เลขานุการสาววัยทำงานสวมแว่นกรอบบางเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย เมื่อได้ยินหญิงสาวหน้าตาน่ารักในชุดเรียบง่ายบอกว่า ‘มาจากบ้านของคุณอิศรา’
ตลอดหลายปีที่ทำงานเป็นเลขาส่วนตัวให้เจ้านายหนุ่มผู้เยือกเย็นและทรงอิทธิพลอย่างอิศรา เธอไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนกล้าเดินเข้ามาหาเขาถึงอิศราทาวเวอร์แห่งนี้ พร้อมกับประกาศตัวแบบนี้มาก่อน
“รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันขอเรียนคุณอิศราก่อนค่ะ” เลขานุการสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
เธอรีบกดโทรศัพท์สายตรงไปยังห้องทำงานชั้นบนสุด รออยู่เพียงชั่วครู่ปลายสายก็รับด้วยน้ำเสียงทุบต่ำเรียบนิ่งตามสไตล์
“มีอะไร” เสียงของอิศราลอดผ่านมา
“เอ่อ… ขออนุญาตค่ะท่าน พอดีมีผู้หญิงคนหนึ่งมาขอพบคุณอิศราค่ะ เธอถือกล่องอาหารมาด้วย บอกว่า… มาจากบ้านของคุณค่ะ” เลขานุการรายงานตามตรง พร้อมกับเหลือบตามองม่านฟ้าที่ยืนกอดกล่องข้าวแน่นด้วยความประหม่า
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ราวกับเจ้าตัวกำลังใช้ความคิด บรรยากาศผ่านความเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คำตอบสั้น ๆ จะดังขึ้น
“ให้เธอขึ้นมา”
“ค่ะท่าน”
เลขานุการวางสายลงด้วยความโล่งอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มสุภาพให้ม่านฟ้าที่ยืนลุ้นจนตัวเกร็งอยู่หน้าโต๊ะ
“คุณอิศราให้ขึ้นไปได้เลยค่ะ เชิญทางนี้เลยนะคะ เดี๋ยวฉันพาไปส่งที่ลิฟต์ค่ะ”
“ขอบคุณมากนะคะ” ม่านฟ้าถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความโล่งอก
เลขานุการสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ผายมือเชิญให้หญิงสาวเดินตามเธอไปยังลิฟต์แก้วส่วนตัวริมขวา ระหว่างที่เดินเคียงคู่กันไป เลขานุการอดไม่ได้ที่จะแอบลอบมองเด็กสาวข้างกายด้วยความทึ่งเบา ๆ ในใจ เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันนะ ถึงทำให้ท่านประธานที่ปกติไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้พื้นที่ส่วนตัว ยอมให้ขึ้นมาหาถึงห้องทำงานได้
เมื่อมาถึงหน้าลิฟต์ เลขานุการก็จัดการแตะคีย์การ์ดปลดล็อกชั้นบนสุดให้
“ลิฟต์ตัวนี้จะพาขึ้นไปถึงหน้าห้องทำงานท่านโดยตรงเลยค่ะ ออกจากลิฟต์ไปจะมีบอดี้การ์ดคอยดูแลอยู่ แจ้งชื่อได้เลยค่ะ” เลขานุการบอกด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง
“ขอบคุณพี่มากนะคะ รบกวนแย่เลย” ม่านฟ้าโค้งตัวขอบคุณอย่างนอบน้อม
“ไม่เป็นไรค่ะ สู้ ๆ นะคะ” เลขานุการยิ้มให้กำลังใจเบา ๆ เมื่อเห็นแววตาตื่นเต้นปนประหม่าของอีกฝ่าย
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์แก้วเปิดออก ม่านฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีก้าวเท้าเข้าไปยืนด้านใน ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลงและพาร่างบางพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้นบนสุด
ติ้ง!!
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับประตูลิฟต์แก้วส่วนตัวที่เลื่อนเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นโถงทางเดินกว้างขวางปูพรมหนานุ่ม บอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสากลสองคนยืนอารักขาอยู่หน้าประตูกระจกบานใหญ่สลักชื่อ 'อิศรา' ทันทีที่เห็นร่างบางก้าวออกมาจากลิฟต์ สายตาดุดันทั้งคู่ก็หันมามองเป็นตาเดียว แต่มันกลับไม่มีรังสีคุกคามเหมือนอย่างเคย เพราะพวกเขาต่างจำหน้าเด็กสาวคนนี้ได้แม่นจากคำสั่งของนายใหญ่
ม่านฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความกล้า แล้วเดินตรงเข้าไปหาบอดี้การ์ดทั้งสองด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ
“เอ่อ… สวัสดีค่ะ หนูชื่อม่านฟ้า มาขอพบคุณอิศราค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอกด้วยความประหม่า
บอดี้การ์ดหน้าร่างยักษ์พยักหน้ารับอย่างนอบน้อมผิดคาด หนึ่งในนั้นยกมือขึ้นเคาะประตูกระจกบานใหญ่เป็นสัญญาณขออนุญาต ก่อนจะผลักเปิดออกให้
“เชิญครับ นายรออยู่ข้างในแล้วครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
ม่านฟ้าโค้งศีรษะให้เล็กน้อย ก่อนจะรวบรวมเรี่ยวแรงก้าวเท้าผ่านธรณีประตูเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางและโอ่อ่า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของอิศรากำลังยืนหันหลังมองวิวตึกระฟ้าผ่านกระจกใสด้านหลังโต๊ะทำงาน
เสียงปิดประตูเบา ๆ ทำให้ร่างสูงชะงัก อิศราหมุนตัวกลับมาทันที แววตาสีเข้มคมกริบทอดมองตรงมาที่เธอ และในเสี้ยววินาทีนั้น ความเย็นชาหรือมาดขรึมที่ใครต่อใครต่างหวาดกลัวก็มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงประกายความอ่อนโยนที่ฉายชัดอยู่ในนัยน์ตาของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล
“มาแล้วเหรอ”เสียงทุบต่ำกังวานเอ่ยทักขึ้นแผ่วเบา ทำลายความเงียบในห้องลงอย่างนุ่มนวล
“ค่ะ”
อิศรามองกล่องอาหารในมือเล็กสลับกับใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความประหม่า หัวใจที่พยายามสร้างกำแพงระยะห่างมาหลายวันไหววูบลงอย่างง่ายดายด้วยความห่วงใยเรียบง่ายจากเด็กสาวตรงหน้า
ร่างสูงสาวเท้ายาวก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าม่านฟ้า ระยะห่างที่เคยพยายามรักษามลายหายไป กลิ่นหอมสะอาดอ่อน ๆ จากตัวเธอโชยเข้าแตะจมูก
“ทำไมถึงมาที่นี่… รู้ไหมว่าการเดินทางคนเดียวมันอันตรายแค่ไหน” น้ำเสียงของอิศราเจือความดุเล็กน้อย แต่แววตากลับอ่อนโยนจนปิดไม่มิด
ม่านฟ้าก้มหน้าลงเล็กน้อย เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะค่อย ๆ เงยขึ้นสบตาเขา แววตากลมโตฉายแววความอึดอัดและลังเลอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เธอจะตัดสินใจรวบรวมความกล้าพูดธุระที่แท้จริงออกมา
“หนู… หนูแค่เอาข้าวมาให้ค่ะ” เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา
“แต่ความจริงที่หนูมาวันนี้ เพราะอยากมาบอกคุณว่า เรื่องเหตุการณ์ในคืนนั้น หนูไม่ได้ถือสาอะไรเลยนะคะ คุณอิศราอย่าคิดมากและที่สำคัญ อย่าหลบหน้าหนูเลยค่ะ”
อิศราคิ้วกระตุกเล็กน้อยเมื่อถูกจับไต๋ได้
“ยิ่งคุณทำตัวห่างเหินและหลบหน้าหนู มันทำให้หนูรู้สึกอึดอัดและไม่สะดวกใจที่จะอยู่ในบ้านหลังนั้นต่อ…” ม่านฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคตัดพ้อที่ทำเอาคนฟังถึงกับสะดุด
“ถ้างั้น… ให้หนูเก็บของออกไปตามทางของหนูเองดีกว่าไหมคะ?”
“เธอฝันอยู่รึไง!”
อิศราสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นด้วยความตกใจและไม่สบอารมณ์ที่ได้ยินคำว่า 'ออกไปตามทางของเธอ' ชายหนุ่มรีบหาข้ออ้างกลบเกลื่อนพิรุธ
“ใครหลบหน้าเธอ… ดูนี่สิ เอกสารบนโต๊ะฉันกองเป็นภูเขา งานเต็มโต๊ะขนาดนี้ จะเอาเวลาไหนไปหลบหน้าใคร”
ปากก็เถียงเสียงแข็งกลบเกลื่อนไปอย่างนั้นเอง แต่ลึก ๆ ในใจอิศรากลับร้อนรนขึ้นมาวูบหนึ่ง เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่า... ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เขากำลังหลบหน้าเธอจริง ๆ หลบเพราะกลัวใจตัวเอง กลัวว่าตบะที่อุตส่าห์สร้างมาจะแตกกระเจิงอีกรอบ
แต่พอนึกถึงความกล้าหาญที่เด็กสาวอุตส่าห์หอบหิ้วกล่องข้าวมาต่อว่าเขาถึงบริษัท ทั้งท่าทางเงอะงะแต่จริงจังแบบนั้นแล้ว อิศราก็เผลอนึกเอ็นดูขึ้นมาจับใจ
ความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านอยู่ในอก
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่เริ่มคลี่คลายลง อิศราทอดสายตามองเด็กสาวที่ยืนเกร็งอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“กินข้าวมาหรือยัง?”
ม่านฟ้าส่ายหน้าช้า ๆ เป็นคำตอบ
“ยังค่ะ”
“หิวไหม?”
เจ้าตัวส่ายหน้าปฏิเสธกลับมาอีกครั้งเป็นคำตอบ
อิศรามุมปากกระตุกยิ้มบาง ๆ นึกหมั่นไส้ความปากแข็งของเด็กตรงหน้า
“กลัวพิกุลจะร่วงหรือไง ถึงได้ถามคำตอบคำแบบนี้”
ม่านฟ้าชะงักไปนิดเมื่อโดนแซว ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มอ่อน ๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนดวงหน้าใสซื่อนั้นทำเอาอิศราถึงกับชะงัก ตกอยู่ในภวังค์ความน่ารักของเด็กสาวตรงหน้าไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะจนน่าโมโห
“ไปนั่งรอที่โซฟา” อิศราเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงทุบต่ำกลบเกลื่อนอาการประหม่าของตัวเอง
“ขอฉันเคลียร์เอกสารตรงนี้ให้เสร็จอีกนิดเดี๋ยวค่อยกินข้าวกัน”
ม่านฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ มองเขาอย่างงง ๆ ก่อนจะยอมเดินไปนั่งรอที่ชุดโซฟารับแขกมุมห้อง เธอทิ้งตัวลงนั่งอย่างเก้ ๆ กัง ๆ วางมือไว้บนตัก พยายามทำตัวให้เรียบร้อยที่สุด แต่ท่าทางเงอะงะระคนประหม่านั้น กลับยิ่งดูน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของคนที่แอบมองผ่านเงาสะท้อนจากกระจกทำงานอยู่ตลอดเวลา