ログインไม่รู้ว่าเมื่อคืนฉันนั่งรอธานินทร์ถึงตีเท่าไหร่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองผล็อยหลับไปตอนไหนลืมตาตื่นอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ตรงโซฟาที่เก่า
ฉันค่อย ๆ หยัดตัวลุกขึ้นนั่งพลางยกมือขึ้นเสยผมที่หล่นลงมาปกหน้าลวก ๆ มองไปรอบ ๆ ห้องนั่งเล่นฉันก็ต้องถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ พลางคิดในใจว่า 'เป็นอีกคืนแล้วสินะที่ฉันต้องมานอนรอเขาอยู่ตรงนี้ทั้งคืน' ฉันเดินกลับขึ้นห้องมาในเวลาต่อมาเอื้อมมือบิดลูกบิดประตูห้องช้า ๆ ผลักบานประตูห้องให้อ้าออกกว้างเบา ๆ เพราะกลัวว่าคนที่กำลังนอนหลับอยู่ในห้องจะตื่นแต่เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปฉันก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าภายในห้องมันว่างเปล่าไร้วี่แววของอีกคน เมื่อคืนธานินทร์ไม่ได้กลับบ้านสินะ เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันก็ต้องลอบถอนหายใจออกมาอีกครั้งแววตาเศร้าหมองของฉันกวาดมองไปรอบ ๆ ห้องนอนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ฉันที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเปิดประตูห้องน้ำออกมาเป็นจังหวะเดียวกันที่ธานินทร์เปิดประตูห้องเข้ามาเราสองคนสบตากันนิ่งโดยที่ไม่มีใครปริปากพูดอะไร ธานินทร์เดินผ่านหน้าฉันไปอย่างไม่แยแสเขาเดินเข้ามาถอดเสื้อผ้าต่อหน้าฉันนั่นจึงทำให้ฉันเห็นร่องรอยตามเนื้อตัวเขาอีกแล้ว "ทำไมไม่กลับมานอนบ้านล่ะ" ฉันเลือกที่จะมองผ่านรอยบ้า ๆ ตามตัวเขาเลือกจะยิงคำถามใส่ธานินทร์ในตอนที่อีกคนกำลังจะเดินผ่านฉันอีกครั้งเพื่อที่จะเข้าห้องน้ำ "........" ธานินทร์ไม่ตอบตั้งท่าที่จะเดินออกไปอย่างเดียวแต่ฉันก็ไม่ปล่อยให้เขาเดินออกไปง่าย ๆ ฉันจับแขนเขาไว้ก่อนจะก้าวขามายืนประจันหน้าเขา "รักถามว่าทำไมไม่กลับบ้านธาไม่ได้ยินหรือไง" ถามย้ำกับคำถามเดิมก่อนหน้าที่ฉันยังไม่ได้คำตอบ ธานินทร์ทำหน้าเบื่อหน่ายใส่ฉัน "ว่าไงห้ะธาทำไมไม่กลับบ้านมา" "ก็ทำงานอะ" "ทำงานอะไรหามรุ่งหามค่ำห้ะธา ทำงานหรือไปทำอย่างอื่นมากันแน่" ฉันตะเบ็งเสียงถามเขาอย่างเหลืออด "อย่ามาใส่ร้ายกันได้ไหมรัก" ฉันยิ้มเยาะเขากล้าพูดมาได้ยังไงว่าฉันใส่ร้ายในเมื่อรอยตามตัวของเขามันก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไปทำอะไรมา "ใส่ร้ายอะไรกันห้ะธารอยบนตัวของธาก็บอกอยู่ชัดเจนว่าที่ธาหายไปธาหายไปทำอะไรมา" "ทำอะไรธาไม่ได้ทำอะไร รักไม่เชื่อก็ตามใจ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ธาต้องมาอธิบาย" ธานินทร์พูดอย่างไม่แยแสเขาเสหน้ามองไปทางอื่นราวกับว่าไม่ต้องการที่จะเสวนากับฉันอีกต่อไป "ธาพูดเหมือนรักไม่ใช่ภรรยาของธาเลยเนอะ" "........" คราวนี้ธานินทร์เงียบในขณะที่น้ำตาของฉันมันคลอเบ้า "ธาเป็นอะไรอะทำไมธาไม่บอกรัก รักทำอะไรให้ธาไม่พอใจเหรอ หรือรักทำผิดตรงไหนธาถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้บอกรักได้ไหม ช่วยบอกรักที" "........." "มันเป็นเพราะอะไรเหรอธา ทำไมธาคนดีของรักถึงได้เปลี่ยนไป" "เลิกพล่ามสักทีได้ไหม รู้ไหมว่ามันน่ารำคาญ" พรึ่บ มือที่จับแขนหนาอยู่ร่วงหล่นโดยอัตโนมัติเมื่อธานินทร์พูดประโยคนั้นออกมา ฉันยืนนิ่งอย่างคนไปไม่เป็นเมื่อโดนเขาตอกหน้าเข้าจัง ๆ พร้อมกับสีหน้าที่แสดงออกชัดเจนว่ารำคาญฉันเต็มทน ธานินทร์เหลือบสายตามองฉันเพียงนิดก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป ลับหลังที่ใครอีกเดินออกไปฉันก็ยังยืนนิ่งอยู่แบบนั้น จมอยู่กับความคิดของตัวเอง จมอยู่กับความเสียใจที่ใครอีกคนเพิ่งจะหยิบยื่นให้ห้าเดือนผ่านไป ห้าเดือนที่กลับมาใช้ชีวิตคู่กับธานินทร์การใช้ชีวิตของเราเปลี่ยนไปจากเดิมมาก มันดีขึ้นจนไม่น่าเชื่อ ฉันไม่ได้เป็นเมียลับ เมียเก็บของธานินทร์อีกต่อไปเพราะรายนั้นเป็นคนเปิดเผยเองทุกอย่าง ลงรูปฉันกับทีน่าลงเฟซบุ๊ก ลงไอจีทุกวันเลยก็ว่าได้ ธานินทร์ในตอนนี้น่ะคลั่งรักฉันกับลูกมาก เขาเหมือนธานินทร์คนเก่าของฉันเลยตลอดสามปีที่ฉันกับธานินทร์เป็นแฟนกันเขาเป็นแบบนี้มาตลอด คลั่งรักฉัน ดูแล เอาอกเอาใจแต่น่าเสียดายที่เขาดันมาตกม้าตายหลังจากแต่งงานได้ไม่นาน แรก ๆ ที่ธานินทร์เปิดตัวฉันกับลูกชาวโซเชียลพากันมาถล่มเฟซบุ๊ก ไอจีฉันยับเลยค่ะ กระแนะกระแหนฉันด้วยคำพูดหยาบคาย 'บ้างก็บอกตอนจะเลิกกันทำเล่นใหญ่ ตอนนี้เป็นไง อาหารหมารัว ๆ' และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ฉันกังวลมาตลอดแต่ก็พอทำใจยอมรับได้ เพราะตอนจะเลิกกันฉันแฉธานินทร์ไว้มากจริง ๆ สุดท้ายก็กลับมาคืนดีกันไม่แปลกที่คนจะพากันเข้ามากระแนะกระแหนฉัน ธานินท์เขาก็ให้กำลังใจฉันบอกฉันว่าอย่าไปใส่ใจกับคำพูดของคนพวกนั้น ให้โฟกัสแค่ครอบครัวของเราที่วันนี้มีความสุขมากก็พอ นานวันเข้าคนที่เคยเข้ามาด่าก็พากันจางหาย พวกเขาเลิกด่าฉันแล้วหันกลับมา
ในขณะที่ฉันนั่งมองหน้าลูกในตอนที่ลูกกำลังนอนหลับมันทำให้ฉันเผลอนึกถึงคำพูดของลูกวันนี้ คำพูดของเด็กหนึ่งปีทำให้ฉันฉุกคิดอะไรได้มากมาย ฉันยกมือลูบศีรษะทีน่าอย่างแผ่วพลางคิดอะไรบางอย่างไปด้วยก่อนที่น้ำตาของฉันจะไหลลงมาเมื่อคิดได้ว่าตัวเองเป็นแม่ที่แย่แค่ไหน ฉันเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นหลัก ให้คนอื่นทำตามในสิ่งที่ฉันต้องการ คิดว่ายังไงฉันก็เลี้ยงลูกได้มีกันแค่สองคนแม่ลูกก็ไม่เห็นเป็นไร ชีวิตฉันไม่จำเป็นต้องมีธานินทร์ก็ได้ ลูกไม่จำเป็นต้องมีธานินทร์ก็ได้ แต่ทว่าความจริงมันสวนทางกับความคิดฉันทั้งหมด ลูกมีแค่ฉันไม่ได้ทีน่าเธอต้องการพ่อเธอ ฉันกับลูกอยู่ด้วยกันสองคนไม่ได้เพราะทีน่าอยากให้พ่อของเธออยู่ด้วย มันเป็นเพราะทิฐิในใจของฉัน เป็นเพราะความกลัวที่ฉันมีต่อธานินท์จึงทำให้ฉันเผลอคิดแทนลูกทุกอย่างมารู้ตัวอีกทีความคิดของฉันก็ทำร้ายลูกไปแล้ว "แม่ขอโทษนะทีน่า" ฉันขอโทษลูกทั้งน้ำตาพลางร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ในขณะที่ฉันนั่งร้องไห้กับการกระทำของตัวเองอยู่จู่ ๆ ก็มีมือวางบนศีรษะของฉันเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าพ่อยืนยิ้มให้ฉันอยู่ "คิดมากเรื่องที่ทีน่าพูดวันนี้เหรอลูก" ฉันพยักหน้าร
ฉันปล่อยให้ธานินทร์นอนหลับโดยที่ฉันนั่งเฝ้าเขาเงียบ ๆ ไม่ห่างไปไหนเฝ้ามองดวงหน้าซีดเผือดของเขาด้วยความรู้สึกหลากหลายก่อนจะเอื้อมมือบางแตะสัมผัสลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาของธานินทร์เบา ๆ ไว้พรุ่งนี้เขาตื่นมาฉันจะถามเขาให้แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ทำไมเขาถึงได้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองผล็อยหลับไปตอนไหนรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีมือของใครบางคนกำลังลูบศีรษะฉันอยู่ "อือ" ฉันส่งเสียงครางอื้ออึงพลางขยับตัว "ตื่นแล้วเหรอ" ตามด้วยเสียงของธานินทร์ที่เอ่ยถามฉันโดยที่มือของเขาได้ผละออกไปจากศีรษะฉันเรียบร้อย เมื่อเห็นฉันมองธานินทร์ก็ยิ้มบาง ๆ ให้ "เป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บตรงไหนไหม" ฉันมองธานินทร์อย่างพินิจพิจารณาสีหน้าของเขาในตอนนี้ดูดีกว่าเมื่อวานที่เจอกันมาก "ไม่ ธาไม่ได้เป็นอะไรแล้ว" "อือ" ฉันขานรับแต่ตายังมองเขาอยู่ "แล้วไปทำอีท่าไหนถึงได้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้หมอบอกรักว่าภายในของธาบอบช้ำเหมือนร่างกายกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างธาไปโดนอะไรมาเหรอ" ฉันถามพลางจ้องตาธานินทร์นิ่งอย่างต้องการคำตอบ "เมื่อวานธาขับรถเร็วไปหน่อยน่ะกะจะมาให้ทันเป่าเค้กทีน่า ระหว่างขับรถมาฝนต
อยู่โรงพยาบาลสามวันก็กลับบ้านได้ พ่อกับแม่ธานินทร์กลับไปก่อนแล้วเพราะต้องกลับไปทำงาน ส่วนธานินทร์ยังอยู่กับฉัน เขาช่วยฉันดูแลลูกทุกอย่างตั้งแต่เช็ดเยี่ยวเช็ดขี้ลูก ซักผ้าลูกซักผ้าฉัน กลางคืนเราก็นอนอยู่ด้วยกันธานินทร์นอนล่างเตียงส่วนฉันกับลูกนอนบนเตียง กลางคืนลูกตื่นมาร้องไห้ก็เป็นธานินทร์ที่ลุกขึ้นมาดู เขาทำหน้าที่พ่อได้สมบูรณ์แบบมากจนฉันไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยเหมือนกัน ธานินทร์อยู่ช่วยฉันเลี้ยงลูกหนึ่งเดือนเต็ม ๆ เขาก็ต้องกลับไปทำงานเพราะงานที่บริษัทตอนนี้ก็ยุ่งมาก งานล้นมือเลยด้วยซ้ำแต่ดีที่เพื่อน ๆ ของเขาช่วยเข้ามาดูแลเลยทำให้ธานินทร์อยู่กับฉันและลูกได้นานเป็นเดือน หนึ่งเดือนเต็มที่กลับมาอยู่ด้วยกันธานินทร์ไม่เคยปริปากพูดกับฉันเรื่องที่จะให้ฉันกลับไปอยู่กับเขาอีกเลย ฉันเองก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ตั้งแต่คุยกันที่โรงพยาบาล เราสองคนต่างทำเหมือนปล่อยผ่าน ไม่พูดถึง ไม่นึกถึง เหมือนต่างคนต่างโฟกัสแค่ลูกเท่านั้น ตั้งแต่ธานินทร์กลับไปฉันก้าวสู่โหมดแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างเต็มตัว เป็นอะไรที่เหนื่อยมาก ๆ การเลี้ยงเด็กคนหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายจริง ๆ นะคะ ตอนนี้ฉันเลี้ยงลูกคนเดียวไม
#อ้อมรัก ฉันยืนมองรถของธานินทร์ที่ขับออกไปจนสุดสายตาก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้านในเวลาต่อมา พ่อยืนกอดอกมองฉันก่อนจะอ้าแขนออกกว้างเห็นดังนั้นฉันเลยเดินเข้าไปสวมกอดพ่อแน่น "ไม่เป็นไรนะ" พ่อพูดพลางลูบศีรษะฉันอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของฉันจะแผดเสียงร้องดังขึ้นมาเป็นพี่อุ่นรักที่คอลมาหา ฉันรีบกดรับสายเธอทันที "เซอร์ไพรส์" คนในสายตะโกนพร้อมชูมือให้ฉันกับพ่อดูแหวนที่สวมอยู่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ "คอสขอหนูแต่งงานค่ะพ่อ" เธอบอกพ่อด้วยใบหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข "ไอ้คอสดูลงทุนจังเนาะ ยอมหายไปเป็นเดือนให้ลูกพ่อถ่อสังขารไปหา" พ่อว่าให้คอสที่ยืนยิ้มด้านหลังพี่สาวของฉัน "ก็เงินผมหมดไงครับพ่อตา" "รวยล้นฟ้าทำพูด" พ่อฉันกระแนะกระแหนคอส จากนั้นฉันพ่อและพี่อุ่นรักก็คุยกันอีกพักใหญ่ ก่อนที่พี่อุ่นรักจะเป็นคนขอตัววางสายเพราะถึงเวลาที่พ่อแม่คอสนัดข้าวแล้ว พี่อุ่นรักเล่าให้ฟังว่าที่คอสหาย เขาแค่เตรียมเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานพี่อุ่นรักไว้แล้วแกล้งทำเป็นโกรธ ทำเป็นไม่พอใจ ทำเป็นหายไปให้พี่อุ่นรักกระวนกระวายใจแล้วบินไปหาเขาในที่สุดและเหตุผลที่คอสลงทุนขนาดนั้นก็แค่อยากจะขอพี่อุ่นรักแต
#ธานินทร์ ย้อนกลับไปเมื่อคืน พ่อตาโทรมาหาผมวานให้ผมช่วยพารักไปหาหมอเนื่องจากหมอนัดแล้วพ่อตาไม่ว่างพาไป อุ่นรักก็ไปตามไอ้คอสที่หายเข้ากลีบเมฆไปเป็นเดือน ท่านจึงโทรมาหาผม ผมตอบรับทันทีอย่างไม่ต้องคิดอะไรเลยครับวางสายจากพ่อตาผมก็โทรไปหาเพื่อนวานให้มันเข้ามาช่วยดูงานที่บริษัทให้อีกที ผมมองนาฬิกาตอนนี้มันสองทุ่มกว่า ๆ เห็นดังนั้นผมเลิกทำงานหยิบโทรศัพท์มาตั้งนาฬิกาปลุกแล้วกลับห้องมานอนทันที เวลาตีสามเสียงนาฬิกาปลุกที่ผมตั้งก็ดังแจ้งเตือนขึ้นมา ผมเอื้อมมือปิดก่อนจะลุกอย่างไม่อิดออด อาบน้ำอาบท่าก่อนจะเดินทางไปบ้านของรัก จากบ้านผมไปบ้านรักใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่ครับทำให้ผมต้องออกเดินทางเวลานี้จะได้ไปถึงบ้านเธอก่อนเก้าโมงทันเวลาที่หมอนัดเธอพอดี ผมไม่ได้เจอหน้ารักมาสองเดือนกว่า ๆ แล้วครับก็ตั้งแต่วันนั้นที่เธอไล่ให้ผมกลับไปทำงาน ผมก็กลับมาตามคำสั่งของเธอทำงานงก ๆ แทบไม่พักเนื่องจากพ่อกำลังจะเลื่อนตำแหน่งให้ผมหลังจากที่ผมเข้ามาช่วยงานที่บริษัทหลายปี และตอนนี้ที่ผมกำลังจะเป็นพ่อคนพ่อเลยอยากยกตำแหน่งที่มั่นคงที่ท่านดำรงอยู่ให้ผมแทน แต่การที่จะขึ้นเป็นประทานบริษัทมันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย







