LOGINบทที่6 ให้ทำไม
รถยังจอดอยู่ตรงริมแม่น้ำ เสียงลมเย็นและแสงไฟสะท้อนจากผิวน้ำวิบวับเหมือนประกายใจที่สั่นไหว ลูกพลับถือซองเงินไว้ในมือ เบามาก เบาจนรู้สึกว่าอาจจะปลิวหายไปพร้อมกับความรู้สึกบางอย่างที่เพิ่งเริ่มต้นในใจเธอ เธอเงยหน้ามองเขา สายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม…แต่เธอเลือกจะถามออกไปแค่หนึ่งคำถามง่าย ๆ “คุณให้เงินฉันทำไมคะ?” เมฆหันหน้ามามองเธอ ดวงตาคมที่เคยอ่านยาก ตอนนี้ดูเหมือนลังเลนิดหนึ่ง “ก็...ตอบแทนไง” เขาพูดเสียงเรียบ “เธอช่วยฉันวันนั้น ทำแผลให้ หาข้าวให้กิน ดูแลจนเช้า…” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วไปมองนอกหน้าต่าง พยายามเก็บสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด “ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ แค่ไม่ชอบติดหนี้ใคร” ... คำพูดนั้นตกลงใส่ใจพลับเหมือนก้อนหินในบ่อน้ำ เธอชะงักนิ่ง มือที่กำซองเงินอยู่สั่นเล็กน้อย ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ... ... เธอพยักหน้าเบา ๆ แล้วเสหลบสายตา ก่อนจะเอ่ยออกมา — เสียงเธอคุมให้เรียบ แต่ดวงตาเริ่มแดง “เข้าใจแล้วค่ะ…ไปส่งฉันได้แล้ว” เมฆขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่า... สิ่งที่พูดไป อาจทำร้ายเธอมากกว่าที่คิด แต่เขาเงียบ นิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี ... พลับยิ้มฝืน แล้วเอื้อมมือไปเปิดประตู “ส่งแค่นี้พอแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้ง” เธอลงจากรถช้า ๆ ไม่หันกลับมามอง และเดินตรงไปยังที่ทำงาน ... เมฆมองตามเงาหลังเล็ก ๆ นั้นเงียบ ๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดไหลเอ่ออยู่ในอก เหมือนเขาเพิ่ง “ทำร้าย” ใครสักคน โดยที่ไม่ตั้งใจเลย เขายกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองเบา ๆ แล้วพึมพำกับตัวเอง “บ้าชะมัด…” ... ตัดภาพมาที่ในห้องพัก พลับวางซองเงินลงบนโต๊ะ ไม่ได้แตะมันอีก เธอนั่งบนเตียงเงียบ ๆ ก่อนจะซุกหน้าเข้ากับฝ่ามือ น้ำตาหยดเงียบ ๆ ไหลลงบนแก้มโดยไม่ต้องมีเสียงสะอื้น “ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ…” เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ แล้วหัวเราะในลำคอ เหมือนจะขำกับหัวใจตัวเองที่ “คาดหวัง” ทั้งที่รู้ดีว่าเขาเป็นใคร ... ในค่ำคืนนั้น — มีคนหนึ่งนอนไม่หลับ เพราะรู้สึกผิด และอีกคนหนึ่ง...ก็นอนไม่หลับ เพราะรู้สึกเจ็บ “ไม่คิดอะไรเป็นพิเศษ” — คำพูดของเขาเมื่อเย็นนี้ เหมือนสะกิดให้หัวใจเธอรู้ตัวว่า ที่ผ่านมาทั้งหมด…เธอคิดไปเอง ช่วงเวลาที่เขานอนเจ็บอยู่บนโซฟา คืนที่เธอป้อนข้าว เช็ดตัวให้ พูดคุยกันเบา ๆ สายตาเขาเวลามองเธอ... เธอคิดว่าเขา...อาจรู้สึกอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายแล้ว — มันก็เป็นแค่ "บุญคุณ" แค่การตอบแทน ไม่ใช่ "ความผูกพัน" ... พลับเอนหลังพิงเก้าอี้เงียบ ๆ แหงนมองเพดาน ก่อนจะค่อย ๆ ปิดตาลง ในความมืดภายใต้เปลือกตา ภาพของเขาก็ยังลอยเข้ามา... — ชายหนุ่มที่หล่อ รวย เย็นชา และดูเหมือนจะไม่มีหัวใจ — แต่เขา...ก็เคยยืนรอเธอหน้าร้านกาแฟโดยไม่พูดอะไร — เคยยื่นข้าวให้เธอเงียบ ๆ ในคืนที่เธอไม่มีแรงแม้แต่จะหายใจ เขาอาจไม่ได้รู้ตัวว่าเขา ให้ความหวัง แต่เธอ...กลับรู้ตัวว่าเธอ “หวัง” ไปแล้ว ... “ทำไมถึงคิดถึงเขานักนะ...” เสียงในหัวพลับดังขึ้นเบา ๆ “ทั้ง ๆ ที่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเลย” เธอยิ้มจาง ๆ กับตัวเอง ยิ้มเหมือนจะขำ แต่ในดวงตามีน้ำใส ๆ เอ่อคลอ “เราไม่ได้ร้องไห้เพราะเขาหรอก...” “เราแค่เสียใจที่หัวใจเราดื้อเอง...ก็แค่นั้น” เธอพูดกับตัวเองเสียงเบา แล้วลุกขึ้น เดินไปหยิบผ้าขนหนู ผืนเดิมที่เคยใช้เช็ดตัวให้เขาในคืนนั้น เอามาพับเก็บไว้อย่างดี — เหมือนเป็นของสำคัญ ... คืนนั้น พลับนอนกอดหมอนใบเก่า แต่ในใจ...กลับมีชื่อเขาอยู่เต็มไปหมด "เมฆ..." หลังเลิกเรียน รถเมล์วิ่งผ่านไปคันแล้วคันเล่า แต่พลับยังยืนรออยู่ตรงป้ายรถโดยสาร สะพายกระเป๋าใบเดิม มือหนึ่งถือสมุดเรียน อีกมือแนบต้นขา แววตาของเธอล้า แต่ยังซ่อนรอยยิ้มบาง ๆ เพราะเย็นนี้ เธอตั้งใจจะแวะไปเยี่ยมพลอย — พี่สาวคนเดียวที่เธอรักและห่วงที่สุดในโลก ขณะที่สายตากำลังมองไปบนถนน เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่รถยนต์สีขาวสะอาดคันหนึ่งจะชะลอตัวจอดลงตรงหน้าเธออย่างนุ่มนวล บานกระจกเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าคมเข้ม สุภาพ แววตาอ่อนโยนที่คุ้นเคย “คุณภูผา…” “ขึ้นรถไหมครับ?” เขาถามพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “เห็นยืนรออยู่นานแล้ว เดี๋ยวจะเป็นลมนะ” พลับตกใจนิดหน่อย เธอรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่เธอทำงานอยู่ — และเป็นเจ้าของบริษัทเมล็ดกาแฟระดับประเทศด้วย “เอ่อ…ไม่เป็นไรค่ะ รอรถเมล์ได้” ภูผายิ้ม “ไม่รบกวนหรอกครับ ไปทางเดียวกันหรือเปล่า?” “จะไปเยี่ยมพี่สาวที่โรงพยาบาลจิตเวชศรีวารินค่ะ…” พอได้ยินชื่อโรงพยาบาล เขาเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้าเขานิ่งลงเล็กน้อย “…งั้นยิ่งควรให้ไปส่งครับ” เขาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้อัตโนมัติ “ขึ้นมาเลยครับ เดี๋ยวผมไปด้วย” บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงเบา ๆ ที่เปิดคลอ พลับนั่งก้มหน้า เธอไม่ค่อยกล้าพูดอะไรมาก เพราะไม่คิดว่าผู้ชายระดับนี้จะมาสนใจเรื่องของเธอ ภูผาหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ดูคุณเหนื่อยนะครับ…พักบ้างหรือยัง?” “พักบ้างค่ะ แต่อยากทำงานเยอะ ๆ …มีเรื่องต้องใช้เงินนิดหน่อย” เขาพยักหน้าช้า ๆ ไม่ซักไซ้อะไรเพิ่มเติม แต่ในใจกลับสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ “คนแบบเธอ…ไม่ควรต้องมาเหนื่อยขนาดนี้เลยนะ” ที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึง พลับพาภูผาขึ้นไปที่ห้องเดิมที่พลอยพักรักษา ภูผาเดินตามเงียบ ๆ แต่สิ่งที่เขาไม่คาดฝันก็คือ… ผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงนั้น — สวยมาก สวยเหมือนพลับ…แต่คนละแบบ สวยแบบอ่อนแอ น่าทะนุถนอม ราวกับแตกหักได้ง่าย “นี่พี่สาวพลับค่ะ…ชื่อพลอย” ภูผาชะงัก เขาไม่พูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือไหว้สุภาพ “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณพลอย…ผมเป็นหัวหน้าเขาที่ร้านกาแฟ” พลอยยิ้มอ่อน ๆ อย่างไม่มั่นใจ แต่พยักหน้าให้ “ขอบคุณที่ให้โอกาสน้องฉันนะคะ…” ตอนนั้นเอง พลับค่อย ๆ เล่าเรื่องราวให้ภูผาฟังสั้น ๆ ว่า ทำไมพลอยถึงอยู่ที่นี่ ทำไมเธอถึงไม่กลับบ้าน และทำไมถึงต้องทำงานหลายอย่างขนาดนี้ ทางด้านของเมฆ พี่คิงนั่งพิงเบาะ พร้อมกล้องซูมถ่ายภาพในมือ ข้าง ๆ คือเมฆา ที่กำลังมองภาพบนจอมือถือ — เป็นภาพที่พลับกับ “ชายคนหนึ่ง” เดินขึ้นโรงพยาบาลไปด้วยกัน “มันคือไอ้ใครวะ…” เมฆพูดเสียงเย็นจัด “ชื่อภูผาครับ เจ้าของร้านกาแฟที่พลับทำงานด้วย” คิงตอบเสียงเรียบ เมฆขบกรามแน่น “ไอ้หมอนั่น…เป็นใครถึงคิดว่าตัวเองจะดูแลเธอได้” เขาเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดเสียงต่ำ “ให้มันคุยกับเธอได้ไม่นานหรอก…” กลางค่ำคืนของเมืองหลวง ถนนสายหนึ่งเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมพัดและกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่ลอยออกมาจากมุมหนึ่งของซอยเปลี่ยว แก๊งค์ "อคนี" กำลังตั้งวงหัวเราะลั่น เสียงดังโวยวายเหมือนพวกไม่มีวันตกต่ำ “ไอ้เมฆาแม่งหายหัวไปเลยว่ะ! คิดว่าแน่ ที่แท้ก็หมา!” ชายร่างใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีดำตะโกนขึ้น มีเสียงหัวเราะลั่นตามมาอย่างเมามัน ไม่มีใครรู้เลยว่า... รถสีดำเงาไร้ป้ายทะเบียนกำลังเคลื่อนเข้าใกล้แบบเงียบที่สุด ... ล้อหยุดสนิท ฝนเริ่มตกปรอย ๆ ประตูรถฝั่งขวาถูกเปิดออกอย่างเนิบช้า รองเท้าหนังสีดำขัดเงาสะท้อนแสงไฟถนนก้าวลงเหยียบพื้น เมฆา ในชุดสูทดำล้วน ใบหน้าเย็นชา ดวงตาคมกริบเหมือนคนไม่มีวิญญาณ เขายืนมองกลุ่มนักเลงตรงหน้า เหมือนหมาป่ามองเหยื่อ ... “โอ้โห…ใครมาแต่งตัวหล่อโชว์แถวนี้วะ?” หนึ่งในพวกนั้นแสยะยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ เสียงเมฆดังขึ้นชัดถ้อยชัดคำ เย็นจัดจนแสบโสต “มึง...จำได้ไหม ว่าครั้งก่อน...มึงทำใครก่อน?” ... เสียงเงียบไปทั้งซอยในชั่ววินาที แต่ยังไม่ทันให้ใครตอบ เสียงปืน "ปัง!" ดังขึ้นหนึ่งนัด เจาะลงบนหัวเข่าไอ้ตัวต้นเรื่องอย่างแม่นยำ “อ๊ากกกก!!!” เลือดไหลนองพื้นทันที ไอ้คนอื่นลุกพรวด ชักอาวุธกันอลหม่าน แต่ไม่ทัน — ลูกน้องของเมฆกว่า 10 คน กระจายตัวออกจากเงามืดอย่างพร้อมเพรียง พร้อมปืนในมือและแววตาโหดเหมือนผ่านนรกมาแล้วหลายรอบ เสียงระเบิดแฟลชดัง “ปัง!” ตามด้วยเสียงยิงพังประตู และเสียงกระจกแตกจากมุมโกดัง ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงนาที “พวกมึงจะเอาแบบไหน?” เมฆถามเสียงเรียบในขณะที่คนของเขาเหยียบพวกนั้นนอนราบ “หรือจะให้กูไล่ยิงแม่งทีละคน?” ไอ้เด็กคนหนึ่งคุกเข่าทันที มือไพล่หลัง โกนเสียงสั่น “ขอโทษครับ! พวกผมไม่รู้ว่าพี่เป็นใคร—ผะ…ผมผิดไปแล้ว!” “ไม่ได้ตั้งใจ—แค่เรื่องเข้าใจผิดครับพี่เมฆา!” เมฆเดินเข้าไปช้า ๆ ก้มลงสบตากับมัน ใกล้พอให้มันมองเห็นดวงตาเยือกเย็นชัดเจน “มึงยิงคนของกู บุกถิ่นกู แล้วยังมีหน้ามา ‘ขอโทษ’ งั้นเหรอ?” “กล้าทำ ก็ควรกล้ารับ หัวหน้ามึงเป็นใครบอกมันกูอยากเจอ อย่าแอบ” เสียงเขาสั่งสั้น ๆ “พังโกดังแม่งให้หมด” “แล้วไอ้พวกนี้—ทิ้งไว้ที่ตรอกหลัง อย่าให้ตาย...แต่ให้มันจำไปตลอดชีวิตว่าเคยหายใจอยู่ใต้เงากู” ลูกน้องตอบพร้อมเพรียง “ครับพี่!” เมฆายืนมองกลุ่มซากโกดังที่กำลังโดนเผาทิ้ง สายฝนที่โปรยลงมาทำให้ควันจางลงนิดหน่อย เขาสูดลมหายใจ แต่ในอกกลับรู้สึก…ไม่ได้สาแก่ใจนัก คิงเดินเข้ามาเงียบ ๆ “เคลียร์เรียบร้อยครับนาย…” “แต่...เรื่องผู้ชายที่อยู่กับน้องพลับ...จะให้ทำยังไงครับ?” เมฆนิ่งอยู่นาน ก่อนจะพูดเสียงต่ำ ดวงตาแข็งเหมือนน้ำแข็ง “จับตาดูต่อไป แต่อย่าแตะต้อง…” “…ยังไม่ถึงเวลา” ภายในห้องทำงานส่วนตัวของเมฆา ไฟดาวน์ไลท์สีขาวตกกระทบโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้ม พี่คิงยืนอยู่ตรงข้ามเขา หลังจากเพิ่งรายงานเสร็จ รายงานเรื่องการเคลื่อนไหวของแก๊งอคนี เรื่องร้านกาแฟที่ทำงานของน้องพลับ และที่สำคัญที่สุด... เรื่อง “ภูผา” ที่เริ่มไปส่งเธอบ่อยขึ้น เมฆเงียบ...ไม่ได้พูดอะไรเลย เขานั่งกอดอกพิงเก้าอี้สายตาจ้องไปยังจอภาพตรงหน้า — รูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดหน้าร้าน ภาพของพลับ...ที่ยิ้มให้ลูกค้า และอีกภาพคือเธอกำลังก้มหัวขอบคุณภูผาที่มาส่ง ... พี่คิงถอนหายใจ “นายครับ…” “ผมขอพูดแบบไม่เกรงใจเลยนะ…” เมฆเหลือบตามองเขาเล็กน้อย แต่ไม่ห้าม “ถ้านายชอบน้องพลับมากขนาดนี้ ทำไมถึงยังไม่ลุกไปคว้าไว้?” เสียงในห้องเงียบสนิท คิงไม่รอคำตอบ เขาพูดต่อทันที เพราะเก็บไว้ไม่ไหวแล้ว “ขนาดผมดูยังรู้เลยครับ ว่านายรู้สึกยังไงกับเขา…” “แต่เขาไม่รู้ครับนาย เขาคิดว่านายแค่มองว่าเขาเป็น ‘คนที่เคยช่วยไว้’ เท่านั้น” เมฆขบกรามแน่น นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเบา ๆ อย่างควบคุมอารมณ์ “กูมีเรื่องต้องเคลียร์…มันยังไม่ใช่เวลา” “หรือเพราะภูผา?” คิงสวนกลับเสียงเข้ม “เพราะเขาอบอุ่นกว่า ปลอดภัยกว่า? หรือเพราะนายกลัวว่าเขาจะดูแลเธอได้ดีกว่า?” เมฆเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาคมดุดันจ้องตรงไปที่คิงเหมือนจะเตือนให้อยู่ในขอบเขต แต่คิงไม่กลัวอีกแล้ว เขาพูดต่อ “นายเป็นหัวหน้าแก๊งเมฆา...ใช่ครับ ใครก็กลัว” “แต่กับเรื่องความรู้สึก...นายไม่กล้าพอด้วยซ้ำ” “ระวังนะครับ...” “สุดท้าย คนที่เสียไป อาจจะไม่ใช่แค่ศัตรู แต่มันจะเป็นคนที่นายรัก...แต่ไม่กล้ายอมรับ” ... คำพูดนั้นเหมือนก้อนหินก้อนใหญ่กระแทกใจเมฆเต็มแรง เขายังไม่พูดอะไร แต่ดวงตาของเขา...มีบางอย่างสั่นไหว ก่อนที่เขาจะหลุบตามองรูปพลับบนจออีกครั้ง ครั้งนี้...ไม่ใช่แค่มอง แต่เริ่มรู้สึก “กลัว” ว่า…อาจจะมองไม่เห็นอีกแล้วก็ได้บทที่45 ตอนพิเศษค่ำคืนหนึ่งในเดือนธันวาคม — กรุงเทพฯร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมภูผา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์หรูส่วนตัวของ “สองครอบครัวใหญ่” ใต้ท้องฟ้าสีมืดมิดปนแสงดาว พื้นไม้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนวลที่ประดับประดารอบโต๊ะอาหารยาว ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น และขนมหวานสำหรับเด็กเจ้าแฝดทั้งสี่—นาวา, พาย, ขุนเขา, สายลม—วิ่งเล่นรอบโต๊ะด้วยเสียงหัวเราะ ไม่ห่างจากสายตาของแม่ๆ และพ่อๆ ที่คอยมองและยิ้มอย่างภูมิใจพลับใส่เดรสยาวสีครีม ผมยาวปล่อยสลวย หน้าสดใสขึ้นมากตั้งแต่มีลูก ส่วนพลอยในเดรสสีชมพูอ่อนก็ดูละมุนละไมยิ่งขึ้นกว่าเดิม ท่ามกลางบรรยากาศแบบครอบครัว พวกเธอเหมือนแม่ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีหัวหน้าแก๊งค์อย่าง “เมฆ” กับ “ภูผา” ยืนอยู่ข้างๆ... พร้อมทำหน้าที่สามีและพ่ออย่างเต็มภาคภูมิแต่ในค่ำคืนนี้... จะมีเรื่องที่ทำให้หัวใจอบอวลกว่านั้นเกิดขึ้นขณะที่อาหารจานหลักถูกเก็บออกไป เหลือเพียงแชมเปญและเค้กขนาดเล็ก—ภูผาหันไปสบตากับเมฆเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้กันซันที่นั่งหัวโต๊ะ ยิ้มมุมปากทันที “เอ้า...จะเริ่มยังไง รอดูอยู่นานละนะ”จู่ๆ เมฆลุกขึ้นช้าๆ กุมมือของพลับไ
บทที่44 อยากมีลูกอีกNCเสียงหัวเราะจากลานสวนค่อย ๆ ซาเมื่อเมฆเริ่มทำตัวอ้อนภรรยาหนักขึ้น เขาทั้งโอบทั้งหอมพลับซ้ายขวาไม่หยุด จนทุกคนต้องส่ายหน้า“พอเลยพี่เมฆ หอมเข้าไป เดี๋ยวก็หอบเมียกลับเข้าห้องแน่!” ซันแซวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม“เออ มันอุ้มไปแน่กูดูหลายรอบละ” ภูผาก็เสริมพลางหัวเราะเบา ๆ พลอยเองก็นั่งอมยิ้ม ส่ายหน้าเบา ๆแต่เมฆไม่ได้สนใจคำแซวสักนิด เขาก้มลงกระซิบข้างหูพลับเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มพลับในท่าเจ้าสาวเต็มตัวกลางสวนหลังบ้าน ท่ามกลางเสียงฮือฮา“เฮ้ยยย! มันจริงว่ะ!!” ซันอ้าปากค้าง“โอ้ยย พี่เมฆบ้าา!” พลับหน้าแดงจัด ดิ้นเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้อุ้มอย่างว่าง่ายเพราะรู้ว่าเถียงไปก็ไม่รอดก่อนจะก้าวเดินเพื่อเข้าบ้าน เมฆก็หันมามองทั้งสามคนแล้วตะโกนออกมาเสียงดังฟังชัด“แยกย้ายกันนอนได้แล้ว คืนนี้กูจะขยันจัดเมียให้หนัก ๆ ฮ่า ๆๆๆ!”เสียงหัวเราะและเสียงโห่ของเพื่อน ๆ ก็ตามหลังไปตลอดทาง ส่วนพลับก็เอาหน้าซุกอกเมฆอย่างอายจัด จนไม่กล้าเงยหน้ามองใครเมฆพาพลับเข้าห้องอย่างเบามือ วางเธอลงที่เตียงด้วยท่าเจ้าสาวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียงดวงเดียวในห้อง แสงสลัวสีส้มอ่อนส่องก
บทที่43 วันครอบครัวเช้าวันเสาร์อากาศแจ่มใส แดดอ่อนๆ ส่องลอดผ้าม่านสีครีมในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์เมฆา บ่งบอกถึงวันหยุดแสนสุขที่รอคอย พลับตื่นตั้งแต่เช้าเพราะเสียงหัวเราะของน้องพายและน้องนาวาที่วิ่งดุ๊กดิ๊กอยู่หน้าห้องน้ำ เด็กแฝดวัยสามขวบครึ่งกำลังดีดดิ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะรู้ว่าพ่อแม่จะพาไปสวนน้ำพลับยิ้มกว้าง หยิบมือถือมากดโทรหาพลอยทันที“ฮัลโหลพี่พลอย ตื่นยังงงง~” เสียงสดใสของเธอดังลอดเข้าไปในปลายสาย“ยังไม่ได้หลับเลยแก! ลูกขุนเขากับสายลม ตื่นตั้งแต่ตีห้า จะไปสวนน้ำให้ได้เนี่ย” พลอยบ่นทั้งที่หัวเราะแทรกอยู่ในน้ำเสียง“ดีเลย! วันนี้ที่ห้างเรามีเปิดโซนใหม่ด้วยนะ เป็นโซนเด็กเล็กพอดี ไปกันๆ เดี๋ยวพี่เมฆเขาจองโซน VIP ไว้แล้ว เงียบคน ไม่ต้องเบียดใคร เด็กๆ เล่นน้ำได้สบายเลย”“โอ๊ย ดีอ่า งั้นเจอกันกี่โมง?”“สิบเอ็ดโมง”รถตู้หรูสีดำของบ้านเมฆจอดสนิทที่หน้าโรงแรมของภูผาในเวลาสิบเอ็ดโมงเช้าเป๊ะ เด็กน้อยสองแฝด นาวาและพาย วิ่งลงจากรถทันทีด้วยความตื่นเต้น ตะโกนลั่นว่า “น้องขุนเขา! น้องสายลม! ไปสวนน้ำกันนน!!” ข้างหลังคือพลับที่ยืนเท้าสะเอวรอรับพลอย ส่วนเมฆนั้นลงมายืนกอดอกพิงรถ ชะเง้อมองหาเพื่อนร
บทที่42 NCสิ้นเดือนเหมือนสวรรค์ของชาวแก๊งค์บรรยากาศของวันสิ้นเดือนบน “ตึกเมฆา” ในวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ…แสงแดดยามสายลอดกระจกเข้ามาในห้องทำงานหรูของเมฆ สะท้อนผิวพื้นหินอ่อนจนระยิบระยับ เสียงหัวเราะของ “น้องนาวา” และ “น้องพาย” ลูกฝาแฝดของเมฆและพลับดังเจื้อยแจ้วในห้อง ทำเอาบรรยากาศที่เคยเย็นชาจากความเป็นมาเฟีย กลับดูอบอุ่นแบบบ้าน ๆ อย่างไม่น่าเชื่อพลับนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ เปิดกล่องของเล่นให้ลูก ๆ ระหว่างรอให้เมฆจัดการเรื่องเงินเดือนลูกน้อง ข้าง ๆ คือโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ที่เมฆใช้ประชุมงานมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน วันนี้โต๊ะนี้กลับกลายเป็นโต๊ะวาง “ซองขาว” เงินเดือนสำหรับคนของเขาลูกน้องแก๊งเมฆา ทุกคนในชุดดำเรียบร้อย เดินขึ้นมาตามลำดับแผนก ทีละคน…สองคน…จนเต็มห้องคิงส์ยืนประจำจุดด้านหน้า กวักมือเรียกทีละชื่อ ช่วยแจกซองเงินแบบเงียบขรึม“ไอ้บอย–การเงิน”“ไอ้ทอม–ภาคสนาม”“ไอ้เอก–ข่าวกรอง”ทุกคนรับซองด้วยท่าทางนอบน้อม ก่อนจะหันไปยกมือไหว้พลับที่นั่งอยู่พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเสียงหัวเราะของลูกฝาแฝดยังคงดังเป็นจังหวะเสริมจังหวะเครียด ๆ ของชายชุดดำในห้องอย่างลงตัว… นาวากำลังลากรถของเล่นวิ่งรอบโต๊ะ ส่ว
บทที่41 เซ็นต์สัญญาบ่ายวันหนึ่ง ณ ตึกเมฆาหลังผ่านเหตุการณ์มากมายในชีวิต ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่ความสงบ ทั้งธุรกิจ กลุ่มแก๊งค์ และหัวใจของทุกคนเมฆกลับมาทำงานตามปกติในตำแหน่งประธานบริษัทเมฆา อินเตอร์กรุ๊ป ขณะที่ซันนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม โต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารโครงการใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้น — “ห้างหรูระดับเอเชียใจกลางกรุงเทพฯ” โครงการที่เคยถูกพักไว้เมื่อหลายเดือนก่อนเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันวันนี้ มิสเตอร์ลี นักลงทุนรายใหญ่จากสิงคโปร์นัดเข้าพบอีกครั้งเพื่อสรุปดีล และครั้งนี้ เมฆก็เตรียมแผนไว้ล่วงหน้า“เดี๋ยวอีกคนจะตามมา… ผู้ถือหุ้นใหม่ของโครงการ” เมฆพูดขณะเซ็นเอกสาร“ใคร?” ซันเลิกคิ้วประตูกระจกเลื่อนเปิดออก…ภูผา ในชุดสูทสีเข้ม เดินเข้ามาเงียบๆ พร้อม พลอย ที่ตอนนี้อุ้มท้องโตแปดเดือนกว่า ใบหน้ายิ้มละไมและดูสดใสขึ้นมากหลังจากพักฟื้นจนหายดี เธอแต่งชุดเดรสยาวคลุมเข่า สวมรองเท้าแตะสบายๆ เดินเคียงข้างสามีมาอย่างอ่อนโยน“มาแล้วครับหุ้นส่วนใหม่” เมฆยิ้มเล็กน้อย“ไม่คิดว่าฉันจะมาอยู่ฝั่งเดียวกันจริงๆ ล่ะสิ” ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปจับมือกับมิสเตอร์ลีซันหัวเราะ “โห… จากคู่กัดกลายเป็น
บทที่40 คลอดแล้วจ้าผ่านไปหลายเดือน—ฤดูฝนมาเยือนพร้อมเสียงฟ้าร้องเบา ๆ ตอนกลางคืน...ในบ้านหลังใหญ่ของ “เมฆา บารมีอนันต์” แห่งตระกูลมาเฟียที่ใครก็ไม่กล้ายุ่ง เวลานั้นทุกอย่างเงียบสงบ… ยกเว้นห้องนอนใหญ่ที่เปิดไฟสลัว เสียงหอบหายใจของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ“อื้อ… เมฆ… เมฆ… พี่เมฆ!”ลูกพลับร้องเสียงหลง มือข้างหนึ่งกุมท้องแน่น ขาเกร็งจนเธอลุกจากเตียงไม่ขึ้นเมฆที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าโน้ตบุ๊กไม่ไกล รีบเผ่นพรวดมาหาทันที สีหน้าตกใจสุดขีด“เป็นอะไร! เจ็บเหรอ!”“เจ็บท้อง… มันจุกไปหมดเลย เหมือนจะคลอด… พี่เมฆ… ฮึก…”“เวรเอ๊ย!” เมฆสบถลั่น รีบประคองเธอขึ้นอย่างทุลักทุเล แผ่นหลังกว้างของเขาเปียกเหงื่อ มือสั่นจนน่าแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นเมฆเป็นแบบนี้“เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล! อดทนนะพลับ! เดี๋ยวพี่จัดการเอง!”เขารีบโทรหาพี่คิงส์ให้เตรียมรถ สั่งให้ป้าติ๋มหยิบกระเป๋าเตรียมคลอดที่จัดไว้มาวางท้ายรถ แล้วตัวเองก็อุ้มพลับขึ้นรถไปเองเลยไม่ให้ใครจับ“อย่าเจ็บมากนะคนเก่งของพี่… เดี๋ยวก็ได้เจอลูกเราแล้วนะ…”ในรถ พี่คิงส์ขับพุ่งฝ่าฝนกลางคืนไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาเคยขับ มือจับพวงมาลัยแน่น หน้าตา







