็ประมาณสามแสนกว่า...”

เธอนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งเพื่อหาทางออก ก่อนจะรวบเอาเอกสารแล้วก็สมุดบัญชีทั้งสองเล่มเข้ากระเป๋า แล้วหันไปสบตากับแม่อีกครั้ง

“พรุ่งนี้เช้า เราไปธนาคารด้วยกันนะคะ ฟาจะไปลองคุยเรื่องประนอมหนี้ดู ยังไงเราก็ต้องหาทางออกให้ถึงที่สุด...”

แม่ของเธอพยักหน้าเบา ๆ แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยความกังวล แต่ในแววตาก็มีประกายความหวังกลับมาบ้าง หลังจากแบกรับทุกอย่างตัว

คนเดียวมานาน

รุ่งเช้าของวันใหม่ ฟาริศาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงทำงานเรียบง่าย แต่ดูภูมิฐานและสุภาพดูเหมาะสม เธอจูงมืออินตาเข้าไปในธนาคารสาขาใหญ่ใจกลางเมือง

หลังจากรอไม่นาน ทั้งสองถูกเชิญเข้าสู่ห้องปรึกษาสินเชื่อ เอกสารทุกอย่างถูกยื่นต่อหน้าเจ้าหน้าที่หญิงวัยกลางคนที่พูดจาสุภาพแต่เด็ดขาด

“ยอดหนี้ทั้งหมดตอนนี้อยู่ที่สี่ล้านแปดแสนค่ะ รวมดอกเบี้ยค้างจ่ายและค่าปรับจากการผิดนัดชำระเกินสามเดือน...”

เสียงของเจ้าหน้าที่กลายเป็นเสียงอื้ออึงในหูเธอไปชั่วขณะ ฟาริศาหายใจเข้าลึกเพื่อประคองสติ

“พอจะมีทางประนอมหนี้ได้ไหมคะ? ตอนนี้เรามีเงินก้อนอยู่

สามแสน”

เธอบอกไม่เต็มเสียงมากนัก เพราะจำนวนเงินที่เอามาประนอมหนี้ กับยอดหนี้ที่มีมันห่างกันเกินสิบเท่า

เจ้าหน้าที่นิ่งคิดสักพัก ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง

“เราสามารถรับเงินก้อนนั้นไว้เป็นการชำระดอกเบี้ยและค้างจ่ายเบื้องต้นเพื่อประวิงเวลาได้ค่ะ จะช่วยหยุดกระบวนการส่งฟ้องไว้ชั่วคราว แต่คุณต้องนำเงินส่วนที่เหลือมาให้ครบภายใน 90 วัน มิฉะนั้นเราจำเป็นต้องดำเนินการฟ้องร้องเพื่อยึดทรัพย์ตามกระบวนการกฎหมายค่ะ”

ฟาริศากำมือแน่นใต้โต๊ะ ก่อนจะพยักหน้ารับ

อย่างน้อยก็ยังพอมีเวลาให้หายใจขึ้นมาหน่อย...

“ขอโทษด้วยนะคะคุณฟาริศา เอกสารคุณสมบัติของคุณไม่ผ่านเงื่อนไขสินเชื่อ เนื่องจากวงเงินในการกู้ค่อนข้างสูง และไม่มีหลักประกัน และประวัติผู้กู้ร่วมติดเครดิตบูโร ซึ่งกระทบกับเครดิตในการกู้โดยตรงค่ะ”

ประโยคนั้นจากเจ้าหน้าที่ธนาคารยังคงก้องอยู่ในหูของเธอ ถึงจะคาดการเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าคงไม่ง่าย แต่ว่าความหวังที่ยังเหลือเล็กน้อยกลับถูกบดขยี้ลงต่อหน้า

ใบหน้ากลมหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด จากคนที่ร่าเริงสดใสดูเงียบลงถนัดตา แม้สุริยาจะไถ่ถามว่าเป็นอะไรไหม แต่เธอก็เลือกจะยิ้มให้แล้วตอบว่าไม่เป็นไร

“เงินเกือบห้าล้าน มีเวลาแค่สามเดือน จะไปหาจากไหนทันเนี่ย”

มืออวบยกขึ้นขยี้หัวตัวเองจนผมลอนยาวที่ดัดมาเริ่มชี้ฟู เธอแนบหน้าลงกับโต๊ะ มือกำโทรศัพท์แน่นขณะเลื่อนรายชื่อในเครื่องดูทีละชื่อ คนที่เธอคอยช่วยเหลือ เคยไปมาหาสู่กัน หรือแม้แต่เพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกัน ต่าง‘ปฏิเสธ’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

‘เราขอโทษนะ ช่วงนี้เราก็มีปัญหาเรื่องเงินอยู่เหมือนกัน’

‘อย่าว่ากันเลยนะ เราเองก็ลำบากมาก’

‘ไม่สะดวกจริง ๆ ขอโทษด้วยนะ’

ประโยคเหล่านั้นเธอได้ยินมาทั้งวัน ไม่ใช่เพราะเธอไม่น่าช่วยแต่เพราะจำนวนเงินที่เธอต้องการจากการยืมเพื่อนมันค่อนข้างสูง สำหรับคนทั่วไปที่เป็นแค่พนักงานบริษัท

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียอ้วนในความลับ   ตอนพิเศษ

    เสียงเจื้อยแจ้วเล็ก ๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างป้อม ๆ ในชุดนักเรียนอนุบาลสีฟ้าสดใสวิ่งลงมาจากชั้นบนตัวบ้าน ‘น้องพราว’ หรือเด็กหญิงพราวรศา อัศวเมธากุล ในวัยสี่ขวบเต็มกำลังตื่นเต้นกับวันแรกของการไปโรงเรียนอย่างสุดขีด กระเป๋าเป้ลายเจ้าหญิงเงือกน้อยแทบจะใหญ่กว่าแผ่นหลังเล็กๆ แต่เจ้าตัวก็ยังสะพายมันอย่างกระฉับกระเฉงไม่มีท่าทีว่าหนักเลยสักนิด“คุณพ่อขา คุณแม่ขา หนูพราวพร้อมแล้วค่ะ”ฟาริศาที่กำลังจัดเตรียมอาหารเช้าอยู่บนโต๊ะหันมายิ้มให้ลูกสาวด้วยความเอ็นดู “รอทานข้าวก่อนสิคะลูก เดี๋ยวคุณแม่ป้อนนะ”“ไม่เอาค่ะ พราวโตแล้ว ทานเองได้ค่ะ”เด็กหญิงตอบอย่างฉะฉาน ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งอย่างแข็งขันภาพนั้นทำให้ฟาริศาทั้งขำทั้งภูมิใจในความรักอิสระของลูกสาว แต่สำหรับใครอีกคน มันคือภาพที่บาดลึกเข้าไปในหัวใจธีรณัฐเดินลงมาจากบันไดด้วยท่าทางราวกับคนป่วยที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน เขาอยู่ในชุดทำงานเรียบร้อย แต่แววตากลับหม่นหมองอิดโรยราวกับคนไม่ได้หลับได้นอนเขาทรุดตัวลงนั่งข้างลูกสาว มองแก้มยุ้ยที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“เป็นอะไรของคุณแต่เช้าคะ” ฟาริศาถามสามีพลางเลิกคิ้ว เธอ

  • เมียอ้วนในความลับ   เมียไม่ลับ... (2)(จบ)

    เวลาล่วงเลยไปจนฟาริศาอุ้มท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที การเดินเหินเริ่มอุ้ยอ้ายไปบ้างตามประสา แต่เธอก็ยังคงมีความสุขกับการได้มาทำงานและอยู่ใกล้ ๆ สามี แม้ว่าธีรณัฐจะลดปริมาณงานของเธอลงจนแทบไม่ต้องทำอะไรแล้วก็ตามวันนี้ทำเอาฟาริศาถึงกับขมวดคิ้วเมื่อคุณนักรบเข้ามาบอกว่ารายการทอล์คโชว์ชื่อดังติดต่อมายังบริษัทเพื่อขอสัมภาษณ์เธอกับเขาในฐานะคู่รักที่มีเรื่องราวเป็นที่สนใจของสังคม ธีรณัฐผู้ซึ่งไม่เคยออกสื่อในเรื่องส่วนตัวกลับตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล“คุณธีจะดีเหรอคะ ฟา... เอ่อ ... ตอนนี้ฟาไม่สวยเลยนะคะ อ้วนก็อ้วน ตัวก็บวม"ฟาริศาบอกอย่างไม่มั่นใจ ขณะลูบท้องกลมโตของตัวเองหน้ากระจก ธีรณัฐเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง วางคางเกยบนไหล่แล้วมองภาพของพวกเขาสะท้อนในกระจก"ใครว่าไม่สวย สำหรับผม คุณสวยที่สุดเสมอ สวยกว่าผู้หญิงบางคนที่ผมเคยเจออีกนะ แต่ไม่ใช่หน้าตา แต่เป็นตรงนี้" เขาทาบมือไปยังหน้าอก“ผมอยากให้ทุกคนได้รู้ว่าผู้หญิงที่ผมรัก และกำลังจะเป็นแม่ของลูกเป็นใคร ผมอยากจะเปิดตัวคุณอย่างเป็นทางการสักขี ไม่ต้องหลบซ่อนเป็นเมียในความลับแบบเมื่อก่อน”คำพูดที่หนักแน่นและแววตาที่เปี่ยมด้วยรักของเขาปัดเป่าความกังวลใ

  • เมียอ้วนในความลับ   เมียไม่ลับ... (1)

    หนึ่งเดือนผ่านไป...ชีวิตของฟาริศากลับคืนสู่สภาวะปกติ หัวใจที่เคยบอบช้ำกลับได้รับการเยียวยาจนเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เธอยืนกรานที่จะกลับมาทำงานฝ่ายการตลาดเหมือนเดิม แม้ว่าธีรณัฐจะอ้อนวอนขอให้เธอพักผ่อนอยู่บ้านจนกว่าจะคลอด แต่คนดื้อรั้นอย่างเธอก็ไม่ยอมท่าเดียว“คุณธีไม่ต้องห่วงฟานะคะ ฟาสัญญาว่าจะดูตัวเองกับลูกอย่างดีที่สุด แค่นั่งทำงานเอกสารในออฟฟิศ ไม่ได้ใช้แรงอะไรเลย ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ น่าเบื่อจะตาย”เธอบอกกับเขาในเช้าวันแรกของการกลับมาทำงานธีรณัฐที่อยู่ในชุดสูทเต็มยศทำได้เพียงถอนหายใจเบาๆ กับความดื้อของภรรยา เขาโน้มตัวลงจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา“ตามใจครับ แต่ถ้าเหนื่อยหรือว่ารู้สึกไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ต้องโทรหาผมทันทีนะ รู้ไหม”“รับทราบค่ะ ท่านประธาน!” ฟาริศารับคำอย่างแข็งขัน พร้อมกับทำท่าตะเบ๊ะ จนเขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้บรรยากาศในออฟฟิศวันนี้ดูจะสดใสเป็นพิเศษ ทันทีที่ฟาริศาก้าวเข้ามา สุริยาและแพรพายก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยความดีใจ“น้องฟา! กลับมาแล้วเหรอคะ” แพรพายโผเข้ากอดเธอเบา ๆ อย่างระมัดระวัง “พวกพี่คิดถึงน้องฟาจะแย่แล้วค่ะ”“ใช่ค่ะ ที่นี่ไม่มีคุณน้องแล้วมันเหงา ๆ ยังไง

  • เมียอ้วนในความลับ   แลกด้วยชีวิตก็ยอม(2)

    เวลาผ่านไปไม่นานนัก ในที่สุดประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นนายแพทย์ในชุดสีกาวน์เดินออกมา ทุกคนต่างลุกพรวดขึ้นไปหาคุณหมอโดยพร้อมเพรียงกัน“หมอคะ สามีของดิฉันเป็นยังไงบ้างคะ เขาปลอดภัยไปไหม”ฟาริศาเป็นคนแรกที่เอ่ยถามขึ้น น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนแทบไม่เป็นคำพูดนายแพทย์วัยกลางคนถอดหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่ส่งผลให้หัวใจของทุกคนพองโตขึ้นด้วยความหวัง“ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ คนไข้ปลอดภัยแล้ว”คำพูดสั้น ๆ นั้นทรงพลังราวกับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจฟาริศาแทบจะทรุดลงกับพื้นหากไม่ได้ธีรนัยช่วยประคองไว้ น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมาทันที แต่มันคือน้ำตาแห่งความโล่งใจ“โชคดีมากที่กระสุนแค่ถากกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ไปเท่านั้น ไม่ได้โดนอวัยวะสำคัญหรือเส้นเลือดใหญ่ ที่คนไข้หมดสติไปน่าจะเกิดจากการเสียเลือด และความอ่อนเพลียสะสมของร่างกายมากกว่าครับ”คุณหมอกวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะอธิบายต่อ“ตอนนี้คนไข้ฟื้นแล้วนะครับ หมอทำแผลและให้น้ำเกลือเรียบร้อยแล้ว ผมให้พยาบาลย้ายไปห้องพักฟื้นแล้ว ญาติเข้าไปเยี่ยมได้เลยนะครับ”สิ้นเสียงคุณหมอ ทุกคนต่างหันไปมองฟาริศาเป็นตาเดียวกัน

  • เมียอ้วนในความลับ   แลกด้วยชีวิตก็ยอม(1)

    ธีรณัฐรู้สึกตัวอีกครั้งจากความเจ็บปวดที่ระบมไปทั่วร่าง เขากะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงไฟสลัว ๆ ก่อนจะพบว่าตัวเองถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้เหล็กเก่า ๆ ในโกดังร้างที่ไหนสักแห่ง“ตื่นแล้วเหรอ ไอ้ท่านประธาน”เสียงแหบพร่าอันแสนคุ้นคอยดังขึ้นจากมุมมืด ทำให้ธีรณัฐต้องหันไปมอง หัวใจเขากระตุกวูบเมื่อเห็นอัศนียืนแสยะยิ้มอยู่ไม่ไกล“แก!”"ใช่! กูเอง!" อัศนีหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง"เซอร์ไพรส์ของกูถูกใจไหม"มันเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะชูโทรศัพท์มือถือของธีรณัฐขึ้นโชว์ แล้วนิ้วหยาบกร้านก็กดโทรออกไปยังหมายเลขที่เขาเพิ่งโทรออกล่าสุด เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า‘ที่รัก’“แกจะทำอะไร!” ธีรณัฐดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่เชือกที่มัดแน่นหนาเกินไป ความกลัวพุ่งขึ้นสุดขีดอัศนียกโทรศัพท์แนบหู รอไม่นานปลายสายก็กดรับ“ฮาโหล... คุณธีเหรอคะ เป็นยังไงบ้าง คุณกลับมาหรือยัง คุณนักรบบอกว่าคุณออกมาตั้งนานแล้วนี่”น้ำเสียงที่รอดผ่านสายเต็มไปด้วยความห่วงใยดังขึ้น ทำเอาหัวใจธีรณัฐแทบแตกสลาย“เมียมึงเสียงหวานดีนี่ ตรงข้ามกับสารรูปเลย” อัศนีกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเป็นเย็นเยียบ“สวัสดีฟาริศา ยังจำกั

  • เมียอ้วนในความลับ   หล่อกล่อ(2)

    “พ่อรู้นะว่าสิ่งที่เจ้าธีทำกับหนูมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัยได้ง่ายๆ ในฐานะพ่อตาธี ก็อยากจะขอโทษหนูแทนลูกชายของพ่อด้วย”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณพ่อ เรื่องมันผ่านไปแล้ว” ฟาริศาตอบเสียงเรียบ พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้“มันยังไม่ผ่านไปหรอกลูก ตราบใดที่หนูยังไม่ยกโทษให้เจ้าธี” ธีรนัยหันมาสบตากับเธอตรงๆ“พ่อขอร้องเถอะนะ ให้โอกาสตาธีมันสักครั้งได้ไหม พ่อเลี้ยงมันมากับมือ ไม่เคยเห็นมันยอมทิ้งทุกอย่างแล้วมาทำตัวลำบากเพื่อใครแบบนี้มาก่อนเลย”ฟาริศานิ่งเงียบไป เธอรู้ว่าตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ธีรณัฐดูแลเธอดีแค่ไหน เขาไม่เคยล่วงเกิน ไม่เคยตอแยให้รำคาญใจ มีแต่สายตาห่วงใยและคอยช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ แต่บาดแผลในใจมันยังคงสดใหม่เกินไปเห็นลูกสะใภ้ยังคงนิ่ง ธีรนัยจึงบอกความจริงอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันออกไป“หนูฟา... ที่พ่อต้องรีบมาวันนี้ จริงๆ แล้วมีอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ตาธีมันดึงดันจะมาเฝ้าหนูอยู่ที่นี่ไม่ยอมห่าง ก็เพราะมันเป็นห่วงความปลอดภัยของหนูกับลูก”คิ้วเรียวสวยของฟาริศาขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความไม่เข้าใจ“ความปลอดภัยเหรอคะ? ที่นี่สงบสุขดีออกค่ะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลยสักนิด ผ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status