Mag-log inครึ่งชั่วโมงผ่านไปหัวหน้าพยาบาลก็เดินออกมาจากผ้าม่าน และตรงมายังเคาน์เตอร์พยาบาล เธอเปิดกระจกเล็กๆ ออกเมื่ออันดาเห็นก็รีบเดินเข้าไปถามถึงอาการของมารดาทันที
“แม่หนูเป็นยังไงบ้างคะ”
“เมื่อกี้คนไข้หยุดหายใจไปอีกครั้งหนึ่งค่ะ หมอปั๊มหัวใจจนกลับมามีชีพจรขึ้นมาอีกครั้ง แต่คุณหมอไม่แน่ใจว่าถ้าหากครั้งหน้าคนไข้หัวใจหยุดเต้นจะสามารถทำให้หัวใจกลับมาเต้นได้อีกหรือเปล่า หมอเลยอนุญาตให้หนูเข้าไปดูคนไข้แต่ได้แค่แป๊บเดียวนะ”
“ผมขอเข้าไปพร้อมกับเธอได้ไหมครับ” นายหัวนทีถามพยาบาลเพราะเขาไม่อยากให้อันดาเข้าไปด้านในคนเดียว
“ได้ค่ะ”
ทั้งสองคนรีบเข้าไปยังห้องเปลี่ยนชุดจากนั้นเดินตรงไปที่เตียงของประไพทันที
“แม่....” หญิงสาวถลาเข้าไปกอดมารดาที่นอนไม่ได้สติ เธอกอดมารดาแน่นน้ำตาไหลอาบนายหัวนทีจึงได้แต่ยืนลูบหลังเธอเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบใจ
“หมอคะทำไมจู่ๆ แม่หนูถึงเป็นแบบนี้ เมื่อวานหนูยังคุยกับแม่อยู่เลย”
“ตอนกลางดึกคนไข้มีอาการหอบเหนื่อยและหัวใจหยุดเต้นน่าจะเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หมอปั๊มหัวใจกลับมาได้สองรอบแล้ว แต่หมอไม่แน่ใจว่าเกิดถ้าเกิดมีครั้งต่อไปหมอจะช่วยทันไหม หมอเลยอยากจะบอกญาติว่าให้ทำใจไว้สักนิด เพราะการปั๊มหัวใจแต่ละครั้งมันกินเวลานานขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่รู้ว่าคนไข้จะทนได้อีกนานแค่ไหน”
“ไม่จริงใช่ไหมคะ หมอแค่พูดเพื่อให้หนูทำใจแต่แม่จะยังไม่จากหนูไปตอนนี้นี้ใช่ไหมคะ แม่ยังจะอยู่กับหนูใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลอาบแก้ม
“หมอพูดตามประสบการณ์ครับ คนไข้โรคหัวใจบางครั้งเขาก็จากเราไปอย่างกะทันหัน แต่หมอก็จะพยายามยื้อชีวิตท่านให้ได้มากที่สุด”
ขณะที่หญิงสาวกุมมือมารดาเธอมองท่านด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย เสียงเตือนจากมอนิเตอร์ที่อยู่ข้างเตียงก็ดังขึ้น
“หมอคะมันเกิดอะไรขึ้น” หญิงสาวถามหน้าตาตื่น
“คนไข้หัวใจหยุดเต้นอีกแล้วครับ รบกวนญาติออกไปรอข้างนอกก่อนนะ” พยาบาลรีบบอกเพราะตอนนี้ทุกคนต้องช่วยเหลือคนไข้และไม่อยากให้มีใครมาเกะกะข้างเตียง
“ไม่ค่ะ หนูจะอยู่กับแม่หนู จะอยู่ตรงนี้แม่ต้องกลับมาหาหนูนะ” มือเล็กของเธอจับมือมารดาไว้แน่น
“อันดาออกไปกับฉันนะ หมอจะได้ทำงานสะดวก”
“นายหัวคะหนูอยากอยู่กับแม่หนูไม่อยากไปไหน”
“คุณช่วยพาญาติคนไข้ออกไปข้างนอกนะคะ คุณหมอจะได้ทำงานสะดวกค่ะ” พยาบาลเตือนอีกครั้งทำให้นายหัว นทีต้องดึงตัวหญิงสาวออกมาจากผ้าม่านแต่ทั้งสองยังไม่ออกไปนอกห้อง
“แม่จะไปจริงๆ เหรอคะ” อันดาหันมาถามนายหัว ด้วยเสียงสั่นน้ำตายังคงไหลอย่างต่อเนื่อง
นทีเห็นแล้วก็สงสารจับใจเขาดึงเธอมากอดหญิงสาวก็ซบลงกับแผงอกแกร่งของเขาร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่นาน
“หมอกำลังทำงานอย่างเต็มที่นะอันดา” เขาปลอบ
ความเคลื่อนไหวยังคงเกิดขึ้นกับรอบเตียงของประไพผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงคุณหมอท่านเดิมก็เปิดผ้าม่านออกพร้อมกับสีหน้าที่อันดาเห็นแล้วเข้าใจได้ทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“หมอเสียใจด้วยนะครับ หมอพยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่ร่างกายคนไข้สู้ไม่ไหวจริงๆ”
เมื่อพูดจบอันดาก็เข่าทรุดจนแทบจะล้มทั้งยืนแต่นายหัวนทีก็ประคองไว้ก่อน
“อันน่าอดทนอีกนิดแข็งใจนะ ไปบอกลาแม่เป็นครั้งสุดท้าย” นายหัวค่อยๆ ประคองร่างที่เหมือนไร้วิญญาณของอันดามาข้างเตียง
หญิงสาวก้มลงกราบบนอกแม่ร้องไห้ร้องไห้ปานจะขาดใจ เธอกอดมารดาไว้แน่นจนเวลาผ่านไปสักพักพยาบาลจึงเดินเข้ามา
“เดี๋ยวพยาบาลจะถอดท่อช่วยหายใจและสายต่างๆ ออกญาติเตรียมชุดมาใส่ให้คนไข้ไหมคะ”
“หนูไม่มีชุดให้แม่เลย”
“ญาติสะดวกจะกลับไปเอาชุดของคนไข้ไหมคะ แต่ถ้าไม่สะดวกทางเข้าโรงพยาบาลก็จะใส่ชุดนี้ให้ค่ะ”
“สะดวกครับเดี๋ยวผมจะรีบไปรีบกลับ ยังไงฝากทางนี้ด้วยนะครับ”
นายหัวนทีจูงมืออันดาที่ดูไร้สติกลับมาที่รถแล้วขับออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อมายังบ้านของหญิงสาว
“อันดารีบหน่อยนะ”
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนบ้านเลือกชุดที่สวยที่สุดเมื่อได้แล้วก็รีบวิ่งลงจากบ้านขึ้นรถในหัวออกมา
“อันดาฉันรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง ฉันจะไม่ห้ามฉันจะให้เธอได้ร้องไห้อย่างเต็มที่แต่จากนี้ต้องมีสตินะเราต้องจัดการอะไรหลายๆ อย่างเพื่อส่งน้าไพครั้งสุดท้าย” นายหัวเตือนสติ
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลอันดาก็รีบเอาชุดไปให้พยาบาลจากนั้นก็ต้องรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยเพื่อจะนำร่างมารดากลับไปประกอบพิธี
หญิงสาวไม่เคยเจอสถานการณ์นี้มาก่อน จึงไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน
ส่วนในหัวนทีนั้นโทรกลับไปสั่งแหลมกับก้านให้ไปติดต่อทางวัดเพื่อจัดการเตรียมสถานที่
“อันดาจากนี้เราต้องรออีกประมาณสองถึงสามชั่วโมงถึงจะรับแม่กลับไปที่วัดได้ เดี๋ยวเธอต้องไปที่ร้านรับจัดการงานศพกับฉันนะพอจะไปไหวไหม”
“หนูไม่รู้ต้องทำยังไงบ้าง”
“เดี๋ยวทางร้านจะบอกเราเองว่าต้องเตรียมอะไร แข็งใจหน่อยนะทำเพื่อแม่ครั้งสุดท้าย” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้
ตลอดทางนายหัวนทีจับมือเธอไม่ยอมปล่อยเขารู้ดีว่าในสภาพจิตใจของอันดาเปราะบางมากแค่ไหน แต่เพราะเธอเป็นญาติคนเดียวของประไพจึงต้องไปจัดการสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเอง
ตอนนี้อันดามันคนที่มีชีวิตอยู่แต่ไร้หัวใจไม่ว่านายหัวจะบอกให้ทำอะไรหรือพาเธอเดินไปติดต่ออะไรตรงไหนเธอก็ยอมทำตามไม่มีคำถามใดๆ เล็ดลอดออกมา
เธอแค่อยากจัดการทุกอย่างให้มันได้อย่างดีที่สุดแม้เป็นสิ่งที่ไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้นแต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วเธอก็จะพยายามทำใจยอมรับแม้ว่ามันจะยากมากแค่ไหนก็ตาม
ระยะเวลาหนึ่งปีสำหรับบางคนอาจจะดูเหมือนไม่นานแต่สำหรับนายหัวนทีแล้วเขารู้สึกว่ามันยาวนานมากแม้จะได้เจอกับคนรักเดือนละสองครั้งแต่มันก็ยังไม่พอสำหรับเขาแล้ววันที่นายหัวหนุ่มรอมาตลอดก็มาถึง วันนี้อันดาลาออกจากงานแล้ว เขากับเธอช่วยกันเก็บของลงกล่องยกใส่หลังรถกระบะแล้วปิดท้ายก่อนจะขับรถออกจากกรุงเทพในเวลาบ่าย“เราแวะกินข้าวที่นี่ก่อนะ อันดาอยากไปเดินเล่นตลาดโต้รุ่งไหมครับ” นายหัวนทีถามคนรักเมื่อเดินทางเขาสู่หัวหิน“นายหัวเหนื่อยไหมคะ”“ไม่ครับ ไปเดินหาของกินกันนะ”“ได้ค่ะ”ทั้งสองเดินเที่ยวและซื้ออาหารทานจนอิ่มจากนั้นตกลงกันว่าจะขับรถต่อและไปนอนพักที่ตัวเมืองประจวบเพราะตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มจึงยังไม่ง่วงมากนักเช้าวันต่อมาทั้งสองคนก็ตื่นในช่วงสายๆ หาอาหารทานในตัวเมืองประจวบฯ ก่อนจะขับรถออกจากที่พัก“นายหัวดีใจไหมคะที่หนูจะกลับมาอยู่บ้านแล้ว” หญิงสาวชวนคุยเพราะกลัวเขาจะง่วงเนื่องจากต้องขับรถอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน“ดีใจสิ ฉันนับวันรอเลยนะ ฉันให้กลับไปอยู่บ้านไปช่วยงานบัญชีนะอย่าคิดจะไปสมัครงานที่อื่นล่ะ” เขารีบพูดดักทางไว้ก่อนเพราะรู้จากภาคินเพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของบริษัทว่าอันดาไปขอหนัง
ระยะเวลาหลายวันที่กลับมาอยู่บ้านเป็นช่วงที่อันดามีความสุขมาก หญิงสาวได้อยู่กับคนรัก ได้กลับมาดูแลบ้านซึ่งนายหัวให้คนมาทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ“ป้าไม่อยากให้หนูกลับเลยนะอันดา” ป้าสุดาที่รักและเอ็นดูอันดาเหมือนลูกสาวพูดขึ้นขณะกำลังเตรียมแกงไตปลาแห้งใส่กระปุกและปิดอย่างแน่นหนาเพื่อให้หญิงสาวเอาไปทานที่กรุงเทพ“หนูต้องกลับไปทำงานค่ะป้า เอาไว้หยุดยาวๆ หนูจะกลับมาอีกนะคะ”“แล้วเมื่อไหร่จะกลับมาอยู่ที่นี่ละลูก”“หนูอยากทำงานเก็บเงินอีกสักพักค่ะป้า”“ป้าอยากให้หนูกลับมาอยู่กับนายหัวนะอันดา มาช่วยนายหัวทำงาน ช่วงที่หนูกลับมาไม่กี่วันนายหัวดูมีความมาก ป้าว่าเขาคงอยากให้หนูกลับมาอยู่ด้วยกันที่นี่”“นายหัวก็บอกหนูแบบนั้นค่ะ หนูคิดว่าจะทำงานให้ครบหนึ่งปีแล้วจะลาออกมาอยู่กับนายหัวค่ะ”“ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย ป้าไม่อยากให้อยู่ห่างกัน ไม่ใช่ว่ากลัวไปมีคนอื่นหรอกนะ แต่ป้าไม่อยากให้เหนื่อยกับการเดินทางทั้งสองคนนะ ก่อนมาหานายหัวหนูก็ทำงานหนักเพื่อจะได้วันลา ส่วนนายหัวก็เร่งงานในสวนให้เรียบร้อยก่อนจะขึ้นไปหาหนู ป้ากลัวจะเหนื่อยและท้อกันไปเสียก่อน” ป้าสุดาเตือนด้วยความหวังดี“จริงๆ หนูก็อยากกลับมาอย
มือใหญ่จับสะโพกเล็กขึ้นสูงแล้วทิ้งลงบนท่อนเอ็นร้อนพร้อมกับสะโพกที่อัดสวนขึ้นจนร่องสาวกลืนแท่งร้อนจนสุดโคน จังหวะแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆเสียงอันดาร้องครางเพราะความเสียวที่เขามอบให้มันไม่ได้ลดน้อยลงเลย จังหวะร้อนแรงยังมีอย่างต่อเนื่อง“ไม่ไหว....นายหัวหนู....อื้ออ....”แล้วเธอก็เกร็งกระตุกตอดรัดเขาแรงจนนายหัวนทีปวดหนึบ หญิงสาวกอดเขาไว้แน่น เสียงหอบเหนื่อยของหญิงสาวทำให้เขาต้องผ่อนแรงลงเพราะกลัวว่าเธอจะหมดแรงลงไปเสียก่อน“ดีไหมอันดา”“นายหัวล่ะคะ ดีขึ้นไหมหายหรือยัง”“ไม่เลย ขอต่อเลยนะ”อันดาไม่รู้ว่าสมุนไพรที่กินออกฤทธิ์นานแค่ไหน เพราะดูเหมือนว่าแรงของเขายังไม่ตกเลยสักนิด เธอรู้สึกว่าตัวของชายหนุ่มยังคงร้อนระอุ เสียงหายใจหนักๆ ที่อยู่ข้างหูทำให้เธอขนลุกชันไปทั้งตัวเขาพลิกให้หญิงสาวอยู่ด้านล่าง ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปดูดซับความหวาน จูบของเขายังคงรุนแรงและเร่าร้อน อันดาครางประท้วงเมื่อเริ่มจะขาดอากาศหายใจ ชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากปากอิ่มที่เริ่มจะบวมช้ำเพราะแรงจูบริมฝีปากของเขาลากไล้ไปตามลำคอ ก่อนจะดูดแรงจนเป็นรอยแดง สองมือบีบขย้ำจนอย่างหนักหน่วงบนหน้าอิ่ม ก่อนจะรวบเม็ดทับทิมเข้าปากดูด
เย็นวันนั้นหลังจากจดทะเบียนสมรสเสร็จเรียบร้อยแล้ว นายหัวนทีก็จัดงานเลี้ยงเล็กๆ เพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้เขาและอันดาได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วพสุเพื่อนสนิทของนายหัวนทีก็ขับรถเข้ามาพร้อมกับหลินเพื่อนของอันดาที่นายหัวฝากให้ไปรับมาทานอาหารค่ำด้วยกัน“ดีใจด้วยนะอันดา นายหัวเป็นคนดีมาก แกโชคดีที่ได้นายหัวเป็นสามี นายหัวคะหลินฝากดูแลเพื่อนของหลินด้วยนะคะ”“ฉันยินดีดูแลอันดาไปทั้งชีวิตเลย”“นายหัวในที่สุดก็มีเจ้าของแล้ว ฉันคิดว่านายจะโสดไปจนแก่เสียอีก” พสุยิ้มกว้าง ตบไหล่นายหัวนทีแรงๆ“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน จนเจอเด็กคนนี้” นายหัวนทีหัวเราะในลำคอ กอดเอวอันดาไว้แน่นบรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการพูดคุยอย่างเป็นกันเอง อันดากับหลินคุยอยู่มุมหนึ่ง ส่วนนายหัวก็นั่งคุยกับพสุเรื่องงานสวนและแผนขยายพื้นที่ปลูกปาล์มคนงานบางคนก็ทยอยแวะมาแสดงความยินดีและทานอาหาร ขนม เครื่องดื่มที่ป้าสุดาและแม่ครัวช่วยกันจัดเตรียมไว้อย่างครบครับ“นี่ก็ดึกแล้วฉันขอกลับก่อนนะ”“แล้วฉันจะแวะไปหาที่บ้านนะ จะพาอันดาไปรู้จักแม่ของนายด้วย” นายหัวบอกกับเพื่อนรัก“ได้สิ แม่ก็อยากเห็นว่าใค
เมื่อนายหัวนทีกลับไปแล้วอันดาก็อยู่กับความว่างเปล่า และความเหงาในคอนโดกว้าง บรรยากาศภายในห้องพักที่เคยเต็มไปด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่นและเสียงหัวเราะเหลือเพียงความเงียบสงบ แต่ระยะทางก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองลดน้อยลงตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านไป นายหัวหนุ่มโทรศัพท์หาเธอทุกวัน น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูช่วยเติมกำลังใจให้หญิงสาวผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานได้อย่างดีอันดาทุ่มเททำงานล่วงเวลาถึงสองทุ่มทุกวันเพื่อเร่งเคลียร์เอกสารและงานที่อยู่ในความรับผิดชอบให้เสร็จก่อนกำหนด เพราะเธอวางแผนที่จะยื่นขอลางานล่วงหน้าก่อนถึงวันหยุดยาวหนึ่งวันจุดประสงค์ของการลางานก็คือเพื่อเดินทางไปจดทะเบียนสมรสกับนายหัวนทีให้เรียบร้อยตามที่ตกลงกันไว้ เพราะมีความตั้งใจอย่างจพทำตามสัญญาหญิงสาวจึงไม่รู้สึกเหนื่อยกับการทำงานเลยสักนิด“แค่ไปจดทะเบียนสมรสและไปพักผ่อนนะอันดา ไม่ใช่ไปอยู่ยาว” พี่ฝ้ายพูดกับหญิงสาวขณะที่เธอกำลังเก็บของบนโต๊ะให้เรียบร้อย“ไม่จดทะเบียนสมรสจริงๆ ค่ะ หมดวันหยุดยาวหนูก็กลับมาทำงานค่พี่ฝ้าย”“พี่รู้ว่ารักทางไกลมันเหนื่อยนะ แต่พอไม่ได้เจอกันก็จะรักกันและคิดถึงกันมากขึ้น” พี่เจนพูดตามประสบการณ์ที
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม อันดาหันมายิ้มให้กับนายหัวนทีเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบริษัท“เย็นนี้ต้องทำโอทีจริงๆ เหรออันดา”“จริงค่ะ นายหัวมารับหนูหนึ่งทุ่มนะคะ”“ได้ครับ ฉันไปนะ”“นายหัวอย่าลืมคิดถึงหนูด้วยนะคะ” เธอบอกแล้วยิ้มจนตาหยี ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับถุงของฝากใบใหญ่อันดาเดินเข้ามาภายในแผนกด้วยรอยยิ้มสดใส เมื่อมาถึงก็รีบแยกถุงของฝากไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของรุ่นพี่ทั้งสองคน“มาแต่เช้าเลยอันดา แล้วเอาอะไรมาวางบนโต๊ะพี่กันล่ะ” พี่เจนที่เดินเข้ามาพร้อมกับพี่ฝ้ายทักทายรุ่นน้อง“สวัสดีค่ะพี่เจน พี่ฝ้าย หนูไปเที่ยวเสม็ดมาค่ะ เลยซื้อของมาฝากพี่ๆ ด้วย”“ขอบใจจ้ะ ไปเที่ยวทะเลมารอบนี้ดูหน้าตาอิ่มเอิบผ่องใสขึ้นเยอะเลยนะ” พี่รัตนาที่เดินตามเข้ามาอีกเอ่ยแซว“นั่นสิคะพี่รัตนา ดูสิแก้มชมพูระเรื่อเชียว” พี่ฝ้ายแซวตามหัวหน้า“สวัสดีค่ะพี่รัตนา ของฝากของพี่ก็มีนะคะ”ขณะที่อันดากำลังยื่นถุงของฝากให้พี่รัตนา สายตาของพี่เจนก็สะดุดเข้ากับประกายวาววับที่นิ้วนางข้างซ้าย แสงไฟในออฟฟิศกระทบกับเพชรเม็ดงามบนแหวนทองคำขาวเรียบหรู จนพี่เจนต้องรีบคว้าข้อมือเล็กขึ้นมาดูใกล้ๆ“อุ๊ย อันดา นี่มันอะไรกันเนี่ย ไ


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




