LOGINที่พึ่งสุดท้ายที่เธอนึกถึงคงหนีไม่พ้น ‘ใบหม่อน’ เพื่อนสนิทคนสุดท้าย และคิดว่าน่าจะพอมีให้เธอยืมมากที่สุด เพราะเธอเป็นเจ้าของผับชื่อดังย่านใจกลางเมือง
“ซาวันนี้อยู่ช่วยแม่ขายของไปก่อนนะ พี่มีนัดกับคุยธุระกับเพื่อนน่าจะกลับดึก ฝากบอกแม่ด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง”
ฟาริศายกข้อมือดูนาฬิกาบนข้อมือเห็นว่าจะห้าทุ่มแล้ว ใบหม่อนน่าจะเข้าไปดูงานที่ผับ เธอคว้ากระเป๋าสะพายออกไปเลย โดยลืมไปว่าตัวเองแต่งตัวไม่เรียบร้อยเท่าไร
ซาริตามองตามหลังพี่สาว ยังไม่ทันจะอ้าปากขานรับร่างอ้วนนั้นก็เดินหายไปกับฝูงคนที่มาเดินเลือกซื้อของกินในตลาดนัดกลางคืนแล้ว
เธอไม่มีเวลามากพอที่จะคิดสงสัย หันกลับไปคุยกับลูกค้าต่อ แล้วรับหมึกเสียบไม้ที่พวกเขาเลือกส่งไปให้แม่ย่างทางด้านหลัง
หลายวันมานี้ฟาริศารู้ว่าแม่เพิ่มปริมาณสินค้ามากขึ้น เพื่อที่จะได้เพิ่มรายได้ในการขาย ทั้งเธอและแม่ต่างช่วยกันหาเงินคนละทาง สิ่งไหนประหยัดได้หรือว่าไม่จำเป็นก็จะตัดทิ้งออกไปเลย
เรื่องภาระหนี้สินของที่บ้าน ไม่มีใครบอกซาริตาสักคนเพราะเห็นว่าช่วงนี้กำลังสอบ และใกล้ขึ้นเรียนชั้นปีที่สี่แล้ว จึงไม่อยากให้มานั่งเครียดเรื่องนี้
วินาทีที่คนเจ้าเนื้อก้าวเข้ามาในสถานที่อโคจร ที่เต็มไปด้วยทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ เธอตกเป็นเป้าสายตาคนเหล่านั้นทันที
ดวงตาแต่ละคู่ที่มองมาไม่ได้ตกตะลึงในความสวย เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นที่เดินเข้ามา แต่มันกลับเป็นสายตาเหยียด ๆ บางคนหันไปกระซิบกระซาบกันพลางปรายตามองมาทางเธอ ราวกับว่ารูปร่างเธอไม่สมควรปรากฏในพื้นที่แห่งนี้
“คุณฟาริศาหรือเปล่าคะ คุณใบหม่อนให้ไปหาที่ห้องทำงานค่ะ”
“ออค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ฟาริศาตอบรับ แล้วมองตามมือที่ผายไปยังด้านในสุดของร้าน เธอสูดลมหายใจเข้าจนสุดปอด แล้วเดินผ่านสายตาคนพวกนั้นไปแบบไม่สนใจ
แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าชุดที่สวมไม่ได้อวดส่วนเว้า ส่วนโค้งเฉกเช่นผู้หญิงคนอื่น ไม่ได้สวยแบบพิมพ์นิยมของผู้ชายในประเทศนี้ แต่เธอก็สวยในแบบของเธอไม่ต้องทำตัวให้ดูดีในสายตาใคร
“ยัยฟา ทางนี้”
เสียงของใบหม่อนร้องเรียกจากมุมหนึ่งของสุดทางเดิน พร้อมกับโบกมือหย็อย ๆ ส่งมาให้ ฟาริศารีบสาวเท้าเข้าไปหา
“ลมอะไรหอบให้ผู้หญิงติดบ้านอย่างแก มาหาฉันถึงที่นี่” ใบหม่อนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มดีใจ หลังจากไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่ มีแค่ติดต่อพูดคุยกันทางไลน์เท่านั้น
“ลมหนี้สินยังไงล่ะ”
เธอตอบเสียงเรียบ ก่อนจะเหลือบมองไปทางอื่น ความอายที่ต้องบากหน้ามายืมเงิน ทำให้เธอไม่กล้าสบตาเพื่อนโดยตรง
“ลมหนี้สิน? หมายความว่ายังไง เกิดอะไรขึ้นกับแก” เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อน ดวงตาคู่สวยเลิกขึ้น แสดงออกความสงสัยในคำพูดของเพื่อนเมื่อครู่
ฟาริศาเม้มริมฝีปากแน่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เล่าเรื่องราวทั้งหมด ให้ฟัง น้ำเสียงที่เล่ากดต่ำเหมือนคนไร้ทางออก
“...เราไปธนาคารมาหลายที่แล้ว แต่ก็กู้ไม่ผ่าน เพราะไม่มีหลักทรัพย์อะไรไปค้ำประกัน ลองยืมเพื่อนคนอื่นแล้วแต่ก็โดนปฏิเสธหมด”
เธอหัวเราะแห้ง ๆ ปนประชด แล้วหยุดพ่นลมหายใจก่อนพูดต่อ
“ที่เรามาหาหม่อน ก็เพราะว่า ...”
“จะมายืมเงิน”
ฟาริศาพูดยังไม่ทันจบ ใบหม่อนก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน แล้วก็นิ่งไปเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหลังเคาน์เตอร์ ดึงลิ้นชักตู้แล้วหยิบซองสีครีมใบหนึ่งออกมา
“ช่วงนี้ร้านฉันรายได้ก็ไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะเศรษฐกิจถอยหลัง แต่ฉันก็พอมีสำรองอยู่บ้าง”
ใบหม่อนยื่นซองใบนั้นมาให้
“ในนี้มีอยู่สองแสน ... เราช่วยได้เท่านี้จริง ๆ “
ฟาริศานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาร้อนผ่าวจนต้องกะพริบถี่ ๆ เพื่อกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหล มืออวบเอื้อมไปรับซองนั้นมา แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ได้เท่านี้ เราก็รู้สึกโชคดีมากแล้วหม่อน ขอบใจมากจริง ๆ นะ ที่ไม่เคยทิ้งเรา แม้ตอนที่ลำบาก”
ใบหม่อนเห็นเพื่อนร้องไห้แล้วก็รู้สึกสาร เธอเอื้อมมือไปลูบไหล่เพื่อปลอบโยน ฟาริศาไม่ใช่คนที่จะผิดคำพูด และไม่เคยพึ่งพาเพื่อนคนไหนเลยตั้งแต่รู้จักกันมา แต่ครั้งนี้มันเป็นปัญหาที่เจ้าตัวไม่ได้ก่อ แล้วยังต้องมารับผิดชอบอีกด้วย
“ไม่เป็นไรเลยเว้ย ... แกจำได้ไหมตอนที่ฉันเพิ่งเปิดผับแล้วเจอปัญหาเรื่องเงินหมุนเวียน พนักงานลาออกรายวัน ลูกค้าก็ยังไม่มี ก็เป็นแกไม่ใช่เหรอที่ยื่นมือเข้ามาช่วย
“จำได้สิ ตอนนั้นแกโทรมาร้องไห้กลางดึก” ฟาริศายิ้มบาง ๆ
“ก็ไม่ใช่เพราะเหรอ ที่โอนเงินมาให้ฉันก้อนหนึ่ง โดยไม่ถามอะไรเลย แถมยังช่วยวางแผนการตลาดจนร้านฉันมีชื่อเสียงขึ้นมา จำได้ไหม?”
เธอพยักหน้าเบาๆ แล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มทั้งน้ำตา
“เราจะหาทางคืนเงินให้แน่ ๆ อาจจะใช้เวลาหน่อย แต่เราจะไม่ลืมวันนี้เลย”
“เออน่า เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน จัดการปัญหาได้เมื่อไรเราค่อยมาว่ากันอีกทีก็แล้วกัน”
สองสาวอยู่คุยกันพักใหญ่ โดยที่ใบหม่อนเองก็เลือกดื่มไวน์ไปด้วย เธอชวนให้ฟาริศาดื่ม เจ้าตัวรีบปฏิเสธเพราะมีประชุมตอนเช้า
หลังจากเห็นว่าเวลาเลยมาค่อนข้างดึก ฟาริศาจึงขอตัวกลับ แต่พอเหลือบมองไปยังทางออกเห็นผู้คนพลุกพล่านเต็มไปหมด เธอจึงเลือกเดินออกทางด้านหลัง ซึ่งเป็นทางผ่านตรงโต๊ะวีไอพี
ขณะกำลังเดินผ่านสายตาเธอไปสะดุดกับชายหญิงคู่หนึ่ง ผู้หญิงเธอไม่รู้ว่าเป็นใคร ผู้ชายคนนั้นที่เห็นเพียงแค่ข้างหลัง เธอกลับจำเขาได้อย่างแม่นยำ...
‘คุณธีรณัฐ...’
เสียงเจื้อยแจ้วเล็ก ๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างป้อม ๆ ในชุดนักเรียนอนุบาลสีฟ้าสดใสวิ่งลงมาจากชั้นบนตัวบ้าน ‘น้องพราว’ หรือเด็กหญิงพราวรศา อัศวเมธากุล ในวัยสี่ขวบเต็มกำลังตื่นเต้นกับวันแรกของการไปโรงเรียนอย่างสุดขีด กระเป๋าเป้ลายเจ้าหญิงเงือกน้อยแทบจะใหญ่กว่าแผ่นหลังเล็กๆ แต่เจ้าตัวก็ยังสะพายมันอย่างกระฉับกระเฉงไม่มีท่าทีว่าหนักเลยสักนิด“คุณพ่อขา คุณแม่ขา หนูพราวพร้อมแล้วค่ะ”ฟาริศาที่กำลังจัดเตรียมอาหารเช้าอยู่บนโต๊ะหันมายิ้มให้ลูกสาวด้วยความเอ็นดู “รอทานข้าวก่อนสิคะลูก เดี๋ยวคุณแม่ป้อนนะ”“ไม่เอาค่ะ พราวโตแล้ว ทานเองได้ค่ะ”เด็กหญิงตอบอย่างฉะฉาน ก่อนจะปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งอย่างแข็งขันภาพนั้นทำให้ฟาริศาทั้งขำทั้งภูมิใจในความรักอิสระของลูกสาว แต่สำหรับใครอีกคน มันคือภาพที่บาดลึกเข้าไปในหัวใจธีรณัฐเดินลงมาจากบันไดด้วยท่าทางราวกับคนป่วยที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน เขาอยู่ในชุดทำงานเรียบร้อย แต่แววตากลับหม่นหมองอิดโรยราวกับคนไม่ได้หลับได้นอนเขาทรุดตัวลงนั่งข้างลูกสาว มองแก้มยุ้ยที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“เป็นอะไรของคุณแต่เช้าคะ” ฟาริศาถามสามีพลางเลิกคิ้ว เธอ
เวลาล่วงเลยไปจนฟาริศาอุ้มท้องแก่ใกล้คลอดเต็มที การเดินเหินเริ่มอุ้ยอ้ายไปบ้างตามประสา แต่เธอก็ยังคงมีความสุขกับการได้มาทำงานและอยู่ใกล้ ๆ สามี แม้ว่าธีรณัฐจะลดปริมาณงานของเธอลงจนแทบไม่ต้องทำอะไรแล้วก็ตามวันนี้ทำเอาฟาริศาถึงกับขมวดคิ้วเมื่อคุณนักรบเข้ามาบอกว่ารายการทอล์คโชว์ชื่อดังติดต่อมายังบริษัทเพื่อขอสัมภาษณ์เธอกับเขาในฐานะคู่รักที่มีเรื่องราวเป็นที่สนใจของสังคม ธีรณัฐผู้ซึ่งไม่เคยออกสื่อในเรื่องส่วนตัวกลับตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล“คุณธีจะดีเหรอคะ ฟา... เอ่อ ... ตอนนี้ฟาไม่สวยเลยนะคะ อ้วนก็อ้วน ตัวก็บวม"ฟาริศาบอกอย่างไม่มั่นใจ ขณะลูบท้องกลมโตของตัวเองหน้ากระจก ธีรณัฐเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง วางคางเกยบนไหล่แล้วมองภาพของพวกเขาสะท้อนในกระจก"ใครว่าไม่สวย สำหรับผม คุณสวยที่สุดเสมอ สวยกว่าผู้หญิงบางคนที่ผมเคยเจออีกนะ แต่ไม่ใช่หน้าตา แต่เป็นตรงนี้" เขาทาบมือไปยังหน้าอก“ผมอยากให้ทุกคนได้รู้ว่าผู้หญิงที่ผมรัก และกำลังจะเป็นแม่ของลูกเป็นใคร ผมอยากจะเปิดตัวคุณอย่างเป็นทางการสักขี ไม่ต้องหลบซ่อนเป็นเมียในความลับแบบเมื่อก่อน”คำพูดที่หนักแน่นและแววตาที่เปี่ยมด้วยรักของเขาปัดเป่าความกังวลใ
หนึ่งเดือนผ่านไป...ชีวิตของฟาริศากลับคืนสู่สภาวะปกติ หัวใจที่เคยบอบช้ำกลับได้รับการเยียวยาจนเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เธอยืนกรานที่จะกลับมาทำงานฝ่ายการตลาดเหมือนเดิม แม้ว่าธีรณัฐจะอ้อนวอนขอให้เธอพักผ่อนอยู่บ้านจนกว่าจะคลอด แต่คนดื้อรั้นอย่างเธอก็ไม่ยอมท่าเดียว“คุณธีไม่ต้องห่วงฟานะคะ ฟาสัญญาว่าจะดูตัวเองกับลูกอย่างดีที่สุด แค่นั่งทำงานเอกสารในออฟฟิศ ไม่ได้ใช้แรงอะไรเลย ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ น่าเบื่อจะตาย”เธอบอกกับเขาในเช้าวันแรกของการกลับมาทำงานธีรณัฐที่อยู่ในชุดสูทเต็มยศทำได้เพียงถอนหายใจเบาๆ กับความดื้อของภรรยา เขาโน้มตัวลงจูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา“ตามใจครับ แต่ถ้าเหนื่อยหรือว่ารู้สึกไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ต้องโทรหาผมทันทีนะ รู้ไหม”“รับทราบค่ะ ท่านประธาน!” ฟาริศารับคำอย่างแข็งขัน พร้อมกับทำท่าตะเบ๊ะ จนเขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้บรรยากาศในออฟฟิศวันนี้ดูจะสดใสเป็นพิเศษ ทันทีที่ฟาริศาก้าวเข้ามา สุริยาและแพรพายก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยความดีใจ“น้องฟา! กลับมาแล้วเหรอคะ” แพรพายโผเข้ากอดเธอเบา ๆ อย่างระมัดระวัง “พวกพี่คิดถึงน้องฟาจะแย่แล้วค่ะ”“ใช่ค่ะ ที่นี่ไม่มีคุณน้องแล้วมันเหงา ๆ ยังไง
เวลาผ่านไปไม่นานนัก ในที่สุดประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นนายแพทย์ในชุดสีกาวน์เดินออกมา ทุกคนต่างลุกพรวดขึ้นไปหาคุณหมอโดยพร้อมเพรียงกัน“หมอคะ สามีของดิฉันเป็นยังไงบ้างคะ เขาปลอดภัยไปไหม”ฟาริศาเป็นคนแรกที่เอ่ยถามขึ้น น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนแทบไม่เป็นคำพูดนายแพทย์วัยกลางคนถอดหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่ส่งผลให้หัวใจของทุกคนพองโตขึ้นด้วยความหวัง“ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ คนไข้ปลอดภัยแล้ว”คำพูดสั้น ๆ นั้นทรงพลังราวกับน้ำทิพย์ชโลมจิตใจฟาริศาแทบจะทรุดลงกับพื้นหากไม่ได้ธีรนัยช่วยประคองไว้ น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมาทันที แต่มันคือน้ำตาแห่งความโล่งใจ“โชคดีมากที่กระสุนแค่ถากกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ไปเท่านั้น ไม่ได้โดนอวัยวะสำคัญหรือเส้นเลือดใหญ่ ที่คนไข้หมดสติไปน่าจะเกิดจากการเสียเลือด และความอ่อนเพลียสะสมของร่างกายมากกว่าครับ”คุณหมอกวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะอธิบายต่อ“ตอนนี้คนไข้ฟื้นแล้วนะครับ หมอทำแผลและให้น้ำเกลือเรียบร้อยแล้ว ผมให้พยาบาลย้ายไปห้องพักฟื้นแล้ว ญาติเข้าไปเยี่ยมได้เลยนะครับ”สิ้นเสียงคุณหมอ ทุกคนต่างหันไปมองฟาริศาเป็นตาเดียวกัน
ธีรณัฐรู้สึกตัวอีกครั้งจากความเจ็บปวดที่ระบมไปทั่วร่าง เขากะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงไฟสลัว ๆ ก่อนจะพบว่าตัวเองถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้เหล็กเก่า ๆ ในโกดังร้างที่ไหนสักแห่ง“ตื่นแล้วเหรอ ไอ้ท่านประธาน”เสียงแหบพร่าอันแสนคุ้นคอยดังขึ้นจากมุมมืด ทำให้ธีรณัฐต้องหันไปมอง หัวใจเขากระตุกวูบเมื่อเห็นอัศนียืนแสยะยิ้มอยู่ไม่ไกล“แก!”"ใช่! กูเอง!" อัศนีหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง"เซอร์ไพรส์ของกูถูกใจไหม"มันเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะชูโทรศัพท์มือถือของธีรณัฐขึ้นโชว์ แล้วนิ้วหยาบกร้านก็กดโทรออกไปยังหมายเลขที่เขาเพิ่งโทรออกล่าสุด เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า‘ที่รัก’“แกจะทำอะไร!” ธีรณัฐดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่เชือกที่มัดแน่นหนาเกินไป ความกลัวพุ่งขึ้นสุดขีดอัศนียกโทรศัพท์แนบหู รอไม่นานปลายสายก็กดรับ“ฮาโหล... คุณธีเหรอคะ เป็นยังไงบ้าง คุณกลับมาหรือยัง คุณนักรบบอกว่าคุณออกมาตั้งนานแล้วนี่”น้ำเสียงที่รอดผ่านสายเต็มไปด้วยความห่วงใยดังขึ้น ทำเอาหัวใจธีรณัฐแทบแตกสลาย“เมียมึงเสียงหวานดีนี่ ตรงข้ามกับสารรูปเลย” อัศนีกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงเป็นเย็นเยียบ“สวัสดีฟาริศา ยังจำกั
“พ่อรู้นะว่าสิ่งที่เจ้าธีทำกับหนูมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัยได้ง่ายๆ ในฐานะพ่อตาธี ก็อยากจะขอโทษหนูแทนลูกชายของพ่อด้วย”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณพ่อ เรื่องมันผ่านไปแล้ว” ฟาริศาตอบเสียงเรียบ พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้“มันยังไม่ผ่านไปหรอกลูก ตราบใดที่หนูยังไม่ยกโทษให้เจ้าธี” ธีรนัยหันมาสบตากับเธอตรงๆ“พ่อขอร้องเถอะนะ ให้โอกาสตาธีมันสักครั้งได้ไหม พ่อเลี้ยงมันมากับมือ ไม่เคยเห็นมันยอมทิ้งทุกอย่างแล้วมาทำตัวลำบากเพื่อใครแบบนี้มาก่อนเลย”ฟาริศานิ่งเงียบไป เธอรู้ว่าตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ธีรณัฐดูแลเธอดีแค่ไหน เขาไม่เคยล่วงเกิน ไม่เคยตอแยให้รำคาญใจ มีแต่สายตาห่วงใยและคอยช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ แต่บาดแผลในใจมันยังคงสดใหม่เกินไปเห็นลูกสะใภ้ยังคงนิ่ง ธีรนัยจึงบอกความจริงอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันออกไป“หนูฟา... ที่พ่อต้องรีบมาวันนี้ จริงๆ แล้วมีอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ตาธีมันดึงดันจะมาเฝ้าหนูอยู่ที่นี่ไม่ยอมห่าง ก็เพราะมันเป็นห่วงความปลอดภัยของหนูกับลูก”คิ้วเรียวสวยของฟาริศาขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความไม่เข้าใจ“ความปลอดภัยเหรอคะ? ที่นี่สงบสุขดีออกค่ะ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลยสักนิด ผ




![คลั่งรักยัยรุ่นพี่ [Crazy in love] (มี E-book)](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


