LOGINร่างของภริดาถูกเหวี่ยงลงบนพื้นปูนหยาบกร้านหน้าบ้านพัก เยาวเรศ เดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ใบหน้าที่เคยฉาบด้วยรอยยิ้มหวานบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความริษยา"นี่สำหรับที่แกแย่งที่ของฉัน!"เพียะ!ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนแก้มซ้ายของภริดาจนหน้าหัน เลือดซึมออกมุมปากทันที เยาวเรศ: "เอาน้ำมาสาดมัน! ดูซิว่ามันจะสำออยไปได้ถึงไหน!"โครม!น้ำเย็นจัดถูกราดรดลงบนร่างที่สั่นเทา ภริดาสะดุ้งสุดตัวพยายามหายใจเข้าปอดท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวอัมพรจ้องไปยังหน้าท้องของภริดา แววตาหมายมาด"ฉันได้ข่าวว่าแกพยายามจะจับลูกชายฉันด้วยวิธีสกปรก... อย่าหวังว่าเลือดชั่วๆ ของแกจะได้มาลืมตาดูโลกในฐานะทายาทตระกูลฉันเลย! จัดการมันที่ท้องสิ! เอาให้มันจำไปจนตาย!"สาวใช้รับคำสั่ง ปลายเท้าหนักๆ ระดมเตะเข้าที่หน้าท้องและชายโครงของภริดา ร่างบางขดตัวกลมพยายามปกป้องตัวเอง เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดค่อยๆ แผ่วลงจนเหลือเพียงเสียงครางเครือในลำคอ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิทลงเมื่อสติสุดท้ายขาดผึง ภริดาสลบนิ่งไปท่ามกลางกองน้ำและรอยเลือดป้าศรีนวลแอบอยู่หลังพุ่มไม้ใกล้ๆ มือไม้สั่นเทาขณะกดโทรศัพท์หาเจ้านายหนุ่มที่กำลังเดินทางกลับมา"คุณวิน
เยาวเรศหย่อนกายลงบนโซฟา หลังจากสาวใช้เปิดประตูเชื่อเชิญให้มา อัมพรหญิงสาววัยกลางคน ออกมาหาแขก สาวใช้ยกน้ำชามาวางไว้ ดวงตาอัมพรจ้องมองไปยังหญิงสาว ที่ตนใช้ประโยชน์“มาหาอามีเรื่องอะไรเหรอเรศ”“เรศมีเรื่องอยากบอกคุณอาค่ะ” เยาวเรศชักสีหน้า แสร้งตีหน้าเศร้า“เรื่องอะไรล่ะ”"คุณแม่คะ... เรศอึดอัดใจเหลือเกินค่ะที่ต้องมาบอกเรื่องนี้ แต่ถ้าเรศนิ่งเฉย เรศกลัวว่าเกียรติยศของวรโชติเมธีจะมัวหมองไปมากกว่านี้ค่ะ".อัมพรขมวดคิ้ว จ้องมองท่าทีเสแสร้ง แต่เข้าใจได้ ต่อให้มาไม้ไหน คนอย่างเธอผ่านร้อนหนาวมา ทำไมจะไม่รู้ อย่างไรเสียเยาวเรศก็ยังเป็นเครื่องมือ ที่ใช้ประโยชน์ได้ดี"มีเรื่องอะไรอีกแม่เรศ? วินทำอะไรให้ไม่พอใจ""เปล่าค่ะ... ไม่ใช่พวกผู้หญิงชั่วคราวพวกนั้น แต่มันร้ายแรงกว่านั้นมากค่ะคุณแม่ คือ... ตอนนี้คุณวินเขากักขัง ภริดา ไว้ที่บ้านพักส่วนตัวค่ะ"อัมพรยิ้มเหยียด คนอย่างพวกมัน เหมาะจะเป็นแค่นางบำเรอบนเตียง ไม่มีค่าไม่มีราคา รอลูกชายเล่นจนเบื่อแล้วเขี่ยทิ้งไป"ฉันบอกเธอแล้วไงเรศ... ปล่อยให้ตาวินมันเล่นสนุกไปก่อน ภริดาก็แค่ของไม่มีค่า ที่เขามีไว้แก้แค้น พอเบื่อเขาก็เขี่ยทิ้งเอง เธอจะเต้นแร้งเต้นกาไ
ภริดาส่ายหน้า ไม่เข้าใจเลย “อินเสียตอนไหน”“เมื่อสามปีก่อน”เธอชะงัก “อะไรนะ!”“สามปีก่อน อินโดนข่มขืนแล้วฆ่า”ดวงตาคนฟังเบิกกว้าง “ไม่จริง! ทำไมฉันไม่รู้ข่าวเลย อินยังตอบข้อความฉันอยู่เลย อินจะตายเมื่อสามปีก่อนได้ยังไง!” เธอส่ายหน้า ไม่เชื่อหรอก อินคือน้องสาวที่เธอรักมาก ทว่าเมื่อมองใบหน้าของอีกฝ่ายแล้ว หัวใจกลับไหววูบ อนาวินส่งสายตามองมา มันแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวด “อินยังตอบข้อความฉัน เราติดต่อกันตลอดเวลาที่ผ่านมา!”“ฉันเป็นคนตอบมันเอง ข้อความพวกนั้น” ตอนนั้นเขายังหาคนร้ายไม่ได้ เลยไม่อยากให้ดาเสียใจ หากรู้ว่าอินเสียไปแล้ว“อะไรนะ?”“เพราะตอนนั้นฉันกลัวเธอเสียใจ ฉันถึงตอบข้อความพวกนั้นแทนอิน ฉันคิดจะบอกหลังจากคดีความของอินเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เธอมาร่วมงานศพของอิน แต่จนถึงตอนนี้อินก็ยังไม่ได้เผา เพราะต้องเราต้องสืบคดีนี้ให้กระจ่าง เพื่อให้วิญญาณอินไปสู่สุขคติ!”“แล้วเรื่องนี้... มันเกี่ยวกับการที่คุณต้องกักขังทรมานฉันยังไง!” เธอย้อนถาม แววตาเจ็บปวด ไม่เข้าใจเลย หรือเหตุการณ์ที่เกิดกับอิน มันมีอะไรแอบแฝงคนถูกถามเลือกเงียบ แววตาขมขื่น อยากให้บอกอะไร เขาเลือกทรมานเธอ แม้ตัวเองต้องเจ็บปว
เปลือกตาค่อย ๆ เปิดออก มองดูเพดานแววตาหม่น ดวงตาเหม่อลอย ได้ยินเสียงประตูเปิด คนในห้องชะงัก เสียงฝีเท้ากำลังใกล้เข้ามา เป็นเด็กสาววัยแรกรุ่น กำลังถือถาดผลไม้ มะลิวางมันลงตรงโต๊ะหัวเตียง“คุณภริดา ทานข้าวหน่อยนะคะ จะได้มีแรง” เด็กสาวบอก แล้วหยิบชามโจ๊กส่งให้ภริดายังคงหวาดระแวง กวาดตามองรอบๆ หวังว่าคงไม่มา ยิ่งไม่เห็นหน้ายิ่งดี เธอไม่อยากพบเขาแม้แต่นิดเดียว ถ้าหากมีหนทางหนีไปได้ เธอคงรีบไขว่คว้าเอาไว้อย่างไม่ลังเล รับชามโจ๊กมา แล้วช้อนสายตามอง“มะลิ” เธอเรียกชื่อเสียงแหบพร่า“คะ”“มะลิช่วยอะไรฉันสักอย่างได้ไหม” แววตาคนพูดอ้อนวอนมะลิหน้าซีดเผือด ใจอยากช่วยเหลือ แต่ก็เกรงกลัวคุณชาย ถ้าหากท่านไล่ออก คงหางานทำได้ยาก เพราะตนเองไม่มีความรู้“มะลิไม่รู้ว่าจะช่วยคุณได้ไหม มะลิจะทำเท่าที่ทำได้นะคะ!”“ฉันไม่ให้มะลิช่วยในเรื่องที่ทำให้มะลิเดือดร้อนหรอกนะ”“คุณอยากให้ช่วยเรื่องอะไรคะ”ภริดาเม้มริมฝีปาก “เมื่อวันก่อนพ่อฉันมาหา มะลิช่วยสืบให้หน่อยได้ไหมว่า พ่อฉันเป็นยังไงบ้าง ฉันอยากรู้”“ได้ค่ะ มะลิจะสืบให้นะคะ ได้เรื่องยังไงมะลิจะรีบมาบอกคุณเลยค่ะ!”“ขอบใจมากนะ”มะลิออกจากห้อง ปิดประตูลงตามเดิม ค
“เธอเครียดน่ะครับ อาจจะมีเรื่องกระทบจิตใจ เลยทำให้อ่อนเพลีย”อนาวินพยักหน้ารับรู้ “ขอบคุณมากครับหมอ”“หมอขอตัวก่อนนะครับ”เดินเข้าห้อง เห็นคนบนเตียงใบหน้าเขียวช้ำ ถึงหมอบอกไม่เป็นอะไรมาก แต่สภาพที่เห็นทำเอาใจหาย ถ้าภริดาเป็นอะไรไป เขาจะทำยังไง หย่อนกายลงข้างเตียง หยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดตามใบหน้า“พ่อคะ” เธอละเมอออก “วัตร”ชายหนุ่มชะงักมือ กำผ้าแน่น กรามขบเป็นสันนูน เขาไม่อยากได้ยินชื่อสองคนนี้เลย ต่อให้ภริดาไม่รู้เรื่อง กระนั้นแล้วเธอก็ยังคงเป็นลูกสาวและน้องสาวของสารเลวสองคนอยู่ดี โยนผ้าไว้ในอ่างตามเดิม แล้วเดินออกมาด้านนอก“เฝ้าเธอไว้ให้ดีด้วยป้าศรีนวล”“ได้ค่ะคุณผู้ชาย”จัดการเรื่องในบ้านเรียบร้อย อนาวินมายังรถ เพื่อเดินทางไปโรงพยาบาล รถจอดเทียบแพทย์เจ้าของไข้ออกมาต้อนรับทันที เพราะที่นี่คือโรงพยาบาลที่บริษัทของเขาจัดตั้งและสนับสนุนตลอดระยะเวลาหลายปี ชายหนุ่มมาหยุดยืนหน้าห้องไอซียู ด้านในเห็นชายวัยกลางคน กำลังใส่เครื่องช่วยหายใจ ไม่ได้สติ“อาการเป็นยังไงบ้าง” อนาวินถามเสียงเครียด“อาการทรงตัวครับ ถ้าจะให้ดีต้องผ่าตัด ถ้าเกิดญาติเซ็นต์ผมเตรียมผ่าให้ได้เลย”“ถ้าไม่ผ่าจะเป็นอะไรไหม”“ไม่ดีค
หญิงสาวสะดุ้ง ยอมเอามีดให้กับอนาวิน เขาพับแล้วเก็บมันเข้ากระเป๋า ก่อนเดินไปหาร่างที่กำลังสลบกับพื้น ไม่นานนักเธอขยับกาย ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง ในสภาพที่เปลือกตาแทบปิด อนาวินขบกรามแน่นพยายามข่มใจ ทำไมมันถึงเจ็บปวดขนาดนี้ ชายหนุ่มย่อกายลง“เป็นยังไง ยังไม่ตายใช่ไหม” เขาเอ่ยถาม แม้ใจเป็นห่วง แต่คำพูดกลับทำร้ายอีกฝ่าย“ยังเลย ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เอามีดที่คนรักของคุณ มาเสียบคอฉันเลยดีไหม จะได้ตาย ๆ สมใจคุณเสียที”อนาวินชะงัก เก็บอาการอ่อนไหวเอาไว้“ได้ยังไงกันเล่าภริดา ฉันไม่ยอมให้เธอตายง่าย ๆ หรอก เธอต้องอยู่เป็นของเล่นของฉัน กับเยาวเรศไปอีกนาน”คนเจ็บกัดฟันกรอด ร่างกายมันปวดร้าวแทบทนไม่ไหว แต่จำต้องอดทนเอาไว้“ไอ้สารเลว!”“ด่าได้ดี เห็นไหมเธอยังด่าฉันได้ขนาดนี้ แสดงว่ายังมีแรง ไม่ตายง่าย ๆ หรอก”“น่าเสียดาย...”“เสียดายอะไร”ปรือตามอง คนที่ตนเองเคยรักมากเหลือเกิน บัดนี้ไม่หลงเหลืออะไรเลย ทุกอย่างที่ผ่านมา เป็นแค่เพียงภาพลวงตาเท่านั้น ถ้าหาก... มองให้ลึก มองให้ชัดกว่านี้ คงไม่ต้องโดนหลอก จนต้องอับอาย ทำให้พ่อต้องเป็นทุกข์“เสียดายที่ฉันตายยากไปหน่อย”ชายหนุ่มกัดฟันกรอด แล้วลุกยืนทันที ทว่าใ







