Masukบทที่7 เรียนจบแล้ว
แสงแดดยามเช้าตกกระทบลงบนกระจกหน้าต่างของห้องเรียนตึกนิเทศศาสตร์ ลูกพลับ ก้าวเข้าห้องเรียนอย่างเงียบ ๆ เธอสวมชุดนักศึกษารัดรูปที่เรียบร้อย กระโปรงทรงสอบสีดำเข้ารูปกับเสื้อเชิ้ตขาวสะอาด เรือนผมยาวตรงถูกรวบไว้หลวม ๆ ทำให้ใบหน้าหวานนั้นดูน่ามองยิ่งขึ้น แค่เธอเดินเข้าห้อง...ก็มีหลายสายตามองตาม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน หรือหนุ่ม ๆ หลายคนในคณะอื่นที่บังเอิญผ่านมา เธอสวย...แต่ไม่เย่อหยิ่ง สง่างาม...แต่ก็ไม่เคยแสดงออกว่าเหนือใคร “มานั่งนี่เร็วพลับ!” เสียง แก้ว เพื่อนสนิทตัวเล็ก หน้าตาน่ารัก ท่าทางกระฉับกระเฉง โบกมือเรียกอย่างคุ้นเคย ข้าง ๆ กันคือ โบตั๋น สาวสวยอีกคน ผิวขาวจัด ทรงผมดัดลอนดูทันสมัยและมั่นใจ เธอยิ้มบาง ๆ ขณะเลื่อนเก้าอี้ให้พลับนั่ง “วันนี้อาจารย์เช็คชื่อด้วยนะ ยิ้ม ๆ ไว้ เดี๋ยวได้คะแนนบวก” พลับยิ้มรับ เธอเหนื่อย...แต่ก็ไม่เคยบ่น เพราะเธอรู้ว่า นี่คือก้าวสุดท้ายก่อนจะได้ “ชีวิตใหม่” การเรียนคณะนิเทศศาสตร์ปี 4 ไม่ได้ง่าย มีทั้งการทำรายงาน โปรเจกต์จบ งานกลุ่ม และฝึกงานรออยู่เบื้องหน้า บางคืนพลับทำงานพิเศษจนเกือบเที่ยงคืน แล้วก็ตื่นมาตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อมานั่งเรียน 8 โมง แต่เธอไม่เคยขาดเรียน ไม่เคยส่งงานช้า เพราะทุกก้าวที่เหนื่อย คือการวิ่งหนีจากอดีต…ที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปอีก กลางคาบเรียน อาจารย์พิเศษจากวงการสื่อชื่อดัง กำลังสอนเกี่ยวกับ “การสื่อสารแบรนด์ผ่านอินฟลูเอนเซอร์” พลับนั่งจดอย่างตั้งใจ ตาล้า แต่หัวใจยังเต็มเปี่ยม อาจารย์เงยหน้ามามองเธอ พลางพูดขึ้นกลางห้อง “นักศึกษาคนนี้...นั่งหน้าห้องทุกครั้ง ตั้งใจทุกครั้ง — ขอชมเชย” พลับชะงักเล็กน้อย มีเสียงเพื่อน ๆ ฮือฮาเบา ๆ ส่วนแก้วกับโบตั๋นก็เอาศอกกระทุ้งเธอเบา ๆ อย่างภูมิใจ ที่โต๊ะโรงอาหาร พลับนั่งกินข้าวคลุกกะปิกับเพื่อน ๆ อย่างเรียบง่าย โบตั๋นมองเธอแล้วถอนหายใจ “หน้าสวยแบบนี้ ไม่ไปเป็นนางแบบละ?” “หรือให้พี่ชายกูฝากเข้าโปรดักชันเถอะ งานดี เงินดี” “ไม่เอาหรอก...” พลับหัวเราะเบา ๆ “ขอเรียนให้จบก่อน...พอเรียนจบ กูจะหาเงินด้วยตัวเอง” แก้วพยักหน้าแรง “ใช่เลย เพื่อนกูโคตรเก่ง อยู่กับใครก็ต้องเฉิดฉาย” คำพูดของเพื่อน ๆ ทำให้พลับเผลอยิ้มออกมา แม้ในใจจะเหนื่อยแทบขาดใจ พลับเดินออกจากคณะในช่วงเย็น ลมเย็นพัดปลิวกลิ่นหอมจากดอกลีลาวดีหน้าตึก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเบา ๆ — แจ้งเตือนข้อความจากเพื่อนๆ แต่ไม่ใช่ใครคนเดิมที่เธอรอ ไม่มีแม้แต่เงาของ “เขา” ที่หายไปเกือบเดือน …แต่เธอก็ยังไม่ลืม เธอสูดลมหายใจ แล้วเดินตรงไปยังป้ายรถเมล์เหมือนทุกวัน กระเป๋าสะพายหนัก แต่หัวใจยังแน่นด้วย “ความฝัน” หลายวันต่อมาเสียงเครื่องปรินต์ในห้องเรียนดังต่อเนื่อง กลุ่มนักศึกษาปี 4 กำลังปั่นโปรเจกต์กันอย่างเคร่งเครียด พลับนั่งอยู่กลางโต๊ะล้อมด้วยแก้วและโบตั๋น เอกสารรายงานหนา ๆ วางซ้อนกันบนโต๊ะ เธอขมวดคิ้ว พิมพ์ข้อความลงในโน้ตบุ๊ก แม้ใบหน้าจะดูอิดโรย แต่ดวงตายังคงแน่วแน่ “อีกนิดเดียว...จะจบแล้ว” แก้วเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น “เราจะได้ไม่ต้องมานอนคาโต๊ะอีกแล้วเว้ย!” โบตั๋นหาวพลางหัวเราะ “แค่ได้ใส่ชุดครุยกับเพื่อนกูก็พอใจละ!” พลับเงยหน้าขึ้นยิ้มบาง ๆ เธอไม่ได้หวังให้มีใครมาแสดงความยินดี ขอแค่ได้ยืนตรงนี้...พร้อมเพื่อนที่เข้าใจ ก็มากพอแล้ว ประกาศผลสอบปลายภาคถูกติดไว้ที่บอร์ดกลางคณะ พลับยืนดูเลขประจำตัวของตัวเองอยู่นาน เธอเลื่อนนิ้วไล่ชื่อ...จนกระทั่งหยุดที่บรรทัดหนึ่ง “พิชยา จบหลักสูตร เกียรตินิยมอันดับสอง” หัวใจเธอเต้นแรง เธอเงยหน้าขึ้น น้ำตาซึม “ในที่สุด…กูก็ทำได้” เช้านั้นแดดสว่างจ้า บริเวณมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยครอบครัว เพื่อน คนรัก และคนสำคัญของเหล่าบัณฑิต เสียงแฟลชกล้อง เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มอบอุ่นเต็มทุกมุม แต่...ลูกพลับยืนอยู่คนเดียวใต้ต้นไม้ใหญ่ เธอสวมชุดครุยสีดำ ผมถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าสวยหวานแต่งอ่อน ๆ มือถือช่อดอกไม้เล็ก ๆ ที่เธอซื้อให้ตัวเอง ไม่มีแม่ ไม่มีพ่อ มีแต่พี่สาวที่ยังนอนอยู่โรงพยาบาล เธอยิ้มให้กล้องของมหาวิทยาลัย…แต่ในใจเหมือนมีบางอย่างขาดหาย ... “พลับ!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง “ภูผา” เดินเข้ามาพร้อมช่อดอกทิวลิปสีชมพูอ่อนในมือ เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงสแล็ก เรียบหรูและดูดีเช่นเคย “ขอโทษที่มาช้านะ” เขาวางดอกไม้ลงในมือเธอ “แต่ขอบคุณที่ไม่จบไปก่อนผมมา” พลับหัวเราะเบา ๆ “ขอบคุณที่มา…ไม่คิดเลยว่าจะมีใครมา” ภูผาหยิบกล้องขึ้น “วันนี้ต้องมีคนถ่ายรูปให้สิ ไม่งั้นคนสวยจะมีหลักฐานไหมว่าเคยเป็นบัณฑิต?” แชะ! ภาพนั้น — ภูผาเก็บไว้ในมือถือ และเก็บไว้ในใจโดยไม่พูดออกมา ภายใต้แสงแดดจากอีกฟากของมหาวิทยาลัย เมฆ ยืนอยู่ริมรั้วใต้ต้นไม้ไกลออกไป เขาสวมเสื้อเชิ้ตดำ สวมแว่นกันแดด ยืนพิงรถยนต์หรูโดยไม่ให้ใครสังเกต ดวงตาเขาไม่เคยละออกจากร่างของพลับที่ยืนยิ้มกับดอกไม้ช่อหนึ่ง ชายหนุ่มที่ยืนข้างเธอ…ยื่นกล้องให้เธอเล่น เธอยิ้มสดใสแบบที่เขาไม่เคยได้เห็นจากระยะใกล้ พี่คิงที่ยืนอยู่ด้านข้างกระซิบเบา ๆ “เข้าไปไหมครับนาย?” เมฆเงียบไปนาน แล้วส่ายหัวเบา ๆ “ยังไม่ใช่เวลา” เขายืนมองเธอจากไกล ๆ อีกครู่ ก่อนจะหมุนตัวกลับขึ้นรถ...ทิ้งเพียงกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ และความเงียบงัน _____ แสงไฟนีออนสีม่วงตัดกับสีฟ้าอ่อนวาบไปทั่วเวที เสียงดนตรี EDM ดังสะเทือนหัวใจ คืนนี้ “ผับกรูฟวิซ” กลางเมืองกรุงเทพฯ คึกคักกว่าทุกคืน ลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย บอดี้การ์ดและพนักงานประจำคลับในชุดดำเข้มยืนเรียงรายอย่างเป็นระบบ นี่คือหนึ่งในธุรกิจระดับ VVIP ของ...เมฆา – หัวหน้าแก๊งเมฆา บันไดทางเข้าส่องไฟแสงฟ้าไล่ลงมาตามจังหวะ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แล้ว...ทั้งคลับก็เหมือนหยุดนิ่งไปชั่วครู่ ลูกพลับ เดินนำหน้าในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงเลือดนก ความยาวเหนือเข่า ผิวขาวเนียนตัดกับชุด ผมยาวปล่อยสยาย แต่งหน้าแน่นแต่หวานสะพรั่ง เธอสวย...แบบที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวหลัง ตามมาด้วย แก้ว ในชุดมินิเดรสดำคาดเงินเปรี้ยวซ่า กับ โบตั๋น ที่ใส่เดรสสั้นสุดหรู “คืนนี้กูจะเต้นให้ลืมชื่อแฟนเก่า!” แก้วตะโกนเสียงดัง “คืนนี้กูจะเมาให้ได้บัตรเครดิตใหม่!” โบตั๋นขำตาม “ส่วนกู...” พลับยิ้มบาง ๆ “ขอแค่วันนี้...ไม่ต้องเครียดเรื่องชีวิตก็พอ” ทั้งสามหัวเราะ แล้วจูงมือกันเดินเข้าไปในผับ โซน VIP…ที่เขามองจากมุมมืด ชั้นสองของผับ ถูกแบ่งเป็นห้องกระจกโปร่งแสงสำหรับเจ้าของเท่านั้น จากมุมสูงของห้องนั้น…เมฆ นั่งจิบวิสกี้เงียบ ๆ ข้างกระจก ลูกน้องยืนรายล้อม พี่คิงยื่นโทรศัพท์ให้ “นาย...นั่นพลับนี่ครับ” เมฆเหลือบตามองลงไปเบื้องล่าง แล้วจู่ ๆ มือที่ถือแก้วก็แน่นขึ้นเล็กน้อย เธอ...ใส่ชุดแบบนั้น เธอ...ยิ้มร่าเริงกับเพื่อน และเธอ...กำลังถูกมองโดยผู้ชายทุกโต๊ะ ทุกสายตามองเธอ "ขอโทษครับ พอจะขอ I* ได้ไหมครับ?” “สวยจังครับ มากับใครหรือยัง?” เสียงถามจากชายหนุ่มหลายโต๊ะ พวกเขาต่างเข้ามาอย่างสุภาพ — แต่แววตาไม่สุภาพเลยสักนิด ลูกพลับยิ้มบาง ๆ แล้วปฏิเสธทุกคน “ขอโทษนะคะ ไม่สะดวกค่ะ” แต่พอเธอเดินผ่าน...ก็มีเสียงแซว เสียงมองตาม และสายตาบางคู่...จ้องแบบ “คิดจะงับจริง” พลับนั่งลงหน้าโต๊ะ เธอเพิ่งจะจิบค็อกเทลแก้วที่สอง แต่หน้าก็เริ่มแดงแล้ว “พลับ...มึงเมาแล้ว” โบตั๋นรีบยื่นน้ำเปล่าให้ “ปกติมึงไม่กินเลยไม่ใช่เหรอ?” แก้วถาม “วันนี้...ขอได้ไหม” “ชีวิตกูเพิ่งจบปีสี่นะ...ขอมีโมเมนต์บ้าง” เธอหัวเราะ แล้วเงยหน้ารับแสงไฟบนเพดาน สวย...จนคนทั้งคลับเหมือนหยุดหายใจ เมฆกำมือแน่น เขาเฝ้ามองผู้ชายคนนั้นที่เข้ามานั่งข้าง ๆ พลับ เฝ้าดูผู้ชายอีกคนที่ยื่นแก้วเหล้าให้ เฝ้าดูเธอที่หัวเราะ และโอนเอนไปมากับเสียงเพลง พี่คิงถามเบา ๆ “จะให้ผมลงไปไหมครับ?” เมฆเงียบ “...ยัง” เขาจ้องเธอราวกับจะฝังภาพนั้นไว้ในใจ แต่ในใจเขา... “ทำไมต้องเมาขนาดนั้น?” “รู้ไหม...ว่าตัวเองสวยแค่ไหน?” “รู้ไหม...ว่าอยู่ตรงนั้นมันอันตรายแค่ไหน?” เขากัดฟัน “แต่กูไม่มีสิทธิ์…จะเข้าไปบอกเธอได้ยังไง” ชายคนหนึ่งวางมือบนบ่าพลับ เธอสะดุ้ง และหันไปจะผลักออก แต่สายตาเริ่มพร่ามัว “ไปนั่งโต๊ะพี่หน่อยไหมคนสวย…” เสียงกรุ่มกริ่ม กระซิบข้างหู “ไม่ค่ะ…” พลับพยายามยกมือขึ้น แต่ตัวอ่อนลงทุกที เสียงสื่อสารในหูพี่คิงดังขึ้น “ลงไปเลย” เมฆสั่งเสียงนิ่ง ตอนนี้...เขาจะไม่ยืนดูเฉย ๆ อีกต่อไป เสียงเพลงยังคงดังกระหึ่มทั่วฟลอร์ ผสมกับเสียงหัวเราะ เสียงแก้วกระทบกัน และจังหวะเต้นรัวแรง แต่ในสายตาของเมฆ ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว — มีเพียง “หญิงสาวร่างเล็กที่นั่งพิงโซฟา” อย่างหมดแรง “พลับ...เมาแล้วจริง ๆ” พี่คิงที่ยืนอยู่ด้านล่าง โบกมือเรียกพนักงานให้ถอยออกห่าง เขาเฝ้าดูผู้ชายสองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาจ้องพลับจากโต๊ะข้าง ๆ พร้อมกับหยิบหูฟังขึ้นแนบหู “นายครับ...ถ้ายังไม่ลงไป คืนนี้เธอได้เรื่องแน่” เสียงคิงนิ่ง แต่กระชับ “รออะไรอยู่ล่ะ” เสียงของเมฆตอบจากข้างบน พร้อมกับเสียงเก้าอี้เลื่อน... เมฆก้าวลงจากชั้น VIP สูทสีดำเรียบหรู รองเท้าหนังเงาวับ และแววตานิ่งเรียบแบบอันตราย เมื่อเขาเดินผ่าน…คนทั้งผับหลีกให้โดยไม่รู้ตัว ไม่มีใครกล้าทัก…แม้แต่คนรู้ว่าเขาเป็นใคร เขาเดินตรงไปยังโซฟาของสามสาว และหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ “พลับ…” เสียงเขาเรียกเบา ๆ พลางก้มลง หญิงสาวในชุดเดรสแดงตาหวาน พูดไม่ชัด “อือ…เมฆ” เธอพิงหัวกับโซฟาอย่างอ่อนแรง “เอ่อ…ขอโทษนะคะ คุณเป็นใครอะ?” แก้วรีบยืนขึ้นขวาง พร้อมดึงพลับให้นั่งตรง “จะพาเพื่อนหนูไปไหน?” โบตั๋นเสริมเสียงแข็ง “พลับเมานะ หนูไม่ให้ไปกับใครหรอก!” เมฆมองทั้งสองคนครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดนิ่ง ๆ “ผมจะพาเธอกลับไปนอน ไม่ปลอดภัยถ้าอยู่ต่อ” ทั้งแก้วและโบตั๋นยังไม่ยอม “รู้จักพลับเหรอ? เป็นอะไรกัน?” เมฆกำลังจะตอบ แต่ยังไม่ทันเอ่ย… “รู้จัก…” เสียงพลับเบา ๆ เปล่งออกมาทั้งที่ตายังปิดอยู่ “อือ...รู้จัก” สองสาวหันมองกัน ก่อนจะชะงัก แม้จะงง...แต่สุดท้ายก็ยอมปล่อยให้เขาพาเพื่อนไป โดยแก้วพูดเสียงเบา “งั้นฝากเพื่อนเราด้วยนะคะ” เมฆพยักหน้า ก่อนจะอุ้มร่างบางที่สลบพับขึ้นแนบอกแน่นแล้วพาไปขึ้นรถ “จุ๊บ!” เธอยิ้มแต่ยังคงเมา “เอ๊ะ!” เมฆชะงัก หลังจากที่พลับแอบหอมแก้มเมฆไปหนึ่งที บรรยากาศภายในรถก็เหมือนจะเปลี่ยนไป ร้อนขึ้น…ทั้งที่เครื่องปรับอากาศเปิดอยู่ เมฆพยายามตั้งสติ แล้วเบือนหน้าหนี มือก็เอื้อมไปหยิบเข็มขัดนิรภัยมาให้เธอรัด แต่แค่จะขยับตัว…พลับก็ค่อย ๆ เอนหัวมาซบไหล่เขาเต็มแรง “เห้ย…เดี๋ยว ๆ” “พลับ...เธอนั่งดี ๆ หน่อยสิ” เขาเงยหน้ามองอย่างกระวนกระวาย ตัดภาพมาที่เธอ… หญิงสาวในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีแดง พอนั่งลงบนเบาะหนังขาวหรูหรา — ชายกระโปรงก็กระตุกขึ้นอีกนิด เผยเรียวขาขาวเนียนจนเขาต้องเบือนสายตาหนีแทบจะทันที "โอ๊ย...เธอจะใส่สั้นไปถึงไหนวะ" เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนดุ แต่ก็ไม่ได้ขยับเธอออก กลับใช้มืออีกข้าง ดึงชายเดรสให้ลงมาปิดเข่าพลับเบา ๆ หวงมาก…แต่ไม่อยากให้เธอรู้ “แบบนี้ถ้าไม่ใช่ฉัน เธอจะรอดไหมพลับ” เธอยังซบอยู่ที่บ่าเขา ใบหน้าซุกตรงต้นคอ ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่น ๆ ของกันและกัน “...พี่เมฆอุ่นจัง” เสียงเธอแผ่วเบาเหมือนละเมอ เมฆก้มหน้าลงเล็กน้อย มองเธออย่างอ่อนโยน มืออีกข้างยกขึ้น ลูบผมเธอเบา ๆ ไม่ให้มันบังหน้า “พลับ…เธอน่ารักเกินไปแล้วนะ” เขากระซิบกับตัวเองเบา ๆ ในใจเขาตอนนี้ปั่นป่วนไปหมด อยากดุ อยากว่า อยากถามว่าใส่ชุดแบบนี้คิดอะไรอยู่ แต่สิ่งเดียวที่เขาทำได้...คือ “ขอแค่คืนนี้ ฉันจะดูแลเธอเอง” “แล้วพรุ่งนี้เช้า…ค่อยถอยออกมา” แม้จะรู้ว่า…คงไม่มีวันถอยได้จริง ๆ แล้วก็ตาม เสียงล็อคประตูคอนโด “แกร๊ก” เมฆเดินอุ้มพลับเข้ามาในห้องอย่างระวัง เธอหลับตาพริ้มบนอกเขา ร่างเล็กแนบสนิท กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอทำให้หัวใจเขาเต้นถี่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “นายครับ ให้ผมช่วย—” พี่คิงกำลังจะตามเข้ามา แต่เมฆยกมือห้ามไว้ “กลับไปก่อน เดี๋ยวฉันดูแลเอง” คิงพยักหน้า ถอนหายใจในใจ… ‘ห่วงแบบนี้ยังจะทำเป็นปากแข็งอีกนะนาย’ เมฆอุ้มเธอมาวางลงบนเตียงเบา ๆ พยายามจะดึงมือเธออกจากคอเขา… แต่... “ไม่เอาาาา...อย่าปล่อยพลับไปอีก” เธอกอดคอเขาไว้แน่นกว่าเดิม ตาเริ่มปรือ…แต่ปากพูดไม่หยุด “ทำไมพี่เมฆชอบหายไป...” “ชอบโผล่มาแบบไม่บอกก่อน…” “ตอนที่หนูพยายามจะลืม พี่ก็โผล่มาทำไม...” เมฆนิ่งงัน หัวใจเหมือนหยุดเต้นไปชั่ววินาที “วันรับปริญญา...หนูรอ...รออยู่นะ” “รู้ไหมว่าอยากให้พี่ไปมากแค่ไหน…” เสียงของพลับเบาเรื่อย ๆ เหมือนจะร้องไห้ “แต่พี่ไม่มา...หนูก็เลยบอกตัวเองว่า พี่ไม่คิดอะไรเลย...แล้วให้เงินหนูทำไม” แล้วเธอก็ยกหน้าเข้าไปใกล้ “แต่ตอนนี้...อยู่ตรงนี้แล้วใช่ไหม” จุ๊บ ริมฝีปากเล็ก ๆ จรดลงบนแก้มเมฆอีกครั้ง “...พลับ” เสียงเขาแหบต่ำ ดวงตาคมหลุบลง มือสองข้างแน่นกับขอบเตียง ‘เธอเมา...เธอไม่ได้ตั้งใจ...’ เขาพยายามเตือนตัวเอง แต่...กลิ่นหอมจากเธอ น้ำเสียงที่เธอพูด และคำสารภาพตรง ๆ แบบนั้น มันทำให้เขาสั่น...สั่นไปหมด เขากัดกรามแน่น — ดังจนได้ยิน เธอกำลังหลับตา แต่ยังคงยิ้มบาง ๆ เหมือนมีความสุขในฝัน เมฆลุกขึ้นช้า ๆ คว้าผ้าห่มมาคลุมตัวเธออย่างเบามือ แล้วนั่งลงที่โซฟาปลายเตียง เขาหันหน้าหนี แต่ยังไม่ละสายตาจากหญิงสาวบนเตียงแม้แต่วินาทีเดียว “นี่เธอ...พูดอะไรลงไปบ้างรู้ไหม” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ “ถ้ายังพูดแบบนี้อีก...ฉันอาจจะห้ามตัวเองไม่ได้แล้วจริง ๆ”บทที่45 ตอนพิเศษค่ำคืนหนึ่งในเดือนธันวาคม — กรุงเทพฯร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมภูผา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์หรูส่วนตัวของ “สองครอบครัวใหญ่” ใต้ท้องฟ้าสีมืดมิดปนแสงดาว พื้นไม้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนวลที่ประดับประดารอบโต๊ะอาหารยาว ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น และขนมหวานสำหรับเด็กเจ้าแฝดทั้งสี่—นาวา, พาย, ขุนเขา, สายลม—วิ่งเล่นรอบโต๊ะด้วยเสียงหัวเราะ ไม่ห่างจากสายตาของแม่ๆ และพ่อๆ ที่คอยมองและยิ้มอย่างภูมิใจพลับใส่เดรสยาวสีครีม ผมยาวปล่อยสลวย หน้าสดใสขึ้นมากตั้งแต่มีลูก ส่วนพลอยในเดรสสีชมพูอ่อนก็ดูละมุนละไมยิ่งขึ้นกว่าเดิม ท่ามกลางบรรยากาศแบบครอบครัว พวกเธอเหมือนแม่ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีหัวหน้าแก๊งค์อย่าง “เมฆ” กับ “ภูผา” ยืนอยู่ข้างๆ... พร้อมทำหน้าที่สามีและพ่ออย่างเต็มภาคภูมิแต่ในค่ำคืนนี้... จะมีเรื่องที่ทำให้หัวใจอบอวลกว่านั้นเกิดขึ้นขณะที่อาหารจานหลักถูกเก็บออกไป เหลือเพียงแชมเปญและเค้กขนาดเล็ก—ภูผาหันไปสบตากับเมฆเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้กันซันที่นั่งหัวโต๊ะ ยิ้มมุมปากทันที “เอ้า...จะเริ่มยังไง รอดูอยู่นานละนะ”จู่ๆ เมฆลุกขึ้นช้าๆ กุมมือของพลับไ
บทที่44 อยากมีลูกอีกNCเสียงหัวเราะจากลานสวนค่อย ๆ ซาเมื่อเมฆเริ่มทำตัวอ้อนภรรยาหนักขึ้น เขาทั้งโอบทั้งหอมพลับซ้ายขวาไม่หยุด จนทุกคนต้องส่ายหน้า“พอเลยพี่เมฆ หอมเข้าไป เดี๋ยวก็หอบเมียกลับเข้าห้องแน่!” ซันแซวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม“เออ มันอุ้มไปแน่กูดูหลายรอบละ” ภูผาก็เสริมพลางหัวเราะเบา ๆ พลอยเองก็นั่งอมยิ้ม ส่ายหน้าเบา ๆแต่เมฆไม่ได้สนใจคำแซวสักนิด เขาก้มลงกระซิบข้างหูพลับเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มพลับในท่าเจ้าสาวเต็มตัวกลางสวนหลังบ้าน ท่ามกลางเสียงฮือฮา“เฮ้ยยย! มันจริงว่ะ!!” ซันอ้าปากค้าง“โอ้ยย พี่เมฆบ้าา!” พลับหน้าแดงจัด ดิ้นเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้อุ้มอย่างว่าง่ายเพราะรู้ว่าเถียงไปก็ไม่รอดก่อนจะก้าวเดินเพื่อเข้าบ้าน เมฆก็หันมามองทั้งสามคนแล้วตะโกนออกมาเสียงดังฟังชัด“แยกย้ายกันนอนได้แล้ว คืนนี้กูจะขยันจัดเมียให้หนัก ๆ ฮ่า ๆๆๆ!”เสียงหัวเราะและเสียงโห่ของเพื่อน ๆ ก็ตามหลังไปตลอดทาง ส่วนพลับก็เอาหน้าซุกอกเมฆอย่างอายจัด จนไม่กล้าเงยหน้ามองใครเมฆพาพลับเข้าห้องอย่างเบามือ วางเธอลงที่เตียงด้วยท่าเจ้าสาวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียงดวงเดียวในห้อง แสงสลัวสีส้มอ่อนส่องก
บทที่43 วันครอบครัวเช้าวันเสาร์อากาศแจ่มใส แดดอ่อนๆ ส่องลอดผ้าม่านสีครีมในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์เมฆา บ่งบอกถึงวันหยุดแสนสุขที่รอคอย พลับตื่นตั้งแต่เช้าเพราะเสียงหัวเราะของน้องพายและน้องนาวาที่วิ่งดุ๊กดิ๊กอยู่หน้าห้องน้ำ เด็กแฝดวัยสามขวบครึ่งกำลังดีดดิ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะรู้ว่าพ่อแม่จะพาไปสวนน้ำพลับยิ้มกว้าง หยิบมือถือมากดโทรหาพลอยทันที“ฮัลโหลพี่พลอย ตื่นยังงงง~” เสียงสดใสของเธอดังลอดเข้าไปในปลายสาย“ยังไม่ได้หลับเลยแก! ลูกขุนเขากับสายลม ตื่นตั้งแต่ตีห้า จะไปสวนน้ำให้ได้เนี่ย” พลอยบ่นทั้งที่หัวเราะแทรกอยู่ในน้ำเสียง“ดีเลย! วันนี้ที่ห้างเรามีเปิดโซนใหม่ด้วยนะ เป็นโซนเด็กเล็กพอดี ไปกันๆ เดี๋ยวพี่เมฆเขาจองโซน VIP ไว้แล้ว เงียบคน ไม่ต้องเบียดใคร เด็กๆ เล่นน้ำได้สบายเลย”“โอ๊ย ดีอ่า งั้นเจอกันกี่โมง?”“สิบเอ็ดโมง”รถตู้หรูสีดำของบ้านเมฆจอดสนิทที่หน้าโรงแรมของภูผาในเวลาสิบเอ็ดโมงเช้าเป๊ะ เด็กน้อยสองแฝด นาวาและพาย วิ่งลงจากรถทันทีด้วยความตื่นเต้น ตะโกนลั่นว่า “น้องขุนเขา! น้องสายลม! ไปสวนน้ำกันนน!!” ข้างหลังคือพลับที่ยืนเท้าสะเอวรอรับพลอย ส่วนเมฆนั้นลงมายืนกอดอกพิงรถ ชะเง้อมองหาเพื่อนร
บทที่42 NCสิ้นเดือนเหมือนสวรรค์ของชาวแก๊งค์บรรยากาศของวันสิ้นเดือนบน “ตึกเมฆา” ในวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ…แสงแดดยามสายลอดกระจกเข้ามาในห้องทำงานหรูของเมฆ สะท้อนผิวพื้นหินอ่อนจนระยิบระยับ เสียงหัวเราะของ “น้องนาวา” และ “น้องพาย” ลูกฝาแฝดของเมฆและพลับดังเจื้อยแจ้วในห้อง ทำเอาบรรยากาศที่เคยเย็นชาจากความเป็นมาเฟีย กลับดูอบอุ่นแบบบ้าน ๆ อย่างไม่น่าเชื่อพลับนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ เปิดกล่องของเล่นให้ลูก ๆ ระหว่างรอให้เมฆจัดการเรื่องเงินเดือนลูกน้อง ข้าง ๆ คือโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ที่เมฆใช้ประชุมงานมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน วันนี้โต๊ะนี้กลับกลายเป็นโต๊ะวาง “ซองขาว” เงินเดือนสำหรับคนของเขาลูกน้องแก๊งเมฆา ทุกคนในชุดดำเรียบร้อย เดินขึ้นมาตามลำดับแผนก ทีละคน…สองคน…จนเต็มห้องคิงส์ยืนประจำจุดด้านหน้า กวักมือเรียกทีละชื่อ ช่วยแจกซองเงินแบบเงียบขรึม“ไอ้บอย–การเงิน”“ไอ้ทอม–ภาคสนาม”“ไอ้เอก–ข่าวกรอง”ทุกคนรับซองด้วยท่าทางนอบน้อม ก่อนจะหันไปยกมือไหว้พลับที่นั่งอยู่พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเสียงหัวเราะของลูกฝาแฝดยังคงดังเป็นจังหวะเสริมจังหวะเครียด ๆ ของชายชุดดำในห้องอย่างลงตัว… นาวากำลังลากรถของเล่นวิ่งรอบโต๊ะ ส่ว
บทที่41 เซ็นต์สัญญาบ่ายวันหนึ่ง ณ ตึกเมฆาหลังผ่านเหตุการณ์มากมายในชีวิต ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่ความสงบ ทั้งธุรกิจ กลุ่มแก๊งค์ และหัวใจของทุกคนเมฆกลับมาทำงานตามปกติในตำแหน่งประธานบริษัทเมฆา อินเตอร์กรุ๊ป ขณะที่ซันนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม โต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารโครงการใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้น — “ห้างหรูระดับเอเชียใจกลางกรุงเทพฯ” โครงการที่เคยถูกพักไว้เมื่อหลายเดือนก่อนเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันวันนี้ มิสเตอร์ลี นักลงทุนรายใหญ่จากสิงคโปร์นัดเข้าพบอีกครั้งเพื่อสรุปดีล และครั้งนี้ เมฆก็เตรียมแผนไว้ล่วงหน้า“เดี๋ยวอีกคนจะตามมา… ผู้ถือหุ้นใหม่ของโครงการ” เมฆพูดขณะเซ็นเอกสาร“ใคร?” ซันเลิกคิ้วประตูกระจกเลื่อนเปิดออก…ภูผา ในชุดสูทสีเข้ม เดินเข้ามาเงียบๆ พร้อม พลอย ที่ตอนนี้อุ้มท้องโตแปดเดือนกว่า ใบหน้ายิ้มละไมและดูสดใสขึ้นมากหลังจากพักฟื้นจนหายดี เธอแต่งชุดเดรสยาวคลุมเข่า สวมรองเท้าแตะสบายๆ เดินเคียงข้างสามีมาอย่างอ่อนโยน“มาแล้วครับหุ้นส่วนใหม่” เมฆยิ้มเล็กน้อย“ไม่คิดว่าฉันจะมาอยู่ฝั่งเดียวกันจริงๆ ล่ะสิ” ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปจับมือกับมิสเตอร์ลีซันหัวเราะ “โห… จากคู่กัดกลายเป็น
บทที่40 คลอดแล้วจ้าผ่านไปหลายเดือน—ฤดูฝนมาเยือนพร้อมเสียงฟ้าร้องเบา ๆ ตอนกลางคืน...ในบ้านหลังใหญ่ของ “เมฆา บารมีอนันต์” แห่งตระกูลมาเฟียที่ใครก็ไม่กล้ายุ่ง เวลานั้นทุกอย่างเงียบสงบ… ยกเว้นห้องนอนใหญ่ที่เปิดไฟสลัว เสียงหอบหายใจของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ“อื้อ… เมฆ… เมฆ… พี่เมฆ!”ลูกพลับร้องเสียงหลง มือข้างหนึ่งกุมท้องแน่น ขาเกร็งจนเธอลุกจากเตียงไม่ขึ้นเมฆที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าโน้ตบุ๊กไม่ไกล รีบเผ่นพรวดมาหาทันที สีหน้าตกใจสุดขีด“เป็นอะไร! เจ็บเหรอ!”“เจ็บท้อง… มันจุกไปหมดเลย เหมือนจะคลอด… พี่เมฆ… ฮึก…”“เวรเอ๊ย!” เมฆสบถลั่น รีบประคองเธอขึ้นอย่างทุลักทุเล แผ่นหลังกว้างของเขาเปียกเหงื่อ มือสั่นจนน่าแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นเมฆเป็นแบบนี้“เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล! อดทนนะพลับ! เดี๋ยวพี่จัดการเอง!”เขารีบโทรหาพี่คิงส์ให้เตรียมรถ สั่งให้ป้าติ๋มหยิบกระเป๋าเตรียมคลอดที่จัดไว้มาวางท้ายรถ แล้วตัวเองก็อุ้มพลับขึ้นรถไปเองเลยไม่ให้ใครจับ“อย่าเจ็บมากนะคนเก่งของพี่… เดี๋ยวก็ได้เจอลูกเราแล้วนะ…”ในรถ พี่คิงส์ขับพุ่งฝ่าฝนกลางคืนไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาเคยขับ มือจับพวงมาลัยแน่น หน้าตา







