เข้าสู่ระบบบทที่8 รู้ใจตนเอง
หลังจากที่เมฆจัดผ้าห่มให้เรียบร้อย เขาก็ไม่ได้ออกจากห้อง แต่เลือกนั่งที่โซฟาข้างเตียง...จ้องมองใบหน้าที่หลับพริ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ของเงียบ ๆ ห้องทั้งห้องเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟหัวเตียงสีส้มอ่อนที่ทอดเงาไปบนเรือนผมดำขลับของเธอ เมฆนั่งกอดอกพิงเบาะโซฟา สายตาไม่ได้ละจากเธอเลยแม้แต่นิด แม้จะบอกตัวเองให้หยุดคิด…แต่ก็ทำไม่ได้ "เธอรู้ไหมว่า...พูดอะไรออกมาบ้างเมื่อคืน" เสียงเขาพึมพำเบา ๆ เหมือนพูดกับตัวเอง เขาหลุบตาลง มือจับแน่นเข้าหากัน กัดฟันเล็กน้อย “อยากจะกอด อยากจะจูบเธอมากแค่ไหนก็ต้องอดทน…” “เพราะถ้าเราจะเริ่มกันจริง ๆ มันต้องไม่ใช่ในสภาพแบบนี้” เขาหายใจลึก ๆ อย่างหนัก จากนั้นก็เอนตัวลงนอนข้างโซฟา ดวงตายังคงหันมองเธอ “ขอเวลาอีกไม่นานพลับ…” “ถ้าฉันจัดการพวกมันได้หมดเมื่อไหร่…หากเราได้คบกันจริงๆเธอจะได้ไม่ตกเป็นเป้า” เขาปิดเปลือกตาลง พร้อมเสียงถอนหายใจเงียบ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ หลับไปในที่สุด เช้าวันถัดมา เสียงนกร้องเบา ๆ กับแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ้าม่านเข้ามาในห้อง ทำให้พลับขยับตัวอย่างงัวเงีย เธอลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วมองไปรอบห้อง ใบหน้าหวานของเธอเริ่มแดงทันที เมื่อความทรงจำเมื่อคืนทยอยกลับมา เธอจำได้หมด… ทั้งที่หอมแก้มเขา ทั้งที่พูดถึงวันรับปริญญา ทั้งที่กอดเขาแน่นไม่ปล่อย เธอหันมองข้างเตียง แล้วเห็นเมฆนอนอยู่บนโซฟาในท่าพิงตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาดูสงบ ปากเม้มเล็กน้อยเหมือนคนกำลังฝันหรือเครียดเงียบ ๆ พลับค่อย ๆ ยกตัวลุกนั่งบนเตียง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะได้ยิน “เมื่อคืน...เขาไม่ได้ทำอะไรเลย” “เขาแค่ดูแลเรา…จนเช้า” เธอยกมือแตะแก้มข้างที่ตัวเองเผลอหอมเขาเมื่อคืน หน้าแดงขึ้นเรื่อย ๆ จนอยากมุดหมอนหนี “จะทำยังไงดี…เขาจะคิดว่าเราเมาจนเลอะเทอะแน่ ๆ” เธอยิ้มแหย ๆ แล้วกระซิบกับตัวเองเบา ๆ “แต่หนูไม่ได้ลืมนะพี่เมฆ...” “จำได้หมดทุกคำที่พูด…และทุกสัมผัสเลยด้วยซ้ำ” เธอนั่งมองเขานิ่ง ๆ สักพัก ก่อนจะค่อย ๆ ลุกออกจากเตียง เธอก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยด้วยชุดเรียบง่าย เสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงยีนส์ หน้าสวยใสแม้ไม่แต่งหน้า — พร้อมจะไปเยี่ยมพี่สาวที่เธอรักมากที่สุด แต่พอเดินออกมาจากห้องน้ำ เธอก็ชะงัก… เมฆตื่นขึ้นพอดี เขานั่งอยู่บนโซฟา ผมยังยุ่งเล็กน้อยจากการนอน ใบหน้าคมคายมีรอยง่วง ๆ แต่มองเธอด้วยสายตาที่…ไม่อาจจะนิ่งเฉยได้ “จะไปไหนแต่เช้า?” เสียงทุ้มของเขาถามขึ้น ขณะที่สายตาก็ไล่มองเธอจากศีรษะจรดปลายเท้า พลับสะดุ้งนิด ๆ รีบหลบตาแล้วตอบเสียงเบา “จะไปเยี่ยมพี่พลอยที่โรงพยาบาลค่ะ…” เธอเม้มปากแน่นหลังพูดจบ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกลบเสียงรอบข้าง เพราะในหัวเธอกำลังไล่ภาพเมื่อคืนวนไปมา ‘เมื่อคืนเขาได้ยินหมดรึเปล่านะ...’ ‘เขาจะว่าหรือเปล่าว่าเราหลุดไปหมดแล้ว…’ เมฆยังคงมองเธอเงียบ ๆ สักพัก แล้วเขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง…แต่จริงจัง “งั้นรอฉันแป๊บ เดี๋ยวไปด้วย” พลับเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาโตอย่างตกใจ “ไม่เป็นไรค่ะ! หนูไปเองก็ไ—” “เถียงกับฉันอีกแล้ว” เขาขัดขึ้นก่อนจะหันหลังเดินเข้าห้องน้ำ “รอสิบห้านาทีพอ” เธอยืนอึ้งอยู่กับที่ ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ ‘เขาจะไปด้วยเหรอ… ไปด้วยแบบนี้...มันคืออะไรนะ?’ รถยนต์หรูคันเดิมจอดนิ่งหน้าตึกโรงพยาบาล เมฆลงจากรถก่อน เดินอ้อมมาเปิดประตูให้พลับ พยาบาลที่หน้าล็อบบี้มองตามไม่วางตา ผู้ชายคนนี้…ดูหล่อเกินกว่าจะเป็นแค่ญาติผู้ป่วยธรรมดา พลับเดินนำขึ้นไปชั้นห้องพัก เปิดประตูห้องเบา ๆ แล้วเอ่ยชื่อเบา ๆ “พี่พลอย…” พลอยหันมาเห็นน้องสาวก็ยิ้มบาง ๆ แต่พลับยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงฝีเท้าของเมฆก็ตามเข้ามา พลอยชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่มในสูทดำหล่อเหลา เขาก้มศีรษะให้อย่างสุภาพ “สวัสดีครับ พี่สาวพลับใช่ไหมครับ ผมเมฆ” พลอยพยักหน้าเบา ๆ ยิ้มอย่างอ่อนแรง แต่แววตาเธอแอบมองไปที่พลับทันที — เหมือนจะถามว่า "นี่ใครน่ะ?" พลับไม่ตอบอะไร เพียงแค่หยิบกล่องขนมกับยาที่ซื้อมาฝากมาวางบนโต๊ะข้างเตียง เมฆยืนนิ่งมองสองพี่น้อง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่ม “พี่พักผ่อนให้เต็มที่นะครับ มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย” พลอยพยักหน้าเบา ๆ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่ว “ขอบคุณนะคะ ที่มา” บรรยากาศบนชั้นผู้ป่วยยังเงียบสงบ พลับกำลังนั่งคุยเบา ๆ กับพลอย เมฆยืนพิงผนัง มองภาพสองพี่น้องสลับกับโทรศัพท์ในมือ ...จนกระทั่ง “อีพวกลูกเนรคุณ!” เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดดังลั่นชั้น พลับชะงัก เมฆเงยหน้าขึ้นทันที แม่ของพลับโผล่เข้ามาในห้องอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าแต่งหนา มือกำกระเป๋าหนังมือสอง พร้อมสายตาเต็มไปด้วยความโกรธเคือง “อีพลับ! อีพลอย! พวกมึงมันคนอกตัญญู!” เธอวิ่งพุ่งเข้าไปที่เตียงของพลอย เหมือนจะดึงตัวเธอออกมาให้ได้ “หนีมาอยู่โรงบาลแล้วคิดว่ารอดเหรอ! หนี้ของแม่ใครจะใช้ให้ล่ะ?!” พลับรีบยืนขวางหน้าไว้ “แม่! หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ที่นี่โรงพยาบาล!” “โรงบาลแล้วไง! คนเป็นแม่จะมาหาลูกมันผิดตรงไหน!” ทันใดนั้น แม่เงื้อมือขึ้น เพี๊ยะ! เสียงตบดังสนั่นไปทั่วห้อง หน้าของพลับหันไปตามแรง แดงเป็นปื้นทันที เมฆที่ทนอยู่เฉยไม่ไหว พุ่งตัวเข้าห้ามทันที เขาก้าวไปยืนระหว่างแม่และพลับ ตวัดสายตาคมกริบใส่คนตรงหน้า “พอได้แล้ว!” “นี่ลูกคุณไม่ใช่ทาสหนี้!” แม่ของพลับชะงักมองเมฆด้วยสายตาตื่น “แกเป็นใคร?! จะมายุ่งเรื่องครอบครัวคนอื่นทำไม?!” “ผมคือคนที่จะทำให้คุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องลูกสาวคุณอีกต่อไป” พลับยกมือกุมแก้ม ดวงตาแดงก่ำ แต่น้ำเสียงแข็งกร้าว “แม่ไม่เคยรักเราเลย…มีแต่ใช้เราเหมือนเครื่องมือหาเงิน” “แม่ขายพลอยให้เสี่ยซ้ง…แม่คิดว่าพี่จะรอดได้เหรอถ้าไม่หนีออกมา พี่พลอยเกือบจะโดนข่มขืนแล้วแม่รู้บ้างไหม?” “ทุกวันนี้พี่พลอยยังต้องกินยานอนหลับทุกคืน แม่รู้ไหม!” “ทำไมกูจะไม่รู้! ว่ามันไปที่นั่นต้องเจออะไรบ้าง! ก็เพราะว่าอีพลอยมันหนีออกมาไงก็เลยถูกซ้อมเกือบตาย!!” คนเป็นแม่ตวาด แต่ไม่รู้สึกผิดอะไรเลย “บุญแล้วที่เราไม่แจ้งความเรื่องค้ามนุษย์ แต่จากนี้ไป...อย่าเข้ามายุ่งกับเราสองคนอีก” แม่ยังจะตะโกนด่า แต่เมฆยกมือถือขึ้นทันที “คุณจะหยุดเอง หรือให้ผมเรียกตำรวจ?” แม่ของพลับหน้าซีด “อย่านะ! กูเป็นแม่พวกมัน!” “คุณเป็นแค่ผู้หญิงที่เด็กสองคนไม่เหลือเยื่อใยแล้วต่างหาก” เมฆพูดชัดถ้อยชัดคำ พลับหลุบตาลง น้ำตาคลอ…เพราะรู้ว่า เขาเห็นเธอหมดเปลือกแล้ว ทั้งด้านที่เข้มแข็ง และด้านที่บอบช้ำที่สุดในชีวิต เสียงรองเท้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดังใกล้เข้ามา ตามด้วยเสียงตำรวจสายตรวจที่เพิ่งมาถึง แม่ของพลับเริ่มโวยวาย แต่ถูกเชิญตัวออกไปทันที เมฆยังยืนอยู่ตรงนั้น มองตามอย่างเย็นชา ก่อนจะหันกลับมาหาพลับที่ยืนอยู่เงียบ ๆ หลังจากแม่ถูกเจ้าหน้าที่พาออกไป ความวุ่นวายในห้องก็เงียบลงเหลือเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงสะอื้นเบา ๆ จากพลอย พลับทรุดตัวนั่งลงข้างเตียง จับมือพี่สาวแน่น ใบหน้าสวยแม้จะบอบช้ำด้วยรอยตบแดง แต่สายตากลับอ่อนโยนอย่างน่าเหลือเชื่อ “ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะพี่พลอย” เธอพูดเสียงสั่น ๆ แต่หนักแน่น “พลับเรียนจบแล้ว พี่ไม่ต้องห่วงแล้วนะ” “ต่อจากนี้พลับจะหางานทำ เก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ” “พอพี่ออกจากโรงพยาบาล เราจะไปอยู่ด้วยกัน…” พลอยน้ำตาไหล มือที่สั่นของเธอค่อย ๆ บีบตอบ “พลับ…” “หนูจะหาห้องเล็ก ๆ ให้เราอยู่ด้วยกัน” “จะซื้อของกินของใช้ไว้ให้ครบ…หนูจะทำอาหารให้พี่กินทุกวัน” “หนูจะทำงานให้หนัก เพื่อพี่จะไม่ต้องกลัวอะไรอีกเลย…” น้ำเสียงของพลับสั่นเครือแต่เปี่ยมพลัง “พี่แค่ต้องสู้ให้ไหว...พักใจให้หาย…แล้วออกมาอยู่กับพลับนะ” “ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องแม่ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องเลวร้ายอีกแล้ว” “จากนี้มีแค่เราสองคน…พี่น้องที่ไม่ทิ้งกัน” พลอยสะอื้นเบา ๆ ก่อนจะยกมือปาดน้ำตาอย่างอ่อนแรง ใบหน้าซีดเผือดพยักเบา ๆ แทนคำตอบ “อือ…” เสียงพลอยเบาแทบไม่ได้ยิน แต่มันคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในโลกนี้สำหรับพลับ เธอก้มลงกอดพี่ไว้เบา ๆ แม้น้ำตาจะหยดลงบนบ่าอีกฝ่าย แต่น้ำเสียงกลับมั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “หนูจะดูแลพี่เองนะ…” ทั้งสองคนบอกลาพลอยแล้วออกมา ภายในรถยนต์หรูเงียบสงบ เสียงเพลงคลอเบาๆ จากวิทยุถูกเปิดไว้เพื่อกลบความเงียบ แต่กลับไม่มีใครพูดอะไรอยู่นาน เมฆนั่งประจำที่คนขับ มือหนึ่งประคองพวงมาลัย อีกมือเท้าคางมองถนน ข้างๆ เขา พลับนั่งตัวตรง เงียบงัน ดวงตาเหม่อลอยมองผ่านกระจกรถ จนกระทั่งเมฆเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน เสียงทุ้มต่ำของเขาทะลุความเงียบ “เล่าให้ฟังหน่อยสิ…เรื่องพลอย” พลับหันมามองเขานิดหนึ่ง ลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเริ่มพูด “พี่พลอย…เป็นคนที่หนูรักที่สุดในโลก” “ก่อนจะป่วย พี่เขาทำงานทุกอย่างเลยค่ะ ทั้งพาร์ตไทม์ ร้านสะดวกซื้อ ร้านขนมปัง รับแปลเอกสาร…จนเรียนจบ” เธอหยุดเล็กน้อย สูดลมหายใจเข้า เสียงสั่นลงนิดหน่อย “พี่เขาหาเงินส่งหนูเรียน…จ่ายค่าเทอม ค่าเช่าหอ ค่ากินทุกอย่าง” “หนูไม่เคยขาดอะไรเลย เพราะพี่พลอย” เมฆเหลือบตามามองเธอเงียบ ๆ มือที่จับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว พลับพูดต่อ น้ำเสียงนิ่งแต่เจือแววเศร้า “ตอนนั้นหนูก็โง่ ไม่เคยรู้เลยว่าพี่เขาเหนื่อยแค่ไหน” “หนูคิดแค่ว่าตัวเองต้องตั้งใจเรียน ต้องจบให้ได้…จะได้ตอบแทนเขา” “แต่แล้ว…วันหนึ่ง พี่เขาก็หายไปเลย” “หายไปหลายวัน จนมีคนโทรบอกว่าเจอพี่พลอยหมดสติอยู่ข้างถนน” เธอกัดริมฝีปากล่างแน่น “แม่…แม่เอาพี่ไปขายค่ะ ให้เฮียซ้ง เพื่อใช้หนี้บ่อน…” “พี่เขาหนีออกมาได้ แต่ใจเขาไม่เหมือนเดิมอีกเลย…” เมฆนิ่งไป กรามเขาขบแน่น เงียบอยู่นาน จากนั้นจึงพูดขึ้นเสียงต่ำจริงจัง “ขอโทษนะ ที่ต้องให้เล่าย้อนเรื่องแบบนี้” พลับส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ…พี่ควรได้รู้ หนูไม่ได้เก่ง ไม่ได้เข้มแข็งอะไรหรอก” “แค่ไม่อยากให้พี่พลอยเหนื่อยเปล่า หนูจะมีชีวิตให้ดีที่สุดเพื่อเขา” เมฆหันมามองเธอแวบหนึ่ง และพูดอย่างเรียบๆ “เธอเก่งกว่าที่คิดมาก…แล้วก็ไม่ต้องทำคนเดียวอีกต่อไป” พลับเลิกคิ้วมองเขา “หมายความว่าไงคะ?” เมฆไม่ตอบทันที แต่ขับรถไปอีกสักพักก่อนจะพูดชัดถ้อยชัดคำ “ฉันจะอยู่ข้างเธอ กับพี่เธอด้วย...จากนี้ไป” พลับชะงัก หัวใจเต้นแรงขึ้นทันทีโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตของเธอมองเสี้ยวหน้าคมเข้มของเขานิ่งนาน “ขอบคุณนะคะ…ที่พูดแบบนี้” เมฆแค่ยิ้มมุมปาก ไม่พูดอะไรอีก ขับรถต่อไปอย่างเงียบ ๆบทที่45 ตอนพิเศษค่ำคืนหนึ่งในเดือนธันวาคม — กรุงเทพฯร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมภูผา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์หรูส่วนตัวของ “สองครอบครัวใหญ่” ใต้ท้องฟ้าสีมืดมิดปนแสงดาว พื้นไม้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนวลที่ประดับประดารอบโต๊ะอาหารยาว ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น และขนมหวานสำหรับเด็กเจ้าแฝดทั้งสี่—นาวา, พาย, ขุนเขา, สายลม—วิ่งเล่นรอบโต๊ะด้วยเสียงหัวเราะ ไม่ห่างจากสายตาของแม่ๆ และพ่อๆ ที่คอยมองและยิ้มอย่างภูมิใจพลับใส่เดรสยาวสีครีม ผมยาวปล่อยสลวย หน้าสดใสขึ้นมากตั้งแต่มีลูก ส่วนพลอยในเดรสสีชมพูอ่อนก็ดูละมุนละไมยิ่งขึ้นกว่าเดิม ท่ามกลางบรรยากาศแบบครอบครัว พวกเธอเหมือนแม่ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีหัวหน้าแก๊งค์อย่าง “เมฆ” กับ “ภูผา” ยืนอยู่ข้างๆ... พร้อมทำหน้าที่สามีและพ่ออย่างเต็มภาคภูมิแต่ในค่ำคืนนี้... จะมีเรื่องที่ทำให้หัวใจอบอวลกว่านั้นเกิดขึ้นขณะที่อาหารจานหลักถูกเก็บออกไป เหลือเพียงแชมเปญและเค้กขนาดเล็ก—ภูผาหันไปสบตากับเมฆเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้กันซันที่นั่งหัวโต๊ะ ยิ้มมุมปากทันที “เอ้า...จะเริ่มยังไง รอดูอยู่นานละนะ”จู่ๆ เมฆลุกขึ้นช้าๆ กุมมือของพลับไ
บทที่44 อยากมีลูกอีกNCเสียงหัวเราะจากลานสวนค่อย ๆ ซาเมื่อเมฆเริ่มทำตัวอ้อนภรรยาหนักขึ้น เขาทั้งโอบทั้งหอมพลับซ้ายขวาไม่หยุด จนทุกคนต้องส่ายหน้า“พอเลยพี่เมฆ หอมเข้าไป เดี๋ยวก็หอบเมียกลับเข้าห้องแน่!” ซันแซวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม“เออ มันอุ้มไปแน่กูดูหลายรอบละ” ภูผาก็เสริมพลางหัวเราะเบา ๆ พลอยเองก็นั่งอมยิ้ม ส่ายหน้าเบา ๆแต่เมฆไม่ได้สนใจคำแซวสักนิด เขาก้มลงกระซิบข้างหูพลับเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มพลับในท่าเจ้าสาวเต็มตัวกลางสวนหลังบ้าน ท่ามกลางเสียงฮือฮา“เฮ้ยยย! มันจริงว่ะ!!” ซันอ้าปากค้าง“โอ้ยย พี่เมฆบ้าา!” พลับหน้าแดงจัด ดิ้นเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้อุ้มอย่างว่าง่ายเพราะรู้ว่าเถียงไปก็ไม่รอดก่อนจะก้าวเดินเพื่อเข้าบ้าน เมฆก็หันมามองทั้งสามคนแล้วตะโกนออกมาเสียงดังฟังชัด“แยกย้ายกันนอนได้แล้ว คืนนี้กูจะขยันจัดเมียให้หนัก ๆ ฮ่า ๆๆๆ!”เสียงหัวเราะและเสียงโห่ของเพื่อน ๆ ก็ตามหลังไปตลอดทาง ส่วนพลับก็เอาหน้าซุกอกเมฆอย่างอายจัด จนไม่กล้าเงยหน้ามองใครเมฆพาพลับเข้าห้องอย่างเบามือ วางเธอลงที่เตียงด้วยท่าเจ้าสาวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียงดวงเดียวในห้อง แสงสลัวสีส้มอ่อนส่องก
บทที่43 วันครอบครัวเช้าวันเสาร์อากาศแจ่มใส แดดอ่อนๆ ส่องลอดผ้าม่านสีครีมในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์เมฆา บ่งบอกถึงวันหยุดแสนสุขที่รอคอย พลับตื่นตั้งแต่เช้าเพราะเสียงหัวเราะของน้องพายและน้องนาวาที่วิ่งดุ๊กดิ๊กอยู่หน้าห้องน้ำ เด็กแฝดวัยสามขวบครึ่งกำลังดีดดิ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะรู้ว่าพ่อแม่จะพาไปสวนน้ำพลับยิ้มกว้าง หยิบมือถือมากดโทรหาพลอยทันที“ฮัลโหลพี่พลอย ตื่นยังงงง~” เสียงสดใสของเธอดังลอดเข้าไปในปลายสาย“ยังไม่ได้หลับเลยแก! ลูกขุนเขากับสายลม ตื่นตั้งแต่ตีห้า จะไปสวนน้ำให้ได้เนี่ย” พลอยบ่นทั้งที่หัวเราะแทรกอยู่ในน้ำเสียง“ดีเลย! วันนี้ที่ห้างเรามีเปิดโซนใหม่ด้วยนะ เป็นโซนเด็กเล็กพอดี ไปกันๆ เดี๋ยวพี่เมฆเขาจองโซน VIP ไว้แล้ว เงียบคน ไม่ต้องเบียดใคร เด็กๆ เล่นน้ำได้สบายเลย”“โอ๊ย ดีอ่า งั้นเจอกันกี่โมง?”“สิบเอ็ดโมง”รถตู้หรูสีดำของบ้านเมฆจอดสนิทที่หน้าโรงแรมของภูผาในเวลาสิบเอ็ดโมงเช้าเป๊ะ เด็กน้อยสองแฝด นาวาและพาย วิ่งลงจากรถทันทีด้วยความตื่นเต้น ตะโกนลั่นว่า “น้องขุนเขา! น้องสายลม! ไปสวนน้ำกันนน!!” ข้างหลังคือพลับที่ยืนเท้าสะเอวรอรับพลอย ส่วนเมฆนั้นลงมายืนกอดอกพิงรถ ชะเง้อมองหาเพื่อนร
บทที่42 NCสิ้นเดือนเหมือนสวรรค์ของชาวแก๊งค์บรรยากาศของวันสิ้นเดือนบน “ตึกเมฆา” ในวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ…แสงแดดยามสายลอดกระจกเข้ามาในห้องทำงานหรูของเมฆ สะท้อนผิวพื้นหินอ่อนจนระยิบระยับ เสียงหัวเราะของ “น้องนาวา” และ “น้องพาย” ลูกฝาแฝดของเมฆและพลับดังเจื้อยแจ้วในห้อง ทำเอาบรรยากาศที่เคยเย็นชาจากความเป็นมาเฟีย กลับดูอบอุ่นแบบบ้าน ๆ อย่างไม่น่าเชื่อพลับนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ เปิดกล่องของเล่นให้ลูก ๆ ระหว่างรอให้เมฆจัดการเรื่องเงินเดือนลูกน้อง ข้าง ๆ คือโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ที่เมฆใช้ประชุมงานมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน วันนี้โต๊ะนี้กลับกลายเป็นโต๊ะวาง “ซองขาว” เงินเดือนสำหรับคนของเขาลูกน้องแก๊งเมฆา ทุกคนในชุดดำเรียบร้อย เดินขึ้นมาตามลำดับแผนก ทีละคน…สองคน…จนเต็มห้องคิงส์ยืนประจำจุดด้านหน้า กวักมือเรียกทีละชื่อ ช่วยแจกซองเงินแบบเงียบขรึม“ไอ้บอย–การเงิน”“ไอ้ทอม–ภาคสนาม”“ไอ้เอก–ข่าวกรอง”ทุกคนรับซองด้วยท่าทางนอบน้อม ก่อนจะหันไปยกมือไหว้พลับที่นั่งอยู่พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเสียงหัวเราะของลูกฝาแฝดยังคงดังเป็นจังหวะเสริมจังหวะเครียด ๆ ของชายชุดดำในห้องอย่างลงตัว… นาวากำลังลากรถของเล่นวิ่งรอบโต๊ะ ส่ว
บทที่41 เซ็นต์สัญญาบ่ายวันหนึ่ง ณ ตึกเมฆาหลังผ่านเหตุการณ์มากมายในชีวิต ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่ความสงบ ทั้งธุรกิจ กลุ่มแก๊งค์ และหัวใจของทุกคนเมฆกลับมาทำงานตามปกติในตำแหน่งประธานบริษัทเมฆา อินเตอร์กรุ๊ป ขณะที่ซันนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม โต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารโครงการใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้น — “ห้างหรูระดับเอเชียใจกลางกรุงเทพฯ” โครงการที่เคยถูกพักไว้เมื่อหลายเดือนก่อนเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันวันนี้ มิสเตอร์ลี นักลงทุนรายใหญ่จากสิงคโปร์นัดเข้าพบอีกครั้งเพื่อสรุปดีล และครั้งนี้ เมฆก็เตรียมแผนไว้ล่วงหน้า“เดี๋ยวอีกคนจะตามมา… ผู้ถือหุ้นใหม่ของโครงการ” เมฆพูดขณะเซ็นเอกสาร“ใคร?” ซันเลิกคิ้วประตูกระจกเลื่อนเปิดออก…ภูผา ในชุดสูทสีเข้ม เดินเข้ามาเงียบๆ พร้อม พลอย ที่ตอนนี้อุ้มท้องโตแปดเดือนกว่า ใบหน้ายิ้มละไมและดูสดใสขึ้นมากหลังจากพักฟื้นจนหายดี เธอแต่งชุดเดรสยาวคลุมเข่า สวมรองเท้าแตะสบายๆ เดินเคียงข้างสามีมาอย่างอ่อนโยน“มาแล้วครับหุ้นส่วนใหม่” เมฆยิ้มเล็กน้อย“ไม่คิดว่าฉันจะมาอยู่ฝั่งเดียวกันจริงๆ ล่ะสิ” ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปจับมือกับมิสเตอร์ลีซันหัวเราะ “โห… จากคู่กัดกลายเป็น
บทที่40 คลอดแล้วจ้าผ่านไปหลายเดือน—ฤดูฝนมาเยือนพร้อมเสียงฟ้าร้องเบา ๆ ตอนกลางคืน...ในบ้านหลังใหญ่ของ “เมฆา บารมีอนันต์” แห่งตระกูลมาเฟียที่ใครก็ไม่กล้ายุ่ง เวลานั้นทุกอย่างเงียบสงบ… ยกเว้นห้องนอนใหญ่ที่เปิดไฟสลัว เสียงหอบหายใจของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ“อื้อ… เมฆ… เมฆ… พี่เมฆ!”ลูกพลับร้องเสียงหลง มือข้างหนึ่งกุมท้องแน่น ขาเกร็งจนเธอลุกจากเตียงไม่ขึ้นเมฆที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าโน้ตบุ๊กไม่ไกล รีบเผ่นพรวดมาหาทันที สีหน้าตกใจสุดขีด“เป็นอะไร! เจ็บเหรอ!”“เจ็บท้อง… มันจุกไปหมดเลย เหมือนจะคลอด… พี่เมฆ… ฮึก…”“เวรเอ๊ย!” เมฆสบถลั่น รีบประคองเธอขึ้นอย่างทุลักทุเล แผ่นหลังกว้างของเขาเปียกเหงื่อ มือสั่นจนน่าแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นเมฆเป็นแบบนี้“เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล! อดทนนะพลับ! เดี๋ยวพี่จัดการเอง!”เขารีบโทรหาพี่คิงส์ให้เตรียมรถ สั่งให้ป้าติ๋มหยิบกระเป๋าเตรียมคลอดที่จัดไว้มาวางท้ายรถ แล้วตัวเองก็อุ้มพลับขึ้นรถไปเองเลยไม่ให้ใครจับ“อย่าเจ็บมากนะคนเก่งของพี่… เดี๋ยวก็ได้เจอลูกเราแล้วนะ…”ในรถ พี่คิงส์ขับพุ่งฝ่าฝนกลางคืนไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาเคยขับ มือจับพวงมาลัยแน่น หน้าตา







